แคนดิเดตนายก

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว สรวงศ์ เทียนทอง สอบตก

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว ล่าสุดกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง! หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 หลังปิดหีบเมื่อวาน (8 ก.พ.) พบความพลิกผันที่น่าตกใจในเขต 3 พื้นที่ชายแดน โดย “สรวงศ์ เทียนทอง” แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย ต้องสอบตก ชวดเก้าอี้ ส.ส. ให้กับ “สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์” จากพรรคกล้าธรรม ที่ปักธงได้สำเร็จ

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว

การเลือกตั้งครั้งนี้ในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญติดกับกัมพูชา ดึงดูดความสนใจจากทั่วประเทศ โดยอัปเดตผลนับคะแนน 94% เมื่อเวลา 10.48 น. แสดงให้เห็นภาพชัดเจนของแต่ละเขต สระแก้วมี 3 เขตเลือกตั้ง โดยตระกูลเทียนทองที่ครองอิทธิพลมานานยังเหนียวแน่นในเขต 1 และ 2 แต่พลาดท่าในเขต 3 ที่มีความขัดแย้งชายแดนล่าสุด ทำให้พรรคใหม่อย่างกล้าธรรมบุกทะลวงได้

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว เขต 1

  • อันดับ 1: บดี เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) – นำเดี่ยวแบบไม่ต้องลุ้น
  • อันดับ 2: เอกอนันต์ หูแก้ว (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 3: ชาญ สุคนธ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)

เขต 1 เป็นฐานที่มั่นของตระกูลเทียนทองมาอย่างยาวนาน พื้นที่นี้ส่วนใหญ่เป็นอำเภอเมืองและใกล้เคียง ผู้สมัครจากพลังประชารัฐคว้าชัยได้อย่างสบายมือ สะท้อนถึงอิทธิพลทางการเมืองท้องถิ่นที่ยังแข็งแกร่ง

ผลการเลือกตั้งสระแก้ว เขต 2

  • อันดับ 1: ตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) – สานต่อความสำเร็จของครอบครัว
  • อันดับ 2: ยุทธชัย รำไพวรรณ์ (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 3: ศิริพงศ์ ทวีวงศ์ (พรรคเศรษฐกิจ)

เขต 2 ครอบคลุมพื้นที่อรัญประเทศและใกล้ชายแดนเช่นกัน แต่ตระกูลเทียนทองยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้ ตรีนุชที่เป็นสมาชิกตระกูล ได้รับคะแนนนำขาดลอย แสดงถึงการสนับสนุนจากชาวบ้านที่คุ้นเคยกับชื่อนี้

ไฮไลต์เขต 3: สรวงศ์ เทียนทอง พ่ายแพ้ให้กล้าธรรม

  • อันดับ 1: สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ (พรรคกล้าธรรม) – ผู้ชนะหน้าใหม่
  • อันดับ 2: สรวงศ์ เทียนทอง (พรรคเพื่อไทย) – แชมป์เก่าต้องอกหัก
  • อันดับ 3: ศตพัฒน์ พิมพ์คำ (พรรคประชาชน)

เขต 3 เป็นพื้นที่แนวชายแดนที่เคยมีเหตุปะทะ ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคง พรรคกล้าธรรมซึ่งอาจเน้นนโยบายด้านนี้ สามารถดึงคะแนนได้มากพอที่จะโค่นแชมป์เก่า นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองสระแก้ว ที่ตระกูลใหญ่เริ่มเสียพื้นที่ให้พรรคหน้าใหม่

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว ยังคงต้องรอผลทางการจาก กกต. แต่จากแนวโน้มนี้ พรรคพลังประชารัฐได้เปรียบใน 2 เขต ขณะที่กล้าธรรมสร้างเซอร์ไพรส์ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ต้องการนโยบายเฉพาะเจาะจง จังหวัดสระแก้วซึ่งมีเศรษฐกิจหลักจากการค้าชายแดนและเกษตรกรรม การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่นอกเหนือจากตระกูลการเมืองเก่าแก่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นน่าสนใจ เช่น อัตราการมาเลือกตั้งสูงในเขตชายแดน และบทบาทของพรรคเล็กที่กำลังโต การเมืองท้องถิ่นสระแก้วอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากคุณอาศัยในพื้นที่หรือสนใจการเมือง อย่าลืมติดตามผลอย่างเป็นทางการและวิเคราะห์แนวโน้ม ส.ส.ชุดใหม่จะนำพาอะไรมาสู่จังหวัดนี้

ความเห็นส่วนตัว: ผลครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าการเมืองไทยกำลัง多元化มากขึ้น พรรคใหม่มีโอกาสถ้าจับประเด็นท้องถิ่นได้ถูกจุด ชาวสระแก้วฉลาดเลือกแล้ว! คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด

ที่มา – สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 สระแก้ว “สรวงศ์ เทียนทอง” แชมป์เก่าสอบตก ชวด สส. เขต 3

“ธรรมนัส” พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ไม่มีดีลรัฐบาล

หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ออกมาแสดงความรู้สึก ธรรมนัส พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 60 เสียง โดยการนับคะแนนที่แล้วเสร็จกว่า 95% ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ แม้บางเขตจะพลาดไปนิดหน่อย แต่ภาพรวมประสบความสำเร็จตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมเน้นลงพื้นที่จริง จับประเด็นที่ประชาชนต้องการ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นฐานเสียงหลัก ทำให้ได้ที่นั่ง ส.ส. ในเขตใหม่ๆ เช่น แม่ฮ่องสอน ร้อยเอ็ด และสุพรรณบุรี แม้สุพรรณบุรีจะได้เพียง 1 ที่นั่งแทน 2 ที่ตามคาด แต่ก็ถือเป็นสัญญาณดีสำหรับอนาคต

ธรรมนัส พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ตามเป้าที่ตั้งไว้

ธรรมนัส พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอย่างชัดเจนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 หลังผลนับคะแนนออกมา “เราตั้งเป้า 60 ที่นั่ง ได้ 57 ถือว่าดีมาก ใกล้เคียงเป้าหมาย” เขายอมรับว่าบางเขตคะแนนสูสี แพ้ไปนิด แต่โดยรวมดีใจที่มีเขตใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพ ทำให้พรรคมีฐานที่มั่นคงขึ้น

ยุทธศาสตร์หาเสียงที่ได้ผล

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากการทำงานหนัก ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรโดยตรง นำเสนอนโยบายที่แก้痛จุดจริงๆ ของชาวนาและเกษตรกรไทย ดังนี้

  • นโยบายน้ำ: จัดการน้ำให้เพียงพอ ลดปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม
  • ที่ดินทำกิน: แก้ปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรเข้าถึงง่ายขึ้น
  • เกษตรกรรมยั่งยืน: สนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน

ยุทธศาสตร์เหล่านี้ทำให้พรรคกล้าธรรมโดดเด่น ท่ามกลางพรรคการเมืองอื่นๆ ที่แข่งขันกันดุเดือด

ยังไม่มีดีลตั้งรัฐบาล ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำ

เมื่อถามถึงการจัดตั้งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส เผยชัดว่า ยังไม่มีดีลตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้งเมื่อคืน เขาปิดโทรศัพท์พักผ่อนเลย ไม่ได้รับสายจากใคร “ทุกอย่างต้องให้เกียรติพรรคแกนนำ” เขากล่าว โดยไม่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมกับพรรคใด ไม่ว่าจะภูมิใจไทย เพื่อไทย หรือกลุ่มอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม พรรคพร้อมเสมอ หากได้ร่วมงาน รัฐบาลชุดที่แล้วก็เคยร่วมกันมาแล้ว โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะช่วยสานต่อนโยบายเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ยังเร็วไป ทุกพรรคยังอยู่ในฐานะของตัวเอง

กรณีทุจริตเลือกตั้งที่พะเยา

นอกจากผลงานของพรรค ร.อ.ธรรมนัส ยังพูดถึงกรณีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่พะเยา ขโมยหย่อนบัตรให้พรรคประชาชน ตำรวจสรุปแล้วว่าผิดอาญา และอาจไม่ใช่แค่เขตเดียว เขาได้ประสานผู้ว่าฯ ให้ตรวจสอบต่อ และให้ กกต. ดำเนินการตามกฎหมาย

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งที่ยังมีช่องโหว่ ต้องเร่งแก้ไขเพื่อความโปร่งใส

โดยรวมแล้ว ผลการเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นศักยภาพของพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะในประเด็นเกษตรที่เป็นจุดแข็งของ ร.อ.ธรรมนัส การเมืองไทยหลังจากนี้ก็น่าจะเข้มข้น กับการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังจะเริ่มต้น คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะได้ตำแหน่งอะไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัพเดทจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ธรรมนัส” เผยยังไม่มีดีลตั้งรัฐบาล ทุกอย่างต้องให้เกียรติพรรคแกนนำ พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัปเดตกันกับ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ที่สร้างความฮือฮาทั่วประเทศ! พรรคสีส้มสุดแกร่งนี้นำคะแนนแบบถล่มทลายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์ทุกเขตเลือกตั้งครบทั้ง 33 เขตเลยทีเดียว ไม่ว่าจะนับคะแนนไปถึงไหน พรรคประชาชนก็ยังคงนำเป็นอันดับหนึ่งแบบไม่มีใครสู้ได้

การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ปิดหีบลงเวลา 17.00 น. และเริ่มทยอยนับคะแนนทันที ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเริ่มเผยแพร่ตั้งแต่ช่วงค่ำ ทำให้ประชาชนหลายคนตื่นเต้นรอติดตาม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่เป็นสมรภูมิสำคัญของการเมืองไทย

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน นำเดี่ยวครบ 33 เขตกรุงเทพ

อัปเดต ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ล่าสุด ณ เวลา 22.57 น. กกต. นับคะแนนแล้ว 53% ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าพรรคประชาชนปักธงสีส้มยึดพื้นที่ได้ทั้งหมด! ต่อมา เวลา 23.04 น. คะแนนยังคงนิ่ง พรรคนี้ยังนำอันดับหนึ่งในทุกเขต ไม่ว่าจะเป็นเขตใจกลางเมืองอย่างเขตพระนคร สาทร หรือชานเมืองอย่างลาดกระบัง บางขุนเทียน พรรคประชาชนกวาดเรียบ

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการทำงานหนักของทีมงานและนโยบายที่โดนใจชาวกรุง นโยบายแก้ปัญหาจราจร น้ำท่วม และค่าครองชีพที่พุ่งสูง ทำให้ได้คะแนนถล่มทลาย สีส้มของพรรคกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในคืนนี้

รายละเอียดคะแนนและเขตเลือกตั้งที่พรรคประชาชนชนะ

  • เขต 1 พระนคร: นำด้วยคะแนนกว่า 60%
  • เขต 10 สาทร: ครองคะแนนนำขาดลอย
  • เขต 33 ลาดกระบัง: กวาดคะแนนจากฐานเสียงชานเมือง
  • และทุกเขตอื่นๆ รวม 33 เขตทั้งหมด

ข้อมูลนี้มาจากระบบของกกต. ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ชาวเน็ตต่างแชร์ภาพธงสีส้มโบกสะบัดตามโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ

ขั้นตอนหลังผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน

หลังจากนี้ กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนอีกครั้ง โดยคาดว่าจะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน ระหว่างนี้ ผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หากเห็นว่ามีปัญหา สำหรับประชาชน สามารถติดตามผลคะแนนแบบละเอียดได้ที่เว็บไซต์กกต. หรือเพจข่าวชั้นนำ

นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว ผลเลือกตั้งในต่างจังหวัดก็กำลังนับคะแนนเข้มข้นเช่นกัน แต่ที่กรุงเทพฯ พรรคประชาชนชัดเจนที่สุด การครองทุกเขตแสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่นในเมืองหลวง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดนักการเมืองรุ่นใหม่

ทำไมพรรคประชาชนถึงประสบความสำเร็จ? นอกจากนโยบายประชานิยมแล้ว ยังมีผู้นำรุ่นใหม่ที่สื่อสารเก่ง ใช้โซเชียลมีเดียเข้าถึงวัยรุ่นและคนทำงานได้ดีเยี่ยม การหาเสียงแบบออนไลน์และออฟไลน์ผสมผสาน ทำให้ทะลุทะลวงกำแพงเขตเลือกตั้งเก่าๆ ได้

หากมองย้อนอดีต การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งก่อนๆ ชาวกรุงมักกระจายคะแนนให้หลายพรรค แต่ครั้งนี้ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน เปลี่ยนเกมทั้งหมด สีส้มกลายเป็นสีแห่งอนาคตการเมืองกทม.

สำหรับแฟนข่าวการเมือง อย่าพลาดติดตามอัปเดตเพิ่มเติม เพราะผลนี้อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ชาวกรุงเทพฯ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้ว ว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงจริงๆ

สรุปแล้ว ชัยชนะของพรรคประชาชนในกรุงเทพฯ เป็นสัญญาณบวกต่อการเมืองไทยที่ต้องการความสดใหม่และตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมกับเราได้เลย!

ที่มา – ผลเลือกตั้ง 2569 “พรรคประชาชน” ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

เปิดรายชื่อ ว่าที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1-2 พรรคกล้าธรรม

หลังจากปิดหีบเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคกล้าธรรมได้แถลงข่าวภาพรวมผลการนับคะแนนจนถึงเวลา 21.10 น. โดยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่หลายคนรอคอย นั่นคือ เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1 และ 2 ของ “พรรคกล้าธรรม” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้

เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1 และ 2 ของ “พรรคกล้าธรรม”

ในระหว่างการแถลง ร้อยเอกธรรมนัสย้ำถึงความมั่นใจในผลงานของพรรคที่อยู่ในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีและผู้สมัคร สส. ส่วนใหญ่ที่เป็น สส. เก่าเกือบ 100% ทำให้พรรคมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง การ เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1 และ 2 ของ “พรรคกล้าธรรม” จึงเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงศักยภาพของทีมนำ

รายชื่อผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 คือ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองและทหารมาอย่างยาวนาน ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เขาเป็นบุคคลสำคัญที่ขับเคลื่อนพรรคให้เติบโต ส่วนลำดับที่ 2 คือ ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ นักวิชาการชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริหารและการเมือง สองบุคคลนี้ถือเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับพรรคกล้าธรรม

背景และบทบาทของว่าที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1-2

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ใช่แค่ผู้นำพรรค แต่ยังเป็นนักการเมืองที่เคยผ่านการเลือกตั้งหลายสมัย มีผลงานเด่นในด้านความมั่นคงและพัฒนาชนบท เขาเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งช่วยยกระดับชีวิตเกษตรกรชาวไทย ส่วนศาสตราจารย์นฤมลนั้น มีชื่อเสียงจากตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เธอเชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะและการศึกษา ทำให้พรรคกล้าธรรมมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและน่าเชื่อถือ

  • จุดเด่นของธรรมนัส: ประสบการณ์ทหารและการเมืองที่สั่งสมมานาน เน้นนโยบายแก้ปัญหาพื้นที่ชนบท
  • จุดเด่นของนฤมล: ความรู้ทางวิชาการสูง ผลงานด้านการศึกษาและสาธารณสุข
  • ทั้งคู่ช่วยเสริมจุดแข็งให้พรรคในการแข่งขันปาร์ตี้ลิสต์

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งขึ้นด้วยวิสัยทัศน์สร้างประเทศไทยที่กล้าและมีธรรมะ โดยเน้นนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสร้างความมั่นคง การเลือกสองบุคคลนี้เป็นลำดับต้นๆ แสดงถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการดึงดูดคะแนนจากทุกกลุ่ม

สถานการณ์การเลือกตั้งและโอกาสของพรรค

หลังปิดหีบ ร้อยเอกธรรมนัสขอให้รอผลคะแนนที่ชัดเจนก่อนแถลงละเอียด แต่จากกระแสข่าว พรรคกล้าธรรมมีแนวโน้มได้ที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์หลายที่ โดยเฉพาะลำดับ 1-2 ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง การนับคะแนนดำเนินไปอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ และพรรคนี้คาดว่าจะมีส่วนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้ พรรคยังมีผู้สมัครเขตที่แข็งแกร่งในหลายจังหวัด เช่น ภาคเหนือและอีสาน ซึ่งเป็นฐานเสียงเดิม ทำให้โอกาสได้ สส. รวมเกิน 20 เสียงไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้วิเคราะห์การเมืองมองว่าทีมปาร์ตี้ลิสต์ชุดนี้จะช่วยพรรคทะลุเป้าได้

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกธรรมนัสและนฤมลเป็นลำดับต้นๆ ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะทั้งคู่มีทั้งความน่าเชื่อถือและผลงานจริง หากพรรคกล้าธรรมได้ที่นั่งเหล่านี้ จะช่วยผลักดันนโยบายสำคัญ เช่น การปฏิรูประบบเกษตรและการศึกษาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ติดตามผลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์และอัปเดตข่าวสารการเมืองล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1 และ 2 ของ “พรรคกล้าธรรม”

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 พรรคทางเลือกใหม่ได้ 1 ที่นั่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 กันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ โดยเฉพาะ อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง ที่หลายคนกำลังรอคอย หลังจากปิดหีบโหวตเมื่อช่วงบ่ายแก่ๆ ไปแล้ว กกต. ก็เริ่มนับและเผยผลไม่เป็นทางการทันที

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

ณ เวลา 19.56 น. ผลนับคะแนนไปได้ 3% แล้ว พบว่า “พรรคทางเลือกใหม่” ซึ่งมี “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หรือที่รู้จักในชื่อ เต้ พระราม 7 เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับ 3 นั้น ได้รับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง และยังไม่มี ส.ส. เขตเลยครับ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจับตามองมาก!

ส่วนอันดับต้นๆ ของพรรคใหญ่ๆ นั้น พรรคภูมิใจไทยนำโด่งด้วย 192 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคเพื่อไทย 84 ที่นั่ง และพรรคประชาชน 75 ที่นั่ง กกต. คาดว่าผลเกิน 90% จะออกมาในช่วง 21.00-23.00 น. ค่ำนี้เอง ใครที่กำลังลุ้นผลเลือกตั้ง 2569 อย่าพลาดนะครับ

สรุปผลคะแนนพรรคหลักๆ ล่าสุด

  • พรรคภูมิใจไทย: 192 ที่นั่ง (อันดับ 1)
  • พรรคเพื่อไทย: 84 ที่นั่ง (อันดับ 2)
  • พรรคประชาชน: 75 ที่นั่ง (อันดับ 3)
  • พรรคทางเลือกใหม่: ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง, ส.ส.เขต 0 ที่นั่ง

นี่เป็นผลไม่เป็นทางการนะครับ กกต. จะตรวจสอบอีกครั้งและประกาศรับรองภายใน 60 วัน ใครที่อยากรู้เพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ เลย

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก เพราะมีพรรคใหม่ๆ เข้ามาแข่งขันหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคทางเลือกใหม่ที่เน้นนโยบายทางเลือกใหม่ๆ ให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองแบบโปร่งใส เต้ มงคลกิตติ์ ก็เป็นตัวพิมพ์ใหญ่อยู่แล้ว จากประสบการณ์ในวงการ 1 ที่นั่งนี้แม้จะน้อย แต่ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรใหญ่โตได้ในอนาคต

สำหรับเพื่อนๆ ที่ตามผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 แบบอัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง ผมคิดว่ามันแสดงให้เห็นถึงกระแสของพรรคเล็กที่กำลังมาแรง แม้จะนับแค่ 3% แต่คะแนนอาจพุ่งขึ้นได้อีกเยอะ ลองคิดดูสิครับ ถ้าพรรคนี้ได้ที่นั่งเพิ่ม จะนำเสนอนโยบายอะไรบ้าง? เช่น การปฏิรูประบบการเมือง หรือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นให้ถกเถียงเยอะ เช่น การนับคะแนนในเขตต่างๆ ที่อาจมีดราม่า หรือการรวมพรรคหลังเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าคืนนี้หลายคนคงนั่งเฝ้าหน้าจอแน่ๆ มาลุ้นกันต่อว่าพรรคไหนจะได้โควต้านายกฯ ไป

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกคนติดตามผลแบบเรียลไทม์ไปด้วยกัน และอย่าลืมแสดงความเห็นในคอมเมนต์นะครับ คุณคิดว่าพรรคทางเลือกใหม่จะได้ที่นั่งเพิ่มไหม? หรือพรรคใหญ่จะครองหมด? แชร์ประสบการณ์การโหวตของคุณมาเลย!

ที่มา – อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

ผู้ว่าฯ ชลบุรี ตรวจหน่วยเลือกตั้ง ยันไร้ปัญหากฎหมาย

ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ว่าฯ ชลบุรี ตรวจความเรียบร้อยหน่วยเลือกตั้ง ยันยังไม่พบปัญหาทำผิดกฎหมาย ได้ลงพื้นที่จริงเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งในจังหวัดชลบุรี

ผู้ว่าฯ ชลบุรี ตรวจความเรียบร้อยหน่วยเลือกตั้ง ยันยังไม่พบปัญหาทำผิดกฎหมาย

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 และ 9 โรงเรียนบ้านภูไทร อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เวลาประมาณ 15.30 น. การตรวจครั้งนี้มีนายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด นางสาวขวัญเรือน ศรีจันทร์ ปลัดจังหวัด นางเยาวลักษณ์ เครือคำขาว ประชาสัมพันธ์จังหวัด และนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง ร่วมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อสังเกตการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่าคณะทำงานได้ออกตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งในหลายพื้นที่ เช่น อำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่ และอำเภอศรีราชา โดยในเบื้องต้นยังไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ที่ร้ายแรง เจ้าหน้าที่ทั้ง 1,700 หน่วยทั่วจังหวัดปฏิบัติงานได้เรียบร้อยตามกฎหมายที่ได้รับการอบรม

ผู้ว่าฯ ชลบุรี ตรวจความเรียบร้อยหน่วยเลือกตั้ง ยันยังไม่พบปัญหาทำผิดกฎหมาย

จังหวัดชลบุรีมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 1.2 ล้านคน และล่าสุดมีรายงานว่าการออกมาใช้สิทธิเกิน 60% แล้ว คาดว่าก่อน 17.00 น. จะทะลุ 70% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยม แสดงถึงความตื่นตัวของประชาชน แม้ช่วงบ่ายจะมีฝนตก แต่ผู้ว่าฯ มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปด้วยดี

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนชลบุรีได้มีส่วนร่วมกำหนดอนาคต โดยหน่วยเลือกตั้งในอำเภอบางละมุงซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ก็มีการจัดการที่เป็นระเบียบ ผู้ว่าฯ ชลบุรี ตรวจความเรียบร้อยหน่วยเลือกตั้ง ยันยังไม่พบปัญหาทำผิดกฎหมาย ทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจในความโปร่งใส

  • ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งหลายอำเภอ เช่น พนัสนิคม เกาะจันทร์
  • เจ้าหน้าที่ 1,700 หน่วยทำงานเรียบร้อย
  • ผู้มีสิทธิ 1.2 ล้านคน Turnout เกิน 60%
  • คาดการณ์เกิน 70% ก่อนปิดโพล

ความสำคัญของการเลือกตั้งชลบุรี

ชลบุรีเป็นจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก มีประชากรหนาแน่นและเป็นฐานเสียงสำคัญในการเลือกตั้ง การที่ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเองช่วยสร้างความเชื่อมั่น นอกจากนี้ ยังไม่มีรายงานการทุจริตหรือผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผลจากการเตรียมความพร้อมมาอย่างดี

ประชาชนที่ยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ สามารถไปได้ถึง 17.00 น. แม้ฝนจะตกก็ตาม อย่าปล่อยให้สิทธิ์สำคัญหลุดมือ เพราะการเลือกตั้งคือพลังของประชาธิปไตย

นอกจากนี้ การเลือกตั้งส.ส. และประชามติในครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับนโยบายพัฒนาจังหวัด เช่น การท่องเที่ยวพัทยา เศรษฐรษฐกิจ EEC ที่ชลบุรีเป็นส่วนหนึ่ง ผู้ว่าฯ ชลบุรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดกระบวนการ

สรุปแล้ว ผู้ว่าฯ ชลบุรี ตรวจความเรียบร้อยหน่วยเลือกตั้ง ยันยังไม่พบปัญหาทำผิดกฎหมาย เป็นข่าวดีที่สะท้อนภาพรวมการเลือกตั้งที่ราบรื่น ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

เชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารการเมืองท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่ออนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น

ที่มา – ผู้ว่าฯ ชลบุรี ตรวจความเรียบร้อยหน่วยเลือกตั้ง ยันยังไม่พบปัญหาทำผิดกฎหมาย

กกต.ยะลา เตรียมเฮลิคอปเตอร์บินรับหีบบัตรเลือกตั้ง

ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กกต.ยะลา เตรียมเฮลิคอปเตอร์บินรับหีบบัตรเลือกตั้ง จากพื้นที่ห่างไกลและภูเขาสูง เพื่อให้การขนย้ายหลังลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. และประชามติเป็นไปอย่างราบรื่น แม้ภูมิประเทศยากลำบาก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ประมาท ประชาชนในพื้นที่ยังให้ความสนใจออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก โดยยังไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ รบกวน

กกต.ยะลา เตรียมเฮลิคอปเตอร์บินรับหีบบัตรเลือกตั้งใน 2 อำเภอหลัก

นายปิยะวุธ เขียวขำ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา (กกต.ยะลา) ได้เปิดเผยถึงมาตรการพิเศษสำหรับการขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงและห่างไกลจากที่ว่าการอำเภอ ซึ่งต้องอาศัยเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยงานความมั่นคงมาช่วยเหลือ

พื้นที่ที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์มี 2 อำเภอ ได้แก่

  • อำเภอยะหา: หมู่ที่ 8 บ้านเหมืองลาบู ตำบลปะแต จะใช้เฮลิคอปเตอร์จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า บินขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ไปยังที่ว่าการอำเภอยะหา
  • อำเภอธารโต: มี 3 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ บ้านสันติ 2 หมู่ที่ 6 ต.แม่หวาด (2 หน่วยในโรงเรียนบ้านเยาะ) และบ้านจุฬาภรณ์ 9 หมู่ที่ 9 ต.แม่หวาด จะใช้เฮลิคอปเตอร์จากกองบินตำรวจ (ศชต.) ขนย้ายไปที่ว่าการอำเภอธารโต

เหตุผลที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์บินรับหีบบัตรเลือกตั้ง

เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้มีภูมิประเทศขรุขระ เป็นป่าเขา ทำให้การขนส่งทางบกใช้เวลานานและเสี่ยงภัย การใช้เฮลิคอปเตอร์จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อความรวดเร็วและปลอดภัย โดยกกต.ยะลาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นหลัก เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนน หีบบัตรจะถูกส่งตรงไปยังอำเภอทันที เพื่อนับคะแนนอย่างโปร่งใส

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงยังประเมินสถานการณ์ว่าปัจจุบันไม่มีเหตุรุนแรงใดกระทบการเลือกตั้ง สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชนยะลาที่ให้ความสำคัญกับการเมืองท้องถิ่น ณ เที่ยงวัน คะแนนออกมาใช้สิทธิ์เกิน 50% แล้ว จากเป้าหมาย 80% ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจมาก

การเลือกตั้งครั้งนี้ในจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่พิเศษด้านความมั่นคง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างกกต. กับหน่วยงานทหาร ตำรวจ ทำให้การจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพสูง แม้จะมีอุปสรรคจากภูมิประเทศ

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามผลเลือกตั้ง สามารถเช็คได้ผ่านเว็บไซต์กกต. หรือแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง เพื่อความโปร่งใส

ประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีและอากาศยานในการเลือกตั้ง

ในยุคสมัยใหม่ การนำเฮลิคอปเตอร์มาใช้ไม่เพียงช่วยประหยัดเวลา แต่ยังลดความเสี่ยงต่อการสูญหายของบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย นอกจากยะลาแล้ว พื้นที่อื่นๆ ในภาคใต้ก็อาจนำรูปแบบนี้ไปใช้หากจำเป็น

สุดท้ายนี้ การที่ประชาชนยะลาออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก แสดงถึงความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทย แม้ในพื้นที่ท้าทาย หากคุณสนใจข่าวการเมืองท้องถิ่น ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และอย่าลืมออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า!

ที่มา – กกต.ยะลา เตรียมเฮลิคอปเตอร์บินรับหีบ “บัตรเลือกตั้ง” ในพื้นที่ห่างไกล ภูเขาสูง

“วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญทางการเมืองที่กำลังเป็นกระแสกันเลยนะครับ “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง เป็นข่าวที่แสดงให้เห็นถึงความคึกคักของประชาชนในวันเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนตื่นตัวกันมาก มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร่วมกับนายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตสุพรรณบุรี เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมกันที่เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 27 บริเวณเต็นท์ที่จอดรถห้าง Big C อำเภอเมืองสุพรรณบุรี บรรยากาศคึกคักมาก มีประชาชนมารอคิวกันยาวเหยียดตั้งแต่เช้า

วราวุธ ใช้สิทธิเลือกตั้ง
บรรยากาศการเลือกตั้งสุพรรณบุรี

หลังจากกาบัตรเสร็จ นายวราวุธให้สัมภาษณ์แบบเป็นกันเองว่า วันนี้เราต้องกาบัตร 3 ใบเลยนะครับ ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติรัฐธรรมนูญ ขอชวนทุกคนพกบัตรประชาชนมาออกมาใช้สิทธิถึง 5 โมงเย็น เพื่อกำหนดอนาคตประเทศไทย ที่สำคัญต้องระวังอย่าใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์พรรคหรือเบอร์มาเข้าคูหา ถ้าทำอะไรกับบัตรอาจกลายเป็นคดีได้ และต้องกากบัตรให้ถูกต้อง ไม่งั้นบัตรเสียนะครับ

วราวุธให้สัมภาษณ์หลังลงคะแนน

จตุพร หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัว

ขณะเดียวกัน เวลา 09.30 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เดินทางใช้สิทธิที่เขตเลือกตั้งที่ 9 หน่วยที่ 30 บริเวณลานจอดรถกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประตู 3 จตุจักร กรุงเทพฯ บรรยากาศก็คึกคักไม่แพ้กัน

จตุพร ใช้สิทธิเลือกตั้ง
ประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

นายจตุพรบอกว่าดีใจมากที่เห็นประชาชนออกมาใช้สิทธิกันตั้งแต่เช้า ชวนทุกคนมาร่วมกำหนดทิศทางประเทศด้วยหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง คาดหวังการเมืองสุจริตและเปลี่ยนแปลง ฝาก กกต. ยึดกฎหมายเคร่งครัด ทำงานสุจริต แม้มีแรงกดดันแต่ต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อประเทศ

ข้อควรระวังในการเลือกตั้งวันนี้

เพื่อไม่ให้สิทธิของเราสูญเปล่า มาดูข้อกำหนดสำคัญกันครับ

  • พกบัตรประชาชน ทุกคนต้องมีเพื่อรับบัตร
  • อย่าใส่เสื้อหรือเครื่องหมายพรรค เข้าคูหา ไม่งั้นโดนไล่ออก
  • กากบัตรให้ถูกต้อง กากในช่องวงกลม ห้ามลบหรือขีดฆ่า ไม่งั้นบัตรเสีย
  • อย่าถ่ายรูปบัตร ในคูหา ผิดกฎหมาย
  • ลงคะแนนให้ครบ 3 ใบ ส.ส.เขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมกำหนดอนาคต ไม่ว่าจะพรรคไหนหรือผู้สมัครคนไหน สิทธิของคุณมีค่าเสมอ “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่าทุกคนใส่ใจเรื่องนี้มาก

ในมุมมองของผม การเห็นประชาชนตื่นตัวแบบนี้คือสัญญาณดีของประชาธิปไตยไทย มันทำให้เรามีความหวังว่าการเมืองจะดีขึ้น หากทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านที่ยังไม่ได้ไป รีบออกมาใช้สิทธิ์ก่อน 17.00 น. นะครับ อนาคตประเทศไทยอยู่ในมือคุณ!

ที่มา – “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส.เกิน 180

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องข่าวร้อนๆ จากพรรคภูมิใจไทยกันเลยดีกว่า โดยเฉพาะประเด็นที่ “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ครม. ให้ทีมงานหลักอย่างเอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี นี่มันน่าสนใจมากเลยนะครับ เพราะเป็นสัญญาณว่าพรรคภูมิใจไทยมั่นใจสุดๆ กับผลโพลล่าสุด และพร้อมลุยตั้งรัฐบาลแบบไม่เกรงใจใคร!

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ แต่ได้ใจความ เมื่อถูกถามถึงผลโพลที่คาดว่าพรรคจะได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่ง รองหัวหน้าพรรคตอบกลับแค่ว่า สาธุ! ฟังดูแล้วเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของสาวกภูมิใจไทยกระแทกตึกเลยทีเดียวครับ

นายอนุทินยังย้ำชัดว่าต้องใจเย็น รอผลเลือกตั้งจริงๆ ก่อน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนเท่านั้น พรรคภูมิใจไทยเคารพเสียงประชาชนเสมอ ไม่รีบร้อนพูดอะไรล่วงหน้า แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการจับขั้ว ส้ม แดง ฟ้า กับ น้ำเงิน แต่คุณอนุทินบอกว่าเห็นแค่น้ำเงินสู้กับส้มแดงฟ้าเมื่อ 2 วันก่อน และน้ำเงินคนเดียวเท่านั้นเอง ฮ่าๆ แบบนี้คือมั่นใจในพรรคตัวเองสุดๆ เลยนะ

ล็อกเก้าอี้ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี” นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวง

ไฮไลต์อีกเรื่องที่แฟนๆ สนใจคือการประกาศล็อกเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) บนเวทีปราศรัยครั้งสุดท้าย โดยนายอนุทินชี้ชัดว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะได้นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรี หากพรรคเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ครม.ได้ 36 คนรวมนายกฯ ก็ไม่ผิดกฎหมายอะไร

คุณอนุทินย้ำว่านี่คือเงื่อนไขของพรรค หากได้เป็นหัวขบวน ไม่ต้องไปปรึกษาพรรคร่วมก่อนหรอก เพราะเป็นสิทธิ์ของพรรคแกนนำ ฟังดูแล้วทีมงานคู่ใจเหล่านี้คงเตรียมตัวรอจ็อกเก็ตกันแล้วล่ะครับ!

เงื่อนไขจับขั้วรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย

สำหรับการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง นายอนุทินบอกว่าต้องรอขั้นตอนรับรองสถานะ ส.ส. ก่อน เพราะนายกฯ ต้องได้รับการขานชื่อในสภา หลังจากนั้นค่อยประสานจับขั้ว ไม่ยากหรอกครับ ตนพูดมาตลอดว่าทุกคนเดาได้อยู่แล้ว แต่ต้องให้ประชาชนตัดสินใจก่อน แล้วพรรคจะทำตามความต้องการของประชาชนให้ถูกใจที่สุด

ส่วนมิติใหม่ในการจับขั้ว? ไม่มีหรอก ต้องดูจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรค แล้วฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก สามารถจับมือกับทุกพรรคได้ แต่มีเงื่อนไขชัดเจน:

  • เคารพซึ่งกันและกัน
  • นโยบายไม่เคลือบแคลง ผิดศีลธรรม เช่น กาสิโน
  • ไม่แตะหมวด 1-2 ของรัฐธรรมนูญ
  • ไม่แก้ ม.112

กรอบเงื่อนไขแคบๆ แต่ชัดเจน พรรคการเมืองแต่ละพรรคตัดสินใจเองในคณะบริหารพรรค ไม่ใช่บุคคล

หลังเลือกตั้งประมาณ 20.00-21.00 น. คงรู้ผลชัดเจน แต่คุณอนุทินบอกใจเย็นๆ ก่อน อย่ารีบฟอร์มรัฐบาลเชิญหารือทันที ต้องมีขั้นตอนให้ถูกต้อง

วิเคราะห์สถานการณ์: พรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำได้จริงไหม?

จากผลโพลที่ออกมาแบบนี้ ทำให้หลายคนเริ่มมองว่าพรรคภูมิใจไทยอาจได้เป็นแกนนำจริงๆ โดยเฉพาะหากได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่งตามที่คาด แต่การเมืองไทยมันพลิกผันได้เสมอนะครับ ต้องรอวันจริงๆ ถึงจะรู้ อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจของนายอนุทินครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคเตรียมพร้อมทุกด้าน ทั้งทีมงาน เงื่อนไข และนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นหลัก

ในมุมมองของผม การประกาศล็อกเก้าอี้ครม. ล่วงหน้าแบบนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยรวมใจสมาชิกพรรคและสร้างภาพลักษณ์แข็งแกร่ง แต่ก็อาจถูกมองว่าเร่งรีบเกินไป คุณล่ะคิดยังไง?

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจริง คงเห็นการทำงานที่รวดเร็วและฟังเสียงประชาชนมากขึ้น สนับสนุนให้ทุกพรรคเคารพผลโหวต และเดินหน้าประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

คุณคิดว่าผลเลือกตั้งจะออกมายังไง? พรรคไหนจะได้เป็นแกนนำ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี”

Scroll to top