เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

จ่อขยายเวลาใช้สิทธิ บัตรคนจน รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน

เชื่อว่าหลายคนกำลังรอคอยข่าวดีเรื่องสวัสดิการจากภาครัฐอยู่แน่ๆ เลยค่ะ ล่าสุดมีข่าวออกมาว่าทางคณะรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาในวันจันทร์นี้ เกี่ยวกับการจ่อขยายเวลาใช้สิทธิ บัตรคนจน รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มเดิมจำนวน 13.18 ล้านคน ให้ได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 นี้ค่ะ

จ่อขยายเวลาใช้สิทธิ บัตรคนจน รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน

ทางด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเน้นย้ำเลยว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ เพราะความตั้งใจของรัฐบาลคือต้องการให้เวลาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบสิทธิอย่างรอบคอบที่สุดก่อนที่จะเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่ ทั้งนี้การขยายเวลาดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ผู้ถือบัตรเดิมได้รับความช่วยเหลือต่อเนื่องแล้ว ยังช่วยให้ระบบการคัดกรองข้อมูลมีความแม่นยำมากขึ้นด้วยค่ะ

โอกาสทองของผู้ถือบัตรทุกคนกับมาตรการ จ่อขยายเวลาใช้สิทธิ บัตรคนจน รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน

นอกจากนี้ การลงทะเบียนในรอบใหม่นี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่อาจเคยตกหล่นจากระบบไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานะคะ รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของฐานข้อมูลที่ละเอียดขึ้น ซึ่งทำให้เราเห็นภาพรวมของกลุ่มผู้เปราะบางชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่อายุระหว่าง 18-60 ปี ที่ต้องการการสนับสนุนที่มากกว่าแค่เงินสวัสดิการค่ะ

รัฐบาลวางแผนที่จะนำข้อมูลที่ละเอียดนี้มาใช้ออกแบบนโยบายเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็น:

  • การฝึกทักษะอาชีพเพิ่มเติม (Upskill) ให้ตรงกับความต้องการของตลาดงาน
  • การปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) เพื่อสร้างโอกาสในการมีรายได้ที่มั่นคง
  • การจัดสรรสวัสดิการให้ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

การปรับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแจกเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเราเชื่อว่าหากมาตรการนี้ดำเนินการได้อย่างตรงจุด จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะคะ ส่วนตัวมองว่าการให้เวลาตรวจสอบสิทธิอย่างรอบคอบนั้นเป็นเรื่องดี เพื่อให้เม็ดเงินถึงมือผู้ที่ควรได้รับจริงๆ ค่ะ

ที่มา – จ่อขยายเวลาใช้สิทธิ “บัตรคนจน” รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน

เอกนิติ พร้อมคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้คนถูกหลอกเป็นผู้ถือหุ้น-กก.บริษัท

เอกนิติ พร้อมคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้คนถูกหลอกเป็นผู้ถือหุ้น-กก.บริษัท

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมากครับ สำหรับกรณีการตรวจสอบสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ถูกนำชื่อไปแอบอ้างเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นบริษัทโดยไม่รู้ตัว จนทำให้เสียสิทธิในโครงการนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

นายเอกนิติ ได้ยืนยันว่าทางกระทรวงการคลังไม่ได้นิ่งนอนใจ และเอกนิติ พร้อมคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้คนถูกหลอกเป็นผู้ถือหุ้น-กก.บริษัท อย่างแน่นอน หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ถือสิทธินั้นถูกมิจฉาชีพหรือผู้อื่นนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้โดยมิชอบ ซึ่งนี่ถือเป็นการเยียวยาที่ตรงจุดและแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มคนที่ยากไร้และเดือดร้อนจริงๆ โดยไม่ได้มองว่าเรื่องงบประมาณเป็นอุปสรรคสำคัญ

ทำไมต้องมีการจัดระเบียบข้อมูลใหม่?

ปัจจุบันเราพบข้อมูลว่าระบบไม่ได้มีการปรับปรุงข้อมูลมานานกว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งการคัดกรองครั้งนี้เปรียบเสมือนการ “ทำความสะอาด” ฐานข้อมูลครั้งใหญ่ เพื่อให้งบประมาณกว่า 70,000 ล้านบาทต่อปี ถูกส่งต่อไปยังมือของผู้ที่สมควรได้รับสิทธิจริงๆ โดยมีเป้าหมายหลักในการคัดกรองดังนี้ครับ:

  • เพื่อช่วยคนที่ยากลำบากจริงๆ ให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐ
  • เพื่อตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัทที่ถูกสวมรอย
  • เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนพัฒนาทักษะแรงงานวัยทำงานกว่า 5 ล้านคนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

นายเอกนิติย้ำว่า แม้การตรวจสอบครั้งนี้จะทำให้มีคนบางกลุ่มไม่ได้รับสิทธิ แต่ก็เป็นการเผยให้เห็นข้อมูลที่เป็นจริง ว่ามีประชาชนจำนวนมากที่ถูกหลอกให้ทำนิติกรรมโดยไม่ตั้งใจ และการให้ เอกนิติ พร้อมคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้คนถูกหลอกเป็นผู้ถือหุ้น-กก.บริษัท ในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเล็งเห็นว่าการให้สวัสดิการเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในระยะยาวสำหรับวัยทำงาน แต่ต้องมีการส่งเสริมและพัฒนาทักษะ เพื่อให้คนไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้และยกระดับรายได้ให้สูงกว่า 100,000 บาทต่อปี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ภาครัฐหันมาใช้ “ข้อมูลจริง” ในการขับเคลื่อนนโยบายมากกว่าการเหมาเข่งครับ

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้ อย่าเพิ่งตกใจไปครับ แนะนำให้เตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อม โดยเฉพาะบันทึกการแจ้งความดำเนินคดี เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการพิสูจน์สิทธิคืน เชื่อว่าหากดำเนินการตามขั้นตอนที่รัฐกำหนด จะได้รับสิทธิกลับคืนมาอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “เอกนิติ” พร้อมคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้คนถูกหลอกเป็นผู้ถือหุ้น-กก.บริษัท

เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่า

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวใหญ่ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการคมนาคมขนส่งไทย เมื่อคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการถึงผลการศึกษาโครงการขนาดใหญ่อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งสรุปได้สั้นๆ ว่า เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง กลายเป็นการตอกย้ำว่าโครงการที่เคยเป็นความหวังในการยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้อาจต้องพับแผนไปในที่สุด

เหตุผลที่ เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง

จากการศึกษาอย่างเข้มข้นตลอด 90 วันที่ผ่านมา คณะกรรมการพบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจหลายประการครับ ประการแรกคือเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สาเหตุที่ เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง เพราะตัวเลขผลตอบแทนที่เคยคาดการณ์ไว้อาจกลายเป็นติดลบ เนื่องด้วยสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศและสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน อีกทั้งคู่แข่งในเส้นทางเดินเรือหลักของโลกก็มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว การที่จะดึงดูดสายเรือให้ย้ายเส้นทางมานั้นจึงเป็นเรื่องที่มีโอกาสน้อยมาก

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

นอกจากประเด็นเรื่องกำไรที่แลดูจะจับต้องได้ยากแล้ว เรื่องของสิ่งแวดล้อมยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ไปต่อได้ลำบาก ข้อสรุปยังชี้ชัดว่าการดำเนินโครงการจะส่งผลกระทบสูงต่อระบบนิเวศทางทะเล วิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง และทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งขาดการบูรณาการแผนงานที่ชัดเจน อีกทั้งกระแสคัดค้านจากภาคประชาชนและนักอนุรักษ์ก็เป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญยิ่ง ทำให้เห็นว่าความยั่งยืนของพื้นที่ควรมาก่อนการลงทุนในลักษณะนี้

  • ความเสี่ยงทางการเงินจากการค้าโลกที่ลดลง
  • คู่แข่งทางธุรกิจและพันธมิตรเดินเรือที่มีอยู่เดิม
  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่สามารถจัดการได้ครอบคลุม
  • เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ที่มีความกังวลสูง

แล้วจากนี้ประเทศไทยจะไปต่อทางไหน? ทางคณะกรรมการได้เสนอทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจกว่า นั่นคือการเน้นพัฒนาท่าเรือระนองให้เต็มศักยภาพควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อโครงข่ายทางราง (Missing Link) เพื่อระบายสินค้าขึ้นเหนือไปยังจีนและเชื่อมโยงกับท่าเรือฝั่งตะวันออกแทน ซึ่งถือเป็นการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่จำเป็นต้องเร่งสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่สุ่มเสี่ยง

บทเรียนครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า การขับเคลื่อนโครงการระดับชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขความหวังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองรอบด้านทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อทบทวนยุทธศาสตร์ใหม่จึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจที่รอบคอบเพื่ออนาคตของชาติที่ยั่งยืนกว่าครับ

ที่มา – “เอกนิติ” ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง

อนุทิน กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองประเด็นเรื่องสวัสดิการของภาครัฐกันอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว โดยมีประเด็นสำคัญคือ อนุทิน กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความช่วยเหลือจากรัฐจะไปถึงมือผู้ที่สมควรได้รับจริงๆ อย่างยุติธรรมและทั่วถึงตามเกณฑ์ที่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน

อนุทิน กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน

การทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก นายอนุทินได้ย้ำชัดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า หัวใจสำคัญของการทำงานในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตัดสิทธิ์หรือเพิ่มสิทธิ์ แต่คือการสร้าง ความเป็นธรรม ให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่รัฐบาลมุ่งหวังจะขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ความคืบหน้าเรื่องการทบทวนสิทธิบัตรคนจน

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงรายละเอียดเพิ่มเติมและแนวทางการดำเนินงาน นายอนุทินกลับโยนคำถามไปที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้ เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นทางการและครบถ้วนที่สุดสำหรับประชาชนที่รอคอยความชัดเจน

  • รัฐบาลเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • การทบทวนสิทธิ์ต้องตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
  • ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดได้จากกระทรวงการคลัง

หลายฝ่ายมองว่าการที่ อนุทิน กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของรัฐบาลต่อสวัสดิการพื้นฐานของประชาชน แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดปลีกย่อยในตอนนี้ แต่เชื่อว่านโยบายนี้จะส่งผลในทางที่ดีต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างแน่นอน หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะสิทธิ์ของตนเอง ขอแนะนำให้ตรวจสอบผ่านช่องทางหลักของกระทรวงการคลังเพื่อความถูกต้องและรวดเร็วครับ

ที่มา – “อนุทิน” กำชับใน ครม. ให้ความเป็นธรรมทบทวนสิทธิบัตรคนจน โยนถาม “เอกนิติ”

ไทยพร้อม 100% จัดประชุม IMF-World Bank ต.ค. 69 รับหมื่นคน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวดีที่น่าตื่นเต้นสำหรับประเทศไทยกันมาบ้างแล้ว กับการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพงานใหญ่ระดับโลกอย่าง ไทยพร้อม 100% จัดประชุม IMF-World Bank ต.ค. 69 รับหมื่นคน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่จะดึงดูดสายตาชาวโลกให้หันมามองศักยภาพของบ้านเราอีกครั้ง บอกเลยว่างานนี้ไม่ธรรมดาเพราะเป็นการรวมตัวของผู้กำหนดนโยบายและนักเศรษฐศาสตร์จาก 191 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว

ไทยพร้อม 100% จัดประชุม IMF-World Bank ต.ค. 69 รับหมื่นคน

กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาประกาศย้ำความมั่นใจว่า ไทยพร้อม 100% จัดประชุม IMF-World Bank ต.ค. 69 รับหมื่นคน นับเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเทียบเท่าโอลิมปิกทางการเงินที่จะจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานนี้นอกจากเราจะได้ต้อนรับผู้แทนกว่า 1.5 หมื่นคนแล้ว ยังเป็นโอกาสดีในการโชว์ศักยภาพของไทยสู่สายตาสากลในหลากมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ดิจิทัล หรือแม้แต่ Soft Power ของดีเมืองไทย

กางยุทธศาสตร์ Bangkok Blueprint พลิกโฉมการเงินโลก

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการนำเสนอแนวคิด ‘Bangkok Blueprint’ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมุ่งมั่นจะใช้เป็นเข็มทิศนโยบายสำหรับการเงินยุคใหม่ โดยเน้นไปที่ระบบการเงินที่ปลอดภัยและทั่วถึง (Safe & Inclusive Digital Finance) เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเรื่องภัยไซเบอร์และการทุจริตดิจิทัลที่กำลังเป็นปัญหาหลักทั่วโลก ซึ่งทางไทยเราพร้อมที่จะแชร์ประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติจริงเพื่อให้ประเทศอื่นๆ นำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของตนเอง

  • Digital & AI Transformation: เชื่อมต่อเทคโนโลยีเพื่อการเติบโตที่ยืดหยุ่น
  • Building Resilience: การเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือในโลกที่แตกแยก
  • Financial Architecture: การสร้างโครงสร้างการเงินรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
  • Longevity Economy: เปลี่ยนความท้าทายจากสังคมสูงวัยให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ

นอกเหนือจากเรื่องตัวเลขและนโยบายแล้ว งานนี้ยังเป็นเวทีที่คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมได้ เพราะเราไม่ได้แค่จัดงานให้จบไป แต่เรากำลังผลักดัน ‘Road to Thailand’ เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าการประชุมนี้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานราก ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและบริการตั้งแต่วันนี้ และเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระยะยาว การที่ผู้แทนจากต่างประเทศจะเข้ามาเดินสายแลกเปลี่ยนมุมมองในบ้านเรา ย่อมหมายถึงเงินหมุนเวียนและการยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอย่างมหาศาล

ในฐานะเจ้าบ้าน เราควรภูมิใจที่ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของเศรษฐกิจโลก และการเตรียมงานที่เน้นความร่วมมือจากทั้งรัฐและเอกชนในครั้งนี้ น่าจะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับพวกเราทุกคน มาร่วมเป็นกำลังใจและต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วยรอยยิ้มและไมตรีจิตกันเถอะครับ เชื่อว่าหลังจากจบงานนี้ ประเทศไทยจะมีก้าวกระโดดที่น่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน

ที่มา – คลัง-แบงก์ชาติ ยันไทยพร้อม 100% จัดประชุม IMF-World Bank ต.ค.นี้ รับผู้แทนกว่าหมื่นคน

คลังชงเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เข้า ครม. เตรียมประกาศผล 17 ก.ค.นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวอัปเดตที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่รอคอยความหวังเกี่ยวกับสวัสดิการภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องราวของ คลังชงเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เข้า ครม. เตรียมประกาศผล 17 ก.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามองกันอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญที่จะส่งผลต่อการคัดกรองผู้มีสิทธิในอนาคตครับ

คลังชงเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เข้า ครม.

ล่าสุดทางกระทรวงการคลังได้ออกมาเผยความคืบหน้าว่า ในวันที่ 14 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ จะมีการเสนอหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฉบับใหม่เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การคัดกรองมีความแม่นยำและเป็นธรรมมากที่สุด โดยย้ำชัดเจนว่าทั้งคนเก่าและคนใหม่จะต้องใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบคุณสมบัติครับ

รายละเอียดการปรับเกณฑ์และไทม์ไลน์สำคัญ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่หลายคนอยากรู้ เมื่อทาง คลังชงเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เข้า ครม. เตรียมประกาศผล 17 ก.ค.นี้ แล้วนั้น จะมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

  • ยกเลิกการใช้หลักเกณฑ์ลดหย่อนภาษีบิดามารดาในการพิจารณาสิทธิ
  • กำหนดวงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชีของผู้สมัครต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • ใช้มาตรฐานเดียวกันในการคัดกรองคนทั้งระบบ เพื่อให้งบประมาณกว่า 40,000 ล้านบาทถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ขั้นตอนหลังจากได้รับความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว ทางคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ จะดำเนินการยืนยันข้อมูลในระบบทันที เพื่อให้พร้อมต่อการประกาศผลอย่างเป็นทางการครับ

สรุปและไทม์ไลน์ที่ควรทราบ

เพื่อให้เพื่อนๆ ไม่พลาดโอกาสสำคัญ ทางกระทรวงการคลังได้วางกำหนดการไว้ดังนี้ครับ:

  • วันที่ 14 ก.ค. 2569: เสนอหลักเกณฑ์เข้าที่ประชุม ครม.
  • วันที่ 16 ก.ค. 2569: คณะกรรมการประชารัฐฯ ยืนยันข้อมูลในระบบ
  • วันที่ 17 ก.ค. 2569: ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ

เชื่อว่าการอัปเดตระบบในครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดสรรสวัสดิการให้ถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ครั้งใหญ่แต่ทางคลังก็มั่นใจว่าระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันในปัจจุบันจะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นครับ สำหรับใครที่รอผลอยู่ เตรียมตัวเช็กสถานะกันได้เลยในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ และหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจากทางฝั่งภาครัฐ ผมจะรีบนำมาสรุปให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันทันทีครับ หวังว่าทุกคนจะได้รับข่าวดีและผ่านเกณฑ์การพิจารณากันถ้วนหน้านะครับ!

ที่มา – คลังชงเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เข้า ครม. เตรียมประกาศผล 17 ก.ค.นี้

ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม มิ.ย. 69 พลิกบวกในรอบ 4 เดือน

ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม มิ.ย. 69 พลิกบวกในรอบ 4 เดือน

ข่าวดีสำหรับภาคเศรษฐกิจไทย เมื่อล่าสุด ส.อ.ท. ได้เปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม มิ.ย. 69 พลิกบวกในรอบ 4 เดือน โดยตัวเลขฟื้นตัวแตะระดับ 88.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 84.7 ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการไทย หลังจากที่ต้องเผชิญกับสภาวะซบเซาต่อเนื่องมาตั้งแตช่วงต้นปี

ปัจจัยหนุนหลักที่ทำให้ ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม มิ.ย. 69 พลิกบวกในรอบ 4 เดือน

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากมาตรการเศรษฐกิจที่ชัดเจนของรัฐบาล โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นทั้งกำลังซื้อในประเทศและการลงทุนข้ามพรมแดน ดังนี้:

  • โครงการไทยช่วยไทยพลัส: มาตรการนี้ช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 43,200 ล้านบาท ส่งผลดีโดยตรงต่อกลุ่ม SMEs และสินค้าอุปโภคบริโภค
  • Thailand Fastpass: อีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเร่งรัดการลงทุนจาก BOI ที่ช่วยปลดล็อกขั้นตอนเอกสาร ทำให้เกิดการลงทุนจริงแล้วกว่า 223,000 ล้านบาท
  • นโยบายด้านพลังงานและดอกเบี้ย: การคงอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเกราะคุ้มกันสำคัญที่ทำให้ ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม มิ.ย. 69 พลิกบวกในรอบ 4 เดือน ได้สำเร็จ

ด้วยเป้าหมายการลงทุนใหม่ที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ตั้งเป้าไว้ที่ 1 ล้านล้านบาทภายในปีนี้ พร้อมเสริมด้วยโครงการ ‘Skill Bridge’ เพื่อพัฒนาแรงงานไทย เราจึงมองเห็นอนาคตที่สดใสขึ้น โดยดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าพุ่งแตะระดับ 94.5 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความมั่นใจในทิศทางเศรษฐกิจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

บทเรียนสำคัญจากการฟื้นตัวรอบนี้คือ การที่ภาครัฐสามารถวางนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคเอกชนได้ตรงจุด โดยใช้กลไกการลงทุนและการเยียวยาฐานรากควบคู่กันไป หากรัฐบาลยังคงรักษาจังหวะการขับเคลื่อนนี้ต่อไป เชื่อได้ว่าภาคการผลิตของไทยจะสามารถผ่านพ้นครึ่งปีหลังได้อย่างแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนแน่นอน

ที่มา – ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม มิ.ย. 69 พลิกบวกในรอบ 4 เดือน มาตรการ ศก. แรงหนุนสำคัญ

ยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก

ยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก

กลายเป็นภาพที่ถูกจับตามองอย่างมากสำหรับการบรรยากาศการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางขึ้นตึกบัญชาการท่ามกลางรัฐมนตรีคนสำคัญที่เดินขนาบข้างอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะภาพของ ยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่นักข่าวการเมืองในทันที

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้า ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญรัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยขึ้นไปพบปะหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะเดินลงมาเพื่อเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เดินขนาบซ้ายขวาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีที่ใครหลายคนกำลังจับตามอง

บรรยากาศการเมืองที่ผ่อนคลายกับยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ทีสอบถามถึงประเด็นร้อนแรงอย่างการปรับ ครม. นายอนุทินกลับตอบกลับด้วยอารมณ์ดีและปล่อยมุกตลกท่ามกลางเสียงหัวเราะว่า ยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก โดยเป็นการไปรับประทานโจ๊กกันบนตึก ไม่ใช่การหารือเรื่องการสลับตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด คำตอบนี้ถือเป็นการดับกระแสข่าวลือได้อยู่หมัดในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

นอกจากการเดินเข้าประชุมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่นแล้ว ภายในงานยังมีการเปิดเผยถึงประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่คนไทยให้ความสนใจ:

  • ความคืบหน้าการตรวจสอบผลสอบคัดเลือกข้าราชการท้องถิ่นกว่า 15,000 ราย
  • การมอบหมายให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แถลงข้อมูลที่ชัดเจน
  • ความร่วมมือของรัฐมนตรีจากหลายพรรคที่ช่วยกันทำงานขับเคลื่อนประเทศ

งานนี้ต้องบอกเลยว่า นายกฯ อนุทินรู้วิธีบริหารจัดการบรรยากาศไม่ให้ตึงเครียดจนเกินไป แม้สถานการณ์บ้านเมืองจะมีความท้าทายอยู่ตลอดเวลา การที่ผู้นำมีความเป็นกันเองกับรัฐมนตรีเช่นนี้ ย่อมส่งผลดีต่อความร่วมมือในการทำงานระยะยาว สำหรับใครที่เป็นคอการเมืองคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การ “ทานโจ๊ก” ครั้งนี้จะนำไปสู่การทำงานรูปแบบไหน แต่ที่แน่ๆ ภาพรอยยิ้มของรัฐมนตรีทั้งสองคนยืนยันได้ว่าความสัมพันธ์ในรัฐบาลยังคงเหนียวแน่น

ที่มา – “ยศชนัน-จุลพันธ์” ขนาบข้างนายกฯ ขึ้นประชุม ครม. “อนุทิน” ปล่อยมุกเรียกไปทานโจ๊ก ไม่ใช่ปรับ ครม.

เอกนิติชี้เศรษฐกิจไทยป่วยมะเร็ง ต้องทำคีโมเศกนิติ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงสนทนาเศรษฐกิจ เมื่อเอกนิติชี้เศรษฐกิจไทยป่วยมะเร็ง ต้องทำคีโมเศกนิติ โดยนายเอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันว่า ความซบเซาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เปรียบเสมือนโรคมะเร็งที่กัดกินระบบเศรษฐกิจมานาน

วิเคราะห์คำนิยาม เอกนิติชี้เศรษฐกิจไทยป่วยมะเร็ง ต้องทำคีโมเศกนิติ

การเปรียบเปรยว่าเศรษฐกิจต้องทำคีโมนั้น หมายถึงความจำเป็นในการผ่าตัดโครงสร้างใหญ่ทางเศรษฐกิจ แม้จะต้องเจ็บปวดจากการปรับเปลี่ยน แต่ก็เป็นทางเลือกเดียวที่จะช่วยให้ไทยพ้นจากกับดักรายได้ต่ำและการเติบโตที่ต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของการผลักดันยุทธศาสตร์ 5T เพื่อพลิกฟื้นประเทศให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

รายละเอียดแผนการขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด เอกนิติชี้เศรษฐกิจไทยป่วยมะเร็ง ต้องทำคีโมเศกนิติ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ไว้ดังนี้:

  • Target: เน้นการใช้งบประมาณแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย
  • Transition: เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ
  • Transform: ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี AI
  • Transparency: เน้นความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลดิจิทัล
  • Teamwork: สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง การทำความสะอาดฐานข้อมูลที่มีกว่า 19 ล้านรายการจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เม็ดเงินช่วยเหลือถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ โดยไม่พะวงเรื่องตัวเลขยอดรวมที่ผันผวน

ปิดท้ายด้วยสีสันทางการเมือง เมื่อถูกถามถึงข่าวลือเรื่องนายกฯ สำรองอักษรย่อ “ศ” นายเอกนิติก็ได้สร้างรอยยิ้มด้วยการตอบติดตลกแบบมีอารมณ์ขันว่า “เศกนิติ” เป็นการผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดได้เป็นอย่างดี สำหรับเราในฐานะประชาชน สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ใครคือนายกฯ สำรอง แต่คือผลสัมฤทธิ์ของนโยบายคีโมเศรษฐกิจชุดนี้ว่าจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราดีขึ้นจริงหรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ

ที่มา – “เอกนิติ” ชี้เศรษฐกิจไทยป่วยมะเร็ง ต้องทำคีโม ไม่รู้กระแสนายกฯ สำรองอักษร “ศ” ก่อนติดตลก “เศกนิติ”

Scroll to top