สุรากลั่น

ผลิตสุราชุมชน ต้องขอใบอนุญาตกรมสรรพสามิต

เคยลองดื่มสุราชุมชนแล้วติดใจจนอยากทำเองบ้างไหม? รสชาติแท้ๆ จากวัตถุดิบท้องถิ่น สตอรี่สุดเข้มข้น แต่ถ้าอยากเป็นผู้ผลิตสุราชุมชนจริงจัง ต้องไม่ลืมเรื่องสำคัญคือการขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิตนะเพื่อนๆ! วันนี้เราจะพาไปส่องกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.สุราชุมชน ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 6 มิ.ย. 2568 เปิดโอกาสให้เกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย ผลิตสุราท้องถิ่นได้ถูกกฎหมาย เพิ่มรายได้ สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้ชุมชนเข้มแข็ง

กฎหมายนี้แก้ไขมาตรา 153 ของ พ.ร.บ.สรรพสามิตเดิม หากอยากผลิตสุรา หรือมีเครื่องกลั่นต้องยื่นขออธิบดีกรมสรรพสามิตก่อน และตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กฎกระทรวงที่กำลังมา จะช่วยให้กลุ่มเกษตรใช้ผลผลิตในประเทศผลิตสุราชุมชนเพื่อขายได้ สุราที่ได้อาจมีสีหรือกลิ่นตามธรรมชาติ ไม่ต้องใสบริสุทธิ์แบบอุตสาหกรรม สุดยอดไปเลย!

สุราชุมชน คืออะไรกันแน่?

สุราชุมชน คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตโดยคนในชุมชน มีทั้งแบบแช่อย่างอุ สาโท และแบบกลั่นอย่างสุราขาว สุรากลั่นได้จากพืชน้ำตาลอย่างอ้อย ข้าว ข้าวโพด หมักกับยีสต์ ยีสต์กินน้ำตาลหมดกลายเป็นแอลกอฮอล์ แล้วกลั่นซ้ำๆ จนได้สุราขาวใสๆ ไม่ผสมสีหรือสารเคมี ธรรมชาติสุดๆ

ยุคนี้สุราชุมชนดังมาก ทั้งคุณภาพ รสชาติ สตอรี่จากชุมชน เห็นได้จากอีเวนต์ชิม เหล้าขาว เหล้าป่า ที่กลุ่มผู้ผลิตรวมตัวพัฒนา เพื่อดันเศรษฐกิจชุมชนให้โลก biếtจัก สุราชุมชนไทยมีเสน่ห์ไม่แพ้แบรนด์ดัง!

สีสันของสุราชุมชน บอกเล่าเรื่องราวการผลิต

สีของสุราชุมชนแต่ละแบบ บอกวิธีผลิตและวัตถุดิบท้องถิ่นได้ชัดเจนเลย เช่น

  • สุราขาวใส (Crystal Clear/White Liquor): กลั่นดึงแอลกอฮอล์และกลิ่นระเหย สีขาวใสตามธรรมชาติ ไม่บ่ม ยอดฮิตในชุมชน
  • สุราสีน้ำตาล (Brown Spirit): บ่มในถังไม้โอ๊กหรือไม้ท้องถิ่น สีเหลืองทองถึงน้ำตาลเข้ม ยิ่งเข้มยิ่งบ่มนาน รสชาติซับซ้อน
  • สุราสมุนไพร/ดองยา: สีตามสมุนไพร เช่น น้ำตาลเข้มจากเปลือกไม้ แดงจากโสม เอกลักษณ์ท้องถิ่น
  • สุราแช่ (อุ สาโท): สีเหลืองนวล น้ำตาลใส ขาวขุ่น จากข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ

ผลิตสุราชุมชน ไม่เพื่อการค้า ทำยังไง?

ผลิตสุราชุมชน ต้องได้รับอนุญาตก่อน

อยากผลิตสุราชุมชน ไม่ใช่ทำเล่นๆ นะ ต้องขอใบอนุญาตกรมสรรพสามิต ไม่ว่าจะสุราแช่ สุรากลั่นขาว สุราสามทับ หรือกลั่นอื่นๆ เงื่อนไขต่างกัน สำหรับผลิตเพื่อขาย ต้องเป็นนิติบุคคล วิสาหกิจชุมชน สถานที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นเขตเกษตรหรืออุตสาหกรรม มีระบบบำบัดน้ำเสียครบ ดูรายละเอียดหลักเกณฑ์ คลิกที่นี่

แต่ถ้าผลิตสุราชุมชนไม่เพื่อขาย ง่ายกว่า! เป็นบุคคลธรรมดาอายุ 20+ ปี สหกรณ์ กลุ่มเกษตร วิสาหกิจชุมชน นิติบุคคลไทย 100% สถานที่กว้างพอ ไม่เดือดร้อนใคร ไม่ใช่โรงของรายอื่น และผลิตไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี เพื่อบริโภคเองเท่านั้น อ้างอิง กรมสรรพสามิต

ตัวอย่างสุราชุมชนดังของไทย

สุราชุมชนไทยเจ๋งมาก มีหลายแบรนด์น่าโดน ลองเช็กลิสต์:

  • สังเวียน (Sangvein) สุพรรณบุรี
  • ฃไวต์ชาร์ค (White Shark) ชลบุรี
  • อัสดง (Assa Dong) น่าน
  • กลุ่มประชาชื่น น่าน
  • ตำนาน ตราด
  • เทพนม สาโท หมีด นนทบุรี
  • สยามสาโท นครราชสีมา
  • จันเป๋ง ลำพูน
  • เฮฮา สาโท สุรินทร์
  • Cold Cat Brewing สมุทรปราการ
  • ออนซอน (Onson) สกลนคร
  • Siam Gin กาญจนบุรี
  • แลงมาเซ (Langmaze) เชียงราย
  • โกษาปาน (Kosapan) นนทบุรี
  • กิโลสปิริต (Kilo Spirits) กระบี่
  • สบายสบ๊าย (Sabye – Sabai)
  • ข้าวหอม (Kao Hom) ชัยภูมิ
  • เหม๊าะ น่าน
  • สาโทเมืองกรุง x Guide Brew
  • บำเรอ เชียงราย
  • NAPA สุพรรณบุรี
  • Phaicraft เชียงใหม่

เห็นมั้ย สุราชุมชนกระจายทั่วไทย แต่ละที่รสชาติไม่ซ้ำ ลองไปชิมแล้วติดใจ อยากลองผลิตเองใช่มั้ย? การผลิตสุราชุมชนไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังสืบสานวัฒนธรรม สร้างความภาคภูมิใจให้ชุมชน ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มจากศึกษากฎเกณฑ์ ขอใบอนุญาต แล้วลงมือเลย สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยกันนะ!

ที่มา – ดริ๊งค์แล้วติดใจ อยากเป็นผู้ผลิต “สุราชุมชน” ต้องไม่ลืมขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต

ขึ้นทะเบียน GI “ไอริช วิสกี้” ภูมิปัญญากว่า 500 ปี

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัว GI “ไอริช วิสกี้” สุรากลั่นจากธัญพืชบนเกาะไอร์แลนด์ รสชาติแห่งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมากว่า 500 ปี

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “ไอริช วิสกี้” สุรากลั่นจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) ลำดับที่ 25 ของต่างประเทศ (ลำดับที่ 11 ของสหภาพยุโรป) ที่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพ มาตรฐาน และแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างแท้จริง อีกทั้งยังสะท้อนพัฒนาการความร่วมมือที่ดีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามีภารกิจในการให้ความคุ้มครอง GI แก่สินค้าไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีชื่อเสียง มีความเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต และมีประวัติศาสตร์การผลิตมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ การคุ้มครองสินค้า GI ของต่างประเทศในไทยนั้น ถือเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนและต่อยอดความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการนำสินค้า GI ไทยไปขึ้นทะเบียนและได้รับการคุ้มครองในต่างประเทศเช่นกัน โดยล่าสุด กรมฯ ได้ประกาศให้ “ไอริช วิสกี้” เป็นสินค้าจากต่างประเทศที่ได้รับ GI ลำดับที่ 25 ในไทย

ขึ้นทะเบียน GI “ไอริช วิสกี้” สุรากลั่นธัญพืช จากไอร์แลนด์ ภูมิปัญญาที่สืบทอดกว่า 500 ปี

สำหรับ “ไอริช วิสกี้” สินค้าที่ได้รับ GI ล่าสุดนั้น นางอรมน อธิบายว่า เป็นสุรากลั่นที่ผลิตบนเกาะไอร์แลนด์และไอร์แลนด์เหนือ ที่สะท้อนเรื่องราวทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ภูมิประเทศ และภูมิอากาศเฉพาะถิ่นผสมผสานอยู่ในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดธัญพืชท้องถิ่น เช่น ข้าวบาร์เลย์ที่ผ่านการเพาะงอกอย่างเหมาะสม มาใช้เป็นวัตถุดิบแทนองุ่นหรือผลไม้ชนิดอื่น การใช้น้ำที่กลั่นจากแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งมีคุณสมบัติเป็นน้ำกระด้างหรือน้ำอ่อน ส่งผลต่อรสชาติของเมล็ดข้าวในกระบวนการบด ประกอบกับทักษะ ภูมิปัญญา และความเชี่ยวชาญของผู้ผลิตในท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 6

นอกจากนี้ สภาพอากาศของไอร์แลนด์ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม ทำให้เกิดความอบอุ่นและความชื้นตลอดปี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการบ่มสุราที่ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี โดยอุณหภูมิระดับปานกลางจะช่วยให้แอลกอฮอล์สามารถดูดซึมสีและสารประกอบจากไม้ของถังบ่มได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้สุราที่ได้มีสีทองอ่อนไปจนถึงสีอำพันเข้ม มีรสชาตินุ่มลื่น กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไอริช วิสกี้ ได้รับการรับรอง GI และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาอย่างยาวนาน

ซึ่งการยื่นขอขึ้นทะเบียน GI ไอริช วิสกี้ ในประเทศไทยครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดในไทย และยังช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยว่าสินค้าที่วางจำหน่ายเป็นของแท้ มีคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

สินค้าของต่างประเทศ ที่ขึ้นทะเบียน GI ในไทย มีอะไรบ้าง?

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีสินค้าต่างประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในไทยรวมทั้งสิ้น 25 รายการ ครอบคลุมสินค้าจากสหภาพยุโรป เอเชีย และภูมิภาคต่างๆ อาทิ แชมเปญ (ฝรั่งเศส) สกอตช์ วิสกี้ (สกอตแลนด์) พรอสชูตโต ดี ปาร์มา (อิตาลี) ไวน์นาปา วัลเลย์ (สหรัฐเมริกา) เตกีลา (เม็กซิโก) เมลอนยูบาริ (ญี่ปุ่น) กาแฟบวนมาถวด (เวียดนาม) เป็นต้น

ทั้งนี้ ไอร์แลนด์เป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรปที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย การที่กรมฯ เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียน GI สินค้าจากสหภาพยุโรปครั้งนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ที่วางขายในประเทศแล้ว ยังเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายในการสร้างความเชื่อมั่นทางการค้า ยกระดับภาพลักษณ์ไทยในฐานะประเทศที่มีระบบการคุ้มครอง GI ที่ได้มาตรฐาน และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ขณะที่ในปัจจุบัน มีสินค้าไทยได้รับ GI ในต่างประเทศแล้ว 10 รายการ ใน 33 ประเทศ อาทิ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย) กาแฟดอยช้าง (ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น) ผ้าไหมยกดอกลำพูน (ในอินเดีย และอินโดนีเซีย) เป็นต้น

นางอรมน กล่าวด้วยว่า ในปี 2569 กรมฯ มีแผนจัดทำคำขอ GI ในต่างประเทศเพิ่ม 2 สินค้า ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เตรียมยื่นในประเทศญี่ปุ่น และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก เตรียมยื่นในประเทศมาเลเซีย เพื่อขยายความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ สร้างโอกาสทางการค้า ควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์และสร้างมาตรฐานให้แก่สินค้า GI ในระดับสากล เพื่อประโยชน์ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

การขึ้นทะเบียน GI “ไอริช วิสกี้” ไม่เพียงแต่เป็นการรับรองคุณภาพและแหล่งที่มา แต่ยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดมายาวนาน หวังว่าการดำเนินการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

ที่มา – ขึ้นทะเบียน GI “ไอริช วิสกี้” สุรากลั่นธัญพืช จากไอร์แลนด์ ภูมิปัญญาที่สืบทอดกว่า 500 ปี

Scroll to top