สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

เปิด 35 ชื่อโผครม.อนุทิน 2 ทูลเกล้า 30 มี.ค.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวการเมืองสุดฮอตมาอัพเดทให้ฟังกันแบบเรียลไทม์เลยครับ ครม.อนุทิน 2 กำลังจะทูลเกล้าฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคมนี้แล้ว รายงานล่าสุดจากพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าผ่านด่านตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 35 รายชื่อเรียบร้อย แม้จะมีดราม่านิดหน่อยเรื่องนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แต่พรรคเพื่อไทยส่งตัวสำรองมา 3 คน คือ นายนิกร โสมกลาง, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และนางสาวขัตติยา สวัสดิผล สุดท้ายเคาะ “นิกร” เสียบแทนที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วน “เดียร์ ขัตติยา” กับ “วิสุทธิ์” วืดไปแบบน่าเสียดาย

การตรวจสอบครั้งนี้เข้มข้นมาก เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา หน่วยงานอรหันต์ทั้งหลายได้สแกนประวัติและคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรีทุกคน ไม่มีปัญหาเว้นแค่นามสาวสุดาวรรณคนเดียว ทำให้ต้องปรับโผใหม่ พรรคเพื่อไทยแอคชั่นไว ส่งรายชื่อสำรองมาทันที และทั้งสามคนผ่านฉลุย! นี่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความร่วมมือระหว่างพรรครัฐบาลในการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้

วันจันทร์ที่ 30 มี.ค. นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะประชุมสุดท้ายกับหน่วยตรวจสอบ หากไม่มีอะไรสะดุด ก็จะนำรายชื่อทั้ง 35 คนขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนราชการทันที ครม.ชุดนี้คาดว่าจะมีทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ผสมกัน เน้นคนมีประสบการณ์จากพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วม

35 รายชื่อโผครม.อนุทิน 2

มาดูรายชื่อเต็มๆ กันเลยครับ จัดเรียงตามลำดับที่รายงานมา จะแบ่งเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้อ่านง่าย

นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีในครม.อนุทิน 2

  • 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
  • 4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • 5. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
  • 6. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • 7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • 8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลัก

  • 9. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 10. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 12. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 13. พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • 15. นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (แทนสุดาวรรณ)
  • 16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีช่วยอีกหลายท่าน เช่น ในกระทรวงคมนาคม เกษตรฯ ดิจิทัลฯ มหาดไทย ฯลฯ รวมทั้งหมด 35 ชื่อครบถ้วน รายชื่อนี้สะท้อนถึงการกระจายพอร์ตให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างลงตัว พรรคภูมิใจไทยได้หลักๆ หลายกระทรวงสำคัญ

ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้คาดว่าจะโฟกัสประเด็นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การเกษตร และดิจิทัล เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตต่างๆ ตัวอย่างเช่น นายอนุทินยังคงคุมมหาดไทย นายพิพัฒน์คมนาคมต่อเนื่อง หวังขับเคลื่อนโครงการใหญ่ๆ ได้เร็ว

ส่วนตัวผมมองว่าโผนี้แข็งแกร่ง มีทั้งทหาร นักการเมืองรุ่นเก๋า และคนรุ่นใหม่ หวังว่าจะไม่มีดราม่าคุณสมบัติเพิ่ม และเริ่มงานทันทีหลังทูลเกล้าฯ สำเร็จ คุณคิดยังไงกับ ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้? ชอบใคร หรือคาดหวังนโยบายอะไรบ้าง คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – เปิด 35 ชื่อโผ “ครม.อนุทิน 2” เตรียมทูลเกล้าฯ 30 มี.ค. ชัดแล้ว “นิกร” แทน “สุดาวรรณ”

“สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน นิกร โสมกลางเสียบแทน

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันดีกว่าครับ สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน สร้างความฮือฮาให้กับหลายๆ คน โดยเฉพาะแฟนคลับพรรคเพื่อไทยที่รอคอยการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อเสนอเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. กลับต้องอกหักเพราะไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ

สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน เกิดอะไรขึ้น?

จากรายงานเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากยื่นเอกสารตรวจประวัติและคุณสมบัติผู้สมัครดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปรากฏว่า น.ส.สุดาวรรณ ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย สาเหตุหลักๆ อาจมาจากประเด็นทางจริยธรรมหรือประวัติที่ถูกตรวจสอบโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียดชัดเจน แต่ก็ทำให้พรรคต้องปรับแผนด่วน

สุดาวรรณ ใครคือตัวเต็งที่พลาดโอกาส?

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย มีบทบาทสำคัญในฐานะรองหัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เธอเคยมีประสบการณ์ในวงการสื่อและการเมืองท้องถิ่น ทำให้ได้รับความไว้วางใจให้รับโควตาตำแหน่งกระทรวง พม. ที่ดูแลนโยบายสังคม ผู้คนหลายคนคาดหวังว่าเธอจะนำพาการเปลี่ยนแปลงด้านสวัสดิการ แต่สุดท้าย สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน ทำให้ต้องรอโอกาสครั้งหน้า

นิกร โสมกลาง ส.ส.โคราช ผู้มาแทนที่

แทนที่จะปล่อยโควตาว่าง พรรคเพื่อไทยตัดสินใจส่ง นายนิกร โสมกลาง ส.ส.นครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดน.ส.สุดาวรรณ เข้ามาแทนที่ทันที โดยจะยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติในวันเดียวกัน นายนิกรเป็น ส.ส.มือฉมังของพรรค มีประสบการณ์ยาวนานในการเมืองท้องถิ่น จังหวัดโคราช และเคยผ่านตำแหน่งสำคัญหลายครั้ง ทำให้เชื่อว่าจะผ่านฉลุยและสานต่อนโยบายได้อย่างราบรื่น

การเปลี่ยนตัวนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการการเมืองไทย เพราะคุณสมบัติรัฐมนตรีต้องสะอาด 100% ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่มีพฤติกรรมร้ายแรง ไม่ล้มละลาย ไม่ถูกศาลสั่งลงโทษ ฯลฯ

ผลกระทบจากการตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีไม่ผ่านของสุดาวรรณ

แม้จะเป็นแค่ 1 ตำแหน่ง แต่ส่งผลต่อภาพรวมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร พิชัยยุทธ พรรคเพื่อไทยที่เป็นหัวหอกหลัก ต้องเร่งปรับโควตาเพื่อไม่ให้ล่าช้า กระทรวง พม. เป็นกระทรวงสำคัญที่ดูแลผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และปัญหาสังคม หากว่างนานอาจกระทบการดำเนินนโยบายเร่งด่วน

  • ข้อดีของนิกร โสมกลาง: มีฐานเสียงแข็งในภาคอีสาน รู้ปัญหาท้องถิ่นดี
  • ความเสี่ยง: ต้องรอผลตรวจคุณสมบัติ หากไม่ผ่านอีก อาจวุ่นวาย
  • โอกาสสำหรับสุดาวรรณ: อาจได้ตำแหน่งอื่นหรือรอครม.ปรับปรุง
  • ภาพรวมพรรค: แสดงถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัว

จากมุมมองของผม การที่ สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน เป็นบทเรียนให้ทุกพรรคต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่แรก ระบบตรวจสอบที่เข้มงวดนี้ช่วยยกระดับคุณภาพรัฐมนตรีได้จริง

อย่างไรก็ตาม เราควรติดตามต่อว่าครม.ชุดนี้จะเดินหน้าได้เร็วแค่ไหน และนโยบายเด่นๆ จะออกมาเมื่อไหร่ คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ!

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจประเด็นนี้ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ ด้วยกัน

ที่มา – “สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน จับตา “นิกร โสมกลาง” สส.โคราช เสียบแทน

รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจแล้ว

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ เกี่ยวกับ รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลคึกคักมาก เมื่อทีมงานของว่าที่รัฐมนตรีหลายคนตบเท้าส่งเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติกันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะวันที่ 23 มี.ค. 2567 ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มีผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน

รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจคุณสมบัติแล้ว

รายชื่อรัฐมนตรีทั้งหมดของ ครม.อนุทิน 2 ได้ถูกส่งไปยัง 8 หน่วยงานสำคัญเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่ามีชื่อของน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยรวมอยู่ด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ทุกคนต่างรอคอยผลการตรวจสอบที่ต้องโปร่งใสและรวดเร็ว โดยสลค.ตั้งเป้าจะเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์

ความคืบหน้าการยื่นเอกสารของพรรคต่างๆ

ฝั่งพรรคเพื่อไทยส่งเอกสารครบทีมแล้ว รวมถึงน.ส.สุดาวรรณ ที่คาดว่าจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย ในโผรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส.กาญจนบุรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็ไม่น้อยหน้า นายวัชระพล ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ส่งเอกสารเพื่อนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ เวลา 13.15 น. ตามด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เวลาต่อมา นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ยังมีรายชื่ออื่นๆ ที่ส่งทีมงานมาแล้ว เช่น นายสรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

8 หน่วยงานหลักที่ตรวจสอบคุณสมบัติ

เพื่อให้มั่นใจในคุณสมบัติของรัฐมนตรีทุกคน สลค.ได้ส่ง รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ไปยังหน่วยงานตรวจสอบทั้ง 8 แห่ง ดังนี้

  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) – ตรวจประวัติอาชญากรรม
  • สำนักงานศาลยุติธรรม – ตรวจคดีความในศาล
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) – ตรวจทุจริต
  • สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ – ตรวจด้านรัฐธรรมนูญ
  • กรมบังคับคดี – ตรวจหนี้สิน
  • คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) – ตรวจคุณสมบัติการเลือกตั้ง
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) – ตรวจผลประโยชน์ทับซ้อน
  • สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) – ตรวจคดีอาญา

หากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น สลค.จะสอบถามความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทันที นี่เป็นกระบวนการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทำให้ประชาชนมั่นใจในรัฐบาลชุดใหม่

ครม.อนุทิน 2 นี้มาจากการเจรจาของพรรคการเมืองหลักอย่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การจัดสรรโควตารัฐมนตรีสะท้อนถึงพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ช่วยให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการแก้ปัญหาสังคม

ในมุมมองของผม การตรวจสอบคุณสมบัติที่รวดเร็วแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการทำงานโปร่งใส หวังว่ารัฐมนตรีทุกท่านจะผ่านฉลุยและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที คุณคิดอย่างไรกับโผครม.ชุดนี้? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะครับ ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจคุณสมบัติแล้ว ยันมีชื่อ “สุดาวรรณ” ด้วย

“วิสุทธิ์” เชื่อ หาก “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนแทนได้

การเมืองไทยในช่วงจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลเตรียมส่งรายชื่อว่าที่รัฐมนตรี 8 คนให้พรรคภูมิใจไทย ล่าสุด “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้แสดงความมั่นใจในประเด็นนี้ โดยเชื่อว่ารายชื่อที่เสนอไปจะไม่มีปัญหาใหญ่โต แม้บางชื่อจะมีประเด็นคดีติดตัว

“วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้

จากข้อมูลเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 นายวิสุทธิ์ เปิดเผยว่าพรรคกำลังรอความชัดเจนในการแจ้งรายชื่อทั้ง 8 คนในงานสัมมนาพรรคที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่สมาชิกพรรคจะได้ทราบรายชื่อจริงๆ หลังจากที่มีข่าวลือและรายชื่อปลอมหลุดออกมาหลายรอบในโซเชียลมีเดีย

ประเด็นร้อนที่หลายคนกังวลคือชื่อของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. แต่ น.ส.สุดาวรรณ กำลังเผชิญปัญหาคดีบุกรุกที่ดินของรัฐบริเวณหาดสวนยา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา จะเป็นอย่างไร

นายวิสุทธิ์ ยืนยันว่าไม่แน่ใจว่าปัญหานี้จะกระทบต่อการรับตำแหน่งหรือไม่ แต่หากเกิดปัญหาจริง พรรคก็พร้อมส่งชื่อบุคคลในเครือข่ายของ น.ส.สุดาวรรณ มาดำรงตำแหน่งแทนได้ทันที โดยระบุว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการวางแผนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีบุคลากรที่พร้อมรอคิวอยู่แล้ว

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงกระแสภายในพรรคต่อรายชื่อที่เสนอ นายวิสุทธิ์ มองว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่จะมีความเห็นต่างกัน บางคนพอใจ บางคนไม่ แต่ทุกคนต้องเคารพมติพรรค และเชื่อว่าจะไม่เกิดแรงกระเพื่อมใดๆ ในพรรค โดยเฉพาะในกลุ่ม ส.ส. ส่วนใหญ่

โควตารัฐมนตรีเพื่อไทยและบทบาทของนิวเจน

ที่น่าสนใจคือ รายชื่อที่หลุดออกมามี ส.ส.รุ่นใหม่ หรือกลุ่มนิวเจนของพรรคเพื่อไทย ได้รับโควตาหลายที่นั่ง นายวิสุทธิ์ ให้ความเห็นว่า อาจเป็นเพราะกลุ่มนี้มีความสามารถสูงกว่า “คนเก่าๆ มืออาจไม่ถึง” แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับมติพรรค ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร

  • พรรคเพื่อไทยส่งโควตา 8 ที่นั่งให้พรรคภูมิใจไทยตรวจสอบ
  • รอประกาศอย่างเป็นทางการในสัมมนา 24 มี.ค.
  • กรณีสุดาวรรณ: มีคดี DSI แต่พร้อมแผนสำรอง
  • ไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค
  • นิวเจนได้โอกาสแสดงศักยภาพ

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยในการเตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคทางกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่พบบ่อยในการเมืองไทย โดยเฉพาะคดีเก่าจากหน่วยงานรัฐที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจจากนายวิสุทธิ์ ทำให้แฟนๆ พรรคเพื่อไทยโล่งใจ และจับตาดูการประชุมพรรคในวันดังกล่าว

สำหรับคดีหาดสวนยา เป็นคดีบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งเกิดขึ้นมานาน และยังอยู่ในขั้นสอบสวน หากศาลยังไม่ตัดสินขาด น.ส.สุดาวรรณ อาจยังมีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งได้ตามกฎหมาย แต่เพื่อความปลอดภัย พรรคเลือกมีแผน B ไว้แล้ว

สุดท้ายนี้ “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้ เป็นตัวอย่างของความเป็นมืออาชีพในการเมืองไทยที่พรรคใหญ่ต้องมี พรรคเพื่อไทยแสดงศักยภาพในการปรับตัวได้ดี ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้าม คุณคิดว่ารายชื่อสุดท้ายจะเป็นอย่างไร? หรือสุดาวรรณจะรอดพ้นปัญหาคดีได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดกับเรา!

ที่มา – “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้

“อนุทิน” คาดตรวจสอบคุณสมบัติ ครม. 1 สัปดาห์ ไม่ช้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวอัปเดตสุดร้อนจากวงในรัฐบาลเลยนะครับ “อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ยืนยันไม่ช้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี พูดแบบนี้หลังรับรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยมาแล้ว สัญญาว่าจะเร่งตรวจสอบให้เสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์แน่นอน มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

“อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์

วันที่ 20 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะครับ) นายอนุทิน กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ได้รับรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว และมอบให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติทันที โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะต้องผ่านการพิจารณาจาก 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช., กรมบังคับคดี, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และอื่นๆ อีกมากมาย

นายอนุทิน ย้ำชัดว่า “อยากให้เร็วที่สุด” และถามกลับนักข่าวว่า “วันนี้ 20 มีนาคมใช่ไหม?” เพื่อยืนยันว่าการตรวจสอบจะเสร็จทันกำหนด ไม่เกินก่อนวันสงกรานต์ 13 เมษายนนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลชุดใหม่ในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด เพื่อเดินหน้าทำนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน

กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรีเป็นอย่างไร?

สำหรับคนที่สงสัยว่าการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรีทำอะไรบ้าง ลองมาดูขั้นตอนแบบสรุปกันครับ โดยทั่วไปต้องตรวจประวัติ ไม่มีคดีติดตัว ไม่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน นี่คือหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง:

  • สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) – ประสานงานหลัก
  • คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) – ตรวจทรัพย์สิน
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) – ตรวจคดีอาญา
  • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา – ตรวจด้านกฎหมาย
  • สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) – ตรวจการเงิน
  • และอีก 12 หน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย, ป.ป.ท. เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ต้องส่งผลกลับมาให้ สลค. ก่อนสรุปส่งนายกรัฐมนตรี เพื่อทูลเกล้าฯ ถ้าผ่านหมด ก็พร้อมประกาศใช้ทันทีครับ

ปัดตอบกรณี “สุดาวรรณ” ถูก DSI ออกหมายเรียก รุกที่ดินหาดสวนยา

อีกประเด็นที่สื่อถามเยอะคือชื่อนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ติดโผว่าที่รัฐมนตรี แต่ DSI ออกหมายเรียกคดีรุกที่ดินหาดสวนยา นายอนุทิน ตอบสั้นๆ ว่า “ยังไม่ทราบ” และย้ำว่าต้องรอพระราชโปรดเกล้าฯ ก่อนถึงจะเปิดเผยได้ ยืนยันว่ามีแนวทางชัดเจนตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หากใครมีปัญหาจะไม่ดำเนินการต่อ

ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโจมตีเรื่องคดีเก่าๆ นายอนุทิน ก็ไม่ตอบ แต่เปลี่ยนไปย้ำเรื่องเร่งทูลเกล้าฯ สิ้นเดือนนี้ ถ้าไม่มีปัญหาแม้แต่คนเดียว

ข่าวนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเร่งเครื่องเต็มที่ เพื่อให้ครม.ชุดใหม่上路เร็วๆ ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนรอคอยกันมานาน คุณคิดว่าครม.ชุดนี้จะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีกไหม? จากที่เห็น รายชื่อสำรองก็ส่งตรวจไปด้วยนะครับ (นายกฯ หัวเราะเบาๆ)

สรุปแล้ว “อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ยืนยันไม่ช้า จริงๆ ด้วย ถ้าทุกอย่างราบรื่น เราจะได้เห็นครม.ใหม่ทำงานก่อนสงกรานต์แน่นอน ในมุมมองผม การเร่งแบบนี้ดีมาก เพราะประเทศต้องการผู้นำที่พร้อมลุยทันที ไม่รอช้า ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้เลยครับ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคาดหวังนโยบายอะไรจากครม.ชุดใหม่บ้าง!

ที่มา – “อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ยืนยันไม่ช้า

รมว.ยุติธรรม ไม่ทราบรายละเอียด ดีเอสไอเรียกพ่อลูก “หวังศุภกิจโกศล”

กรณีรมว.ยุติธรรม ไม่ทราบรายละเอียด ดีเอสไอเรียกพ่อลูก “หวังศุภกิจโกศล” คดีรุกที่เลี้ยงสัตว์กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย ล่าสุด พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จากพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาปฏิเสธความรู้เกี่ยวกับรายละเอียดของคดีนี้ โดยยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่จะดำเนินการเอง ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง

รมว.ยุติธรรม ไม่ทราบรายละเอียด ดีเอสไอเรียกพ่อลูก “หวังศุภกิจโกศล” คดีรุกที่เลี้ยงสัตว์

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 20 มีนาคม 2567 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตรงกับช่วงที่นักข่าวสอบถามพล.ต.ท.รุทธพลเกี่ยวกับการที่นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในคดีบุกรุกที่ดินทำเลี้ยงสัตว์บริเวณหาดสวนยา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นลูกสาว ได้ขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกไป

รายละเอียดคดีบุกรุกที่ดินเลี้ยงสัตว์ จ.อุบลราชธานี

คดีนี้เกี่ยวข้องกับข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นพื้นที่ทำเลี้ยงสัตว์หาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดย DSI ได้รับแจ้งเบาะแสและดำเนินการสอบสวนมานาน พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญเพราะเป็นป่าไม้และที่ดิน สปปช. (สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร) ทำให้คดีนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด นายวีรศักดิ์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว ได้ให้การต่อ DSI แล้ว ขณะที่ลูกสาวขอเลื่อนเพราะเหตุผลส่วนตัว

  • สถานที่: หาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
  • ข้อหาหลัก: บุกรุกที่ดินทำเลี้ยงสัตว์ของรัฐ
  • ผู้เกี่ยวข้องหลัก: นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
  • หน่วยงานสอบสวน: กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

คำตอบจากรมว.ยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำชัดว่า “ยังไม่ทราบรายละเอียด” และ DSI เป็นผู้เรียกตัวเอง เมื่อถูกถามถึงการเลื่อนของน.ส.สุดาวรรณ ก็ตอบว่าไม่ทราบเช่นกัน นอกจากนี้ยังยืนยันว่า DSI ไม่ได้แจ้งให้กระทรวงยุติธรรมทราบเบื้องต้น เพราะเป็นกระบวนการสอบสวนปกติ เมื่อนักข่าวย้ำว่านายวีรศักดิ์มองว่าเป็นประเด็นการเมือง รมว.ยุติธรรมโต้ว่า “ไม่น่าจะใช่ เพราะเป็นเรื่องคดีที่ DSI ดำเนินการอยู่แล้ว” คำตอบนี้ช่วยคลายความสงสัยว่าคดีนี้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่

ตระกูลหวังศุภกิจโกศลถือเป็นตระกูลนักการเมืองชื่อดังในจังหวัดอุบลราชธานี นายวีรศักดิ์เคยเป็น ส.ส.อุบลราชธานี สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา (ชท.) และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยคมนาคม ขณะที่น.ส.สุดาวรรณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย รองหัวหน้าพรรค ทำให้คดีนี้กระทบภาพลักษณ์ทั้งสองพรรค

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ คดีบุกรุกที่ดินเป็นปัญหาคลาสสิกในไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทที่มักเกิดข้อพิพาทระหว่างเอกชนและรัฐ DSI จึงเข้ามารับผิดชอบเพราะเป็นคดีพิเศษ กรณีนี้หากพิสูจน์ได้ว่ามีการบุกรุกจริง อาจนำไปสู่การยึดคืนที่ดินและลงโทษตามกฎหมาย ป่าไม้ พ.ร.บ.ป่าไม้ หรือ สปก.

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ DSI ดำเนินคดีกับนักการเมืองข้ามพรรค แสดงถึงความเป็นกลางของกระบวนการยุติธรรมไทยในยุคนี้ หากคุณเป็นคนอุบลราชธานี คงคุ้นเคยกับพื้นที่หาดสวนยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเกษตรกรรมสำคัญ

สรุปแล้ว กรณีรมว.ยุติธรรม ไม่ทราบรายละเอียด ดีเอสไอเรียกพ่อลูก “หวังศุภกิจโกศล” คดีรุกที่เลี้ยงสัตว์นี้เน้นย้ำว่ากฎหมายต้องมาก่อนการเมือง ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมยึดหลักนี้อย่างเคร่งครัด ในอนาคต คาดว่าจะมีพัฒนาการเพิ่มเติมจาก DSI

คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? มันเป็นเรื่องกฎหมายล้วนๆ หรือมีสีสันทางการเมืองซ่อนอยู่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองไทยแบบอัพเดท!

ที่มา – รมว.ยุติธรรม ไม่ทราบรายละเอียด ดีเอสไอเรียกพ่อลูก “หวังศุภกิจโกศล” คดีรุกที่เลี้ยงสัตว์

“ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” ครอบครัว ปมรุกที่สาธารณะ

ข่าวใหญ่ในวงการการเมืองไทยกำลังร้อนแรง เมื่อ “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ ที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณหาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี คดีนี้เป็นคดีพิเศษที่ 119/2566 ซึ่ง DSI กำลังสอบสวนอย่างเข้มข้น โดยเกี่ยวข้องกับนักการเมืองชื่อดังและธุรกิจครอบครัว

“ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ

คดีนี้เกิดจากพฤติกรรมบุกรุกที่ดินสาธารณะเพื่อขุดบ่อเก็บน้ำ 3 บ่อ รวมพื้นที่กว่า 16-1-58.4 ไร่ เพื่อนำน้ำไปใช้ในโรงงานผลิตแป้งมันของบริษัทเอกชนที่ครอบครัวเป็นเจ้าของ ที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ของประชาชนและติดริมแม่น้ำ จึงเป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ทุกคนใช้ร่วมกัน การกระทำดังกล่าวถือเป็นการยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์โดยมิชอบกฎหมาย

รายชื่อผู้ถูกออกหมายเรียกและข้อกล่าวหา

  • นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ กำนันป้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยฯ พ่อของสส.สุดาวรรณ
  • นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ เจ๊หน่อย นายกอบจ.นครราชสีมา ภรรยาของนายวีรศักดิ์
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รักษาการ รมว.พม. สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย
  • บริษัทแป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

ข้อหาที่ถูกแจ้งคือ ร่วมกันบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์โดยขุดบ่อน้ำในที่ดินรัฐ ที่สาธารณประโยชน์ และที่ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบ 108 ทวิ วรรคสอง, มาตรา 54, 55 ประกอบ 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484, มาตรา 360 และ 83 ประมวลกฎหมายอาญา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 เวลา 08.30 น. DSI ออกหมายเรียกให้ทั้ง 4 รายเข้ารับทราบข้อหาที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กำหนดเวลา 10.00 น. นายวีรศักดิ์หรือกำนันป้อ เดินทางมาพร้อมทีมงานและปรากฏตัวต่อสื่อ โดยให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่มาพบตามหมายเรียก เอกสารชี้แจงจะให้หลังเสร็จสิ้น” ขณะที่นางยลดาส่งเอกสารขอเลื่อน ส่วนน.ส.สุดาวรรณมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครองเนื่องจากสมัยประชุมสภา ยังไม่แจ้งว่าจะมา یا ส่งทนาย

ดีเอสไอ ออกหมายเรียก สส.สุดาวรรณ และครอบครัว ปมบุกรุกที่สาธารณะ

คดีนี้ยังเชื่อมโยงกับคดีพิเศษอื่นๆ เช่น คดีที่ 154/2562 ที่นายธรรมรงค์ ทองแดง ซึ่งมีหมายจับหลบหนี เป็นผู้ขายที่ให้บริษัทครอบครัวนี้ พบความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง ธุรกิจ และนายทุนบุกรุกที่ดินสาธารณะ ก่อนหน้านี้ ผู้ถูกหาว่าพยายามส่งเอกสารขอความเป็นธรรม ทำให้การสอบสวนเลื่อนมาเรื่อยๆ แต่ DSI ตัดสินใจออกหมายเรียกใหม่เพื่อเร่งรัด

พื้นที่หาดสวนยาคือแหล่งทรัพยากรสำคัญของชาวบ้านในอุบลราชธานี การบุกรุกเช่นนี้ไม่เพียงกระทบสิทธิประชาชน แต่ยังเป็นตัวอย่างของปัญหาการใช้อำนาจและเส้นสายในการเมืองไทย คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองและธุรกิจครอบครัวอย่างโปร่งใส

ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายชี้ว่า หากศาลรับฟ้อง คดีบุกรุกที่สาธารณะอาจนำไปสู่โทษจำคุกและปรับสูง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล นอกจากนี้ เอกสิทธิ์ สส.ของน.ส.สุดาวรรณอาจถูกวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญหากจำเป็น

ในมุมมองของผู้เขียน คดี “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้ประชาชนตื่นตัวกับการใช้วิถีชีวิตนักการเมือง คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อติดตามความคืบหน้า!

ที่มา – “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ

ประวัติ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เก้าอี้รัฐมนตรีเหนียว

วันนี้เรามาส่องประวัติ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปุ๋ง” สาวนักการเมืองไฟแรงจากพรรคเพื่อไทย ที่เก้าอี้รัฐมนตรียังเหนียวแน่น ลือกันว่าจ่อนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในครม.อนุทิน 2 เรียกได้ว่าเป็นลูกสาวกำนันป้อ ผู้มีฐานะนักธุรกิจโรงแป้งมันชั้นนำของไทย ผสมผสานระหว่างธุรกิจและการเมืองได้อย่างลงตัว

ประวัติ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2525 ปัจจุบันอายุ 43 ปี เธอเป็นลูกสาวคนโตของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ “กำนันป้อ” อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมกับกระทรวงพาณิชย์ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ส่วนแม่คือ ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ “มาดามหน่อย” นายก อบจ.นครราชสีมา ในปัจจุบัน ครอบครัวนี้คือ “บ้านใหญ่” ทางการเมืองและธุรกิจแป้งมันระดับท็อปของประเทศ

ก่อนเข้าสู่สนามการเมือง สุดาวรรณเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด มีน้องชายชื่อนายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล และสมรสกับนายนิกร โสมกลาง ส.ส.นครราชสีมา เขต 8 ทำให้ฐานครอบครัวแข็งแกร่งทั้งในแวดวงธุรกิจและการเมือง

การศึกษาของสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

ด้านการศึกษา สุดาวรรณจบปริญญาตรีเทคโนโลยีธรณี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พื้นฐานวิศวกรทำให้เธอมี mindset แน่นเรื่องการแก้ปัญหาและลงพื้นที่จริงจัง

เส้นทางทางการเมืองที่รุ่งโรจน์

แม้จะเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อมาไม่นาน แต่ประวัติ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ในวงการรัฐมนตรีนั้นอลังการสุดๆ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสม:

  • อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  • อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ ปี 2566
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ ปี 2569

ล่าสุด วันที่ 16 มีนาคม 2569 ชื่อของเธอยังติดโผรัฐมนตรีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในครม.อนุทิน 2 แสดงให้เห็นว่าเก้าอี้รัฐมนตรีของเธอยังเหนียวแน่น ด้วยกลุ่มพลังหญิงพรรคเพื่อไทย

บุคลิกของปุ๋งคือสาวสุภาพ อ่อนน้อม สไตล์ “นิ่ง สงบ สยบความเคลื่อนไหว” ให้เกียรติผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานเสมอ ซึ่งเป็นหลักที่กำนันป้อสอนลูกๆ แต่ภายใต้ความเรียบร้อยนั้น เธอลงพื้นที่เกาะติดงานแบบวิศวกรโรงงานแป้งมันตัวจริง ไม่แพ้ใคร

ครอบครัวหวังศุภกิจโกศลไม่ได้มีดีแค่ธุรกิจแป้งมันที่เป็นผู้นำตลาด แต่ยังเป็นอิทธิพลทางการเมืองในนครราชสีมา เมื่อพ่อแม่ลงสนาม สุดาวรรณก็ต่อยอดความสำเร็จ เธอผสานความรู้วิศวกรรมเข้ากับนโยบายรัฐ ช่วยพัฒนาหลายกระทรวงให้ก้าวหน้า

ในตำแหน่งใหม่ที่คาดว่าจะได้รับ สุดาวรรณน่าจะโฟกัสเรื่องพัฒนาสังคม ความมั่นคงมนุษย์ เช่น สวัสดิการผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเยาวชน ด้วยประสบการณ์จากกระทรวงก่อนหน้า เธอพร้อมนำนวัตกรรมมาปรับใช้

การเมืองไทยยุคนี้ ผู้หญิงอย่างสุดาวรรณคือตัวอย่างที่ดี เริ่มจากธุรกิจครอบครัว สู่เวทีชาติ เก้าอี้รัฐมนตรีเหนียวเพราะผลงานและฐานะครอบครัว หากเธอได้นั่ง ครม.อนุทิน 2 คงมีนโยบายเจ๋งๆ ออกมาแน่

คุณคิดอย่างไรกับประวัติ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และบทบาทในรัฐบาลใหม่? คอมเมนต์ด้านล่าง แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข้อมูลการเมืองล่าสุดกันเถอะ!

ที่มา – ประวัติ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เก้าอี้รัฐมนตรียังเหนียว นั่งรมว.พัฒนาสังคมฯ ในครม.อนุทิน 2

เพื่อไทย ปัดข่าว สส.ไม่พอใจเก้าอี้ รมต. ป้องประเสริฐ

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุ พรรคเพื่อไทยออกมาเคลียร์ข่าวลือที่แพร่สะพัดเกี่ยวกับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี โดยยืนยันว่าไม่มี สส. ไม่พอใจแต่อย่างใด ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงประเด็นร้อนนี้อย่างชัดเจน

เพื่อไทย ปัดข่าว สส.ไม่พอใจเก้าอี้ รมต. ป้อง “ประเสริฐ” ไม่ขาดคุณสมบัตินั่งครม.

เพื่อไทย ปัดข่าว สส.ไม่พอใจเก้าอี้ รมต. ป้อง “ประเสริฐ” ไม่ขาดคุณสมบัตินั่งครม. เรียบร้อยแล้ว โดยนายจุลพันธ์ ระบุว่าพรรคจะนัดประชุมใหญ่ในวันที่ 14 มีนาคม 2567 เพื่อเคาะชื่อรัฐมนตรีทั้ง 5 ตำแหน่ง ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการ 3 ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วย 1 ตำแหน่ง และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 ตำแหน่ง แม้จะยังไม่มีชื่อชัดเจน แต่ยืนยันว่าการตัดสินใจจะเป็นไปตามกลไกพรรค รับฟังความเห็นจาก สส. และสมาชิกทุกคน

กระแสข่าวที่ว่ามี สส. เพื่อไทยไม่พอใจเพราะเก้าอี้ตกเป็นของกลุ่มโคราช โดยเฉพาะนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อนครราชสีมา นั้น นายจุลพันธ์ ปฏิเสธทันควัน "ไม่มีมุ้ง ไม่มีกลุ่ม พรรคเพื่อไทยยึดหลักคุณสมบัติ ความถนัด และประสบการณ์เป็นหลัก ไม่มีใครไม่พอใจ กระแสข่าวเหล่านี้มาจากแหล่งข่าวที่หาตัวไม่ได้" เขากล่าว

ป้องประเสริฐ ไม่ขาดคุณสมบัติ ยังไม่มีกระบวนการเอาผิด

สำหรับประเด็นร้อนเรื่องนายประเสริฐ ที่มีข่าวติดคดี จนอาจขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ ยืนยันให้ความเป็นธรรม "ยังไม่มีกระบวนการเอาผิดใดๆ ยังไม่มีมติส่งชื่อใครชัดเจน พรรคจะตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าขาดคุณสมบัติ" นอกจากนี้ ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ที่มีชื่อนางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม ก็ยังไม่ฟันธง ต้องรอประชุม 14 มี.ค. และมติกรรมการบริหารพรรคก่อน

เพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลลำดับ 2 จะจัดสรรตำแหน่งให้เหมาะสม โดยรอพิธีเปิดสภา เลือกประธานสภา และนายกฯ ก่อน การพูดคุยจะเน้นบุคคลที่ขับเคลื่อนโยบายแก้ปัญหาชาวบ้านได้จริง ไม่ใช่เรื่องจำนวนเก้าอี้ที่ไม่พอ สส.

  • กำหนดการสำคัญ: ประชุมพรรค 14 มี.ค. เคาะชื่อครม.
  • โควตาเพื่อไทย: รมว. 3, รมช. 1, รองประธานสภา 1
  • หลักการเลือก: คุณสมบัติ ถนัด ประสบการณ์ ไม่มีกลุ่มก๊วน
  • สถานะประเสริฐ: ไม่ขาดคุณสมบัติ ยังบริสุทธิ์

แม้จะมีข่าวลือ แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่มีขัดแย้งภายใน สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของพรรคที่แข็งแกร่ง สามารถจัดการเรื่องภายในได้อย่างมืออาชีพ

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การเคลียร์ข่าวลือแบบนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ดี หากเพื่อไทยเลือกคนเหมาะสมจริง ผลงานคงตามมาแน่นอน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – เพื่อไทย ปัดข่าว สส.ไม่พอใจเก้าอี้ รมต. ป้อง “ประเสริฐ” ไม่ขาดคุณสมบัตินั่งครม.

Scroll to top