สถานการณ์หาดใหญ่

กต.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมใต้

กระทรวงการต่างประเทศ จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ เผยรับแจ้งจากมิตรประเทศ พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านกู้ภัยและฟื้นฟูพื้นที่

จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ว นอกจากพี่น้องชาวไทยแล้ว ยังมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้เช่นกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุม กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติที่ประสบภัยอย่างทันท่วงที ประเทศต่างๆ ที่ได้แสดงความพร้อมให้ความช่วยเหลือ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ จีน โครเอเชีย ฮังการี บังกลาเทศ ภูฏาน แอฟริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้รับการติดต่อจากมิตรประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และภาคเอกชนต่างประเทศ ที่แสดงความจำนงในการให้ความช่วยเหลือด้านการกู้ภัยและฟื้นฟูพื้นที่ ซึ่งกระทรวงฯ จะดำเนินการประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของพื้นที่

กต. จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

เพื่อให้การช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กระทรวงการต่างประเทศจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบอุทกภัยภาคใต้” ขึ้น โดยมีหน้าที่หลักในการประสานงานการช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ รวมถึงประสานงานกับประเทศต่างๆ ที่ประสงค์จะให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของพื้นที่

ช่องทางการติดต่อศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบอุทกภัยภาคใต้:

หากคนไทยต้องการความช่วยเหลือจากเหตุอุทกภัยในต่างประเทศ

สำหรับคนไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในต่างประเทศ สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยในประเทศนั้น ๆ ได้ตลอดเวลา หรือติดต่อกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ที่หมายเลขฉุกเฉิน 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านช่องทางไลน์ Thai consular และแอปพลิเคชัน Thai Consular ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้การช่วยเหลือในทุกช่องทาง

กต. จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของรัฐบาลไทยในการแสดงความรับผิดชอบและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ

การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบากเป็นสิ่งที่พึงกระทำ และการที่ประเทศไทยได้รับความช่วยเหลือจากนานาชาติในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าและควรได้รับการรักษาไว้

ที่มา – กต. จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

สคบ. ช่วยเหยื่อน้ำท่วมใต้: แบงก์-ประกัน-มือถือ ร่วมเยียวยา

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ล่าสุด สคบ. ได้ผนึกกำลังกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งธนาคาร, บริษัทประกันภัย, สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อจัดตั้งทีมช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมใต้ เร่งดำเนินการเยียวยาอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งเรื่องรถยนต์, ที่อยู่อาศัย และภาระหนี้สิน

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตเช่นนี้ จึงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลและกำหนดมาตรการช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมใต้อย่างครอบคลุมมากที่สุด โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.), สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย, สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย, สมาคมธนาคารไทย, สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย, สมาคมรถเช่าไทย และ AIS เพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุดและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

สคบ. ช่วยเหยื่อน้ำท่วมใต้: มาตรการเยียวยาครบวงจร

ที่ประชุมได้นำเสนอข้อมูลและแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายด้าน ดังนี้:

มาตรการจาก ธปท.

ธปท. ได้สั่งการให้สถาบันการเงินทั่วประเทศออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่:

  • ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิต (สูงสุด 12 เดือน)
  • เพิ่มวงเงินฉุกเฉินสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อดิจิทัล
  • ผ่อนปรนสินเชื่อทุกประเภท (พักชำระหนี้, ลดดอกเบี้ย, ยืดระยะเวลา, ปรับโครงสร้างหนี้)

มาตรการจาก คปภ.

คปภ. กำหนดแนวทางการจ่ายสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์และที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม:

กรณีรถยนต์: แบ่งระดับความเสียหาย 5 ระดับ (A-E) โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ระดับ A (ท่วมพื้นรถ): ค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท
  • ระดับ B (ท่วมเบาะ/ระบบไฟฟ้า): ค่าซ่อม 15,000-20,000 บาท
  • ระดับ C (ท่วมถึงล่างคอนโซล): ค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท
  • ระดับ D (ท่วมถึงบนคอนโซล): ค่าซ่อม 30,000 บาทขึ้นไป
  • ระดับ E (จมทั้งคัน): คืนทุนประกันเต็มจำนวน (หากค่าซ่อมเกิน 70% ของราคารถ)

กรณีที่อยู่อาศัย:

  • บ้าน: จ่ายสินไหมเบื้องต้น 20,000 บาท (หากเสียหายมาก เพิ่มอีก 10,000 บาท)
  • ร้านค้า/ห้างร้าน: จ่ายสินไหมเบื้องต้น 30,000 บาท

มาตรการช่วยเหลือรถยนต์และรถจักรยานยนต์

สมาคมเช่าซื้อรถยนต์ไทยและสมาคมเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย เตรียมยกเว้นค่าธรรมเนียม และพักหนี้ 3 เดือน สมาคมรถเช่าไทย เร่งส่งมอบรถทดแทน และงดเรียกค่าเสียหายกับผู้เช่าในพื้นที่ภัยพิบัติ

มาตรการช่วยเหลือด้านการสื่อสารจาก AIS

AIS มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ได้แก่:

  • อินเทอร์เน็ตฟรี 10 GB
  • ยกเว้นค่าบริการ 7 วัน (ทั้งรายเดือนและเติมเงิน)
  • เร่งกู้ระบบสัญญาณในพื้นที่ประสบภัย

การผนึกกำลังของ สคบ. และหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างทันท่วงทีและครอบคลุมทุกด้าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้เหยื่อน้ำท่วมใต้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ที่มา – สคบ.ผนึก “แบงก์-ประกัน-ไฟแนนซ์-มือถือ” ตั้งทีมช่วยเหยื่อน้ำท่วมใต้ เร่งเยียวยาครบวงจร

อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4: เติมส่วนที่บกพร่อง

“นายกฯ อนุทิน” หอบรัฐมนตรี-สส.ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รอบที่ 4 ชี้ น้ำลดลงแล้ว แต่ยังมีท่วมที่เขต 8 พร้อมเติมส่วนที่ขาดตกบกพร่อง ปัดตอบปมมาเฟียในพื้นที่

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และนายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ เดินออกจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการฟื้นฟูเยียวยาหลังสถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย โดยจุดแรกนายกรัฐมนตรีจะไปประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์

นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทาง ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ ล่าสุด ว่า น้ำลดลงแล้ว แต่ยังมีส่วนที่ท่วมอยู่ที่เขต 8 ตอนนี้จะเร่งลงไปเตรียมความช่วยเหลือ ส่วนใดที่ขาดตกบกพร่องจะไปเติมเต็มให้เรียบร้อย พร้อมย้ำว่าสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น และจะเร่งไปดูพี่น้องประชาชนในหลายที่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้ตรวจสอบเกี่ยวกับมาเฟียเขต 8 หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และเดินไปขึ้นเครื่องทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน เนื่องจากต้องประเมินสภาพพื้นที่อีกครั้ง.

อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4: ความคืบหน้าล่าสุด

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ล่าสุดนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงพื้นที่เป็นครั้งที่ 4 เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย การลงพื้นที่ครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด

ในการลงพื้นที่ อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4 นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดว่าระดับน้ำได้ลดลงแล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่ โดยเฉพาะในเขต 8 ที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ รัฐบาลจึงเร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นการเติมเต็มส่วนที่ยังขาดตกบกพร่อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุมและทั่วถึง

การลงพื้นที่ อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4 มีเป้าหมายอะไร?

เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ในครั้งนี้คือการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่จริง รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน และมอบความช่วยเหลืออย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย และแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของรัฐบาลที่มีต่อประชาชนในทุกสถานการณ์

  • ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบที่เกิดขึ้น
  • รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน
  • มอบความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย
  • สร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชน
  • ตรวจสอบความคืบหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่

นอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะมีการศึกษาและวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมอย่างละเอียด เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4 ครั้งนี้ ก็ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นเรื่องมาเฟียในเขต 8 นายกรัฐมนตรีกลับไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงท่าทีของรัฐบาลต่อประเด็นดังกล่าว

ถึงแม้จะมีประเด็นที่น่าสงสัยเกิดขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ และเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด ประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจจากทุกภาคส่วน เพื่อให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การวางแผนผังเมืองที่เหมาะสม และการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อลดความสูญเสียและความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

ที่มา – “อนุทิน” ไปหาดใหญ่ รอบ 4 เติมส่วนที่บกพร่อง ชี้น้ำลดลงแล้ว ปัดตอบปมมาเฟียเขต 8

“ธนกร” ประสาน ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

รมว.อุตสาหกรรม ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ไปช่วยซ่อมรถยนต์ถูกน้ำท่วม

เมื่อเวลา 10.47 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึง การลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมคณะกับนายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า ตอนนี้หาดใหญ่น้ำลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังทำงานไม่ได้ ต้องลงไปดูเรื่องเยียวยา ซึ่งในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เตรียมให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างไปช่วยซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมด้วย

“ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก รถยนต์และทรัพย์สินต่างๆ ได้รับความเสียหาย รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประสานงานกับผู้ประกอบการรถยนต์ เพื่อส่งทีมช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือในการซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ความร่วมมือจากภาคเอกชนในการ “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

การ “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วมในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยผู้ประกอบการรถยนต์หลายรายได้ตอบรับการประสานงานและเตรียมส่งทีมช่างพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นลงพื้นที่ เพื่อให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ให้กับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดในราคาพิเศษ

ขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือในการซ่อมรถยนต์

สำหรับประชาชนที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ตามช่องทางที่กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์ไว้ หรือสามารถติดต่อโดยตรงไปยังศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน และรูปถ่ายความเสียหายของรถยนต์ เพื่อประกอบการพิจารณา

ความสำคัญของการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย

การให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว การที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม ทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

มาตรการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในอนาคต

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น การสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อระบายน้ำ การให้ความรู้และฝึกอบรมประชาชนในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการภัยพิบัติ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

สรุป

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย การที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประสานงานกับผู้ประกอบการรถยนต์เพื่อส่งช่างลงใต้ไปช่วยซ่อมรถที่ถูกน้ำท่วม ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

จัดบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ จ้าง 400 บาท

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ จัดบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568! โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยมีการจ้างประชาชนจิตอาสาด้วยค่าแรง 400 บาทต่อวัน ถือเป็นโอกาสดีในการสร้างรายได้และร่วมฟื้นฟูบ้านเกิดไปพร้อมๆ กัน

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับจังหวัดสงขลาและองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้จัดการประชุมเพื่อวางแผนฟื้นฟูเมืองอย่างเร่งด่วน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู และนายก อบจ.สงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายณรงค์พร ณ พัทลุง และหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

จากข้อมูลเบื้องต้น จังหวัดสงขลามีประชากรกว่า 1.4 ล้านคน และอำเภอหาดใหญ่มีประชากรกว่า 4 แสนคน โดยเฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งบ้านเรือน ถนน ระบบสาธารณูปโภค และปัญหาขยะตกค้างจำนวนมาก เพื่อช่วยลดภาระของจุดทิ้งขยะในพื้นที่ จังหวัดสงขลาได้กำหนดจุดทิ้งขยะชั่วคราวที่ TPIPP เกาะแต้ว และประกาศจัดกิจกรรม “จัดบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่” ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ เพื่อให้เมืองกลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุดภายใน 7 วัน นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากเจ้าของรถที่จอดกีดขวางการจราจร ให้นำรถออกจากพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน

สำหรับการฟื้นฟูเมืองครั้งใหญ่ จังหวัดสงขลาได้เตรียมเครื่องจักรกลหนักจำนวนมาก เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ และ 10 ล้อ อย่างละ 100 คัน, รถ JCB 100 คัน, รถแบคโฮ 100 คัน, รถตักหน้าขุดหลัง 100 คัน, รถเก็บขยะ 10 คัน, ถุงดำกว่า 10 ล้านใบ และชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดอีกกว่า 300,000 ชุด นอกจากนี้ยังมีการระดมกำลังคนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ อาสาสมัคร จิตอาสา กำลังทหาร และชาวบ้านในชุมชนกว่า 1,000 คน พร้อมทั้งจ่ายค่าแรงวันละ 400 บาท เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม จัดบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่

การบริหารจัดการจะใช้ระบบทีมระดับหมู่บ้าน โดยแต่ละหมู่บ้านจะมีทีมปฏิบัติงานลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลที่คอยกำกับดูแลภาพรวม และประธานชุมชนกับคณะกรรมการชุมชนที่ช่วยประสานงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงทุกครัวเรือนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

จัดบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่

เพื่อให้การฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่และจังหวัดสงขลาเป็นไปตามแผนที่วางไว้และเห็นผลอย่างรวดเร็ว การมีส่วนร่วมของทุกคนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เตรียมตัวเข้าร่วมกิจกรรมจัดบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน พร้อมทั้งประสานงานกับสถานีตำรวจเพื่อเพิ่มการตรวจตราและเฝ้าระวังในช่วงหลังน้ำลด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

กิจกรรม จัดบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการฟื้นฟูเมือง แต่ยังเป็นการสร้างความสามัคคีและความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาสวยงามและน่าอยู่ดังเดิม

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเมืองหาดใหญ่ให้ดีขึ้นกันนะครับ!

ที่มา – จัดบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ จ้างประชาชนจิตอาสา ค่าแรง 400 บาทต่อวัน

พบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 รายงานการพบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย และยังคงมีผู้ที่ต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์อีกกว่า 20 ราย ท่ามกลางความโศกเศร้า หน่วยงานต่างๆ เร่งดำเนินการช่วยเหลือและจัดการกับสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

พบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย พฐ.เร่งพิสูจน์

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงพื้นที่วิกฤติได้มากขึ้น หลังจากเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงพื้นที่ก่อนหน้านี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงการพบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 20 รายที่ต้องทำการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอย่างเร่งด่วน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ระดมทีมแพทย์นิติเวช นักพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจ พร้อมด้วยรถห้องเย็น ลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน

ม.อ. เป็นศูนย์กลางจัดการศพผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม

กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เป็นศูนย์กลางในการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมในสงขลา เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนในการนับจำนวนผู้เสียชีวิตและเร่งดำเนินการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยให้หน่วยกู้ภัยรวบรวมศพและส่งไปยัง ม.อ. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษก ศป.กฉ. ได้รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน โดยข้อมูลจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 85 รายในจังหวัดสงขลา แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม 55 ราย และอีก 30 รายเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น ๆ รัฐบาลได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดยจะให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ไม่มีการกดตัวเลขให้ต่ำหรือสูงเกินจริง รัฐบาลมุ่งเน้นการสื่อสารถึงประชาชนอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วยงบประมาณจำนวนมาก

ในช่วงเย็นของวันที่ 27 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่นิติเวชจากตำรวจเดินทางไปยังห้องนิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภายในมหาวิทยาลัย โดยไม่อนุญาตให้ทีมข่าวเข้าไปสังเกตการณ์ แต่พบว่ามีเจ้าหน้าที่หลายนายเดินเข้าไปในห้องนิติเวชอย่างต่อเนื่อง

การพบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติ การจัดการกับสถานการณ์หลังภัยพิบัติและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทุกคน ควรให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและการวางแผนป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การจัดการน้ำที่ดี และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน สามารถช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติได้

ที่มา – พบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย พฐ.รอพิสูจน์อัตลักษณ์

Scroll to top