สถานการณ์น้ําท่วม

เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดในบ้าน 4 วัน แม่สิ้นลม

เรื่องราวสุดสะเทือนใจจากเหตุการณ์น้ำท่วม เมื่อครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส กลายเป็น เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์

เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Prasit Sunamthaworn ได้โพสต์ภาพและข้อความเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทีมกู้ภัยของเขาได้เข้าไปช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างหนักหน่วง โดยระบุว่า “เคสนี้…คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่หนักที่สุดที่ทีมเราเคยพบเจอ” เรื่องราวนี้กลายเป็น เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้รับรู้

ครอบครัวดังกล่าวประกอบด้วย คุณตาอายุ 88 ปี คุณยายอายุ 82 ปี เด็กชายอายุ 11 และ 12 ปี และคุณแม่อายุเพียง 30 กว่าปี พวกเขาติดอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงมิดหลังคาเป็นเวลาถึง 4 วันเต็ม โดยไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำ ไม่มีแรงที่จะขยับไปไหน คุณตาซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ต้องเจาะหลังคาบ้านเป็นรูเล็ก ๆ เพื่อตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่แทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่แล้ว

ในช่วงค่ำคืนที่มืดมิดและน้ำเชี่ยวแรง ทีมกู้ภัยได้รับสัญญาณจากเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือแผ่วเบาจากบ้านหลังดังกล่าว ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือทุกชีวิต ทีมกู้ภัยได้ฝ่าความมืดและความเชี่ยวกรากของกระแสน้ำ จนกระทั่งเดินทางไปถึงบ้านหลังนั้น

ทีมกู้ภัยจำเป็นต้องพังหลังคาบ้านเพื่อเข้าไปช่วยเหลือทุกคนออกมา คุณตา คุณยาย และเด็กชายทั้งสองคนปลอดภัย แต่สิ่งที่ทำให้ทีมกู้ภัยรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากคือ คุณแม่ของเด็ก ๆ ได้หมดแรงและเสียชีวิตไปก่อนที่ทีมจะเข้าไปถึงได้ไม่นานนัก เธอต้องทนทุกข์ทรมานจากความหนาว ความหิว และความอ่อนล้ามาเป็นเวลาหลายวัน

Prasit Sunamthaworn เล่าว่า “ตอนที่เราอุ้มร่างเธอออกมา ทุกคนในทีมเงียบสนิท ผมเอง…ยอมรับว่า กลั้นน้ำตาไม่ไหวจริง ๆ มันคือความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากเห็น แต่เราทำดีที่สุดแล้ว ทุกวินาทีเราวิ่งแข่งกับเวลาอย่างสุดกำลัง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวนี้ ขอให้คุณแม่ผู้จากไป…ได้ไปสู่ภพภูมิที่สงบ”

ความสูญเสียในเคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความยากลำบากและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความสำคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก ทีม HART (กู้ภัยพระครูอ๊อด) ISARA TH และทีม Ultra Life Team ทีมกู้ภัยสันกำแพงเชียงใหม่ และกู้ภัยสยามนครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันไว้อาลัยและส่งกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย

เรื่องราวของ เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย นี้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของทีมกู้ภัยที่พร้อมจะเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น และความสำคัญของความสามัคคีและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้ ไม่ว่าจะด้วยการบริจาคสิ่งของ การช่วยเหลือด้านแรงกาย หรือการให้กำลังใจ

แม้ว่าเรื่องราวนี้จะจบลงด้วยความสูญเสีย แต่ก็ยังมีความหวังและความดีงามที่เกิดขึ้นจากน้ำใจของผู้คน ขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย และขอบคุณทีมกู้ภัยทุกท่านที่เสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

ที่มา – เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย

บวรศักดิ์ ซัด! น้ำท่วมหาดใหญ่ ซ้ำรอยเดิม

“บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ซัดเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นความล้มเหลวการบริหารจัดการของท้องถิ่น ย้ำส่วนปกครองท้องถิ่นต้องเปลี่ยนการทำงาน ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซาก

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำท่วม ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “อนาคตท้องถิ่นไทย กับการเลือกตั้ง อบต.” ในงานเสวนาของสถาบันพระปกเกล้า “ปักหมุดเลือกตั้งอบต 69 กับความคาดหวังของสังคมไทย” ตอนหนึ่งว่า น้ำท่วมหาใหญ่วันนี้มันแปลว่าอะไร แปลว่าส่วนหนึ่งต้องเกิดความผิดพลาดในท้องถิ่น แปลว่าเทศบาลนครหาดใหญ่ก็ดี อบต. รอบหาดใหญ่ เทศบาลรอบหาดใหญ่ ต้องเฟลอะไรบางอย่าง ปล่อยให้คลอง ร.1 ตื้นเขิน ปล่อยให้คนไปสร้างบ้านริมคลองขวางทางน้ำ ไม่มีการลงทุนใหม่ที่จะสร้างทางระบายน้ำเพิ่ม วันนี้คลอง ร.1 อยู่ถัดจากคลองอู่ตะเภาไปด้านหนึ่ง ด้านตะวันออกไม่มีทางระบายน้ำ เพราะฉะนั้นน้ำลงมาจากเขาคอหงส์ก็ลงมาในเมืองหาดใหญ่เต็มที่ ก็แปลว่าท้องถิ่นปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

“เทศบาลนครหาดใหญ่มีภาษีที่ได้จากรายได้ตัวเองมหาศาล แต่วันนี้นครหาดใหญ่จมน้ำ แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพ้น ต้องอาศัยส่วนกลางระดมพลลงไปช่วย แปลว่าการวางแผนของท้องถิ่นมีปัญหา การแก้ปัญหาของท้องถิ่นมีปัญหา บทเรียนของนครหาดใหญ่จะเตือนพวกเราได้แล้วว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำซากแบบนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่าอนาคตการปกครองท้องถิ่นไทย อยู่ในมือของพวกท่านวันนี้ วันที่ 11 มกราคม 2569 ก็จะมีการเลือกตั้ง อบต. แต่ว่า อบต.ทำคนเดียวไม่ได้ต้องร่วมมือกับเทศบาล อบจ. ในจังหวัด และจะไปร่วมมือกับภูมิภาค ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งหมดนี้จะเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย”

นายบวรศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า การขยายตัวของเมืองก็เป็นการสร้างปัญหาน้ำท่วมให้เกิดขึ้น เช่นที่เกิดขึ้นใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในขณะนี้ การจะให้สร้างอาคารบ้านเรือนโครงการต่างๆ หรือไม่ให้สร้างจะต้องขึ้นอยู่กับผังเมืองและท้องถิ่น จึงต้องนำบทเรียนของอำเภอหาดใหญ่ไปพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นอีก

“บวรศักดิ์” ซัดน้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นความล้มเหลวการบริหารจัดการของท้องถิ่น

จากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นล่าสุด กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการบริหารจัดการของหน่วยงานท้องถิ่น ล่าสุด นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลมาจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำของท้องถิ่นเอง

สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำท่วมหาดใหญ่

นายบวรศักดิ์ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่ ว่ามาจากการปล่อยปละละเลยให้คลองระบายน้ำตื้นเขิน การปล่อยให้มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำ และการขาดการลงทุนในการสร้างระบบระบายน้ำเพิ่มเติม นอกจากนี้ การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการวางแผนที่ดี ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง

“เทศบาลนครหาดใหญ่มีภาษีที่ได้จากรายได้ตัวเองมหาศาล แต่วันนี้นครหาดใหญ่จมน้ำ แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพ้น ต้องอาศัยส่วนกลางระดมพลลงไปช่วย แปลว่าการวางแผนของท้องถิ่นมีปัญหา การแก้ปัญหาของท้องถิ่นมีปัญหา” นายบวรศักดิ์กล่าว

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและปัญหาในการบริหารจัดการของท้องถิ่น หากไม่มีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง เหตุการณ์เช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

บทเรียนจากน้ำท่วมหาดใหญ่:

  • การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ
  • ต้องมีการวางแผนผังเมืองที่ดี เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง
  • หน่วยงานท้องถิ่นต้องมีความรับผิดชอบและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
  • การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ

เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ควรเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของท้องถิ่น การวางแผนเมืองที่เป็นระบบ และการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว

ที่มา – “บวรศักดิ์” ซัดน้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นความล้มเหลวการบริหารจัดการของท้องถิ่น

เปิดปฏิบัติการ! ฮ. เรือหลวงจักรีฯ ช่วยผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ของประเทศไทย กองทัพเรือได้ส่ง “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” พร้อมเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการลำเลียงเสบียงและสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงยากลำบาก

“โฆษกกองทัพเรือ” เปิดเผยถึงนาทีปฏิบัติภารกิจสำคัญของเฮลิคอปเตอร์จาก “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ในการลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 2 เครื่อง ไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ไปยังพื้นที่ประสบภัยในอำเภอหาดใหญ่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก

การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพเรือในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ การที่เฮลิคอปเตอร์จาก “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ยากลำบากได้ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เปิดนาที เฮลิคอปเตอร์จาก “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ลำเลียงเสบียงส่งให้ผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.08 น. เพจเฟซบุ๊ก โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokesperson ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงปฏิบัติการของเฮลิคอปเตอร์จากเรือหลวงจักรีนฤเบศร ในการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยระบุข้อความว่า เฮลิคอปเตอร์ได้ออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนั้น

ภารกิจหลักคือการลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 2 เครื่องไปส่งมอบให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังมีภารกิจในการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ เข้าสู่พื้นที่ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และพื้นที่บางส่วนยังคงถูกน้ำท่วมสูง แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของเจ้าหน้าที่ทุกนาย ทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ความสำคัญของ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรือบรรทุกเครื่องบิน แต่ยังเป็นเรือที่สามารถใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อีกด้วย ด้วยศักยภาพในการบรรทุกเฮลิคอปเตอร์และสิ่งของจำนวนมาก ทำให้เรือหลวงจักรีนฤเบศร สามารถเป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่เข้าถึงยากได้เป็นอย่างดี

ในสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญในการเป็นกำลังสนับสนุนที่สำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย การที่เรือสามารถลอยลำอยู่ในทะเลและส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่ที่หลากหลาย

นอกจากนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศรยังสามารถใช้เป็นโรงพยาบาลสนามเคลื่อนที่ในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยลดภาระของโรงพยาบาลในพื้นที่และทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

กองทัพเรือยังคงยืนยันที่จะให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และพร้อมที่จะสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความสามัคคีของคนไทย ที่พร้อมจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก และเป็นกำลังใจให้เราก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

เป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม ขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

ที่มา – เปิดนาที เฮลิคอปเตอร์จาก “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ลำเลียงเสบียงส่งให้ผู้ประสบภัย

ยัน! อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ไม่แตก น้ำลดแล้ว

จากกระแสข่าวลือที่สร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า “อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน” แตก ทำให้หลายคนกังวลว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะรุนแรงขึ้นไปอีก กรมชลประทานได้ออกมายืนยันแล้วว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง สถานการณ์จริงคือ น้ำได้ล้นทางระบายน้ำล้น หรือ สปิลเวย์ (Spillway) เนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่แก้มลิงจำนวนมากในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ยัน! อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ไม่แตก

เหตุการณ์น้ำล้นสปิลเวย์เกิดขึ้นในช่วงประมาณเที่ยงคืนถึงตี 2 ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วมหนักในขณะนี้ เมื่อเวลา 07.00 น. ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ พบว่าระดับน้ำลดลงแล้ว แต่ยังคงมีขยะจำนวนมากที่ถูกกระแสน้ำพัดพามาสะสมอยู่ รถเล็กสามารถสัญจรได้ตามปกติ หลังจากที่เมื่อช่วงเช้ามืดระดับน้ำสูงประมาณเอว

บริเวณคลองเรียนและด้านหน้าตลาดคลองเรียน พบว่าน้ำในคลองเรียนยังไหลแรง เนื่องจากรับน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำแก้มลิง ม.อ. เมื่อคืนที่ผ่านมา มวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมถนนหน้าตลาดคลองเรียน บ้านเรือน และร้านค้าที่อยู่ริมทางได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

ชาวบ้านเผย น้ำลดแล้ว แต่ยังกังวลสถานการณ์

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่าเมื่อคืนน้ำท่วมหนักมาก แต่เช้านี้น้ำลดลงแล้ว นางละมัย อนุตรพันธ์ ชาวบ้านในซอยทุ่งรี เล่าว่า น้ำจากอ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ทะลักเข้าท่วมซอยอย่างรวดเร็วในช่วงเที่ยงคืน ตนเองต้องอพยพออกจากบ้านมาอยู่บริเวณหน้าปากซอยเพื่อหนีน้ำ กลางดึกที่ผ่านมา ระดับน้ำในซอยสูงถึงเอว แต่เช้านี้น้ำลดลงแล้ว แต่ยังคงกังวลว่าหากฝนตกหนักอีก น้ำในอ่างเก็บน้ำอาจจะล้นสปิลเวย์และเข้าท่วมพื้นที่อีกครั้ง

นางนราวัลย์ ม่วงประเสริฐ เจ้าของร้านเช่าชุดครุยหน้าปากซอยทุ่งรี เล่าว่าน้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านของเธอเมื่อกลางดึก ระดับน้ำสูงเกือบเอว น้ำมาเร็วและลงเร็ว ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่บ้านของเธอถูกน้ำท่วม โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนและสร้างความเสียหายมากกว่า

อย่างไรก็ตาม นางนราวัลย์บอกว่าครั้งนี้เธอเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์เตือนภัย ทำให้เธอสามารถเก็บข้าวของขึ้นไปไว้บนชั้นสองได้ทัน ทำให้ความเสียหายไม่มากนัก หลังจากน้ำลด เธอและเพื่อนบ้านได้ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน แต่ก็ยังคงกังวลว่าน้ำจะหลากท่วมอีก และกลัวว่าสถานการณ์จะรุนแรงเหมือนในเขตเทศบาลเมืองนครหาดใหญ่

นอกจากนี้ ในพื้นที่ทุ่งรี ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันเก็บขยะที่อุดตันท่อระบายน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถระบายได้สะดวก และเก็บขยะที่ถูกน้ำพัดพามาออกจากถนน ซึ่งพบว่าถนนบริเวณหน้าปากซอยทุ่งรีเต็มไปด้วยขยะเกลื่อน

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก การเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย รวมถึงวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ การดูแลรักษาและตรวจสอบสภาพของอ่างเก็บน้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

ที่มา – ยัน “อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน” ไม่แตก สถานการณ์น้ำล้นสปิลเวย์ คลี่คลายแล้ว

น้ำท่วมใต้กระทบนักท่องเที่ยวมาเลเซีย เปิดศูนย์รับมือ

สถานการณ์น้ำท่วมใต้กระทบนักท่องเที่ยวมาเลเซียอย่างหนัก! น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ระหว่างวันที่ 21–24 พ.ย. 2568 โดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เป็นตลาดหลักอันดับหนึ่งของไทยใน อ.หาดใหญ่

ททท. ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียในเดือน พ.ย.–ธ.ค. 2568 จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากสถานการณ์คลี่คลายภายใน 1 สัปดาห์ ตัวเลขเดือน พ.ย. จะลดลง 7% เหลือประมาณ 331,000 คน และเดือน ธ.ค. ลดลง 7% เหลือ 420,000 คน ทำให้ทั้งปีคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียราว 4.60 ล้านคน ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อมากกว่า 1 สัปดาห์ เดือน พ.ย. อาจลดลง 8% เหลือ 327,000 คน และเดือน ธ.ค. อาจลดลงมากถึง 18% เหลือเพียง 373,000 คน ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีลดลงเหลือประมาณ 4.55 ล้านคน หรือหดตัว 8%

ขณะเดียวกัน ตลาดในประเทศก็ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ตอนล่างของภาคใต้ หาดใหญ่ถูกจัดเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ส่งผลให้ ททท. ต้องปรับลดคาดการณ์การเดินทางของคนไทยในพื้นที่ ทั้งในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. โดยเดือน พ.ย. คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเพียง 243,150 คน-ครั้ง ลดลง 6.93% รายได้ท่องเที่ยวลดลง 8.50% เหลือ 1,920 ล้านบาท ส่วนเดือน ธ.ค. คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือน 306,400 คน-ครั้ง ลดลง 2.04% รายได้ลดลง 4.06% เหลือ 2,410 ล้านบาท แม้ภาพรวมภาคใต้ยังโตเล็กน้อย แต่รายได้ยังหดตัวต่อเนื่อง โดย ททท. ชี้ว่าการปิดโรงแรมในหาดใหญ่ ถนนถูกตัดขาด การหยุดเดินรถไฟและรถโดยสาร ทำให้พฤติกรรมท่องเที่ยวของคนไทยในพื้นที่ชะลอตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

น้ำท่วมใต้กระทบนักท่องเที่ยวมาเลเซีย

ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ประเมินว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใต้กระทบนักท่องเที่ยวมาเลเซียในปีนี้มีแนวโน้มกระทบ 1–2 สัปดาห์ ก่อนทยอยกลับสู่ภาวะปกติในเดือน ธ.ค. หากไม่มีสถานการณ์รุนแรงเพิ่มเติม และเพื่อให้การดูแลนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างทันท่วงที ททท. ได้เปิดศูนย์วิกฤตเพื่อสื่อสารและประสานความช่วยเหลือ ที่ศูนย์ TATIC ชั้น 17 อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป โดยมีนายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านแผนและนโยบายทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อประสานข้อมูลจากทุกตลาดและให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

ททท. เปิดศูนย์วิกฤตรับมือ ผลกระทบจากน้ำท่วมใต้กระทบนักท่องเที่ยวมาเลเซีย

จากสถานการณ์น้ำท่วมใต้กระทบนักท่องเที่ยวมาเลเซียนี้ ททท. ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังได้วางแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง

ผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของการท่องเที่ยวไทยต่อภัยธรรมชาติ เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่เสมอ และวางแผนการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

ที่มา – น้ำท่วมใต้กระทบหนัก นักท่องเที่ยวมาเลเซียหาย 7-18% เปิดศูนย์วิกฤตรับมือท่องเที่ยวสะดุด

น้ำท่วมหาดใหญ่: ระดับน้ำหน้า รพ.ค่ายเสนาณรงค์ลด

สถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ วันนี้ (26 พ.ย. 68) เวลา 09.00 น. มีรายงานว่าระดับน้ำบริเวณหน้าโรงพยาบาลค่ายเสนาณรงค์ ได้ลดลงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ทำให้การสัญจรในตัวเมืองเทศบาลนครหาดใหญ่สะดวกสบายยิ่งขึ้น หลังเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

อัปเดตสถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่

จากสถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวได้รายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า ระดับน้ำบริเวณหน้าโรงพยาบาลค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยลดลงประมาณ 30 ถึง 50 เซนติเมตร สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การเดินทางสัญจรของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่คล่องตัวมากขึ้น

บรรยากาศที่ค่ายเสนาณรงค์ มณฑลทหารบกที่ 42 ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมารับน้ำดื่มและอาหาร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ และในเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการลงพื้นที่มณฑลทหารบกที่ 42 เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนการบริหารจัดการน้ำท่วมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างระดมความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

  • การสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม: มีการจัดตั้งจุดแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มในหลายพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต
  • การจัดตั้งศูนย์พักพิง: สำหรับผู้ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย หรือไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ประสบภัย
  • การช่วยเหลือด้านการแพทย์: ทีมแพทย์และพยาบาลพร้อมให้การดูแลรักษาพยาบาลแก่ผู้ที่เจ็บป่วยจากสถานการณ์น้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การวางแผนผังเมืองที่ดี การสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ การปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติน้ำท่วมได้

ที่มา – อัปเดต “น้ำท่วมหาดใหญ่” หน้า รพ.ค่ายเสนาณรงค์ ระดับน้ำเริ่มลดแล้ว 30-50 ซม.

มาเลเซียเตือน! ฝนตกต่อเนื่องกระทบ 2 รัฐ

มาเลเซียเตือนฝนถล่มซ้ำถึง 28 พ.ย. เสี่ยงน้ำท่วมหลายรัฐ เตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ เพราะอาจเกิดน้ำท่วมเฉพาะจุดในหลายพื้นที่ แม้คาดมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือระลอกแรกปีนี้ไม่รุนแรงเท่าปี 2564

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยามาเลเซีย ประกาศว่า จากการประเมินคลื่นน้ำท่วมระลอกแรกของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปี 2568 ในจากข้อมูลแบบจำลองสภาพอากาศล่าสุด พบว่าน่าจะมีความรุนแรงน้อยกว่าภัยพิบัติครั้งใหญ่เมื่อปี 2564 แต่ยืนยันว่ายังมีความเสี่ยงเกิดฝนตกต่อเนื่องกระทบ 2 รัฐในหลายพื้นที่ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นไปอีกได้

ดร.โมห์ด ฮิชาม โมห์ด อานิป อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาของมาเลเซีย ระบุว่า จะมีคลื่นลมน้ำมรสุมจากจีนแผ่นดินใหญ่เคลื่อนเข้าสู่มาเลเซียตั้งแต่วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน นำมาซึ่งฝนหนักยาวหลายวัน แม้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเพราะกระแสลมจากจีนไม่ได้มาพร้อมกับลมตะวันออกจากมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งโดยปกติเมื่อเกิดพร้อมกันจะทำให้ฝนตกหนักรุนแรงยิ่งขึ้น

นายฮิชามกล่าวว่า หากทั้งสองกระบวนการเข้ามาพร้อมกัน จะเกิดฝนหนักกว่านี้และสถานการณ์อาจเลวร้ายกว่าเดิม แต่คาดว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีอีกหนึ่งระลอกนำพาฝนหนักตั้งแต่วันอังคารไปจนถึง 28 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อรัฐฝั่งตะวันออก เช่น ตรังกานู กลันตัน และรัฐทางเหนือ

พร้อมกันนี้ได้เตือนประชาชนให้ระมัดระวัง แม้ภาพรวมของปีนี้อาจไม่หนักเท่าปี 2564 แต่บางพื้นที่อาจประสบเหตุรุนแรงกว่าสถานการณ์ปัจจุบันได้ บางพื้นที่อาจเลวร้ายกว่าเดิมเพราะมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปีนี้น่าจะมีฝนตกหนักประมาณ 5–7 ระลอก

โดยสถานการณ์น้ำท่วมมาเลเซียที่เริ่มกระทบหลายรัฐตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้ว ได้ทวีความรุนแรงขึ้น โดยรัฐกลันตันมีผู้ประสบภัยมากที่สุด โดย 8 รัฐได้รับผลกระทบ และอาจแย่ลงกว่าเดิม เนื่องจากกรมอุตุฯ ออกคำเตือนฝนตกต่อเนื่องกระทบ 2 รัฐจนถึงวันอังคารนี้.

ทั้งนี้ สำหรับมหาอุทกภัยปี 2564 ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องกว่า 2 วันตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2564 ส่งผลให้หลายพื้นที่ในหุบเขากลางและรัฐฝั่งตะวันออกได้รับความเสียหายอย่างหนัก.

อุตุฯ มาเลเซียเตือน! ฝนตกต่อเนื่องกระทบ 2 รัฐ

สถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องกระทบ 2 รัฐในมาเลเซียยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด กรมอุตุนิยมวิทยามาเลเซียได้ออกมาเตือนถึงสถานการณ์ฝนที่อาจตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งส่งผลกระทบต่อรัฐทางฝั่งตะวันออกและทางเหนือของประเทศ โดยเฉพาะรัฐตรังกานูและกลันตัน

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกต่อเนื่อง

  • น้ำท่วมฉับพลัน: ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและใกล้แหล่งน้ำ
  • ดินโคลนถล่ม: ฝนที่ตกหนักอาจทำให้ดินอ่อนตัวและเกิดดินโคลนถล่มได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดชัน
  • การสัญจรติดขัด: น้ำท่วมและดินโคลนถล่มอาจทำให้การสัญจรเป็นไปได้ยากลำบาก หรืออาจต้องปิดเส้นทางบางสาย

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เตรียมสิ่งของจำเป็น และวางแผนอพยพหากจำเป็น

แม้ว่าสถานการณ์ในปีนี้อาจไม่รุนแรงเท่าปี 2564 แต่การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องกระทบ 2 รัฐยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียเป็นสิ่งที่น่ากังวล และเป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – อุตุฯ มาเลเซียออกคำเตือนฝนตกต่อเนื่อง กระทบ 2 รัฐ

รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม! รถรับส่งงด

สถานการณ์น้ำท่วมที่น่าเป็นห่วงในจังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปยังรอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง ทำให้รถรับ-ส่งผู้โดยสารไม่สามารถให้บริการได้ในขณะนี้ ผู้ที่กำลังเดินทางไปยังสนามบินควรตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดก่อนออกเดินทาง

รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง รถรับ-ส่ง ไม่สามารถให้บริการได้

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่าระดับน้ำโดยรอบ “สนามบินหาดใหญ่” สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถรับ-ส่งจากหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถเดินทางไปยังสนามบินได้ชั่วคราว ทางด้านแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ประกาศงดให้บริการรถรับ-ส่งในช่วงเช้า

ทางเพจเฟซบุ๊ก Hat Yai International Airport – HDY ได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ว่า “ขณะนี้ รถรับ-ส่ง มายังสนามบิน จากหน่วยสนับสนุนต่างๆ ไม่สามารถให้บริการได้ชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำโดยรอบสูงขึ้นทุกเส้นทาง (26 พฤศจิกายน 2568) หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ก็ได้แจ้งสถานการณ์เช่นเดียวกันว่า “เนื่องจากระดับน้ำยังท่วมสูง รถรับ-ส่งผู้โดยสารไปยังสนามบิน ยังไม่สามารถวิ่งผ่านได้ จึงของดให้บริการรอบเช้า สำหรับรอบบ่ายจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อการเดินทางไปสนามบิน

สถานการณ์รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังสนามบิน ทั้งผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางออกจากหาดใหญ่ และผู้ที่เดินทางมาถึงและต้องการเดินทางเข้าเมือง การที่รถรับ-ส่งไม่สามารถให้บริการได้ ทำให้ผู้โดยสารต้องหาทางเลือกอื่นในการเดินทาง ซึ่งอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากและความล่าช้า

คำแนะนำสำหรับผู้โดยสาร:

  • ตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดก่อนออกเดินทาง: ติดตามข่าวสารและประกาศจากสนามบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
  • เผื่อเวลาในการเดินทาง: หากจำเป็นต้องเดินทางไปยังสนามบิน ควรเผื่อเวลาให้มากขึ้น เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าปกติ
  • พิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ: หากเป็นไปได้ ให้พิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ เช่น การใช้บริการรถแท็กซี่ (หากสามารถเข้าถึงได้) หรือการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือญาติ

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก การเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางไปยังรอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม

ทางสนามบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้การเดินทางกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โปรดอดทนและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกท่าน

สถานการณ์ รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและการวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง รถรับ-ส่ง ไม่สามารถให้บริการได้

รพ.หาดใหญ่ เผยยอดเก็บศพช่วงน้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่หาดใหญ่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับจำนวนศพที่เก็บรักษาไว้ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยยืนยันว่าศพทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดีในห้องเก็บศพที่มีระบบควบคุมความเย็นที่เหมาะสม มาดูกันว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร

รพ.หาดใหญ่ เผยยอดเก็บรักษาศพ ขณะเกิดน้ำท่วม

โรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้แจ้งยอดรวมการเก็บรักษาศพทั้งสิ้น 41 ศพ โดยในจำนวนนี้ เป็นศพของผู้เสียชีวิตในช่วงน้ำท่วม จำนวน 14 ศพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤต โดยทางโรงพยาบาลเน้นย้ำว่า อัตราการเสียชีวิตดังกล่าวอยู่ในระดับปกติ เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่

ทางโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.50 น. เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญให้ประชาชนทราบ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ศพผู้ป่วยที่ฝากแช่ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาลก่อนเกิดน้ำท่วม: 27 ศพ
  • ศพผู้เสียชีวิตขณะเกิดน้ำท่วม (ระหว่างวันที่ 22 – 25 พฤศจิกายน 2568): 14 ศพ (ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยวิกฤต)

ดังนั้น ยอดรวมศพที่โรงพยาบาลรพ.หาดใหญ่ เก็บรักษาไว้ในขณะนั้น รวมทั้งสิ้น 41 ศพ

โรงพยาบาลหาดใหญ่ยืนยันว่า ศพทั้งหมดได้รับการเก็บรักษาอย่างดีในห้องแช่เย็น ด้วยความใส่ใจของบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน

ทางโรงพยาบาลยังได้แจ้งถึงความยากลำบากในการสื่อสารในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากปัญหาการตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่เสถียร

การจัดการศพช่วงวิกฤตของ รพ.หาดใหญ่

การจัดการศพในช่วงสถานการณ์วิกฤต เช่น น้ำท่วม เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับโรงพยาบาลอย่างมาก ไม่เพียงแต่ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ยังต้องจัดการกับศพของผู้เสียชีวิตด้วยความเคารพและเหมาะสม โรงพยาบาลหาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างน่าชื่นชม

สิ่งที่สำคัญคือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใสให้กับประชาชน เพื่อลดความวิตกกังวลและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น การที่รพ.หาดใหญ่ ออกมาเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน ถือเป็นสิ่งที่ควรยกย่อง

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและดูแลผู้เสียชีวิต

การจัดการศพอย่างเหมาะสมและให้เกียรติ เป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาจิตใจของผู้สูญเสีย และแสดงถึงความเอาใจใส่ของสังคมที่มีต่อผู้ที่จากไป รพ.หาดใหญ่ ได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมบูรณ์

สำหรับญาติของผู้เสียชีวิตที่รพ.หาดใหญ่ ดูแลรักษา สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลโดยตรง

ที่มา – “รพ.หาดใหญ่” เผยยอดเก็บรักษาศพ ขณะเกิดน้ำท่วม ยันเก็บรักษาในห้องแช่เย็นอย่างดี

Scroll to top