ศุภมาส อิศรภักดี

ทลาย รง.สเตียรอยด์เถื่อน ในคอนโดฯ กลางกรุง

เชื่อว่าหลายคนที่หลงใหลในการออกกำลังกายหรือกำลังปั้นหุ่นสวย คงเคยได้ยินเรื่องยาช่วยเร่งกล้ามเนื้อมาบ้างใช่ไหมครับ? แต่วันนี้มีข่าวใหญ่ที่สายฟิตต้องอ่านเลย เพราะมีการ ทลาย รง.สเตียรอยด์เถื่อน ในคอนโดฯ กลางกรุง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและกระจายสินค้าให้กับนักกล้ามทั้งในและต่างประเทศ บอกเลยว่าของกลางที่มีมูลค่ากว่า 50 ล้านบาทนั้นน่าตกใจมากครับ!

เบื้องลึกการ ทลาย รง.สเตียรอยด์เถื่อน ในคอนโดฯ กลางกรุง

การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ อย. ที่บุกเข้าตรวจค้นคอนโดหรูย่านพัฒนาการหลังจากสืบทราบว่ามีการแอบใช้พื้นที่เป็นโรงงานผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์โดยไม่ได้รับอนุญาต กระบวนการผลิตที่นี่ไม่ได้มาตรฐานอย่างรุนแรง ไม่มีการฆ่าเชื้อในยาฉีด และใช้สารเคมีที่อันตรายต่อร่างกายผู้ใช้แบบสุดๆ

อันตรายจากยาเถื่อนที่ต้องระวังให้ดี

ยาที่ยึดได้จากการเข้า ทลาย รง.สเตียรอยด์เถื่อน ในคอนโดฯ กลางกรุง ครั้งนี้มีหลากหลายยี่ห้อ ทั้งชนิดฉีดและชนิดกิน ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศชายที่นำมาใช้ผิดประเภท อันตรายที่รออยู่หากใครนำยาเหล่านี้ไปใช้ ได้แก่:

  • ตับและไตทำงานหนัก: อาจส่งผลให้เกิดภาวะตับอักเสบจนถึงขั้นไตวายเฉียบพลัน
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด: เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจโต และอาจหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจนเสียชีวิตได้
  • ภาวะติดเชื้อ: เนื่องจากเป็นยาที่ผลิตในสถานที่ไร้มาตรฐาน ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดจากการฉีดยาที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ
  • ผลกระทบต่อฮอร์โมน: เสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากและระบบต่างๆ ในร่างกายรวนไปหมด

หลายคนมองว่าทางลัดสร้างกล้ามเนื้อด้วยยาจะช่วยได้เร็ว แต่จริงๆ แล้วมันคือภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพในระยะยาวโดยที่เราคาดไม่ถึง ผู้ต้องหาในคดีนี้ทำมาแล้วกว่า 3 ปี และเคยโดนจับมาก่อนแต่ยังกล้ากลับมากระทำผิดซ้ำอีก เพื่อมุ่งหวังกำไรโดยไม่สนใจความเป็นความตายของผู้บริโภคเลยแม้แต่น้อย

คำแนะนำสำหรับสายสุขภาพ: อย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อหรือการบอกต่อแบบปากต่อปากให้ซื้อยาผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ควรหันมาดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างเป็นธรรมชาติจะปลอดภัยที่สุดครับ หากใครสงสัยว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่มีความเสี่ยงหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หรือไลน์ @FDAThai จะได้มั่นใจว่าเราสร้างหุ่นสวยโดยไม่เอาชีวิตไปเสี่ยง

ที่มา – ทลาย รง.สเตียรอยด์เถื่อน ในคอนโดฯ กลางกรุง แฉผลิตขายนักกล้ามทั้งใน-ต่างประเทศ

“ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาไปทานร้านอาหารบุฟเฟต์เพราะหลงเชื่อโฆษณา แต่พอไปถึงหน้างานจริงกลับพบว่าอาหารไม่ตรงปกหรือมีเงื่อนไขหมกเม็ด ล่าสุดเรื่องนี้ถึงหูรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ โดย “ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินทุกบาทที่พวกเราจ่ายไปนั้นคุ้มค่าและได้รับบริการที่ตรงไปตรงมาที่สุด

“ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตปทุมวัน เพื่อป้องปรามร้านอาหารที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ประกอบการทั่วประเทศว่า “ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น เพราะการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องแข่งกันที่คุณภาพและความจริงใจ ไม่ใช่การใช้กลยุทธ์โฆษณาเกินจริงแล้วผลักภาระให้ผู้บริโภค

หลักเกณฑ์สำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค

สคบ. ได้กำหนดแนวทางให้ร้านบุฟเฟต์ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้ครับ:

  • ความชัดเจนของป้ายราคา: ต้องไม่มีป้ายตัวอักษรเล็กๆ มาคอยจำกัดสิทธิที่ทำให้เราเสียเปรียบ
  • ภาพอาหารต้องตรงปก: เมนูที่นำเสนอต้องเป็นสิ่งที่ลูกค้าได้รับจริง หากวัตถุดิบหมดต้องแจ้งก่อนเข้าร้าน
  • รายละเอียดราคา: ค่าบริการ (Service Charge) หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องถูกระบุให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันการเรียกเก็บเงินเพิ่มแบบเซอร์ไพรส์

นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการร่วมกับ อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจดูเรื่องคุณภาพและความสะอาดของอาหารเป็นกรณีพิเศษด้วย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้เต็มที่ว่านอกจากความคุ้มค่าแล้ว อาหารที่รับประทานเข้าไปต้องมีความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย

สำหรับร้านค้าที่คิดจะเอาเปรียบผู้บริโภคด้วยความเพลิดเพลินนั้น ผมขอบอกเลยว่าโทษหนักนะครับ เพราะหากพบการกระทำผิดจริง อาจมีโทษจำคุกและปรับตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หากใครพบเห็นร้านไหนทำไม่ถูกต้อง อย่าปล่อยผ่านเด็ดขาดครับ ให้รีบแจ้ง สคบ. ผ่านทางสายด่วน 1166 หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect ทันที

สุดท้ายนี้ ฝากถึงเพื่อนๆ นักกินทุกคนครับ ก่อนตัดสินใจเข้าร้านบุฟเฟต์ทุกครั้ง อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขให้ถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโปรโมชันหรือค่าธรรมเนียมแฝง เพราะการรักษาสิทธิ์ของตัวเองคือวิธีที่ได้ผลที่สุดในการกดดันให้ผู้ประกอบการต้องหันมาทำธุรกิจอย่างโปร่งใสครับ

ที่มา – “ศุภมาส” ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ ย้ำ โฆษณาไว้อย่างไรผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น

สภาผ่านฉลุย ฝ่ายค้าน-รัฐบาล พร้อมใจโหวตร่างพ.ร.บ. Lemon Law

ข่าวดีสำหรับผู้บริโภคชาวไทย! ล่าสุดมีประเด็นใหญ่ที่น่าสนใจมาก เมื่อสภาผ่านฉลุย ฝ่ายค้าน-รัฐบาล พร้อมใจโหวตร่างพ.ร.บ. Lemon Law โดยมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 420 เสียง เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เข้ามามีบทบาทในการคุ้มครองผู้ซื้อจากการได้รับสินค้าที่ชำรุด โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยไปพิสูจน์เองอีกต่อไป นับเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการคุ้มครองผู้บริโภคในไทยให้มีความยุติธรรมมากขึ้นครับ

สภาผ่านฉลุย ฝ่ายค้าน-รัฐบาล พร้อมใจโหวตร่างพ.ร.บ. Lemon Law

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการผลักดันกฎหมายนี้ว่า ต้องการให้คนไทยมั่นใจในการซื้อสินค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ หรือสินค้าไอที เพราะที่ผ่านมาหากสินค้าเกิดเสียขึ้นมา ผู้บริโภคกลับต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เองว่าสินค้าชำรุดก่อนใช้งาน ซึ่งเป็นภาระที่หนักเกินไป

ทำไมสภาผ่านฉลุย ฝ่ายค้าน-รัฐบาล พร้อมใจโหวตร่างพ.ร.บ. Lemon Law ถึงสำคัญ?

การที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในประเด็นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหา “สินค้าไม่ตรงปก” หรือ “สินค้าชำรุดง่าย” เป็นปัญหาเรื้อรังที่ประชาชนได้รับผลกระทบจริง โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ:

  • การสันนิษฐานทางกฎหมาย: หากสินค้าเสียภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าชำรุดมาจากโรงงานทันที
  • สิทธิในการเปลี่ยนสินค้า: กรณีสินค้าบกพร่องร้ายแรง ผู้ซื้อสามารถขอเปลี่ยนได้ภายใน 7-14 วัน
  • ระยะเวลาซ่อมที่ชัดเจน: มีการกำหนดกรอบเวลาซ่อมให้รวดเร็ว ลดการดึงเรื่องจากผู้ขาย
  • ความรับผิดชอบรอบด้าน: บังคับใช้กับทั้งสินค้าทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์

นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติยังรวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่คุณกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส.พรรคประชาชน ได้กล่าวเสริมว่า การมีกฎหมายนี้จะช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะสินค้าจะถูกซ่อมแซมให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น แทนที่จะต้องทิ้งทันทีที่เสีย ถือเป็นเรื่องดีทั้งต่อเงินในกระเป๋าผู้ซื้อและต่อโลกของเราด้วยครับ

ทางด้านนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้แสดงจุดยืนชัดเจนผ่านการนำผลไม้เลมอนขึ้นมาเปรียบเทียบในสภา เพื่อสะท้อนถึงกฎหมาย “เลมอน ลอว์” ที่เน้นให้ผู้ขายมีความรับผิดชอบต่อคุณภาพสินค้ามากกว่าที่จะผลักภาระให้ผู้บริโภคถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย

สำหรับก้าวต่อไป กฎหมายฉบับนี้จะถูกส่งเข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาในรายละเอียดให้รอบคอบที่สุด ก่อนจะนำกลับมาโหวตในวาระถัดไป เชื่อว่าหากกฎหมายนี้บังคับใช้ได้จริง จะช่วยยกระดับมาตรฐานการค้าขายในไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ไม่มีการเอาเปรียบลูกค้า และทุกฝ่ายจะเกิดความเกรงใจและใส่ใจคุณภาพสินค้ามากขึ้นกว่าเดิมครับ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยปวดหัวกับการซื้อของมาแล้วเสียเร็วหรือซ่อมแล้วซ่อมอีก เตรียมตัวติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้กันต่อไปได้เลยครับ เพราะกฎหมายนี้จะกลายเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับเราทุกคนอย่างแน่นอน

ที่มา – สภาผ่านฉลุย ฝ่ายค้าน-รัฐบาล พร้อมใจโหวตร่างพ.ร.บ. Lemon Law

รัฐบาลส่ง 2 ร่างกฎหมายเข้าสภาฯ วันนี้ เพิ่มประสิทธิภาพศาล-ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการขับเคลื่อนกฎหมายใหม่ที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคนโดยตรง เมื่อทางรัฐบาลส่ง 2 ร่างกฎหมายเข้าสภาฯ วันนี้ เพิ่มประสิทธิภาพศาล-ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ระบบยุติธรรมรวดเร็วขึ้นและผู้บริโภคอย่างเราได้รับความคุ้มครองที่ทันสมัยกว่าเดิมครับ

รัฐบาลส่ง 2 ร่างกฎหมายเข้าสภาฯ วันนี้ เพิ่มประสิทธิภาพศาล-ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค

การเคลื่อนไหวสำคัญในครั้งนี้ถือเป็นก้าวใหญ่ที่รัฐบาลตั้งใจตอบโจทย์ปัญหาคดีความล้นศาลและปัญหาสินค้าชำรุด โดยมุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างทางกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนยุคใหม่ การที่รัฐบาลส่ง 2 ร่างกฎหมายเข้าสภาฯ วันนี้ เพิ่มประสิทธิภาพศาล-ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค ครอบคลุมทั้งเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและสิทธิขั้นพื้นฐานในการซื้อสินค้าและบริการอย่างที่เราควรได้รับมานาน

รายละเอียดเจาะลึกร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่ายขึ้น ผมขอสรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้งสองชุดนี้ให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้ครับ:

  • ร่างกฎหมายปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดี: มุ่งเน้นการปรับปรุงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรทางศาล เพื่อให้คดีความต่างๆ เดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนาน
  • กฎหมาย Lemon Law (ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า): กฎหมายในฝันของผู้บริโภคที่จะมาช่วยคุ้มครองเมื่อเราซื้อของที่ชำรุดหรือใช้งานไม่ได้ตามสมควร แม้จะตรวจสอบไม่พบในตอนซื้อก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐบาลส่ง 2 ร่างกฎหมายเข้าสภาฯ วันนี้ เพิ่มประสิทธิภาพศาล-ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาครัฐกำลังให้ความสำคัญกับ ‘ความยุติธรรมที่จับต้องได้’ และ ‘การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค’ ให้ได้มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดหน้าที่ผู้ขายให้ชัดเจน หรือการยกระดับเจ้าพนักงานคดีให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อให้การวินิจฉัยคดีเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรมสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ในมุมมองของผม ผมคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ในการสร้างสังคมที่ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะเมื่อมีกฎหมายรองรับที่แข็งแรงขึ้น ผู้ขายก็จะปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการฟ้องร้องในอนาคต ดังนั้นเรามาคอยติดตามกันต่อไปครับว่า กฎหมายทั้งสองฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้อย่างไร แต่รับรองว่าหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราทุกคนอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – รัฐบาลส่ง 2 ร่างกฎหมายเข้าสภาฯ วันนี้ เพิ่มประสิทธิภาพศาล-ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค

ศุภมาส รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี ขับเคลื่อนประเทศ

เชื่อเลยว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวที่น่าตื่นเต้นเมื่อรัฐบาลประกาศเดินหน้าเต็มตัว โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ ศุภมาส รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชี้ให้เห็นว่า พลังของผู้หญิงคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ศุภมาส รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี อย่างเป็นรูปธรรม

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายในโครงการ W-Unity โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของสตรีที่มีต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ขานรับนโยบายนี้ทันที โดยเตรียมใช้สื่อรัฐทั้งหมดขยายสารไปยังผู้นำสตรีในทุกระดับทั่วประเทศ เพราะรัฐบาลเชื่อมั่นในแนวคิด “ผู้หญิงก้าวหน้า ประเทศก้าวหน้า” อย่างแท้จริง

พลังของ ศุภมาส รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี ผ่านพลังโซเชียลและสื่อรัฐ

ไม่เพียงแค่การพูดบนเวทีเท่านั้น แต่เป้าหมายสำคัญคือการทำให้มั่นใจว่านโยบายเหล่านี้จะเข้าถึงมือชาวบ้านในระดับตำบล โดยมีการวางแผนงานที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • นำสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และสื่อภายใต้กรมประชาสัมพันธ์เข้ามาสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
  • ใช้ช่อง 9 MCOT HD ถ่ายทอดความสำเร็จของผู้นำสตรีต้นแบบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่
  • จัดทำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาชีพ การคุ้มครองความปลอดภัย และการสนับสนุนสวัสดิการสตรีแบบครบวงจร

นางสาวศุภมาสกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ผู้หญิงไม่เพียงแค่เป็นแม่หรือผู้ดูแลครอบครัว แต่พวกเธอคือผู้ประกอบการและผู้นำชุมชนที่มีศักยภาพสูง การที่ภาครัฐเข้ามาเชื่อมโยงจะเป็นสะพานที่ช่วยให้ผู้หญิงไทยก้าวข้ามทุกข้อจำกัดได้” สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้จริงจังกับการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงแสดงศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจฐานราก หรือการตัดสินใจในระดับนโยบาย

นอกเหนือจากงานนโยบายแล้ว การที่รัฐบาลยังคงสนับสนุนงาน OTOP Midyear ก็เป็นอีกสิ่งที่พิสูจน์ว่าผู้หญิงในชุมชนคือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทยจริงๆ การที่ผู้นำสตรีทั่วประเทศได้รับฟังและรู้ถึงสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ย่อมส่งผลให้คุณภาพชีวิตของครอบครัวไทยดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ท้ายที่สุด การขับเคลื่อนนโยบายนี้ไม่ได้จบลงแค่การสื่อสาร แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อผู้หญิงได้รับโอกาส สังคมไทยจะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น หากใครที่เป็นผู้นำเครือข่ายสตรี หรือสนใจข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายนี้ อย่าลืมติดตามช่องทางสื่อของรัฐกันให้ดี เพราะความรู้และโอกาสดีๆ กำลังส่งตรงถึงคุณแล้วครับ

ที่มา – “ศุภมาส” รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี สั่งสื่อรัฐ ส่งสารถึงผู้นำสตรีทั่วประเทศ

“ศุภมาส” ชวนเที่ยวงาน “ผ้าไทย” จ.อุดรฯ ต่อยอดภูมิปัญญาถิ่นสู่เวทีโลก

“ศุภมาส” ชวนเที่ยวงาน “ผ้าไทย” จ.อุดรฯ ต่อยอดภูมิปัญญาถิ่นสู่เวทีโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยนางสาวศุภมาสได้เชิญชวนให้ประชาชนและผู้ที่รักในศิลปะการแต่งกายมาร่วมเที่ยวงาน “ศุภมาส” ชวนเที่ยวงาน “ผ้าไทย” จ.อุดรฯ ต่อยอดภูมิปัญญาถิ่นสู่เวทีโลก จัดขึ้น ณ UDON HALL ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดรธานี ซึ่งงานนี้ตั้งใจโชว์ความงดงามของผืนผ้าจากชุมชนต่างๆ ที่ได้รับการนำมาตีความใหม่ให้ทันสมัยและเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างภาคภูมิใจ

งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงสินค้า แต่คือการรวมตัวกันของดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าและชุมชนต้นแบบที่ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง ให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยมีหัวใจสำคัญคือการดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นออกมาผสมผสานกับแนวคิดสมัยใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนทั่วไทย

ศักยภาพผ้าไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แฟชั่นระดับสากล

กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ศุภมาส” ชวนเที่ยวงาน “ผ้าไทย” จ.อุดรฯ ต่อยอดภูมิปัญญาถิ่นสู่เวทีโลก ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงนิทรรศการทั่วไป แต่เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยมีการดึงศิลปินแห่งชาติและนักออกแบบฝีมือดีมาเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้ผ้าไทยมีความเป็นแฟชั่นที่จับต้องได้และพร้อมแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ

จุดเด่นของงานที่คุณไม่ควรพลาด:

  • นิทรรศการผ้าทอจาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ ผ่านการคัดสรรและพัฒนาลวดลายให้ทันสมัย
  • แฟชั่นโชว์สุดตระการตาภายใต้แนวคิด “THE WALK OF WOVEN IDENTITIES: รันเวย์แห่งตัวตนที่ถูกถักทอ”
  • เวทีเสวนาวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นและแบรนด์ดังระดับประเทศ
  • โซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยร่วมสมัยที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ

ความสำเร็จของงานครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่า หากเราร่วมมือกันสืบสานและพัฒนา ภูมิปัญญาไทยย่อมสามารถไปไกลถึงเวทีสากลได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายแฟชั่น หรือคนรักในงานหัตถศิลป์ ที่นี่คือพื้นที่ที่คุณจะได้พบกับแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากคนไทยด้วยกัน

ทิ้งท้ายนี้ หากใครพลาดงานที่อุดรธานีไป ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะโครงการ “ศุภมาส” ชวนเที่ยวงาน “ผ้าไทย” จ.อุดรฯ ต่อยอดภูมิปัญญาถิ่นสู่เวทีโลก ยังมีรอบปิดท้ายให้ไปชมกันได้ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผลงานสร้างสรรค์ของคนไทยให้โด่งดังไกลไปทั่วโลกกันครับ!

ที่มา – “ศุภมาส” ชวนเที่ยวงาน “ผ้าไทย” จ.อุดรฯ ต่อยอดภูมิปัญญาถิ่นสู่เวทีโลก

ศุภมาส เอาจริง อกไก่ปั่นโปรตีนไม่ตรงฉลาก สั่ง สคบ.-อย. ตรวจสอบ

เชื่อว่าสายเฮลตี้หลายคนคงเคยหยิบผลิตภัณฑ์ อกไก่ปั่นโปรตีนไม่ตรงฉลาก มาดื่มกันบ้าง เพื่อหวังจะเสริมสร้างกล้ามเนื้อหรือควบคุมน้ำหนัก แต่ล่าสุดเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวสั่งการให้ สคบ. และ อย. เร่งตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง หลังจากมีรายงานว่าหลายผลิตภัณฑ์โฆษณาเกินจริงและให้ปริมาณโปรตีนไม่ตรงกับที่ระบุข้างขวดครับ

เจาะลึกปมร้อน ศุภมาส เอาจริง อกไก่ปั่นโปรตีนไม่ตรงฉลาก

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการปกป้องผู้บริโภคครั้งใหญ่ครับ เพราะนอกจากกลุ่มคนที่ออกกำลังกายแล้ว ยังมีกลุ่มผู้ป่วยที่จำเป็นต้องควบคุมอาหารตามคำแนะนำของแพทย์โดยเฉพาะ หากปริมาณโปรตีนหรือสารอาหารไม่เป็นไปตามความจริง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและการรักษา การที่ ศุภมาส เอาจริง อกไก่ปั่นโปรตีนไม่ตรงฉลาก จึงถือเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นว่าภาครัฐไม่ปล่อยให้นำสุขภาพของประชาชนมาเป็นตัวประกันเพื่อหากำไรครับ

ตรวจสอบความจริง อกไก่ปั่นโปรตีนไม่ตรงฉลาก มีความผิดอย่างไร?

ทางด้าน สคบ. และ อย. ได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อจัดการเรื่องนี้ โดยแบ่งหน้าที่ตามกฎหมายดังนี้ครับ:

  • อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา): เน้นตรวจสอบด้านคุณภาพ มาตรฐาน และข้อมูลบนฉลากตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 หากตรวจพบว่าเป็นอาหารปลอม มีโทษหนักทั้งจำและปรับ
  • สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค): เน้นดูเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อและการจัดแคมเปญโปรโมชั่นที่อาจเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

หากผู้ประกอบการถูกตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง จะต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญมากเพื่อให้ตลาดอาหารสุขภาพมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากขึ้นครับ

วิธีสังเกตและป้องกันตนเองสำหรับผู้บริโภค:

  • ตรวจสอบเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ทุกครั้งก่อนซื้อ
  • พลิกอ่านฉลากโภชนาการให้ละเอียด อย่าเชื่อเพียงคำโฆษณา
  • เก็บหลักฐานการซื้อและภาพหน้าจอโฆษณาไว้ หากพบความผิดปกติ
  • แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect
  • แจ้งปัญหาด้านอาหารผ่านสายด่วน อย. 1556

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า ในฐานะผู้บริโภค การรักสุขภาพเป็นเรื่องที่ดี แต่เราต้องเป็นผู้บริโภคที่รู้เท่าทันด้วยครับ การที่หน่วยงานรัฐออกมาตรวจสอบ ศุภมาส เอาจริง อกไก่ปั่นโปรตีนไม่ตรงฉลาก ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้ามากขึ้น ใครที่กำลังลดน้ำหนักหรือดูแลตัวเอง อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนจ่ายเงินซื้อนะครับ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเองในระยะยาว

ที่มา – “ศุภมาส” เอาจริง อกไก่ปั่นโปรตีนไม่ตรงฉลาก สั่ง สคบ. – อย. เชิญผู้ประกอบการชี้แจง

กฎหมาย Lemon Law ผ่าน ครม. ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง หากสินค้าชำรุดภายในกำหนด

กฎหมาย Lemon Law ผ่าน ครม. ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง หากสินค้าชำรุดภายในกำหนด

ข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทยที่รอคอยกันมานานกว่า 10 ปี! ล่าสุดประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ กฎหมาย Lemon Law ผ่าน ครม. ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง หากสินค้าชำรุดภายในกำหนด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้ทัดเทียมระดับสากล

ในอดีตที่ผ่านมา เวลาเราซื้อสินค้าโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือรถยนต์ หากเกิดปัญหาชำรุดบกพร่อง ผู้บริโภคมักจะตกที่นั่งลำบาก เพราะต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เองว่าสินค้าเสียเพราะอะไร และเสียตั้งแต่ตอนซื้อมาใช่หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เมื่อ กฎหมาย Lemon Law ผ่าน ครม. ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง หากสินค้าชำรุดภายในกำหนด กฎหมายฉบับนี้จะมาช่วยตัดปัญหาดังกล่าวออกไปทันที โดยเปลี่ยนภาระการพิสูจน์ไปอยู่ที่ผู้ขายแทน

รายละเอียดและสิทธิประโยชน์ที่คุณต้องรู้

ภายใต้กฎหมายใหม่นี้ หากสินค้าที่ซื้อไปเกิดความชำรุดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด กฎหมายจะให้สันนิษฐานไว้ก่อนทันทีว่าเป็นความบกพร่องที่เกิดจากสินค้าตั้งแต่แรก โดยมีเงื่อนไขหลักๆ ดังนี้ครับ:

  • สินค้าทั่วไป: หากพบความชำรุดภายใน 6 เดือน สันนิษฐานว่าสินค้ามีปัญหาตั้งแต่ต้น
  • รถยนต์: ให้ระยะเวลาคุ้มครองสูงถึง 1 ปี
  • สิทธิการเยียวยา: ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ 4 รูปแบบ คือ ซ่อมแซม, เปลี่ยนสินค้า, ลดราคา หรือบอกเลิกสัญญา

นอกจากนี้ กฎหมายยังจำกัดกรอบเวลาในการซ่อมแซมให้ชัดเจน หากสินค้าทั่วไปซ่อมไม่เสร็จใน 60 วัน หรือรถยนต์ซ่อมไม่เสร็จใน 90 วัน ผู้บริโภคมีสิทธิเรียกคืนเงินหรือเปลี่ยนสินค้าใหม่ได้ทันที ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากของระบบการซื้อขายในไทย

การที่ กฎหมาย Lemon Law ผ่าน ครม. ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง หากสินค้าชำรุดภายในกำหนด ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องเงินในกระเป๋าของพวกเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการผลักดันให้ผู้ประกอบการต้องใส่ใจคุณภาพสินค้ามากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดภาระในการรับผิดชอบที่ตามมา เป็นการส่งเสริมการแข่งขันด้วยคุณภาพอย่างแท้จริงครับ

หากท่านใดประสบปัญหาจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน อย่าลืมใช้ช่องทางร้องเรียนของ สคบ. ไม่ว่าจะเป็นสายด่วน 1166 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ OCPB Connect เพื่อรักษาสิทธิของตัวท่านเองครับ ถือได้ว่าเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคไทยในรอบหลายปีเลยทีเดียว

ที่มา – กฎหมาย Lemon Law ผ่าน ครม. ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง หากสินค้าชำรุดภายในกำหนด

ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ

ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ

กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวสายเที่ยว เมื่อคุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลุยลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้วยตัวเองที่สยามอะเมซิ่ง พาร์ค เพื่อเน้นย้ำถึงนโยบายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสวนน้ำและสวนสนุกทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญที่เด็กและเยาวชนไปใช้เวลาร่วมกัน การที่ ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐเอาจริงกับการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่ายๆ

มาตรการเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ปัญหาเรื่องมาตรฐานเครื่องเล่น คุณภาพน้ำ และทางหนีไฟ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้ การที่ ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ กำลังส่งสัญญาณไปถึงผู้ประกอบการทั่วประเทศว่าต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างและวิศวกรผู้ดูแลอย่างจริงจังทุกปี นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการเอาเปรียบผู้บริโภคที่ทาง สคบ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยคุณศุภมาสได้สั่งเน้นย้ำในประเด็นต่างๆ ดังนี้:

  • การบังคับใช้กฎหมายกับสวนสนุกและสวนน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • การคุ้มครองและเยียวยาผู้เสียหายอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
  • การควบคุมโฆษณาเกินจริง และการซ่อนเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม
  • การบังคับติดตั้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพและพนักงานดูแลเครื่องเล่นที่ผ่านการฝึกฝน

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เช่น การติดป้ายว่า “ไม่รับผิดชอบอุบัติเหตุทุกกรณี” ซึ่งทางภาครัฐยืนยันชัดเจนว่าไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย หากเกิดอุบัติเหตุจากความประมาทของผู้ประกอบการ ผู้บริโภคสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้เต็มที่ครับ ศุภมาส ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย จัดการคนเอาเปรียบ ถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงรุก 3 มิติที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการให้บริการที่ไม่เป็นธรรม หรือกังวลใจเกี่ยวกับมาตรฐานเครื่องเล่นในสถานที่ต่างๆ อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน สคบ. 1166 หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect ทันทีครับ การสร้างสังคมที่ปลอดภัยต้องอาศัยการร่วมมือของทุกคน ช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อให้เราได้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและปลอดภัยที่สุดครับ

ที่มา – “ศุภมาส” ตรวจสวนน้ำ-สวนสนุก ยกระดับความปลอดภัย สั่งฟันผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภค

Scroll to top