อวยพรศรี เชาวลิต

เนวิน ควง พิพัฒน์ สักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นภาพบรรยากาศสุดอบอุ่นเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อมีการแชร์ภาพของ เนวิน ควง พิพัฒน์ สักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มปฏิบัติภารกิจสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ งานนี้สร้างความฮือฮาให้กับชาวเมืองคอนไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

เนวิน ควง พิพัฒน์ สักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เสริมมงคล

การเดินทางมาเยือนจังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ นำทีมโดยนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทัพนักกีฬา โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ซึ่งกิจกรรมหลักที่พลาดไม่ได้คือการแวะไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล

บรรยากาศการเยือนถิ่นใต้ของ เนวิน ควง พิพัฒน์ สักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช

ตลอดการลงพื้นที่ นอกจากจะได้รับความสนใจจากประชาชนในละแวกนั้นแล้ว ภาพการทำกิจกรรมร่วมกันยังสะท้อนถึงมิตรภาพและการทำงานเชิงรุกที่น่าจับตามอง โดยนางอวยพรศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ได้เป็นตัวแทนต้อนรับและเผยแพร่บรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและพลังบวก ซึ่งทางคณะได้กล่าวขอพรให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขและขอให้พี่น้องประชาชนชาวใต้ทุกคนมีความสุขแข็งแรง

หากเรามองย้อนกลับไป การที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเดินทางมาเยือนพื้นที่ด้วยตนเองแบบนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการมาเพื่อทำงานตามภารกิจหลักเท่านั้น แต่ยังเป็นการเชื่อมสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่อยากตามรอยความศรัทธา แนะนำให้ลองมาสักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชดูสักครั้งครับ

  • สถานที่: ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช
  • บรรยากาศ: สงบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์
  • ความประทับใจ: การลงพื้นที่ของคณะทำงานที่เข้าถึงง่าย

ในมุมมองของผม การที่คณะผู้บริหารระดับสูงเลือกที่จะเริ่มต้นภารกิจด้วยการเข้ากราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แสดงให้เห็นถึงการยึดถือวัฒนธรรมและจิตใจของคนในพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และการสร้างความร่วมมือในอนาคต หากท่านใดมีโอกาสแวะเวียนมานครศรีธรรมราช อย่าลืมมาสัมผัสความงามและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตกันนะครับ

ที่มา – “เนวิน” ควง “พิพัฒน์” เยือนถิ่นใต้ ร่วมพิธีสักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช

บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย ปืนด้าน รอดบารมีหลวงปู่ทวด

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องราวสุดอัศจรรย์ที่ต้องเล่าต่อกันให้ฟังเลย เมื่อเกิดเหตุ บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย แต่ปืนด้านรอดหวุดหวิด เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครอง ขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง เพราะไม่ใช่แค่เหตุการณ์รุนแรง แต่ยังมีปาฏิหาริย์ที่ทำให้ทุกคนต้องขนลุก!

บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย แต่ปืนด้านรอดหวุดหวิด เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครอง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. ที่บ้านของนายภูรชัย พิมพ์เสน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ผู้ใหญ่คู” อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของนางสาวอวยพรศรี เชาวลิต ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคภูมิใจไทย และเคยเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

จากภาพวงจรปิดที่บันทึกไว้ชัดเจน ชายวัย 41 ปีชื่อนายสาคร ขับรถเก๋งสีดำมาจอดหน้าบ้าน ก่อนลงจากรถ ชักปืนออกมาแล้ววิ่งตรงเข้าไปหาผู้ใหญ่คูที่นั่งอยู่กับญาติๆ ข้างบ้าน ทุกคนตกใจกรีดร้อง แต่สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นตรงที่ ปืนไม่ลั่น! เสียงปืนค้างดัง “คลิก” แต่กระสุนไม่ยิงออกมา ญาติๆ วิ่งแตกกระเจิงหนีไปทางหลังบ้าน ขณะที่มือปืนยืนงงก่อนรีบกลับรถขับหนีไปอย่างรวดเร็ว

มือปืนมอบตัวเองหลังบุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย

สิ่งที่ทำให้ทุกคนอึ้งยิ่งกว่าคือ ไม่นานหลังจากนั้น นายสาครขับรถคันเดียวกันไปจอดหน้าสภ.ท่าศาลา แล้วเดินขึ้นไปมอบตัวกับตำรวจทันที! เขาบอกตำรวจว่า “เพิ่งยิงผู้ใหญ่คูมา” และทิ้งปืนลงคลองระหว่างทางแล้ว ปืนกระบอกนั้นเป็นปืนที่เขาเพิ่งใช้ยิงที่บ้านตัวเองก่อนหน้านี้ด้วย ตำรวจตรวจสอบพบว่านายสาครมีอาการทางจิตเวช ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของพฤติกรรมกะทันหันนี้

ผู้ใหญ่คูและญาติๆ ที่รอดมาได้ก็เดินทางไปแจ้งความที่สภ.ท่าศาลาเช่นกัน ทุกคนยังอยู่ในอาการตกใจ แต่ยืนยันว่าไม่รู้สาเหตุชัดเจนว่านายสาครมีปัญหาอะไรกับผู้ใหญ่คู หากปืนลั่นจริงๆ วันนั้นอาจมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บหลายราย เพราะนั่งรวมกันอยู่หลายคน

  • ไทม์ไลน์เหตุการณ์:
  • 18.30 น. – มือปืนขับรถมาจอดหน้าบ้าน
  • ชักปืนยิง แต่ปืนไม่ลั่น
  • ญาติวิ่งหนี มือปืนขับหนี
  • ต่อมา มือปืนมอบตัวที่สภ.ท่าศาลา
  • ผู้เสียหายไปแจ้งความ

ส่วนที่ทุกคนเชื่อมั่นว่าทำไมถึงรอดได้อย่างหวุดหวิด ก็คือ บารมีหลวงปู่ทวดปี 2505 ที่ผู้ใหญ่คูห้อยคอไว้! พระเครื่องเนื้อทองคำองค์นี้เป็นที่เลื่องลือเรื่องเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี ชาวนครศรีธรรมราชและคนไทยหลายคนศรัทธาในพลังคุ้มครองของหลวงปู่ทวดมาก เรื่องนี้จึงกลายเป็นหลักฐานยืนยันความศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง

หลวงปู่ทวดคุ้มครอง: ประวัติและความเชื่อ

หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หรือพระพุทธรูปหลวงปู่ทวดสร้างปี 2505 เป็นพระเครื่องที่ผลิตจำนวนมากในสมัยนั้น มีเนื้อผงและทองคำ ขึ้นชื่อเรื่องแคล้วคลาดพ้นภัย โดยเฉพาะด้านอันตรายจากอาวุธปืน เรื่องเล่าปาฏิหาริย์มีมากมาย เช่น ปืนไม่ลั่น กระสุนไม่โดนตัว เหตุการณ์นี้จึงเข้ากันได้ดีกับความเชื่อที่ฝังรากลึกในสังคมไทย

นอกจากนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราชยังเป็นดินแดนศรัทธาพระเครื่องสูง พรรคภูมิใจไทยเองก็มีฐานเสียงแข็งแกร่งในพื้นที่ใต้ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ครอบครัว ส.ส.อวยพรศรีปลอดภัย แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้คนเรามีศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ในมุมมองของผม เรื่อง บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย แต่ปืนด้านรอดหวุดหวิด เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครอง แสดงให้เห็นว่าบางครั้งชีวิตเราอาจมีผู้พิทักษ์ที่มองไม่เห็น การมีเครื่องรางหรือศรัทธาในพระพุทธเจ้าก็ช่วยเสริมกำลังใจได้มาก คุณล่ะเชื่อในปาฏิหาริย์แบบนี้ไหม? ลองแชร์เรื่องราวเครื่องรางคุ้มครองของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน!

นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังคงอยู่ หากคุณกำลังมองหาเครื่องรางดีๆ ลองศึกษาหลวงปู่ทวดดู อาจช่วยให้ชีวิตราบรื่นขึ้น

ที่มา – บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย แต่ปืนด้านรอดหวุดหวิด เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครอง

“ซาบีดา” หาเสียงนครศรีธรรมราช เลือกทั้งคนและพรรค

“ซาบีดา” อ้อนคนเมืองนครศรีธรรมราช ส่ง “อวยพรศรี-ราชิต” 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ ขอพี่น้องชาวไทยมุสลิม เลือกทั้งคนและพรรค ด้าน “ไชยชนก” เปิดใจ ต้องไม่ให้การเมืองกลืนกินตัวตน ขณะที่ “เอกนัฏ” ลั่น “ภูมิใจไทย” สีน้ำเงิน ไม่ใช่สีเทา

วันที่ 17 ม.ค. 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดแยกวัดโหนด และที่มัสยิดแสงจันทร์ ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยนางอวยพรศรี เชาวลิต ผู้สมัคร สส. เขต 8 หมายเลข 1 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง โดยเชิญชวนประชาชน และพ่อค้าแม่ค้า ที่ตลาดแยกวัดโหนดออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างดี พร้อมเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาปากท้องในชีวิตประจำวัน

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้ง 9 เขต พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศชาติ

นางสาวซาบีดา ระบุว่า นโยบายหลักของพรรคที่ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ ความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่ชายแดน การเสริมความเข้มแข็งของแนวรั้วชายแดน และการรักษาอธิปไตยของชาติ ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงในการดำรงชีพ ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย ยังให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษา ในฐานะรากฐานอนาคตของประเทศ โดยมุ่งเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกช่วงวัย เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ซาบีดา เน้นย้ำ ขอพี่น้องชาวไทยมุสลิม เลือกทั้งคนและพรรค

นอกจากนี้ นางสาวซาบีดา ยังได้ลงพื้นที่ ช่วยนายราชิต สุดพุ่ม ผู้สมัคร สส. เขต 1 หมายเลข 5 นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย หาเสียงที่โรงเรียนอัลมูวาห์ฮิดีน และมัสยิดการาหมาด บ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน หาเสียง โดยเน้นย้ำให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้ และสนับสนุนผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ทั้งเขต และพรรคเบอร์ 37 เพื่อให้ไปสานต่องานที่เคยทำไว้ พร้อมยกตัวอย่างสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเคยผลักดัน เพื่อชาวไทยเชื้อสายมุสลิม คือ ใช้เวลาเกือบ 3 ปีที่เข้ามาทำงาน ลดราคา ให้ผู้ที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ ได้เกือบ 300 ล้านบาท

“ไชยชนก” เปิดใจเส้นทางการเมือง เปลี่ยนภูมิใจไทยสู่ยุคเจนใหม่ ลั่นต้องไม่ให้การเมืองกลืนกินตัวตน

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เปิดใจถึงการเข้ามาทำงานการเมืองในพรรคภูมิใจไทยว่า ได้คลุกคลีกับการยกระดับฟุตบอลไทยและสร้างสนามแข่งรถมาตรฐานโลกที่ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงเคยเป็นทหารชายแดนและบวชเรียนนานเกือบ 1 ปี ก่อนก้าวเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในพรรคภูมิใจไทย จนมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีร่วมบริหารประเทศก้าวผ่านวิกฤตต่าง ๆ

นายไชยชนก กล่าวอีกว่า วันนี้ภูมิใจไทยเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นพรรคที่รับฟังประชาชนและเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคและดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล ซึ่งผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพในการรับมือกับวิกฤตได้ดีกว่าในอดีต

“เป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงประเทศ ซึ่งต้องเริ่มจากการเมือง แต่ทุกการเปลี่ยนย่อมมีแรงเสียดทาน สิ่งสำคัญที่สุดคือผมต้องไม่โดนการเมืองกลืนกิน ต้องทุ่มเทและยืนหยัดเป็นคนเดิมเพื่อทำประโยชน์ให้บ้านเมือง” นายไชยชนก กล่าว

“ซาบีดา” หาเสียงนครศรีธรรมราช ขอพี่น้องชาวไทยมุสลิม เลือกทั้งคนและพรรค

ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงคำวิจารณ์ที่มีการระบุว่าพรรคภูมิใจไทยอุ้มสีเทาว่า คำถามใหญ่ และข้อกังวลใหญ่ก็คือ เรื่องมีเรา ไม่มีเทา ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยสีน้ำเงิน ไม่ใช่สีเทา

“สำหรับผมใครไปดูผลการทำงานได้ ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผมสุดซอยสู้กับทุนเทา สู้กับกลุ่มธุรกิจศูนย์เหรียญ ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ผมต่อสู้กับกระบวนการลักลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรม ผมก็ประกาศตัวสู้จนกระทั่งหลายโรงงานถูกปิด กระทั่งผมและทีมงานถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายหลายพันล้าน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนเหล่านั้นมันคือผลพลอยได้ คือ ประโยชน์ที่ประชาชนคนไทยควรจะได้รับ สำหรับผมมีแต่ขาวกับดำ”

การลงพื้นที่หาเสียงของนางสาวซาบีดาในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการเข้าถึงประชาชนในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะพี่น้องชาวไทยมุสลิมในจังหวัดนครศรีธรรมราช การเน้นย้ำถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ และการแก้ปัญหาปากท้อง ย่อมเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ และเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เข้ามาทำหน้าที่

อย่าลืม! วันเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ออกไปใช้สิทธิของท่าน เพื่อเลือกคนที่ท่านมั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาประเทศชาติของเราให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ที่มา – “ซาบีดา” หาเสียงนครศรีธรรมราช ขอพี่น้องชาวไทยมุสลิม เลือกทั้งคนและพรรค

“ชัยชนะ” หนุน “อภิสิทธิ์” ขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“ชัยชนะ” ดอดพบ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยื่นเทเสียงขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แลกนั่งเลขาฯ พรรค “เดชอิศม์” ลดเป้าจากคั่วหัวหน้าเหลือเก้าอี้เดิม ภูมิใจไทยแห่ขันหมากขอ “อวยพรศรี” เข้ามุ้งอีกราย

วันที่ 21 กันยายน 2568 ความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับพรรคใหม่ ยังคงสัดส่วนกลุ่มโหวตเตอร์ออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญที่จะสามารถเลือกบุคคลที่ลงชิงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ คือ โหวตเตอร์กลุ่ม สส., โหวตเตอร์กลุ่มกก.บห. และโหวตเตอร์กลุ่มตัวแทนสาขาพรรค รวมถึงอดีต สส. อดีตรัฐมนตรี และกลุ่มผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ลงในนามพรรค

โดยปรากฏว่า นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองหัวหน้าพรรคที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ได้เริ่มเดินสายขอเสียงจาก สส.ของพรรค โดยระบุเหตุผลกับ สส.พรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบันว่า จะรวบรวมเสียง สส. และ กก.บห. เพื่อให้การสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อผลักดันให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรค พร้อมกับการเสนอตัวขอทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับพรรคผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรค จะเป็นผู้เสนอชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค โดยนายชัยชนะขอเข้าพบนายอภิสิทธิ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมรายงานสถานการณ์ในพรรคและการรวมเสียงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวรับฟังและขอบใจ แต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

“ชัยชนะ” หนุน “อภิสิทธิ์” ขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“เดชอิศม์” ลดเป้าจากคั่วหัวหน้า เหลือเก้าอี้เลขาฯ พรรค

ขณะที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรค แม้จะหลบสื่อไม่เดินทางเข้าพรรค ไม่รับสายโทรศัพท์สื่อมวลชน แต่ได้ให้นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุตรชายก็เริ่มเดินขอเสียงภายในจากบรรดา สส. และ กก.บห. เพื่อให้การสนับสนุนนายเดชอิศม์ให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อวัดกระแสการตอบรับภายในพรรคแล้ว พบว่าไม่ได้รับความนิยม เพราะการดูแล สส. และคนในพรรคที่ผ่านมาล้วนเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ดูแลทั้งเงินรายเดือนของ สส. เงินจัดกิจกรรมงานต่างๆ ของพรรค รวมถึงค่าใช้จ่าย เงินเดือนของเจ้าหน้าที่พรรคเพียงคนเดียว เพียง 2 สัปดาห์ทำให้ต้องลดเป้าจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงมาเหลือเป็นเลขาธิการพรรค

ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่ สส.พรรคประชาธิปัตย์ที่มีท่าทีจะย้ายพรรคไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคอื่นในการเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนใหญ่ต่างแสดงออกท่าทีไม่สนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่าหากนายอภิสิทธิ์กลับมาบริหารพรรคประชาธิปัตย์ทันการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้จะพลิกกลับมาแข็งแรงและกลายเป็นคู่ต่อสู้ของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ส่งคนลงแข่งขันในภาคใต้ในอนาคตอันใกล้

อนาคตพรรคประชาธิปัตย์กับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ นับว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของสมาชิกพรรคในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและอนาคตของพรรคในสมรภูมิการเมืองไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกันนี้ นางนาที รัชกิจประการ ภรรยาของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ พร้อม น.ส.วาริณ ชิณวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ นายกน้ำ เดินทางไปที่บ้านของ นางอวยพรศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในอำเภอท่าศาลา เพื่อเจรจาทาบทามขอให้นางอวยพรศรี ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยท่าทีของนางอวยพรศรี และสามีคือนายอภินันท์ เชาวลิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา หรือ นายกเอ ตกปากรับคำที่จะย้ายพรรคตามคำเชิญไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าเป็นที่แน่นอนแล้ว.

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อทิศทางทางการเมืองในอนาคตอย่างมาก

ที่มา – “ชัยชนะ” ดอดพบ “อภิสิทธิ์” หนุนขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แลกนั่งเลขาฯ พรรค

Scroll to top