เตือนฝนตก

เตือน! พายุคาจิกิ ฝนตกหนักถึงหนักมาก หลายจังหวัดรับมือ

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 12 เตือนภัยพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ที่กำลังเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ส่งผลให้หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนเรื่อง “พายุคาจิกิ และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 12 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ พายุไต้ฝุ่นคาจิกิ บริเวณอ่าวตังเกี๋ยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 120 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้

พายุ “คาจิกิ” จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันตามลำดับ เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นวันเดียวกัน

อิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” จะทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” หลายพื้นที่ และมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย และลำปาง สำหรับภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” มีดังนี้:

พายุคาจิกิ และฝนตกหนักถึงหนักมาก: จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง

วันที่ 25 สิงหาคม 2568: จังหวัดที่ต้องระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ลำปาง พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 26 สิงหาคม 2568: สถานการณ์พายุคาจิกิและผลกระทบ

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 27 สิงหาคม 2568: เฝ้าระวังต่อเนื่อง

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนระมัดระวังจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์พายุ “คาจิกิ” และ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – ประกาศฉบับ 12 พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” หลายจังหวัดเตรียมรับมือ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

เตือน! พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ไทยฝนเพิ่ม

มาแล้ว! ประกาศเตือนฉบับที่ 5 จากกรมอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคมนี้ เตรียมตัวรับมือกันให้พร้อมนะคะ!

เตือนฉบับ 5 พายุโซนร้อน “คาจิกิ” มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น ไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ทาง เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่องพายุ “คาจิกิ” ฉบับที่ 5 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. พายุโซนร้อน “คาจิกิ” มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองดองฮอย ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 780 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นอีก โดยจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและลาวตอนบนในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคมนี้ นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยก็มีกำลังแรงขึ้นด้วย

ผลกระทบจากพายุ “คาจิกิ” ที่ต้องระวัง

จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” และมรสุม ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ระหว่างวันที่ 24–27 สิงหาคมนี้ โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้

เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งของรอบบ้านให้แข็งแรง
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง

พายุ “คาจิกิ” กำลังจะมาถึง อย่าประมาท เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นนะคะ ความปลอดภัยของทุกคนสำคัญที่สุดค่ะ

ที่มา – เตือนฉบับ 5 พายุโซนร้อน “คาจิกิ” มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น ไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น

อัปเดต! เส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” กระทบไทย

“กรมอุตุนิยมวิทยา” อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ที่เคลื่อนตัวเร็วและจะส่งผลกระทบทั่วไทยทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคมนี้ ใครที่กำลังวางแผนเดินทางต้องเช็คสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ

วันที่ 23 สิงหาคม 2568 เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความโดยระบุว่า อัปเดตสถานการณ์พายุเย็นวันนี้ (23/8/68) : พายุโซนร้อน “คาจิกิ (KAJIKI)” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. (เคลื่อนตัวเร็ว) พายุนี้มีแนวโน้มจะมีกำลังแรงขึ้นได้อีกเมื่อเคลื่อนเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับหลังจากเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน

อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ”

ช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 นี้ อิทธิพลของพายุ คาดว่าจะทำให้ในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนั้นเตรียมรับมือกับฝนที่อาจจะตกหนักกันได้เลยค่ะ

ผลกระทบจาก พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ที่ต้องระวัง

  • ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
  • คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรงยังต้องติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ สถานการณ์ยังมีการเปลี่ยนแปลง.

จากประกาศเตือนเรื่อง อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ทำให้เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเส้นทางหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะคะ

นอกจากนี้ การวางแผนการเดินทางในช่วงนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากไม่จำเป็นควรงดการเดินทางไปยังพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ แต่หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางให้ดี และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เสื้อกันฝน ไฟฉาย และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราใส่ใจและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ก็จะสามารถลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยธรรมชาตินะคะ

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” เคลื่อนตัวเร็ว กระทบทั่วไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น

อัปเดตเส้นทาง “พายุคาจิกิ” จ่อขึ้นฝั่ง 25-26 ส.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาอัปเดตเส้นทาง “พายุคาจิกิ” ที่ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว ในช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคมนี้ สถานการณ์“พายุคาจิกิ” จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามรายละเอียดล่าสุดกันได้เลย

อัปเดตล่าสุดเส้นทาง “พายุคาจิกิ”

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เฟซบุ๊กกรมอุตุนิยมวิทยาได้โพสต์ข้อความอัปเดตสถานการณ์พายุเวลา 07.00 น. โดยระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนที่มีชื่อว่า “คาจิกิ (KAJIKI)” แล้ว

คาจิกิ (KAJIKI) หมายถึงชื่อปลาทะเลที่มีสีสวยงาม ตั้งชื่อโดยประเทศญี่ปุ่น และเป็นพายุลูกที่ 13 จากการนับจำนวนพายุของ RSMC โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

พายุคาจิกิกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเคลื่อนตัวค่อนข้างเร็ว คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว ในช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 นี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ยังมีการเปลี่ยนแปลงได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก “พายุคาจิกิ”

ถึงแม้ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจาก“พายุคาจิกิ” โดยเฉพาะในเรื่องของฝนที่อาจตกหนักในบางพื้นที่ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและน้ำท่วมฉับพลัน

  • ตรวจสอบสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ เกษตรกรควรเตรียมป้องกันพืชผลทางการเกษตรจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรง จัดเตรียมระบบระบายน้ำให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรกรรม

สถานการณ์“พายุคาจิกิ” ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง “พายุคาจิกิ” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม-สปป.ลาว ช่วง 25-26 ส.ค.นี้

อุตุฯ เตือน! พายุดีเปรสชัน ฝนตกหนัก 24-27 ส.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 3 เรื่อง พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. ประชาชนควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อุตุฯ เตือน! พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค.

วันที่ 23 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนภัยเกี่ยวกับ พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. โดยเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

สถานการณ์ปัจจุบัน (23 ส.ค. 68 เวลา 04.00 น.) พายุดีเปรสชันได้ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบนในช่วงวันที่ 25–26 ส.ค. 68 ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ฝนในประเทศไทยรุนแรงยิ่งขึ้น

พื้นที่ไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง พายุดีเปรสชันและฝนตกหนัก?

จากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในพื้นที่เหล่านี้ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

คำแนะนำสำหรับประชาชน:

  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. นี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่าประมาทและดูแลตัวเองให้ปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนพายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค.

ประกาศ! พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนเรื่อง “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 24-27 สิงหาคมนี้ เตรียมรับมือ พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย กันนะครับ!

พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย จริงหรือ?

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ กำลังเคลื่อนตัว คาดว่าจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในวันที่ 23 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ก่อนจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน ในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคม 2568

สถานการณ์นี้ยังประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้สถานการณ์น่ากังวลยิ่งขึ้นไปอีก

ผลกระทบที่จะเกิดจากพายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

จากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

คำแนะนำและข้อควรปฏิบัติ

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ขอให้ทุกคนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ในช่วงสถานการณ์ที่ พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย เช่นนี้ การเตรียมตัวรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” กระทบไทย

อุตุฯ เตือน! ฝนตกหนักมาก 24-27 ส.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน! เตรียมรับมือ ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ 24–27 ส.ค. โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทย ใครที่กำลังวางแผนเดินทาง หรือมีบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อุตุฯ เตือน 24–27 ส.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ภาคเหนือ มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่

สถานการณ์ฝนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เป็นผลมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน และเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้

รายละเอียดการคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา

  • ช่วงวันที่ 24–27 ส.ค. 2568: ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือ จะมี ฝนตกหนักมากบางพื้นที่
  • พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง: จังหวัดตาก สกลนคร นครพนม นครราชสีมา จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้น
  • สถานการณ์ทะเล: บริเวณทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พายุดีเปรสชันที่อาจส่งผลกระทบ

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้ติดตามสถานการณ์พายุดีเปรสชันบริเวณหัวเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบนในคืนนี้ (22 ส.ค.) และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ซึ่งจะขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน ในช่วงวันที่ 25–26 ส.ค. 68 ทำให้ประเทศไทยมี ฝนตกหนักมากบางพื้นที่

คำแนะนำสำหรับประชาชน

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรง
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมพร้อมอพยพไปยังที่ปลอดภัย หากได้รับการแจ้งเตือน

สรุปคือ ช่วงวันที่ 24-27 ส.ค. นี้ ภาคอีสานและภาคเหนือ ต้องเจอกับ ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ อย่างแน่นอน เตรียมตัวรับมือกันให้พร้อมนะครับ วางแผนการเดินทางเผื่อเวลา และดูแลสุขภาพกันด้วยนะ

ที่มา – อุตุฯ เตือน 24–27 ส.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ภาคเหนือ มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่

เตรียมร่มได้เลย! ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักบางแห่ง

เตรียมร่มให้พร้อม! กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศวันนี้ ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนร้อยละ 70

เตรียมร่มได้เลย ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักบางแห่ง

วันนี้ (16 ส.ค. 68) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์กระจายถึงเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคเหนือตอนล่างสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 17 ส.ค. นี้ไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศวันนี้: เตรียมร่มให้พร้อมเพราะทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จากรายงานสภาพอากาศ เตรียมร่มได้เลย ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น อย่างแน่นอน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยที่กล่าวมาข้างต้น ควรติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว อย่าลืมตรวจสอบสภาพรถและเส้นทางก่อนออกเดินทางด้วยนะครับ

ที่มา – ​เตรียมร่มได้เลย ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักบางแห่ง

อุตุฯ เตือน! ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน 15 วันล่วงหน้า เตือนช่วง 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม เผย ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าไทย แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนรายวัน (ทุกๆ 24 ชม. : นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น. วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925 hPa (750 ม.) 15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 12-26 ส.ค. 68 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ

ช่วงวันที่ 12-19 ส.ค. 68 เป็นช่วงที่ทั่วไทยยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนอง เกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน บริเวณใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ส่วนภาคอื่นๆ จะมีฝนเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่เริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยฝนจะเริ่มตกกระจายถึงเกือบทั่วไปและตกหนักบางแห่ง ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

สำหรับภาคใต้ จะเริ่มมีฝนฟ้าคะนองกระจายและตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะฝั่งอันดามันด้านรับมรสุม คลื่นลมแรงขึ้น ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาวะฝนตกหนัก ฝนตกต่อเนื่องและฝนตกสะสม โดยฝน/ฝนฟ้าคะนอง มักเกิดขึ้นในช่วงเย็นถึงค่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ขอให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนด้วยความระวัง ฝนตกถนนลื่น ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งควรเตรียมเต็นท์ ร่ม และเสื้อกันฝน เกษตรกรควรหาแหล่งกักเก็บและสำรองน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต

ในช่วงวันที่ 20 – 26 ส.ค. 68 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง แต่ปริมาณและพื้นที่อาจจะลดลงกว่าช่วงที่ผ่านมา ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนที่ตกต่อเนื่องและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่อาจจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำที่จะก่อตัวในทะเลจีนใต้ (ทางด้านตะวันออกชายฝั่งเวียดนาม) และอ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคอีสาน ในช่วงวันที่ 14-17 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นสภาวะปกติในช่วงฤดูฝน ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

สำหรับพายุโซนร้อนกำลังแรง “โพดุล (PODUL)” ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนทางด้านตะวันออก

ในช่วง 12 – 14 ส.ค. 68 ขอเตือนผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว ให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง พายุนี้ไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย ดังนั้น อย่าได้ตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลกับข่าวลือที่ส่งต่อผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ ฝนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในช่วงนี้ยังคงมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมที่พัดตามฤดูกาล

โดยปกติแล้ว ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกสำหรับประเทศไทย (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการประมวลผลข้อมูลใหม่ ดังนั้น ควรใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ)

ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน ต้องเฝ้าระวัง!

สถานการณ์ ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน ทำให้หลายพื้นที่ต้องเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

สิ่งที่ต้องระวังในช่วง ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง
  • อุบัติเหตุบนท้องถนนเนื่องจากฝนตกหนักและถนนลื่น
  • ความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร
  • โรคที่มากับน้ำ

ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้ การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ

อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – อุตุฯ พยากรณ์ฝนสะสมล่วงหน้า ช่วง 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง

Scroll to top