แคนดิเดตนายก

“อนุทิน” ลุยหาเสียงมุสลิมบางกะปิช่วย “โอ๋ ฐิติภัสร์”

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกท่านครับ วันนี้เรามีข่าวการเมืองที่น่าสนใจมาอัปเดตกันกับกิจกรรม “อนุทิน” ลุยหาเสียงกับพี่น้องมุสลิมบางกะปิ ช่วย “โอ๋ ฐิติภัสร์” ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม ซึ่งเป็นการลงพื้นที่หาเสียงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรวมใจคนไทยทุกศาสนา ไม่ว่าจะพุทธ มุสลิม หรืออื่นๆ กิจกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ที่มัสยิดยามิอุ้ลมุตตากีน เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

อนุทิน ลุยหาเสียงกับพี่น้องมุสลิมบางกะปิ ช่วย โอ๋ ฐิติภัสร์

“อนุทิน” ลุยหาเสียงกับพี่น้องมุสลิมบางกะปิ ช่วย “โอ๋ ฐิติภัสร์” ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม

นายอนุทิน ควงทีมใหญ่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ และนายวราวุธ ศิลปอาชา ลงพื้นที่พบปะพี่น้องมุสลิมอย่างอบอุ่น ทักทายด้วยคำว่า “ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกท่าน” ซึ่งสะท้อนถึงความเคารพในวัฒนธรรมมุสลิม พรรคภูมิใจไทยเน้นย้ำว่าพวกเขาดูแลคนไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา โดยเฉพาะ น.ส.ซาบีดา ที่เป็นตัวแทนมุสลิมช่วยเชื่อมสัมพันธ์ทุกกลุ่ม

อนุทินยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มี discrimination ระหว่างศาสนา จะทำงานให้คนไทยทุกคนเท่าเทียมกัน พร้อมรับปากช่วยเหลือเรื่องการแสวงบุญฮัจญ์ให้สะดวกและถูกกว่าเดิม รวมถึงดูแลพี่น้องใน จ.สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้ดีที่สุด ที่สำคัญ ขอคะแนนให้ “โอ๋ ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์” ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 14 ที่ขยันและเชี่ยวชาญ จะเป็นตัวแทนที่เข้มแข็ง

อนุทิน พบปะพี่น้องมุสลิมบางกะปิ

สัญญาเด็ด! ปมชายแดน-30 บาทรักษาทุกโรค-คนละครึ่ง

ระหว่างพูดคุย พี่น้องประชาชนฝากปัญหาเรื่องชายแดนใต้ 30 บาทรักษาทุกโรค ราคาพลังงาน และด่านชายแดน อนุทินรับคำเต็มที่ บอกว่าจะไม่ยอมให้ไทยเสียเปรียบ ไม่เปิดด่านแบบเอาเปรียบ ดูแลทหารชายแดนให้มั่นคง ยืนยัน 30 บาทรักษาทุกโรคที่ตัวเองริเริ่มสมัยเป็น รมว.สาธารณสุข จะยกระดับให้ครอบคลุมกว่าเดิม ลดค่าครองชีพ ลดราคาน้ำมันไฟฟ้า ส่งเสริมโซลาร์เซลล์ในชุมชน ส่วนคนละครึ่งก็สานต่อแน่นอน

น.ส.ซาบีดาเสริมว่า กระแสพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 ดีมากในพื้นที่ พี่ๆ เรียก “โอ๋” กันทั้งซอย ขอให้คนกรุงเลือกพรรคที่พูดแล้วทำ มีประสบการณ์ ซื่อสัตย์ ดูแลทุกวัย ทุกอาชีพ สร้างปรากฏการณ์สีน้ำเงิน 8 ก.พ. นี้

ซาบีดา ช่วยหาเสียง โอ๋ ฐิติภัสร์ บางกะปิ

ลุยต่อ! ตลาดเอซี สายไหม ช่วย “เอกภพ” สัญญาคนละครึ่งไม่หาย

หลังจากนั้น อนุทินลุยต่อที่ตลาดเอซี สายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 11 พ่อค้าแม่ค้าต้อนรับอบอุ่น บางร้านมีป้ายคนละครึ่ง อนุทินบอกทันที “ไม่ต้องเก็บป้ายนะ เดี๋ยวมาอีก” ยืนยันสานต่อโครงการ แวะโซนอาหารสด ถามราคาสินค้า ประชาชนให้กำลังใจ จะโหวตเบอร์ 37 แน่ มีจังหวะเกือบเจอขบวนพรรคอื่นแต่ไม่ทัน

น.ส.ฐิติภัสร์เองก็เกิดเติบโตในพื้นที่บางกะปิ-วังทองหลาง มั่นใจนโยบายพรรค เช่น ผู้บริหารมือโปร คนรุ่นใหม่ และซาบีดาที่จะดูแลมุสลิมในฝ่ายบริหาร

  • ดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม ไม่แบ่งแยก
  • ช่วยแสวงบุญฮัจญ์ถูกและสะดวก
  • ปกป้องชายแดน ไม่เสียเปรียบ
  • สานต่อ 30 บาทรักษาทุกโรค ยกระดับ
  • ลดค่าครองชีพ ส่งเสริมพลังงานทดแทน
  • คนละครึ่งต่อเนื่อง

กิจกรรม “อนุทิน” ลุยหาเสียงกับพี่น้องมุสลิมบางกะปิ ช่วย “โอ๋ ฐิติภัสร์” ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม แสดงให้เห็นพรรคภูมิใจไทยเข้าใจประชาชนจริงๆ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในยุคที่การเมืองต้องรวมไทยทุกคน

ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือผู้นำที่ genuine มาก การลงพื้นที่แบบนี้สร้างความเชื่อมั่นได้ดี หวังว่าจะนำไปสู่การทำงานที่เท่าเทียมจริง หากคุณอยู่ในกทม.เขต 14 หรือ 11 ลองพิจารณาเบอร์ 37 ดูนะครับ ไปโหวตกันเยอะๆ เพื่อไทยที่ก้าวหน้า! แสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดยังไงกับนโยบายเหล่านี้

ที่มา – “อนุทิน” ลุยหาเสียงกับพี่น้องมุสลิมบางกะปิ ช่วย “โอ๋ ฐิติภัสร์” ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม

ไอซ์ หลั่งน้ำตา สาบานปกป้องความหวัง ปชช.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองที่กำลังร้อนแรงสุดๆ กับเหตุการณ์สุดซึ้งที่ “ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช. น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือที่แฟนๆ รู้จักในชื่อ “ไอซ์ รักชนก” ได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชน (ปชน.) เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นเวทีสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง “เปลี่ยนประเทศไทย” ที่ทำให้หลายคนน้ำตาซึม รวมถึงตัวไอซ์เองด้วย!

“ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช.

บนเวทีนั้น ไอซ์เล่าประสบการณ์ชีวิตจริงจากคนที่เกิดมาในสังคมไทยแบบเราทุกคน โดยเฉพาะคนที่เรียนโรงเรียนรัฐหรือเติบโตในชุมชนแออัด เธอพูดถึงปัญหาหนักๆ ที่เราเจอมาตลอดชีวิต เช่น ยาเสพติด เด็กท้องก่อนวัยเรียน เด็กยากจนหลุดจากระบบศึกษา และที่แย่กว่านั้นคือ เราถูกปลูกฝังให้เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้คือ “เรื่องปกติ” หรือ “บุญกรรม” ไม่มีใครแก้ได้!

ไอซ์ รักชนก หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช.

ไอซ์บอกว่า เราเห็นโรงเรียนใหญ่ๆ สนามกีฬากว้างขวาง ก็คิดว่าตัวเอง “ซวย” ที่เกิดยากจน แต่จริงๆ มันไม่ใช่! พ่อแม่พี่น้องเราออกไปทำงาน สูดฝุ่น PM2.5 ทุกวัน คิดว่าปีหน้าจะดีขึ้น แต่ไม่มีใครแก้จริงจัง ประกันสังคมที่เราส่ง ก็ได้สิทธิ์แบบ “อนาถา” รักษาแบบเจียดๆ และพอแก่ก็ได้สวัสดิการแบบเดียวกัน แล้วเราก็บอกตัวเองว่า “ทำบุญเยอะๆ ชาติหน้าค่อยรวย”

ไอซ์ชี้แจง: ไม่ใช่บุญกรรม แต่เป็นรัฐบาลไร้เจตจำนง

ไอซ์ย้ำชัดว่า ปัญหาทั้งหมดตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ใช่บุญกรรม แต่เพราะ “ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช. อยู่ในยุครัฐบาลที่ไม่จริงใจช่วยประชาชน รัฐบาลดีต้องมี “เจตจำนง” ชัดเจน กระจายอำนาจ กระจายงบไปต่างจังหวัด ไม่ให้คนกรูเข้ากรุงเทพฯ แย่งงาน แย่งชีวิต

พรรคประชาชนที่สืบจากอนาคตใหม่-ก้าวไกล เสนอการเปลี่ยนแปลงแบบ “ธรรมดา” ในประเทศเจริญแล้ว เช่น ระบบศึกษาที่ไม่ทิ้งเด็กจน ทุกคนขึ้นสู่เศรษฐกิจดีโดยไม่โดนทุนใหญ่ขูดรีด ไม่มีนายทุนห้องแอร์ขายแข่งคนตัวเล็ก ระบบยุติธรรมเท่าเทียมต่อหน้ากฎหมาย

ไอซ์ รักชนก ปราศรัยพรรคประชาชน
  • ปัญหาหลักที่ไอซ์หยิบยก: ยาเสพติด, เด็กท้องวัยเรียน, เด็กจนหลุดร.ร., ฝุ่น PM2.5, ประกันสังคมอ่อนแอ, สวัสดิการผู้สูงอายุไม่พอ
  • การบิดเบือนจากกลุ่ม 1% ที่ครองทรัพยากร อำนาจราชการ ใบอนุญาต
  • การยุบพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล แม้ทำงานหนัก ส.ส.ลงมติมากที่สุด แต่คนซื้อเสียงกลับรอด
  • ยกตัวอย่าง ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับทุกพรรคซื้อเสียง แต่พรรคประชาชนขอทานข้าวเช้า!

ไอซ์ตั้งคำถามว่า “เราทำอะไรผิด? แค่ต้องการหลุดจากระบบอำนาจเก่า ให้ประชาชนตั้งรัฐบาลเอง” และในตอนจบ น้ำตาไหลพราก สาบานต่อหน้าประชาชน ถ้ายังมีชีวิตและเป็น ส.ส. จะทำทุกอย่างปกป้องความฝันที่แบกไว้ ปลุก “ด้อมส้ม” ส่ง “เท้ง” (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) เข้าสภา ตั้งรัฐบาลประชาชน

ไอซ์ รักชนก สาบานต่อประชาชน

เพื่อนๆ คิดดูสิ การปราศรัยครั้งนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็น “ความหวัง” จริงๆ ของคนตัวเล็กที่อยากเห็นรัฐบาลทำงานเต็มที่ ไม่โกง ไม่ทุจริต กระจายความเจริญทั่วประเทศ มีรัฐธรรมนูญเป็นธรรม องค์กรอิสระรับใช้ประชาชน “ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช. คือสัญญาลูกผู้ชาย (ผู้หญิง?) ที่เราต้องช่วยกันทำให้เป็นจริง!

ในมุมมองผม การเปลี่ยนแปลงที่พรรคประชาชนเสนอคือสิ่งที่ไทยต้องการมานาน ถ้าคุณเบื่อระบบเก่าๆ ที่เอื้อคนรวย มาลองสนับสนุนดู วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ กดคะแนนให้พรรคสีส้ม สร้างกำแพงเหล็กทองแดงปกป้องความฝันเรา!

คุณคิดยังไงกับคำสาบานของไอซ์? พร้อมส่งเท้งเป็นนายกฯ หรือยัง? Comment ด้านล่างมาแชร์กันเลย แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านนะ!

ที่มา – “ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช.

“แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาไม่ถูกกล่าวหา

การเลือกตั้ง ส.ส. ในประเทศไทยถือเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งล่วงหน้าที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผู้มีส่วนร่วมอย่างคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. ซึ่งเป็นจิตอาสาผู้เสียสละ กลับถูกโจมตีด้วยข้อกล่าวหาต่างๆ นานา ล่าสุด “แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาผู้เสียสละ ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมือง

“แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาผู้เสียสละ ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โดยใช้หัวข้อ “ปกป้องความจริง…กปน. อาสาสมัครเพื่อประชาธิปไตย” เขาเน้นย้ำว่า การทำงานในหน้าที่นี้มีเพื่อนสนิทเพียงสองอย่าง คือ กฎหมาย และ ความจริง กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติอย่างเที่ยงตรง ส่วนความจริงคือผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำ

บทบาทสำคัญของ กปน. จิตอาสาเพื่อประชาธิปไตย

“แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. โดยชี้ว่า กปน. คือกำลังสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ โดยเป็นประชาชนในเขตเลือกตั้งทั่วไปที่มีจิตอาสาเพื่อประชาธิปไตย ในแต่ละครั้งของการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งล่วงหน้าและวันจริง ต้องใช้ กปน. เกือบ 2 ล้านคน เพื่อบริการผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 53 ล้านคนทั่วประเทศ

แม้จะมีความผิดพลาดบ้าง แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในหน่วยเลือกตั้งกว่า 1 แสนหน่วย มีข้อผิดพลาดไม่เกิน 50 หน่วยเท่านั้น โดยทำงานต่อเนื่องกว่า 15 ชั่วโมงท่ามกลางความกดดัน หากผิดพลาดจากความไม่ตั้งใจ สำนักงาน กกต. จะรับผิดชอบ แต่หากเจตนาก่อให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ผู้กระทำต้องรับผลตามกฎหมาย

  • กปน. เป็นจิตอาสาที่มีหัวใจบริการประชาชน
  • จำนวนมหาศาลเกือบ 2 ล้านคน ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • ทำงานหนักต่อเนื่องนาน โดยแทบไม่มีเวลาพัก
  • ข้อผิดพลาดจริงน้อยมาก เมื่อเทียบกับขนาดงาน

ข้อกล่าวหาเกือบ 100 ราย แต่ผิดจริงไม่ถึง 10

ในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 มีข้อกล่าวหาต่อ กปน. และ กกต. กว่า 100 เรื่อง โดยอ้างว่าจัดการเลือกตั้งไม่เรียบร้อย แต่หลังตรวจสอบเบื้องต้น พบผิดพลาดจริงไม่ถึง 10 เรื่องเท่านั้น สิ่งที่ผิดพลาด กกต. ยอมรับและขอโทษ พร้อมปรับปรุงทันที

อย่างไรก็ตาม การกล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริงถือเป็นการไม่เป็นธรรมต่อจิตอาสาเหล่านี้ ซึ่งทำงานด้วยความเสียสละ มันกระทบจิตใจผู้ทำงานที่ถูกต้อง และบังคับให้รับผิดชอบต่อคำกล่าวหาเท็จ นายแสวงย้ำว่า กกต. มีหน้าที่ ปกป้องความจริง และ ปกป้องคนทำงาน แม้มีการเบี่ยงเบนประเด็นหลังชี้แจง แต่ กกต. จะยืนหยัดปกป้องต่อไป

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาในสังคมการเมืองไทย ที่มักมี ข่าวลือและการโจมตี เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น จิตอาสา กปน. คือเสาหลักของการเลือกตั้ง หากถูกกล่าวหาเท็จซ้ำซาก จะทำให้ไม่มีใครอยากเข้ามามีส่วนร่วม ส่งผลเสียต่อคุณภาพประชาธิปไตยในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังสามารถขยายมุมมองได้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบททดสอบความโปร่งใสของ กกต. โดยรวม โดย กปน. ได้รับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นเพื่อลดข้อผิดพลาด ข้อมูลสถิติยืนยันว่าอัตราความผิดพลาดต่ำมาก เพียง 0.05% ของหน่วยทั้งหมด ซึ่งถือว่าน้อยเยี่ยมเมื่อเทียบกับระบบใหญ่ขนาดนี้

สุดท้าย “แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาผู้เสียสละ ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ ถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนในการรักษาความยุติธรรม การปกป้องผู้ทำงานเพื่อชาติจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทย คุณเห็นด้วยหรือไม่? มาแสดงความคิดเห็นและแชร์บทความนี้เพื่อสนับสนุนจิตอาสาเลือกตั้งกันเถอะ มาร่วมสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงด้วยกัน

ที่มา – “แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาผู้เสียสละ ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ

ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด

ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด คำพูดสุดมั่นใจจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ลงพื้นที่หาเสียงปิดท้ายก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยเฉพาะที่จังหวัดพะเยา ถิ่นกำเนิดของพรรค ซึ่งเขามั่นใจว่าจะกวาดที่นั่ง สส. ทั้ง 3 เขตแบบยกจังหวัด ไม่หวั่นคู่แข่งอย่างพรรคสีแดงและสีส้ม

ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด เย้ยพรรคอื่นได้แค่ฝัน

ในเวทีปราศรัยที่ลานตลาดนัดคลองถม (บ้านหม้อ) อ.เชียงคำ จ.พะเยา เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้กล่าวอย่างหนักแน่นก่อนขึ้นเวทีปิดหาเสียง โดยช่วยผู้สมัคร สส.พะเยา 3 เขตของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ นายอัครา พรหมเผ่า (เขต 1), นายอนุรัตน์ ตันบรรจง (เขต 2) และนายจีรเดช ศรีวิราช (เขต 3) เหตุผลที่เลือกปิดท้ายที่นี่เพราะเป็นถิ่นกำเนิดของพรรค ซึ่งแตกต่างจากพรรคใหญ่ที่มักเเจนโยบายไปขายในกรุงเทพฯ พรรคกล้าธรรมเน้นฐานรากจากคนท้องถิ่น

ธรรมนัส มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด จากผลงานพัฒนาจริง

ร.อ.ธรรมนัส ย้ำชัดว่า ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด เพราะผลงานที่ผ่านมา 5-6 ปี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบก ทางอากาศ และทางราง ทำให้พะเยาเปลี่ยนแปลงไปมาก ประชาชนรู้ดีว่านักการเมืองคนไหนทำอะไรให้จริง ไม่ต้องพูดมาก แค่ให้พรรคอื่นดูผลงานตัวเองก็พอ เมื่อถามถึงคู่แข่งอย่างพรรคสีแดงและสีส้มที่บุกหาเสียง เขาเย้ยว่าพรรคอื่นได้แค่ฝัน เด็กใหม่ที่เพิ่งมาไม่มีน้ำหนัก พะเยามีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 5 แสนคน แม้เสียคะแนนไป 1-2 หมื่นก็ไม่ใช่ปัญหา

ไม่ได้โม้ ธรรมนัส มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเปิดเผยโพลภายในพรรคกล้าธรรม คาดการณ์ได้ สส. ทั่วประเทศราว 60 ที่นั่ง จากการปราศรัยกว่า 20 จังหวัด โพลภายนอกให้ 40-50 ที่นั่ง แต่เขาปักธงสีเขียวได้แน่ โดยเฉพาะพะเยาที่เป็นฐานเสียงหลัก

ผลงานพรรคกล้าธรรมในพะเยา: พัฒนาทุกมิติ

พรรคกล้าธรรมเน้นนโยบายจากฐานราก โดยเฉพาะการพัฒนาพะเยา เช่น

  • โครงสร้างพื้นฐานทางบก: ถนนหนทางเชื่อมโยงทุกอำเภอ สะดวกสบายยิ่งขึ้น
  • ทางอากาศ: สนับสนุนโครงการ فرودگاهพะเยา เพื่อเชื่อมต่อกับภาคเหนือ
  • ทางราง: วางแผนรถไฟฟ้าความเร็วสูง สร้างโอกาสเศรษฐกิจ
  • โครงการช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริม OTOP พื้นเมือง

ผลงานเหล่านี้ทำให้ประชาชนพะเยามั่นใจในพรรคกล้าธรรม มากกว่าพรรคใหญ่ที่แค่มาเเจ promises แต่ไม่ทำจริง

ธรรมนัส หาเสียงพะเยา กวาดยกจังหวัด

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมตั้งเป้าปักธงทั่วประเทศ โดยพะเยาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ หากกวาดได้ทั้ง 3 เขต จะเป็นสัญญาณบวกให้พรรคเติบโตต่อไป

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ คำพูดของ ร.อ.ธรรมนัส แสดงถึงความมั่นใจจากฐานเสียงที่เหนียวแน่น แต่การเมืองไทยยังมี变量 จากคะแนนแบ่งสัน แนะนำให้ติดตามผลเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะกวาดพะเยาได้จริงไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด เย้ยพรรคอื่นได้แค่ฝัน

“ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร

“ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เมื่อหัวหน้าพรรครักชาติและแคนดิเดตนายกฯ สองท่านลงพื้นที่ชุมชนชายแดน จ.สระแก้ว เพื่อแสดงความห่วงใยประชาชนและกำลังพลที่ปกป้องอธิปไตยชาติ

ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์ ลุยบ้านหนองจาน

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. ที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อม รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ และผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ เดินทางเยี่ยมเยียนชาวบ้านและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ หน่วยทหารและ ชรบ. ต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา

“ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร

หลังจากนั้น ทีมพรรครักชาติได้ให้กำลังใจทหารกองกำลังบูรพาที่ดูแลพื้นที่ชายแดน โดยกำลังพลทุกนายมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หาเสียง แต่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อชาติและประชาชน

เยี่ยมทหารชายแดน

อ.เจษฎ์ ซัดพรรคส้มและพรรคเพื่อไทยด้อยค่าทหารไทย

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า พรรครักชาติมาดูความเป็นอยู่ของประชาชนและทหาร ไม่ใช่หาเสียง จากข่าวการเลือกตั้งที่ชาวบ้านสงสัยว่าจะจัดได้หรือไม่ สะท้อนความไม่ไว้วางใจสถานการณ์ชายแดน อ.เจษฎ์ ชักชวนตั้งคำถามถึงพรรคประชาชน (พรรคส้ม) ที่ด้อยค่าทหารไทย แทนที่จะยกย่องคุณงามความดีของทหาร กลับโจมตีทหารผู้น้อยและทหารทั้งกองทัพ นอกจากนี้ยังชี้พรรคเพื่อไทยเป็นต้นเหตุความขัดแย้งชายแดนที่ทำให้มีผู้สูญเสีย

“แทนที่จะถามว่าทหารมีไว้ทำไม พรรครักชาติถามกลับว่านักการเมืองมีไว้ทำไม? มีไว้เกาะกินบ้านเมือง จับมือรวมผลประโยชน์ หรือผลาญภาษีราษฎร หากตอบไม่ได้ การเลือกพวกเขาอาจนำไปสู่การสิ้นชาติ”

ให้กำลังใจทหาร

ด้านนายชัยวุฒิ วิเคราะห์โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง หากผลโพลเป็นจริง บ้านเมืองอาจวุ่นวาย ไม่ไว้วางใจพรรคประชาชนที่มีแนวคิดปัญหา อ้างแก้ทุจริตแต่พรรคเองมีปัญหา และใกล้ชิดพรรคเพื่อไทยเหมือนพวกเดียวกัน อาจนำไปสู่รัฐบาลผสมส้มปนแดงที่ไร้ความจริงใจแก้ปัญหาชาติ

รณรงค์ “ขายเสียง = ขายชาติ” จี้ กกต. คุมเข้มคืนหมาหอน

นายชัยวุฒิ รณรงค์เรื่องขายเสียง โดยย้ำว่า ขายเสียงเท่ากับขายชาติ พรรครักชาติไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมนี้ กระแสซื้อเสียงช่วงโค้งสุดท้ายมีเงินสะพัดพันล้านบาท จี้ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ตื่นตัว ตรวจสอบแจกใบเหลืองใบแดงจริงจัง โดยเฉพาะ 2-3 วันก่อนเลือกตั้ง หรือ “คืนหมาหอน” ที่เงินไหลออกมา

  • เยี่ยมชาวบ้านและทหารชายแดน สร้างขวัญกำลังใจ
  • ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร เรียกร้องให้ยกย่องผู้ปกป้องชาติ
  • เตือนภัยรัฐบาลผสมส้ม-แดง ไร้ความจริงใจ
  • รณรงค์ต่อต้านซื้อเสียง ปกป้องประชาธิปไตย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ของ “ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์พรรครักชาติที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและประชาชน การเมืองไทยในช่วงนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ชายแดนที่เปราะบาง การทุจริตเลือกตั้ง และพรรคการเมืองที่ขาดความรับผิดชอบ พรรครักชาติยืนหยัดปกป้องชาติ ด้วยนโยบายที่ชัดเจน เช่น เสริมแกร่งกองทัพ ลดทุจริต และพัฒนาชายแดนให้ยั่งยืน

ในมุมมองผู้เขียน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้นำที่รักชาติจริง ไม่ใช่พวกที่เกาะกิน คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง หากสนับสนุนพรรครักชาติ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อชาติที่เข้มแข็ง

อ.เจษฎ์ ปราศรัย

ที่มา – “ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นกวาดล้างยาเสพติด กระท่อม-กัญชา

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด “กระท่อม-กัญชา” ต้องกลับไปเป็นยาเสพติด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาที่รุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดปัญหาสังคมมาอย่างยาวนาน

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด “กระท่อม-กัญชา” ต้องกลับไปเป็นยาเสพติด

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้เปิดเผยนโยบายสำคัญของพรรคประชาชาติ ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการปราบปรามยาเสพติด เพราะถือเป็นภัยร้ายที่ทำลายสังคม เศรษฐกิจ และครอบครัวคนไทย โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ ที่ถูกมองจากเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียว่าเป็น "เมืองหลวงยาไอซ์" ซึ่งน่าอับอายอย่างยิ่ง จากการสนทนากับหัวหน้าสันติบาลรัฐกลันตันของมาเลเซีย พบว่าปัญหานี้รุนแรงจนมาเลเซียต้องสร้างรั้วกั้นชายแดนเพื่อป้องกัน

ที่มาของยาเสพติดในภาคใต้

ยาเสพติดเหล่านี้ส่วนใหญ่ลักลอบมาจากสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อกบดานในพื้นที่ชายแดน โดยมีผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองบางส่วนอยู่เบื้องหลัง ใช้เงินสกปรกจากการค้าของผิดกฎหมายมาหลอกลวงประชาชนในการเมืองอีก หากพรรคประชาชาติได้อำนาจ จะใช้กลไกการฟอกเงินจัดการเด็ดขาด สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศเพื่อนบ้าน และฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เสียหายจากปัญหานี้

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด “กระท่อม-กัญชา” ต้องกลับไปเป็นยาเสพติด โดยย้ำว่าพื้นที่ที่มียาเสพติดระบาด จะไม่มีสันติภาพหรือความสุขได้แน่นอน จากประสบการณ์สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เคยผลักดันห้ามเร่ขายกระท่อมใกล้สถานศึกษา เพราะมอมเมาเยาวชน และประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือดี หากกลับมาเป็นรัฐบาล จะยึดทรัพย์ผู้ค้า บำบัดผู้เสพอย่างเหมาะสม

นโยบายปราบยาเสพติดของพรรคประชาชาติ

พรรคประชาชาติมีแผนชัดเจนในการบริหารจัดการปัญหายาเสพติด ดังนี้

  • กวาดล้างผู้ค้ารายใหญ่: ใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากยาเสพติดทั้งหมด ไม่ว่าจะซ่อนไว้ที่ไหน
  • ควบคุมกระท่อมและกัญชา: เปลี่ยนสถานะกลับเป็นยาเสพติดประเภท 5 ห้ามค้าหรือใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด
  • บำบัดผู้เสพ: สร้างศูนย์บำบัดมาตรฐานทั่วประเทศ โดยไม่ลงโทษผู้เสพที่อยากเลิก แต่เน้นการรักษาและป้องกัน
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ประสานงานกับมาเลเซียและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อตัดเส้นทางการลักลอบ
  • ป้องกันเยาวชน: ห้ามขายใกล้โรงเรียน สถานบันเทิง และชุมชน โดยมีบทลงโทษหนัก

ปัญหายาเสพติดไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่กระทบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น ครอบครัวแตกแยก เยาวชนหลงผิด และเศรษฐกิจเสียหาย โดยเฉพาะในภาคใต้ที่ถูก stigma จากต่างชาติ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด เพื่อสร้างสังคมที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรือง

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนควบคู่ไปด้วย เช่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าชายแดนที่ถูกกฎหมาย เพื่อลดช่องว่างให้ยาเสพติดแทรกซึม ประสบการณ์ของทวี สอดส่อง ที่เคยเป็นตำรวจและรัฐมนตรี ทำให้มั่นใจว่านโยบายนี้จะได้ผลจริง ไม่ใช่แค่สัญญาเลือกตั้ง

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายนี้เป็นก้าวสำคัญที่ไทยต้องการมานาน หากทำได้จริง จะช่วยลดปัญหาสังคมได้อย่างมหาศาล คุณคิดอย่างไรกับแนวทางของหัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจจริงกวาดล้างยาเสพติดนี้? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อสร้างกระแสปราบยาเสพติดให้ดังทั่วประเทศ!

ที่มา – หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลั่นเอาจริงกวาดล้างยาเสพติด “กระท่อม-กัญชา” ต้องกลับไปเป็นยาเสพติด

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ชูข้าวตันละ 15,000 บาท

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพิษณุโลกและเกษตรกรทั่วไทยครับ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวการเมืองที่กำลังมาแรงกันหน่อยดีกว่า นายพีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลกแบบเต็มตัว เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวบางระกำที่กำลังเดือดร้อนหนักจากราคาข้าวตกต่ำและค่าครองชีพแพงปรี๊ด นโยบายเด็ดๆ ที่ชูออกมาอย่างข้าวตันละ 15,000 บาท ลดราคาน้ำมันและค่าไฟ ก็ทำให้หลายคนเริ่มหันมองพรรครวมไทยสร้างชาติกันเยอะเลยนะ

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 (แก้จาก 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกอย่างอบอุ่น เพื่อช่วยนางสาวณัฏฐปีญา แครบทรี ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 เบอร์ 6 หาเสียงเลือกตั้ง ประชาชนมารอต้อนรับเพียบเลยครับ ก่อนลงพบปะนายพีระพันธุ์แวะไหว้พระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นไปกราบหลวงพ่อสำลี ที่วัดราชบูรณะ พระอารามหลวงด้วย บรรยากาศคึกคักมาก เห็นแล้วรู้สึกได้ถึงพลังของประชาชน

ประชาชนต้อนรับ พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก

จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังตลาดบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ที่นี่พ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรรุมเล่าปัญหาให้ฟังแบบไม่ยั้ง หนี้สินพอกพูน ราคาข้าวหายเหือดเกวียนละแค่ไม่กี่พัน ปุ๋ยแพง ข้าวถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา คุณลองคิดดูสิครับ ชาวนาไทยต้องลำบากขนาดไหนในยุคนี้

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ชู นโยบายแก้ปากท้อง

พีระพันธุ์ พูดคุยกับเกษตรกรบางระกำ พิษณุโลก

นายพีระพันธุ์ตอบรับปัญหาเต็มๆ ด้วยนโยบายพรรคที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องข้าว พรรครวมไทยสร้างชาติจะวางระบบให้ชาวนาได้ราคาข้าวตันละ 15,000 บาท ผ่านการให้รัฐร่วมลงทุนตั้งโรงสี รับซื้อข้าวเปลือก แปรรูปเป็นข้าวสารขายกิโลละ 30 บาท คำนวณแล้วต่อรอบผลิต ชาวนาได้ข้าวสารกว่า 200,000 บาท บวกแกลบรำข้าวอีก 75,000 บาท รวมเกือบ 300,000 บาท! เปลี่ยนจากชาวนาเป็นผู้ประกอบการเลยครับ น่าสนใจมากใช่มั้ย

นอกจากนี้ยังมีนโยบายพลังงานเด็ด ลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซลเหลือลิตรละ 25 บาท ค่าไฟไม่เกินหน่วยละ 3.30 บาท สวัสดิการถ้วนหน้า 1,500 บาท/เดือนทุกวัย หากเคยเสียภาษีได้เพิ่มอีก 500 บาท รวม 2,000 บาท ช่วยลดค่าครองชีพ ยกระดับชีวิตให้มั่นคง

  • ข้าวตันละ 15,000 บาท ผ่านโรงสีรัฐ
  • น้ำมันลิตรละ 25 บาท
  • ค่าไฟหน่วยละ 3.30 บาท
  • เบี้ยยังบำนาญ-พิการ 1,500-2,000 บาท/เดือน
  • ยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ

นโยบายเหล่านี้ตอบโจทย์ปัญหาจริงของชาวบางระกำและพิษณุโลกมากๆ ครับ ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องเผชิญราคาผันผวน ค่าน้ำมันแพง ค่าไฟพุ่ง ทำให้รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ ถ้าพรรคนี้ได้บริหารจริง คงเห็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ลองนึกภาพชาวนาขายข้าวได้ราคาดี ไม่ต้องกังวลหนี้สิน มีเงินออม มีเวลาพักผ่อน น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้คึกคักขึ้นเยอะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวเลือกตั้ง การที่พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลกแบบนี้ แสดงถึงความตั้งใจจริงจัง ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปเฉยๆ แต่ลงพื้นที่ฟังปัญหาและเสนอทางแก้ชัดเจน คุณลองเปรียบเทียบกับพรรคอื่นดูสิครับ ว่าใครตอบโจทย์ชีวิตจริงมากที่สุด

ส่วนตัวผมมองว่านโยบายนี้มีโอกาสสำเร็จสูง ถ้ารัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับเกษตรกรซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของไทย มันไม่ใช่แค่ช่วยชาวนา แต่ช่วยทุกคนเพราะข้าวคืออาหารหลัก ลดราคาน้ำมันค่าไฟก็ช่วยทุกครัวเรือน ถ้าคุณเห็นด้วย ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้จักกันนะครับ และอย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – “พีระพันธุ์” ลุยหาเสียงพิษณุโลก ขอแก้ปัญหาชาวบางระกำ ชูข้าวตันละ 15,000 บาท ลดราคาน้ำมัน-ค่าไฟ

พรรคไทยก้าวใหม่ส่งแกนนำแยกดาวกระจายหาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2569

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง สส. ปี 2569 พรรคไทยก้าวใหม่ได้ส่งแกนนำหลักออกหาเสียงแบบดาวกระจายทั่วกรุงเทพฯ เพื่อปูทางสู่ชัยชนะ โดยเฉพาะ พรรคไทยก้าวใหม่ส่งแกนนำแยกดาวกระจายหาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2569 ที่สร้างกระแสได้อย่างล้นหลาม

พรรคไทยก้าวใหม่ส่งแกนนำแยกดาวกระจายหาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2569

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคไทยก้าวใหม่นำโดย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตลาดห้วยขวางและตลาดดินแดง ตั้งแต่เช้าตรู่ บรรยากาศคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าตลอดจนประชาชนมารุมล้อม ถามไถ่เรื่องนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่เป็นจุดตายของกรุงเทพฯ ดร.เอ้ ย้ำชัดว่าจะสร้างแนวป้องกันน้ำทะเลหนุนที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมครั้งเดียวจบ ไม่ให้กรุงเทพฯ จมน้ำอีก

ต่อมา ดร.เอ้ ยังแวะเยี่ยมเยียนใกล้โรงเรียน ผู้ปกครองแห่ถามนโยบายการศึกษา อยากให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษ AI Coding ฟรี โดยไม่เป็นหนี้สิน ดร.เอ้ ชูวิสัยทัศน์ “การศึกษาต้องสร้างคน ไม่ใช่สร้างหนี้” ซึ่งได้รับการตอบรับดีเยี่ยม

ดร.เอ้ หาเสียงตลาดห้วยขวาง

แกนนำพรรคไทยก้าวใหม่ดาวกระจายทั่วกรุงเทพฯ

ไม่ใช่แค่ดร.เอ้เท่านั้น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่หนองจอก ช่วยผู้สมัคร สส. เขต 18 และ 20 ประชาชนในพื้นที่สะท้อนปัญหาน้ำท่วม ชื่นชอบนโยบายการศึกษา และเชื่อมั่นว่าพรรคจะแก้ได้จริง

นอกจากนี้ นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค ลงเขตพระนคร ดุสิต ป้อมปราบฯ สัมพันธวงศ์ และบางรัก นายกิติ วงษ์กุหลาบ รองหัวหน้าพรรค ลงธนบุรี คลองสาน บางกอกน้อย และปากกอก นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ลงคลองสามวา ส่วนนายจักรพันธ์ พรนิมิตร ลงบางกอกน้อย ทุกคนรับฟังปัญหาเศรษฐกิจ ชูหมายเลข 49 และนโยบายเด่น

แกนนำพรรคไทยก้าวใหม่หาเสียง

ดร.เอ้ ยังให้สัมภาษณ์ถึงคาดหวัง สส. จากการเมืองมืออาชีพ แก้ปัญหาไม่เติมขัดแย้ง ย้ำหัวใจคือการศึกษา เพื่ออนาคตไทย ส่วนปัญหาชายแดน สนับสนุนกองทัพด้วยเทคโนโลยี ใช้การทูตชี้สแกมเมอร์กัมพูชา ช่วยเหลือประชาชนชายแดน 100,000 ครอบครัว ให้หมอ ครู พยาบาล ได้ชดเชย ลูกๆ ได้เรียน

เรื่องเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. มีปัญหาเยอะ ขอให้ กกต. จัดการวันจริง 8 ก.พ. ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม

  • นโยบายเด่น: แก้น้ำท่วมถาวร
  • การศึกษาฟรี สร้างคนเก่ง AI Coding
  • สนับสนุนความมั่นคงชายแดน
  • เศรษฐกิจแก้ยากจน

การหาเสียงแบบนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคไทยก้าวใหม่ หากคุณพร้อมเห็นการเปลี่ยนแปลง ลองศึกษานโยบายและลงคะแนนหมายเลข 49 ในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เพื่ออนาคตไทยที่แข็งแกร่ง

ที่มา – พรรคไทยก้าวใหม่ส่งแกนนำแยกดาวกระจายหาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2569

“อนุทิน” เมิน “มาร์ค” เตือน กทม. กาน้ำเงินได้ส้ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องเด็ดมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ “อนุทิน” เมิน “มาร์ค” เตือน กทม. กาน้ำเงินได้ส้ม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่สนคำเตือนจากนายอภิสิทธิ์ หรือ “มาร์ค” เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่บอกว่าถ้ากรุงเทพฯ เลือกพรรคสีน้ำเงิน (ภูมิใจไทย) อาจได้ผลแบบเดิมคือพรรคสีส้ม (ประชาธิปัตย์?) ได้ยกจังหวัด อนุทินมั่นใจเต็มเปี่ยม พร้อมลุยหาเสียงแบบใกล้ชิดประชาชน

อนุทินลงพื้นที่ตลาด

“อนุทิน” เมิน “มาร์ค” เตือน กทม. กาน้ำเงินได้ส้ม

เช้าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 (ในเนื้อหาเขียน 2569 แต่เชื่อว่าเป็น 2568) เวลา 06.30 น. ที่ตลาดเช้าพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี อนุทินบุกตลาดเช้าแบบปั่นจักรยานหาเสียงสุดคึกคัก ช่วยผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 1 น.ส.กัญญาพร แก้วทิพย์ และทีมผู้สมัครเขตอื่นๆ ของพรรคภูมิใจไทย ทั้งเฉลิมพล นิยมสินธุ์ (เขต 2), สิริภิญญ์ อินทรประเสริฐ (เขต 3), อดุล จันทร์แก้ว (เขต 8) เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าประชาชนที่มาซื้อของ แม่ค้าถามโครงการ “คนละครึ่ง” ตลอดทาง อนุทินยิ้มตอบ “100%” แม่ค้าคนหนึ่งแซว “ลูกชอบท่านมาก อนุทิน ชินวัตร” ทำเอาเจ้าตัวหัวเราะกลบเกลื่อน บอก “เป็นมงคล” อีกคนบอก “ใจให้ร้อย” อนุทินตอบฮาๆ “ไม่เอาร้อย เอาเบอร์ 37” ผู้สูงอายุมาขอถ่ายรูป ขอเพิ่มเงินบำนาญจาก 600 เป็น 1,000-2,000 บาท อนุทินบอก “ได้ แต่ต้องดูงบ” แล้วปั่นจักรยานป้ายหาเสียง มีกัญญาพรซ้อนท้าย ลุยพื้นที่ต่อ

อนุทินปั่นจักรยานหาเสียง

มั่นใจนนทบุรี ใช้ผลงานแลกคะแนน

สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ อนุทินบอกมั่นใจนนทบุรีเพราะประชาชนตอบรับดี ชอบผลงานรัฐบาล เคยอยู่นนทบุรี 5 ปีสมัยเป็น รมว.สาธารณสุข รู้ปัญหาดี ผู้สมัครเป็นลูกพื้นที่ ไม่อ้อนขอเลือก แต่เอาผลงานแลก “สร้างความมั่นใจ ประชาชนเลือกเอง” พูดถึง กทม. ที่มาร์คเตือน “อนุทิน” เมิน “มาร์ค” เตือน กทม. กาน้ำเงินได้ส้ม บอกเป็นความเห็นส่วนตัว ทางพรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบายดีๆ ไม่ด่าพรรคอื่น ให้เกียรติกัน มั่นใจผู้สมัคร กทม. มีประวัติใกล้ชิดพื้นที่

  • นโยบายเด่นที่แม่ค้าถาม: คนละครึ่ง 100%
  • เพิ่มเงินผู้สูงอายุ: ดูงบได้
  • เบอร์ 37: สัญลักษณ์พรรคภูมิใจไทย
อนุทินสัมภาษณ์

โต้ธนาธร: ใบสั่งมีแต่จากประชาชน

กรณีธนาธร บอกไม่ยอมให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาล อนุทินบอกไม่รู้เรื่อง ไม่มีใบสั่ง เลือกตั้งใครเป็น ส.ส. ประชาชนตัดสิน โหวตเตอร์สั่งอย่างเดียว เล่นการเมือง 22-23 ปี ไม่เคยเจอใบสั่งสักใบ ส.ส.ต้องฟังประชาชน

มั่นใจชายแดนสงบ เลือกตั้ง 8 ก.พ. ไร้ปัญหา

วันทหารผ่านศึก อนุทินย้ำชายแดนสงบ ควบคุมได้ ไม่มีสัญญาณร้าย กองทัพรัฐบาลไม่ประมาท เฝ้าระวังเข้ม เลือกตั้ง 8 ก.พ. ต้องไม่มีปัญหา ประชาชนให้ความสำคัญกำหนดอนาคตประเทศ

อนุทินชายแดน

สรุปแล้ว “อนุทิน” เมิน “มาร์ค” เตือน กทม. กาน้ำเงินได้ส้ม แบบชิลๆ มุ่งผลงานลุยหาเสียง สถานการณ์เลือกตั้งร้อนระอุแต่พรรคภูมิใจไทยดูมั่นใจสุดๆ ในมุมผมคิดว่าการหาเสียงใกล้ชิดแบบนี้ได้ใจประชาชนจริง ผลงานอย่างคนละครึ่งช่วยชีวิตแม่ค้าหลายคน คุณล่ะคิดยังไง? คอมเมนต์บอกกันหน่อย อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 8 ก.พ. นะครับ เพื่ออนาคตประเทศไทย!

ที่มา – “อนุทิน” เมิน “มาร์ค” เตือน กทม. กาน้ำเงินได้ส้ม มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ. ได้เลือกตั้ง

Scroll to top