เตือนฝนตก

ประกาศฉบับ 3: ฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคใต้!

กรมอุตุนิยมวิทยาออก ประกาศฉบับ 3 เตือนประชาชนในจังหวัดภาคใต้ให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงคลื่นลมแรงในบริเวณอ่าวไทย โดยสถานการณ์นี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมี ฝนตกหนักถึงหนักมาก ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา นอกจากนี้ ยังมีฝนตกหนักในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา สาเหตุหลักมาจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

สำหรับช่วงวันที่ 14–16 ธันวาคม 2568 สถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ในทะเลอันดามันห่างฝั่งคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร และในบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจาก ฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ชาวเรือที่สัญจรในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้เพื่อความปลอดภัย

นอกจากสถานการณ์ในภาคใต้แล้ว ประเทศไทยตอนบนก็จะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่งในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 เนื่องจากมีลมตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส และจะมีอากาศเย็นถึงหนาวพร้อมลมแรง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ และเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับผลผลิตทางการเกษตร

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศฉบับ 3: ฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคใต้

พื้นที่เสี่ยงภัย ฝนตกหนักถึงหนักมาก

รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา:

วันที่ 11 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

วันที่ 12 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

วันที่ 13 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พัทลุง สงขลา ระนอง และพังงา

วันที่ 14 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

วันที่ 15 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานียะลา และนราธิวาส

วันที่ 16 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

สถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ที่กำลังเกิดขึ้นในภาคใต้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 เช็กรายชื่อจังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมือ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

อุตุฯ เตือน! เหนือ-อีสาน-กลาง เจอฝน 12-13 ธ.ค.

“กรมอุตุนิยมวิทยา” เตือนวันที่ 12–13 ธ.ค. ภาคเหนือ–อีสาน–กลาง เตรียมเจอฝนตกระลอกใหม่ 12-13 ธ.ค. ก่อนอุณหภูมิลดฮวบ 14 ธ.ค.นี้

วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความโดยระบุว่า “เหนือ–อีสาน–กลางเจอฝน 12–13 ธ.ค. ก่อนอุณหภูมิลดฮวบ 14 ธ.ค. ใต้ตั้งแต่ชุมพรลงไป ฝนหนัก–คลื่นลมแรง รับมือมรสุมรอบใหม่”

อุตุฯ เตือน! เหนือ-อีสาน-กลาง เจอฝน 12-13 ธ.ค.

ในช่วงวันที่ 12-13 ธันวาคมที่จะถึงนี้ หลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนบน รวมถึงภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง เตรียมรับมือกับฝนตกระลอกใหม่ 12-13 ธ.ค. ที่กำลังจะมาเยือน หลังจากนั้น อุณหภูมิจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ดังนั้น เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อมนะครับ

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาและลักษณะของสภาพอากาศที่จะเปลี่ยนแปลงดังนี้:

  • 12–13 ธันวาคม 2568: ประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง จะมีฝนตกระลอกใหม่
  • 14–18 ธันวาคม 2568: อุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็วและรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น

สำหรับภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป จะมีมรสุมพัดแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกหนักและคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง ชาวใต้ควรระมัดระวังอันตรายจากฝนและคลื่นลมแรง

สถานการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อยในช่วงนี้ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ การเดินทาง หรือกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย อย่าลืมติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะครับ

ช่วงปลายปีแบบนี้ หลายคนคงมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศและเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสถานที่ที่จะไป เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างสนุกสนานและปลอดภัยนะครับ การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจได้

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรด้วยเช่นกัน เกษตรกรควรติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรับแผนการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

ในภาพรวม การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องให้ความสนใจและเตรียมพร้อมรับมือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หรือเรื่องใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและสังคม การตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะช่วยให้เราสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

ที่สำคัญอย่าลืมแบ่งปันข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ให้กับเพื่อนและคนในครอบครัว เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นร่วมกันนะครับ

ที่มา – อุตุฯ เตือน 12–13 ธ.ค. “เหนือ–อีสาน–กลาง” เจอฝนตกระลอกใหม่ ก่อนอุณหภูมิลดฮวบ

ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุโคโตะและอากาศหนาวเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนเรื่องพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-30 พฤศจิกายนนี้ โดยเฉพาะ 8 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2568

พายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” (KOTO) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (26 พ.ย. 68) มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 115.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าพายุ “โคโตะ” จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ และพายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 26-29 พฤศจิกายนนี้ จะมีอุณหภูมิลดลงและมีอากาศเย็นถึงหนาว พร้อมกับลมแรง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะมีอุณหภูมิลดลงถึง 5-8 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และอุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง รวมถึงเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

คลื่นลมในอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุโคโตะและอากาศหนาวเย็น

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้แจ้งเตือน พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึงเวลา 18.00 น. ของวันพรุ่งนี้

พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักจากพายุโคโตะ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ฝนตกหนัก (ปริมาณน้ำฝน 35.1 ถึง 90.0 มม.) คือ 8 จังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ กระบี่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

  • กระบี่
  • ตรัง
  • พัทลุง
  • สตูล
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

สรุปคือ แม้ว่าพายุ “โคโตะ” จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลงในหลายพื้นที่ และสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้ตอนล่าง ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็น เช็ก 8 จังหวัดยังเสี่ยงฝนตกหนัก

เตือน! อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย 29 ต.ค. – 2 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 1 เรื่อง อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายนนี้ หลายพื้นที่จะมีฝนเพิ่มขึ้น ดังนั้น เกษตรกรควรเตรียมตัวป้องกันและระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

ประกาศเตือน: อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนจะมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนบนตามลำดับ

สาเหตุของอากาศแปรปรวน

สาเหตุหลักของ อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย มาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนล่าง ซึ่งจะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบนลงสู่ทะเลอันดามันตอนบน ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ดังนั้น ประชาชนควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาดังกล่าว

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอากาศแปรปรวน

  • ผลกระทบต่อเกษตรกร: เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
  • ผลกระทบต่อการเดินทาง: เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนตก
  • อันตรายจากน้ำท่วมขัง: ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้ในบางพื้นที่

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย ที่อาจเกิดขึ้น

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในบริเวณที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ร่ม เสื้อกันฝน
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ

การเตรียมพร้อมรับมือกับ อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและปลอดภัยจากผลกระทบของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือน “อากาศแปรปรวน” บริเวณประเทศไทย มีผลกระทบ 29 ต.ค. – 2 พ.ย.

สภาพอากาศวันนี้: ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

“กรมอุตุนิยมวิทยา” พยากรณ์สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย เตือน 5 จังหวัดภาคใต้ ฝนตกหนักบางแห่ง

วันที่ 27 ต.ค. 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า ภาคใต้ตอนกลางถึงตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สำหรับประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศวันนี้ที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

คาดการณ์สภาพอากาศวันนี้แต่ละภาค

  • ภาคเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคกลาง

เมฆเป็นส่วนมาก และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป : ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • กรุงเทพและปริมณฑล

เมฆเป็นส่วนมาก และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จากสภาพอากาศวันนี้ที่แปรปรวน อย่าลืมดูแลสุขภาพ สวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น และพกร่มติดตัวเผื่อฝนตกนะคะ

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย เตือน 5 จังหวัด ฝนตกหนักบางแห่ง

ปภ.เตือน! 55 จังหวัด กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 55 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 25-30 กันยายนนี้ ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

โดย ปภ. ได้เน้นย้ำให้จังหวัดต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม รวมถึงระดับน้ำในแม่น้ำโขงและเจ้าพระยาที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

จากประกาศ ณ วันที่ 22 กันยายน 2568 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ พบว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทำให้ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง

พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

พื้นที่เสี่ยงภัยแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง

  • นนทบุรี (อำเภอเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด บางบัวทอง บางกรวย และไทรน้อย)
  • สมุทรปราการ (อำเภอเมืองสมุทรปราการ พระสมุทรเจดีย์ พระประแดง บางพลี บางบ่อ และบางเสาธง)
  • กรุงเทพมหานคร (เขตหลักสี่ บางเขน หนองจอก ตลิ่งชัน บางพลัด ลาดกระบัง บางแค และทวีวัฒนา)

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

  • ภาคเหนือ (11 จังหวัด): แม่ฮ่องสอน (ปาย), เชียงใหม่ (สะเมิง, อมก๋อย), เชียงราย (เมืองเชียงราย, แม่สาย, เชียงของ, เชียงแสน, แม่จัน), ลำปาง (เมืองลำปาง, เมืองปาน, งาว), พะเยา (เมืองพะเยา), น่าน (ปัว, ภูเพียง, แม่จริม, เวียงสา, สันติสุข), อุตรดิตถ์ (ท่าปลา), ตาก (ท่าสองยาง, อุ้มผาง), พิษณุโลก (นครไทย), เพชรบูรณ์ (เมืองเพชรบูรณ์, หล่มสัก, หล่มเก่า), อุทัยธานี (บ้านไร่)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (11 จังหวัด): บึงกาฬ (เมืองบึงกาฬ, เซกา, บึงโขงหลง, ปากคาด, พรเจริญ, ศรีวิไล), สกลนคร (กุสุมาลย์, พรรณานิคม, อากาศอำนวย), นครพนม (เมืองนครพนม, ท่าอุเทน, ธาตุพนม, นาแก, นาทม, นาหว้า, บ้านแพง, ปลาปาก, โพนสวรรค์, เรณูนคร, วังยาง, ศรีสงคราม), ชัยภูมิ (เมืองชัยภูมิ, หนองบัวแดง), มุกดาหาร (เมืองมุกดาหาร), อำนาจเจริญ (เมืองอำนาจเจริญ, ชานุมาน), นครราชสีมา (ครบุรี, โชคชัย, ปักธงชัย), บุรีรัมย์ (เมืองบุรีรัมย์, ชำนิ, นางรอง, บ้านกรวด, ประโคนชัย, พลับพลาชัย, ลำปลายมาศ, หนองหงส์), สุรินทร์ (กาบเชิง, บัวเชด, ปราสาท, พนมดงรัก), ศรีสะเกษ (กันทรลักษ์, ขุนหาญ), อุบลราชธานี (เขมราฐ, โขงเจียม, สิรินธร)
  • ภาคกลาง (8 จังหวัด): นครนายก (ปากพลี), ปราจีนบุรี (นาดี), สระแก้ว (เมืองสระแก้ว, ตาพระยา), ฉะเชิงเทรา (ท่าตะเกียบ, พนมสารคาม, สนามชัยเขต), ชลบุรี (บางละมุง, ศรีราชา), ระยอง (เมืองระยอง, ปลวกแดง, นิคมพัฒนา, แกลง), จันทบุรี (เมืองจันทบุรี, แก่งหางแมว, ขลุง, เขาคิชฌกูฏ, ท่าใหม่, โป่งน้ำร้อน, มะขาม, แหลมสิงห์), ตราด (เมืองตราด, เกาะกูด, เกาะช้าง, เขาสมิง, คลองใหญ่, บ่อไร่, แหลมงอบ)
  • ภาคใต้ (6 จังหวัด): ชุมพร (พะโต๊ะ), นราธิวาส (สุคิริน), ระนอง (เมืองระนอง, กะเปอร์, สุขสำราญ), พังงา (คุระบุรี, ตะกั่วป่า), กระบี่ (เกาะลันตา), ตรัง (สิเกา)

พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำเกิน 80%

เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, อุทัยธานี, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, กาญจนบุรี, สุพรรณบุรี, ลพบุรี, สระบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, ภูเก็ต, กระบี่

พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นและล้นตลิ่ง

แม่น้ำสายหลักและสาขา: แม่น้ำสาย (เชียงราย), แม่น้ำยม (แพร่), แม่น้ำห้วยหลวง (อุดรธานี), ลำน้ำยัง (ร้อยเอ็ด), แม่น้ำชี (ชัยภูมิ, ยโสธร), แม่น้ำมูล (อุบลราชธานี), แม่น้ำท่าจีน (สุพรรณบุรี, นครปฐม), แม่น้ำป่าสัก (เพชรบูรณ์, สระบุรี, ลพบุรี, พระนครศรีอยุธยา)

พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากแม่น้ำโขง

เชียงราย, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี

พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยา

อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สิงห์บุรี, ชัยนาท, นนทบุรี, ปทุมธานี, กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ

ปภ. ได้เน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น สามารถติดตามข้อมูลและแจ้งเหตุได้ผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT, Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, X @DDPMNews หรือ Line ID @1784DDPM และสายด่วน 1784

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันเป็นสิ่งสำคัญ อย่าประมาท และติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – ปภ. แจ้งเตือน 55 จังหวัดรวม กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 25-30 ก.ย.

เตือน! “พายุมิแทก” ไม่เข้าไทย แต่ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุมิแทก” ซึ่งถึงแม้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนัก” ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุมิแทก” ฉบับที่ 3 ผ่านทางเว็บไซต์ โดยระบุว่าเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 18 กันยายน 2568 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้พัฒนาเป็นพายุโซนร้อน “มิแทก” (Mitag) และเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 19 กันยายน ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 21.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.3 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19 กันยายน 2568 ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าว

จากอิทธิพลของ “พายุมิแทก” ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้

เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุมิแทก” ล่าสุด

สถานการณ์ “พายุมิแทก” มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลกระทบจาก “พายุมิแทก” ที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่า “พายุมิแทก” จะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ สิ่งที่ควรระวังมีดังนี้:

  • น้ำท่วมฉับพลัน: โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและใกล้แหล่งน้ำ
  • ดินโคลนถล่ม: ในพื้นที่ลาดชันและภูเขา
  • ฟ้าผ่า: หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนตก
  • การเดินทาง: วางแผนการเดินทางและตรวจสอบสภาพถนนก่อนออกเดินทาง

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักยังรวมถึงการตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านเรือน การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย เทียน และอาหารแห้ง และการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ

ถึงแม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง การเตรียมพร้อมก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัว

ที่มา – เตือน “พายุมิแทก” ฉบับที่ 3 ไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่กระทบหลายพื้นที่ “ฝนตกหนัก”

ประกาศฉบับ 1 พายุดีเปรสชัน ฝนตกหนักหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง พายุดีเปรสชัน ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แม้ว่าจะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่จะส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเกี่ยวกับ พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว และเมื่อเวลา 04.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 19.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 120.0 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 19-20 กันยายน 2568 พายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จากอิทธิพลของพายุจะทำให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

พายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 1 เตือนฝนตกหนัก

ดังนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะนี้ ขอให้ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จับตา! พายุดีเปรสชันทวีกำลัง

สถานการณ์พายุในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน

ผลกระทบจากพายุไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงฝนตกหนักเท่านั้น แต่อาจรวมถึงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ดังนั้น การเตรียมความพร้อมจึงควรครอบคลุมถึงการตรวจสอบเส้นทางน้ำ การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม และอาหารแห้ง รวมถึงการวางแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยในชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญ หากพบเห็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ เช่น น้ำท่วมขัง หรือสัญญาณของดินโคลนถล่ม ควรรีบแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและป้องกันได้อย่างทันท่วงที

การรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน การเตรียมความพร้อม การติดตามข่าวสาร และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศไทยมักเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม หรือภัยแล้ง การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม การให้ความรู้ การฝึกอบรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคมในการเผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อทวีกำลังแรงขึ้น ไม่เข้าไทย แต่หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

สภาพอากาศวันนี้: ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น เตือนภัยฝนหนัก!

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดตสภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกันนะครับ เตรียมตัวรับมือกับฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่ด้วยนะ

“กรมอุตุนิยมวิทยา” พยากรณ์สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น พร้อมเตือน 4 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” บางแห่ง

วันที่ 17 ก.ย. 2568 เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า “ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19–20 กันยายน 2568″

สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์

อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

เป็นยังไงกันบ้างครับกับสภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น อย่าลืมเตรียมตัวรับมือกับฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักกันด้วยนะครับ ขับรถก็ระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น เตือน 4 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

Scroll to top