หาดใหญ่

ไทยสร้างไทย จี้ดีอี ช่วยภัยหาดใหญ่

พรรคไทยสร้างไทยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งสั่งการให้ไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหาดใหญ่ พร้อมทั้งเร่งบูรณาการระบบแจ้งเตือนภัยให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี สั่งการให้ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) ดำเนินการเปิดจุดรับบริจาคและจัดส่งสิ่งของจำเป็นอย่างเร่งด่วนไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่อื่นๆ ในภาคใต้

นายปริเยศเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ โดยระบุว่าศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยที่สำคัญหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 1,000 คน ยังคงต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านอาหาร น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ การที่ไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาค จะเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยในศูนย์อพยพต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น

ไทยสร้างไทย จี้ รมว.ดีอี สั่งไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยหาดใหญ่

นอกจากนั้น โฆษกพรรคไทยสร้างไทยยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกระทรวงดีอี เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนภัยและส่งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญไปยังประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยอาศัยระบบต่างๆ เช่น Cell Broadcast อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ และระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“การบูรณาการระบบแจ้งเตือนภัยถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้” นายปริเยศกล่าว “เราต้องทำให้มั่นใจว่าประชาชนทุกคนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา เพื่อให้พวกเขาสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม การมีระบบที่รวดเร็วและแม่นยำจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมาก”

ความสำคัญของการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สถานการณ์อุทกภัยในหาดใหญ่ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การที่พรรคไทยสร้างไทยออกมาเรียกร้องให้กระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความตั้งใจที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง การเปิดจุดรับบริจาคของไปรษณีย์ไทยจะเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนจากทั่วประเทศสามารถร่วมกันส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ต้องการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นายปริเยศยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีดีอีดำเนินการในทุกมิติโดยทันที ทั้งการดูแลระบบสื่อสารให้มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนให้ไปรษณีย์ไทยสามารถส่งต่อสิ่งของบริจาคไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงฯ กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพวกเขาในยามยากลำบาก

พรรคไทยสร้างไทยมองว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชน ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้

การที่พรรคการเมืองอย่างไทยสร้างไทยออกมาแสดงบทบาทในการเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรับผิดชอบต่อสังคม การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันจะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น และทำให้ผู้ประสบภัยกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

ไทยสร้างไทย จี้ รมว.ดีอี สั่งไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยหาดใหญ่ ถือเป็นการกระตุ้นให้ภาครัฐเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระบบสื่อสารและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่พรรคไทยสร้างไทยออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินการช่วยเหลือถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่ประชาชนทุกคนร่วมมือกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – ไทยสร้างไทย จี้ รมว.ดีอี สั่งไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยหาดใหญ่

ปภ.อัปเดต! น้ำท่วมภาคใต้ กระทบ 2 ล้านคน

สถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ ยังคงน่าเป็นห่วง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุด พบว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากถึง 2 ล้านกว่าคนใน 9 จังหวัด พร้อมทั้งมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้วถึง 13 ราย

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ล่าสุด

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เปิดเผยข้อมูลจากศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัยว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ซึ่งมี 9 จังหวัดที่ยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ภาพรวมสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้, ภาคเหนือ และภาคกลาง รวม 20 จังหวัด 147 อำเภอ 1,080 ตำบล 7,573 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 941,768 ครัวเรือน คิดเป็น 2,680,515 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 41 ราย

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ พบว่ามี 9 จังหวัดที่ยังคงประสบปัญหาอุทกภัย ได้แก่

  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • ตรัง
  • พัทลุง
  • สตูล
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

รวมทั้งหมด 98 อำเภอ 643 ตำบล 4,688 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 798,695 ครัวเรือน หรือ 2,196,758 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 13 ราย (นครศรีธรรมราช 6 ราย, ปัตตานี 3 ราย, ยะลา 2 ราย, พัทลุง 2 ราย)

สถานการณ์ในแต่ละจังหวัดโดยละเอียด:

  • สุราษฎร์ธานี: 3 อำเภอ (ท่าฉาง, กาญจนดิษฐ์, เคียนซา) 18 ตำบล 148 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,334 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
  • นครศรีธรรมราช: 22 อำเภอ (ชะอวด, เมืองฯ, ท่าศาลา, พรหมคีรี, ร่อนพิบูลย์, นาบอน, สิชล, ฉวาง, ทุ่งสง, เฉลิมพระเกียรติ, หัวไทร, ลานสกา, บางขัน, พระพรหม, ช้างกลาง, ปากพนัง, จุฬาภรณ์, นบพิตำ, ทุ่งใหญ่, พิปูน, เชียรใหญ่, ถ้ำพรรณรา) 161 ตำบล 1,483 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,221 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • ตรัง: 9 อำเภอ (นาโยง, ห้วยยอด, รัษฎา, ย่านตาขาว, วังวิเศษ, กันตัง, เมืองฯ, สิเกา, ปะเหลียน) 54 ตำบล 283 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,647 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • พัทลุง: 11 อำเภอ (เมืองฯ, ควนขนุน, กงหรา, เขาชัยสน, ศรีนครินทร์, บางแก้ว, ป่าบอน, ปากพะยูน, ศรีบรรพต, ป่าพะยอม, ตะโหมด) 65 ตำบล 670 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 151,622 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • สตูล: 7 อำเภอ (ควนโดน, ละงู, ท่าแพ, มะนัง, ควนกาหลง, เมืองฯ, ทุ่งหว้า) 28 ตำบล 195 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,447 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • สงขลา: 16 อำเภอ (รัตภูมิ, เมืองฯ, จะนะ, คลองหอยโข่ง, ระโนด, กระแสสินธุ์, สทิงพระ, หาดใหญ่, ควนเนียง, นาทวี, สิงหนคร, นาหม่อม, บางกล่ำ, สะเดา, เทพา, สะบ้าย้อย) 115 ตำบล 821 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 243,568 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • ปัตตานี: 12 อำเภอ (สายบุรี, แม่ลาน, โคกโพธิ์, มายอ, ยะรัง, ไม้แก่น, ยะหริ่ง, ปะนาเระ, ทุ่งยางแดง, กะพ้อ, หนองจิก, เมืองฯ) 101 ตำบล 485 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 58,009 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • ยะลา: 7 อำเภอ (เมืองฯ, รามัน, เบตง, บันนังสตา, ธารโต, กรงปินัง, ยะหา) 46 ตำบล 254 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,950 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • นราธิวาส: 11 อำเภอ (บาเจาะ, ยี่งอ, เมืองฯ, ระแงะ, ตากใบ, สุไหงปาดี, ศรีสาคร, รือเสาะ, สุไหงโก-ลก, เจาะไอร้อง, สุคิริน) 55 ตำบล 349 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 60,897 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ ถือเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ ปภ. ยังรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอีก 11 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก, นครสวรรค์, อุทัยธานี, สิงห์บุรี, ชัยนาท, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, นนทบุรี และนครปฐม ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมากเช่นกัน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับจังหวัดที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยสนับสนุนทีมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล และเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่

พวกเราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยจากสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ ในครั้งนี้ และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว

ที่มา – ปภ. อัปเดตน้ำท่วมภาคใต้ 9 จังหวัด กระทบประชาชนกว่า 2 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 13 ศพ

น้ำท่วมสงขลา กระทบ 715 โรงงาน เสียหาย1,282ล้าน

สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างหนัก “ธนกร” เผย โรงงานในสงขลาเสียหายถึง 715 โรงงาน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,282 ล้านบาท นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าอีก 17 แห่งก็ไม่สามารถดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ส่งผลกระทบต่อการจ่ายไฟในพื้นที่ ขณะนี้เร่งประสานโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าขนอม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทดแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแม้จะยังไม่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ก็ประสบปัญหาในการนำเข้าวัตถุดิบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มที่ สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมสงขลาว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลารายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นในหลายอำเภอ ได้แก่ หาดใหญ่ จะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย บางกล่ำ รัตภูมิ สะเดา ระโนด ควนเนียง นาหม่อม และคลองหอยโข่ง โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (29 โรงงาน), อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา (97 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์ยางพารา (103 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากพลาสติก (44 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากโลหะ (53 โรงงาน), อุตสาหกรรมขุดตักดินและดูดทราย (310 โรงงาน) และอุตสาหกรรมบริการ (79 โรงงาน) รวมทั้งสิ้น 715 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,282 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโรงไฟฟ้า 17 โรง ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เบื้องต้นได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อขอให้โรงไฟฟ้ากระบี่ และโรงไฟฟ้าขนอม เพิ่มกำลังการผลิตทดแทนเป็นการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น

สำหรับโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แม้ว่าน้ำจะยังไม่ท่วมโดยตรง แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ เนื่องจากไม่สามารถนำวัตถุดิบเข้าไปภายในโรงงานได้ ทำให้การผลิตหยุดชะงัก

น้ำท่วมสงขลา กระทบ 715 โรงงาน เสียหาย1,282ล้าน

รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลา โดยมอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ดังนี้

  • สำหรับลูกค้าปัจจุบัน:
  • พักชำระหนี้: สินเชื่อประเภทเงินกู้ (FL) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน และสินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียน ขยายระยะเวลาตั๋วสูงสุด 180 วัน
  • เติมทุนฉุกเฉิน: วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม (สูงสุด 200,000 บาท) ดอกเบี้ย MLR ระยะกู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน
  • สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่: สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลงทุน เสริมสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 3% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท (เช่น สินเชื่อปลุกพลัง SME, Beyond ติดปีก SME และ SME Green Productivity)

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมสงขลา

นายธนกรยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลาอย่างเต็มที่ โดยได้ประสานกับ ส.ส. ในพื้นที่ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถอพยพออกจากพื้นที่ได้

สถานการณ์น้ำท่วมในสงขลาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรมต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผู้ประกอบการควรพิจารณาการทำประกันภัยความเสี่ยงภัยพิบัติ และภาครัฐควรมีการวางแผนการจัดการความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ที่มา – น้ำท่วมสงขลาทำ 715 โรงงานอุตสาหกรรมเสียหาย 1,282 ล้านบาท 17 โรงไฟฟ้าผลิตไฟไม่ได้

ทอ. เลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ช่วยน้ำท่วมใต้

กองทัพอากาศ เลื่อนพิธีเปิดการทดสอบยุทธวิธี ประจำปี 69 นำสรรพกำลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้ ลุยภารกิจเร่งด่วนสูงสุด ลำเลียงยุทโธปกรณ์-สิ่งของบริจาค-กำลังพลสู่พื้นที่ เตรียม ฮ. พร้อมช่วยอพยพทันที

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง กองทัพอากาศ โดย พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้สั่งการเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 (Air Tactical Operations Evaluation 2026) เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถระดมสรรพกำลัง ทรัพยากร และเจ้าหน้าที่ทุกด้านเข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มระดับการเตรียมพร้อมสูงสุดและปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้โดยเร็วที่สุด

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กองทัพอากาศได้ดำเนินมาตรการสำคัญ ดังนี้

1. จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า พร้อมจัดชุดประสานงาน เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการและบูรณาการความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

2. เตรียมความพร้อมเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (C-130) และแบบที่ 16 (ATR) สำหรับปฏิบัติภารกิจบินลำเลียงยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์จำเป็น สิ่งของบริจาค รวมทั้งกำลังพลเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

3. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับ-ส่งสิ่งของบริจาค จากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ โดยกองทัพอากาศพร้อมบินนำส่งไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว

4. จัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและอพยพประชาชน โดยพร้อมปฏิบัติการทันที ในพื้นที่เอื้ออำนวยและมีความปลอดภัยต่อการบิน

โฆษกกองทัพอากาศ ระบุในตอนท้ายว่า การตัดสินใจเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงนโยบายสำคัญของกองทัพอากาศ ที่ยึดถือการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติเป็นภารกิจเร่งด่วนสูงสุดเหนือภารกิจอื่นใดในห้วงวิกฤติ กองทัพอากาศตระหนักดีว่าการระดมสรรพกำลังของกองทัพอากาศ จะช่วยลดความสูญเสีย บรรเทาความเดือดร้อน และสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันสถานการณ์

เลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่รุนแรง กองทัพอากาศจึงตัดสินใจเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 เพื่อทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพอากาศในการเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามยากลำบาก โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่และทันท่วงที

ความสำคัญของการเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69

การเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การยกเลิกกิจกรรม แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า กองทัพอากาศให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนเป็นอันดับแรกสุด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก การที่กองทัพอากาศพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่สร้างความเชื่อมั่นและความอบอุ่นใจให้กับประชาชน

การสนับสนุนของกองทัพอากาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การลำเลียงสิ่งของบริจาคและกำลังพล แต่ยังรวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง และการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย การทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชน และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ

นอกจากนี้ การที่กองทัพอากาศสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติทุกรูปแบบ ความสามารถในการระดมทรัพยากรและบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นผลมาจากการฝึกฝนและการเตรียมความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าการเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแผนงานที่สำคัญ แต่กองทัพอากาศยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนากองทัพให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถปกป้องอธิปไตยของชาติและช่วยเหลือประชาชนได้ในทุกสถานการณ์ การเรียนรู้จากประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปรับปรุงแผนการปฏิบัติการและเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองต่อภัยพิบัติในอนาคต

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความทุ่มเทของกองทัพอากาศ ซึ่งพร้อมที่จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ที่มา – เลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ทอ. ลุยภารกิจเร่งด่วนสูงสุด ช่วยน้ำท่วมใต้

มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้ออกมาแจ้งเรื่อง มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากมีผู้บริจาคโอนเงินเข้ามาเป็นจำนวนมากจนทำให้ระบบธนาคารตรวจพบความผิดปกติ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยฯ ยังคงเปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นและวัตถุดิบในการประกอบอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่สงขลา แต่เนื่องจากมีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก ทำให้บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 565-471106-1 ไม่สามารถทำรายการได้ชั่วคราว ทางมหาวิทยาลัยฯ กำลังประสานงานกับธนาคารเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งเมื่อสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ช่องทางช่วยเหลืออื่น ๆ นอกเหนือจาก มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากเหตุการณ์น้ำท่วม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่: https://shorturl.at/Fmt87 และตรวจสอบสถานะการช่วยเหลือได้ที่: https://shorturl.at/jgSDT

สถานการณ์น้ำท่วม

นอกจากนี้ ศูนย์พักพิง ม.อ. ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วกว่า 3,000 คน และยังคงพร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติม ผู้ที่ต้องการเข้าพักพิงสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 087-287-8713 (คุณเยาวลักษณ์) และ 098-6835032 (น้องดะ)

ทางศูนย์พักพิงฯ และครัวกลาง (ฮาลาล) สงขลานครินทร์ ยังต้องการความช่วยเหลือด้านวัตถุดิบอาหารและสิ่งของจำเป็น ท่านสามารถร่วมบริจาคได้ที่ ชั้น 1 อาคารศูนย์กีฬาและสุขภาพ บริเวณหน้าไปรษณีย์ไทย ม.อ. หาดใหญ่ (PSU) สิ่งของที่ต้องการเป็นพิเศษ ได้แก่ ผ้าคลุม (ฮิญาบ), ถุงดำ, รองเท้า, ผ้าเช็ดตัว, หมอน, ผ้าห่ม, เบาะรอง/ฟูก และวัตถุดิบในการทำอาหาร

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่า มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว แต่ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่เราสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยได้

การที่ มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทยที่พร้อมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบาก แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจ เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – มอ. แจ้งบัญชีรับบริจาคช่วยน้ำท่วม ถูกระงับชั่วคราว หลังมีการโอนจำนวนมาก

บขส.หยุดวิ่ง! **น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต** 6 เส้นทาง

สถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! วันนี้ (25 พ.ย.2568) เวลา 11.00 น. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสตูลยังคงมีระดับน้ำท่วมสูง เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในพื้นที่ภาคใต้ รถโดยสารไม่สามารถนำส่งผู้โดยสารที่ปลายทางได้ จำนวน 6 เส้นทาง

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต บขส.จึงจำเป็นต้องประกาศหยุดเดินรถโดยสารชั่วคราวใน 6 เส้นทางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและทรัพย์สิน ดังนี้

  • สายที่ 984 กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล
  • สายที่ 987 กรุงเทพฯ – ยะลา
  • สายที่ 988 กรุงเทพฯ – สตูล
  • สายที่ 992 กรุงเทพฯ – หาดใหญ่
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – ปัตตานี
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – สุไหงโกลก

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมสูง การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและการขอคืนตั๋ว

สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินรถในเส้นทางดังกล่าว บขส. ได้อำนวยความสะดวกให้สามารถติดต่อขอคืนตั๋วโดยสารได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตรวจสอบสถานะการเดินรถได้ที่ Call Center 1490 ตลอด 24 ชั่วโมง

บขส. ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้โดยสารติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และเส้นทางกลับสู่สภาวะปกติ บขส. จะเร่งดำเนินการเปิดให้บริการเดินรถโดยสารโดยเร็วที่สุด

ทาง บขส. จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการกลับมาให้บริการโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต ส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้ทุกท่านวางแผนการเดินทางและตรวจสอบข้อมูลก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

สำหรับใครที่จำเป็นต้องเดินทางในช่วงนี้ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางกับ บขส. โดยตรง หรือติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ที่มา – น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! บขส. หยุดเดินรถโดยสารในพื้นที่ภาคใต้ 6 เส้นทางชั่วคราว

วิกฤต! **น้ำท่วมภาคใต้** แห่ถามหา ผบ.เหตุการณ์

โซเชียลแห่เป็นห่วง วิกฤติ “น้ำท่วมภาคใต้” หลายจังหวัด โดยเฉพาะ “น้ำท่วมสงขลา” ครั้งใหญ่ ประชาชนแห่ถามหา “ผบ.เหตุการณ์” วอนเร่งกำหนดวิธีการจัดการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น สงขลา, นครศรีธรรมราช, พัทลุง และตรัง สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์ก็ยังคงท้าทาย

ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ คลิปวิดีโอ และพิกัดของผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอความช่วยเหลือและรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ร่วมกันแชร์ข้อมูล บริจาคสิ่งของจำเป็น และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย “น้ำท่วมภาคใต้” ในครั้งนี้

หลายคนแสดงความเห็นใจและสะเทือนใจกับภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ และเกิดคำถามสำคัญว่า ใครคือ “ผบ.เหตุการณ์” หรือ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Commander: IC) ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ใครคือผู้บัญชาการเหตุการณ์ วิกฤต **น้ำท่วมภาคใต้**

หน้าที่ของผู้บัญชาการเหตุการณ์ (IC) มีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ภัยพิบัติเช่นนี้ IC จะต้องเป็นผู้วางแผน ควบคุม สั่งการ และประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว การมี IC ที่มีความสามารถและมีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

บทบาทสำคัญของ ผบ.เหตุการณ์

  • ประเมินสถานการณ์และความต้องการ
  • กำหนดเป้าหมายและวางแผนการปฏิบัติงาน
  • สั่งการและควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ
  • ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก
  • บริหารจัดการทรัพยากร
  • สื่อสารกับประชาชน

ความท้าทายที่สำคัญในการจัดการ “น้ำท่วมภาคใต้” คือ การเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและปลอดภัย การสื่อสารกับประชาชนที่อาจถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมและทั่วถึง รวมถึงการเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

นอกจากความช่วยเหลือจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ แล้ว การช่วยเหลือซึ่งกันและกันของประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การแบ่งปันอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น การให้กำลังใจและการช่วยเหลือด้านจิตใจ เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยมีความเข้มแข็งและสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน การวางแผนการจัดการน้ำ การสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่ช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้

สถานการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” ในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความสามัคคีในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การมีผู้นำที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และการมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านทุกวิกฤตไปได้อย่างเข้มแข็ง

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เสียสละและทุ่มเทในการให้ความช่วยเหลือ

ที่มา – สุดห่วง วิกฤต “น้ำท่วมภาคใต้” แห่ถามหา “ผบ.เหตุการณ์” เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กองทัพบก ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งอพยพ

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงน่าเป็นห่วง กองทัพบกจึงเร่งระดมยุทโธปกรณ์และกำลังพลเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน โดยมุ่งเน้นการอพยพผู้ที่อยู่ในพื้นที่วิกฤตเป็นอันดับแรก เสนาธิการทหารบกเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ว่า กองทัพบกได้ระดมเครื่องมือและทรัพยากรจากทุกกองทัพภาค สนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่คืนวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ยุทโธปกรณ์ที่ส่งลงพื้นที่ประกอบด้วย รถยกสูง เรือท้องแบน เรือยาง เฮลิคอปเตอร์ และกำลังพลที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำหรับประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่วิกฤตและไม่สามารถออกมาได้ กองทัพบกได้ระดมเครื่องมือที่มีอยู่ทั้งหมดในพื้นที่จนสุดความสามารถแล้ว และกำลังรอการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนกลาง เนื่องจากเครื่องมือในพื้นที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

กองทัพบก ระดมยุทโธปกรณ์-กำลังพล ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งอพยพคนในพื้นที่วิกฤต

พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยมี พล.ต.ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ในพื้นที่เพื่อวางแผนและแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

กองทัพเร่งอพยพคนจากน้ำท่วมหาดใหญ่

ก่อนหน้านี้ มีข้อสังเกตว่าการบริหารจัดการในพื้นที่อาจยังไม่เป็นระบบ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในการขอความช่วยเหลือ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเน้นย้ำว่าการนำประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤตเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความพร้อมเพรียงของทุกภาคส่วนในการรับมือกับภัยพิบัติ กองทัพบกได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องของทรัพยากร แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในที่สุด

ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่หน่วยงานราชการในพื้นที่ หรือสายด่วน 1111 เพื่อขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอพยพ การจัดหาอาหารและน้ำดื่ม หรือการดูแลสุขภาพเบื้องต้น การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก จะเป็นพลังสำคัญที่ทำให้เราก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้

สถานการณ์น้ำท่วมยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน

ที่มา – กองทัพบก ระดมยุทโธปกรณ์-กำลังพล ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งอพยพคนในพื้นที่วิกฤต

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ช่วยน้ำท่วมภาคใต้เย็นนี้

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง และเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เตรียมออกเดินทางในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบ“น้ำท่วมภาคใต้” โดยมีภารกิจหลักในการลำเลียงสิ่งของจำเป็น และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เตรียมพร้อมช่วย “น้ำท่วมภาคใต้” ช่วงเย็นวันนี้

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ ได้เปิดเผยถึงความรุนแรงของสถานการณ์“น้ำท่วมภาคใต้” และความจำเป็นในการเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยกองทัพเรือได้สั่งการให้กองเรือยุทธการ จัดหน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกำลังพล และอากาศยาน เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงติดค้างอยู่ในพื้นที่ประสบภัย

ภารกิจเร่งด่วนของเรือหลวงจักรีนฤเบศร

  • ลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าถึงยาก
  • เคลื่อนย้าย–อพยพประชาชนออกจากจุดวิกฤตที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
  • สนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการฟื้นฟูเบื้องต้น และตรวจประเมินพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

หน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัยจะประกอบกำลังด้วย “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการลอยน้ำ พร้อมเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ และชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเรือจะลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปพร้อมกัน

กำหนดการออกเดินทางของ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 16.00 น. ความคืบหน้าเพิ่มเติมจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

การที่“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” สามารถเป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่กลางทะเล ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้รวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เฮลิคอปเตอร์ที่ประจำการบนเรือ สามารถเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถส่งกลับผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังสามารถเป็นศูนย์บัญชาการและประสานงาน ช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรและการกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว การปรากฏตัวของเรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก แสดงให้เห็นว่ากองทัพเรือและรัฐบาลไทย พร้อมให้ความช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก การมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทันท่วงที เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา – “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” กำหนดเดินทางช่วย “น้ำท่วมภาคใต้” ช่วงเย็นวันนี้

Scroll to top