อุตสาหกรรม

นายกฯ สั่งรายงานแผนรับมือซูเปอร์เอลนีโญ ในที่ประชุม ครม. สัปดาห์หน้า

สถานการณ์สภาพอากาศโลกดูเหมือนจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยที่น่ากังวล โดยเฉพาะปรากฏการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญ ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ล่าสุดทางรัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ทั้งในแง่ของน้ำกินน้ำใช้และการเกษตรกรรม

นายกฯ สั่งรายงานแผนรับมือซูเปอร์เอลนีโญ ในที่ประชุม ครม. สัปดาห์หน้า

ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำและนำเสนอแผนปฏิบัติการเพื่อ รับมือซูเปอร์เอลนีโญ อย่างเป็นรูปธรรม โดยแผนงานดังกล่าวจะต้องครอบคลุมในหลายมิติ ทั้งการบริหารจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร การอุตสาหกรรม รวมถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ

มาตรการเร่งด่วนในการรับมือซูเปอร์เอลนีโญ

นอกจากเรื่องน้ำแล้ว นายกรัฐมนตรียังกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยมาตรการที่เน้นย้ำ ได้แก่:

  • สำรวจพื้นที่เสี่ยง: ให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งตรวจสอบป้ายโฆษณา สิ่งปลูกสร้าง และต้นไม้ใหญ่ในจุดเสี่ยง
  • ตัดแต่งต้นไม้: ป้องกันกิ่งไม้หักโค่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน
  • ตรวจสอบสาธารณูปโภค: ตรวจสอบความแข็งแรงของระบบต่างๆ เพื่อให้พร้อมรับมือกับพายุฤดูร้อนหรือลมกระโชกแรง
  • แผนเผชิญเหตุ: การเตรียมทีมกู้ภัยและศูนย์บรรเทาสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

การเตรียมความพร้อมผ่านแผนรายงานต่อ ครม. สัปดาห์หน้า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการ รับมือซูเปอร์เอลนีโญ อย่างบูรณาการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะมีทรัพยากรน้ำเพียงพอและประชาชนจะมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น

ในมุมมองของผม การหันมาให้ความสำคัญกับแผนระยะยาวเพื่อรับมือกับภัยพิบัติทางสภาพอากาศถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและจำเป็นมาก การเตรียมตัวล่วงหน้าไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสียหายเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีภาคเกษตรกรรมเป็นหัวใจหลัก หากเรามีการจัดการน้ำที่ดีตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าพายุหรือความแห้งแล้งจะรุนแรงแค่ไหน เราก็น่าจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ

ที่มา – นายกฯ สั่งรายงานแผนรับมือซูเปอร์เอลนีโญ ในที่ประชุม ครม. สัปดาห์หน้า

ศุภจี เล็งยึดเกษตรฯ แก้ราคาวัวตกต่ำ

“ศุภจี” อ้อนชาวอุบลฯ ขอสานต่อราคาข้าว-มันสำปะหลัง บอกราคาวัวร่วงเพราะภูมิใจไทยไม่ได้ดู บอกถ้าเลือกเยอะจะไปยึด เกษตรฯและอุตสาหกรรมมาดูแลเอง

วันที่ 27 มกราคม 2569 เวทีศรีเมืองใหม่แทบลุกเป็นไฟ เมื่อนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกช่วย “น้องกานต์” สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ หาเสียงเขต 8 เปิดตัวด้วยภาษาอีสานหวานเจี๊ยบ “คิดฮอดหลายๆ” พร้อมโชว์ผลงานราคาข้าวและมันสำปะหลังพุ่งกระฉูด พร้อมทั้งย้ำถึงความสำเร็จจากการปิดด่านสกัดสินค้าเถื่อนตามสั่งการนายกรัฐมนตรี

งานนี้มีช็อตเด็ด เมื่อผู้สมัครกระซิบถามเรื่อง “ราคาวัวตกต่ำ” คุณศุภจีสวนทันควันว่า “ที่ราคาวัวเนือย (ร่วง) เพราะไม่ได้อยู่กับพาณิชย์ (ที่พรรคดูแล) ไงคะ” พร้อมประกาศกลางเวทีว่ารอบนี้ขอให้ชาวอุบลฯ กาพรรคสีน้ำเงินให้ถล่มทลายจะได้เข้าไปรวบดูแลกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงอุตสาหกรรมให้เบ็ดเสร็จ เพื่อจะจัดการราคาพืชผลทั้งวัวและอ้อยให้พุ่งแรงเหมือนราคาข้าว มั่นใจหาตลาดให้ได้ทั้งในและนอกประเทศแน่นอน

ศุภจี เล็งยึดกระทรวงเกษตรฯ แก้ราคาวัวตกต่ำ จริงหรือไม่?

จากกระแสข่าวที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่จังหวัดอุบลราชธานี และได้กล่าวถึงปัญหาราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาวัวตกต่ำ ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำกล่าวอ้างที่ว่า หากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างท่วมท้น พรรคภูมิใจไทยจะเข้าไปดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร

คำถามที่ตามมาคือ คำกล่าวอ้างนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด และจะสามารถแก้ไขปัญหา ราคาวัวตกต่ำ ได้จริงหรือไม่ การที่พรรคการเมืองหนึ่งให้คำมั่นสัญญาว่าจะเข้าไปดูแลกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งนั้น เป็นเรื่องปกติในการหาเสียง แต่การจะทำได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ผลการเลือกตั้ง จำนวนที่นั่งในสภา และการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี

ผลกระทบจาก ราคาวัวตกต่ำ

ปัญหา ราคาวัวตกต่ำ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ทำให้รายได้ลดลง บางรายอาจต้องประสบกับภาวะขาดทุน หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจทำให้เกษตรกรหลายรายต้องเลิกอาชีพการเลี้ยงวัวไปในที่สุด ดังนั้น การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

การที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ออกมาให้ความมั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหา ราคาวัวตกต่ำ ได้ หากพรรคภูมิใจไทยได้เข้าไปดูแลกระทรวงเกษตรฯ นั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ประชาชนก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเป็นไปได้ และนโยบายของพรรคภูมิใจไทยในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรอย่างละเอียด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้ง

นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรฯ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ประชาชนควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง รวมถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

ที่มา – “ศุภจี” เล็งยึดกระทรวงเกษตรฯ แก้ราคาวัวตกต่ำ อ้อนเลือก ภท.ให้ถล่มทลาย

ส.อ.ท. จับมือ ธปท. รับมือบาทแข็ง-ภาษีสหรัฐฯ

ส.อ.ท. ผนึกกำลัง ธปท. สู้ศึกเศรษฐกิจ รับมือบาทแข็ง-ภาษีสหรัฐฯ ชู 4GO ยกระดับ SME

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จับมือกันเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทย ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหา บาทแข็ง ภาษีจากสหรัฐฯ และสภาพคล่องของธุรกิจ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ได้หารือร่วมกับ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ณ ห้อง Passion ส.อ.ท. เพื่อหาแนวทางสร้างความมั่นคงทางการเงินของประเทศ

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายด้าน ทั้งผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ การหาตลาดใหม่ การกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ไขหนี้สินและสภาพคล่อง การลดต้นทุนพลังงาน มาตรการเยียวยาจากการปิดด่านชายแดน รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับ บาทแข็ง การหารือครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

นายวิทัย กล่าวว่า ธปท. ทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานเพื่อเชื่อมโยงนโยบายการเงินและการคลัง และจะทำงานร่วมกับภาคธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ที่ประชุมได้หารือถึงนโยบายการขับเคลื่อน ส.อ.ท. โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมดั้งเดิม (First Industries) ไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next-Gen Industries) ผ่านการเปลี่ยนรูปแบบการผลิตจาก OEM ไปเป็น ODM หรือ OBM และใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม เช่น ดิจิทัล AI และระบบอัตโนมัติ รวมถึงการผลิตเพื่อความยั่งยืน และพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังดำเนินงานภายใต้แนวคิด 4GO เพื่อยกระดับ SMEs ได้แก่

  • Go Digital & AI: ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
  • Go Innovation: สร้างผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรม
  • Go Global: ยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก
  • Go Green: ขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายวิทัย กล่าวว่า ภารกิจหลักของ ธปท. คือ การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว โดยมี 3 ส่วนคือ การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน การสร้างเสถียรภาพทางระบบสถาบันทางการเงิน และการสร้างเสถียรภาพทางระบบการชำระเงิน

“วันนี้ เราอยู่ในจุดที่เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจต่างๆ เหมือนกัน และเราจะหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้ในระดับที่เหมาะสม และเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินของประเทศดำรงอยู่ได้ ”

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวถึงมาตรการรับมือผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ และสงครามการค้า โดยระบุว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบแล้ว ได้แก่ เหล็ก อลูมิเนียม ยานยนต์และชิ้นส่วน ไม้อัด ไม้บาง และวัสดุแผ่น เฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า ได้แก่ เหล็ก อลูมิเนียม หล่อโลหะ เครื่องจักรกลและระบบอัตโนมัติ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

TDRI ประเมินว่า หากไทยแข่งขันไม่ได้ GDP อาจอยู่ที่ -0.77% และการส่งออกไปสหรัฐฯ -15.4% แต่หากแข่งขันได้ GDP จะอยู่ที่ -0.01% และสามารถชดเชยได้จากการขยายตลาดส่งออกในภูมิภาคอื่น

นายนาวา เสนอแนะให้ภาครัฐสนับสนุนข้อมูลแก่ผู้ประกอบการ และผลักดันมาตรการทางการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งหาตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการค้า

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบในช่วงปรับตัว เช่น การชะลอการจัดชั้นหนี้ การปรับโครงสร้างสินเชื่อ และการออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

อีกทั้งยังมีแนวทางในการรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ในส่วนของข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ (Made in Thailand : MiT) นายนาวาเสนอให้ผลักดันการใช้สินค้า MiT อย่างจริงจัง โดยส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ใช้สินค้า MiT และขยายตลาดสินค้า MiT สู่ภาคเอกชนภายใต้โครงการ “ซื้อของไทยเพื่อคนไทย”

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและการแก้ปัญหาหนี้ของ SMEs โดยเสนอให้มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแบบมีเป้าหมาย สร้าง “ระบบเครดิตทางเลือก” และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ “ธุรกิจสีเขียวและดิจิทัล”

อีกทั้งยังเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการขยายพอร์ตการค้าประกันสินเชื่อของ บสย. และจัดตั้ง “กองทุน SME” เพื่อใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย

นายเกรียงไกร กล่าวว่า บาทแข็ง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก โดยเฉพาะในภาวะที่ประเทศคู่แข่งเผชิญมาตรการ Reciprocal Tariff จึงต้องหาจุดสมดุลปรับค่าเงินบาทอย่าให้แข็งเกินไป

นายวิทัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ธปท. มุ่งรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาท และพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบ

การร่วมมือของ ส.อ.ท. และ ธปท. ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ การแก้ไขปัญหา บาทแข็ง ภาษีจากสหรัฐฯ และการสนับสนุน SMEs อย่างจริงจัง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ข้อเสนอและแนวทางแก้ไขปัญหา บาทแข็ง และมาตรการภาษีสหรัฐฯ

แนวคิด 4GO เพื่อยกระดับ SME คืออะไร?

ส.อ.ท. จับมือ ธปท. รับมือบาทแข็ง-ภาษีสหรัฐฯ

ที่มา – ส.อ.ท. ผนึก ธปท. สู้ศึกเศรษฐกิจ เร่งหาทางรับมือ “บาทแข็ง-ภาษีสหรัฐฯ” ชูแนวคิด 4GO ยกระดับ SME

Scroll to top