ส.อ.ท. ผนึกกำลัง ธปท. สู้ศึกเศรษฐกิจ รับมือบาทแข็ง-ภาษีสหรัฐฯ ชู 4GO ยกระดับ SME
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จับมือกันเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทย ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหา บาทแข็ง ภาษีจากสหรัฐฯ และสภาพคล่องของธุรกิจ
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ได้หารือร่วมกับ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ณ ห้อง Passion ส.อ.ท. เพื่อหาแนวทางสร้างความมั่นคงทางการเงินของประเทศ
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายด้าน ทั้งผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ การหาตลาดใหม่ การกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ไขหนี้สินและสภาพคล่อง การลดต้นทุนพลังงาน มาตรการเยียวยาจากการปิดด่านชายแดน รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับ บาทแข็ง การหารือครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
นายวิทัย กล่าวว่า ธปท. ทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานเพื่อเชื่อมโยงนโยบายการเงินและการคลัง และจะทำงานร่วมกับภาคธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ที่ประชุมได้หารือถึงนโยบายการขับเคลื่อน ส.อ.ท. โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมดั้งเดิม (First Industries) ไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next-Gen Industries) ผ่านการเปลี่ยนรูปแบบการผลิตจาก OEM ไปเป็น ODM หรือ OBM และใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม เช่น ดิจิทัล AI และระบบอัตโนมัติ รวมถึงการผลิตเพื่อความยั่งยืน และพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังดำเนินงานภายใต้แนวคิด 4GO เพื่อยกระดับ SMEs ได้แก่
- Go Digital & AI: ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
- Go Innovation: สร้างผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรม
- Go Global: ยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก
- Go Green: ขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายวิทัย กล่าวว่า ภารกิจหลักของ ธปท. คือ การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว โดยมี 3 ส่วนคือ การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน การสร้างเสถียรภาพทางระบบสถาบันทางการเงิน และการสร้างเสถียรภาพทางระบบการชำระเงิน
“วันนี้ เราอยู่ในจุดที่เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจต่างๆ เหมือนกัน และเราจะหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้ในระดับที่เหมาะสม และเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินของประเทศดำรงอยู่ได้ ”
นายนาวา จันทนสุรคน รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวถึงมาตรการรับมือผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ และสงครามการค้า โดยระบุว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบแล้ว ได้แก่ เหล็ก อลูมิเนียม ยานยนต์และชิ้นส่วน ไม้อัด ไม้บาง และวัสดุแผ่น เฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า ได้แก่ เหล็ก อลูมิเนียม หล่อโลหะ เครื่องจักรกลและระบบอัตโนมัติ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
TDRI ประเมินว่า หากไทยแข่งขันไม่ได้ GDP อาจอยู่ที่ -0.77% และการส่งออกไปสหรัฐฯ -15.4% แต่หากแข่งขันได้ GDP จะอยู่ที่ -0.01% และสามารถชดเชยได้จากการขยายตลาดส่งออกในภูมิภาคอื่น
นายนาวา เสนอแนะให้ภาครัฐสนับสนุนข้อมูลแก่ผู้ประกอบการ และผลักดันมาตรการทางการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งหาตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการค้า
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบในช่วงปรับตัว เช่น การชะลอการจัดชั้นหนี้ การปรับโครงสร้างสินเชื่อ และการออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
อีกทั้งยังมีแนวทางในการรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ในส่วนของข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ (Made in Thailand : MiT) นายนาวาเสนอให้ผลักดันการใช้สินค้า MiT อย่างจริงจัง โดยส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ใช้สินค้า MiT และขยายตลาดสินค้า MiT สู่ภาคเอกชนภายใต้โครงการ “ซื้อของไทยเพื่อคนไทย”
นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและการแก้ปัญหาหนี้ของ SMEs โดยเสนอให้มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแบบมีเป้าหมาย สร้าง “ระบบเครดิตทางเลือก” และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ “ธุรกิจสีเขียวและดิจิทัล”
อีกทั้งยังเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการขยายพอร์ตการค้าประกันสินเชื่อของ บสย. และจัดตั้ง “กองทุน SME” เพื่อใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย
นายเกรียงไกร กล่าวว่า บาทแข็ง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก โดยเฉพาะในภาวะที่ประเทศคู่แข่งเผชิญมาตรการ Reciprocal Tariff จึงต้องหาจุดสมดุลปรับค่าเงินบาทอย่าให้แข็งเกินไป
นายวิทัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ธปท. มุ่งรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาท และพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบ
การร่วมมือของ ส.อ.ท. และ ธปท. ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ การแก้ไขปัญหา บาทแข็ง ภาษีจากสหรัฐฯ และการสนับสนุน SMEs อย่างจริงจัง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ข้อเสนอและแนวทางแก้ไขปัญหา บาทแข็ง และมาตรการภาษีสหรัฐฯ
แนวคิด 4GO เพื่อยกระดับ SME คืออะไร?
ส.อ.ท. จับมือ ธปท. รับมือบาทแข็ง-ภาษีสหรัฐฯ
ที่มา – ส.อ.ท. ผนึก ธปท. สู้ศึกเศรษฐกิจ เร่งหาทางรับมือ “บาทแข็ง-ภาษีสหรัฐฯ” ชูแนวคิด 4GO ยกระดับ SME











