โครงการคนละครึ่ง 2568

“คนละครึ่งพลัส” คนเสียภาษีรับสูงสุด 2,400 บาท เช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ใหม่

“คนละครึ่งพลัส” คือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เสียภาษีที่จะได้รับสิทธิสูงสุด 2,400 บาท ตามที่ระบุในมติล่าสุดของกระทรวงการคลัง หากคุณกำลังมองหาข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับ “คนละครึ่งพลัส” คนเสียภาษีรับสูงสุด 2,400 บาท เช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ใหม่ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจรายละเอียดทั้งหมด เพื่อเตรียมตัวลงทะเบียนและใช้สิทธิให้คุ้มค่าที่สุด

“คนละครึ่งพลัส” คนเสียภาษีรับสูงสุด 2,400 บาท เช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ใหม่

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยอัปเดตเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ใหม่ล่าสุด กลุ่มผู้เสียภาษีจะได้รับเงินสูงสุด 2,400 บาท ในรูปแบบแบ่งจ่าย 60:40 ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไปได้รับ 2,000 บาท แบ่ง 50:50 และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้เพิ่มจาก 300 บาท เป็น 2,000 บาท ระยะเวลาการใช้สิทธิอยู่ที่ 2 เดือน ตั้งแต่พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนและใช้สิทธิได้ภายในเดือนตุลาคมนี้

ตามข้อมูลจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงจะเสนอโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2568 หลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนโครงการนี้ให้ทันปีงบประมาณ 2568 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568

เงื่อนไขการลงทะเบียนและเริ่มใช้สิทธิ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้าและประชาชนในระบบภาษีรวมถึงบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดจากที่ประชุมครม. คาดว่าการใช้จ่ายจะเริ่มได้ปลายเดือนตุลาคม และกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงปลายปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการนี้จะช่วยหมุนเวียนเงินในเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน

รายละเอียดสิทธิประโยชน์สำหรับแต่ละกลุ่ม

ผู้มีสิทธิต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักในเฟส 1 ซึ่งมีทั้งหมด 33 ล้านสิทธิ

1. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13 ล้านคน)

  • รัฐบาลเติมเงินเพิ่ม 1,700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 2,000 บาท
  • เติมครั้งเดียว ใช้ได้ 2 เดือน (พ.ย.-ธ.ค. 2568)

2. ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี (9 ล้านคน)

  • ได้รับ 2,000 บาท แบ่งจ่าย 50:50
  • จำกัดวันละไม่เกิน 200 บาท ใช้ได้ 2 เดือน

3. ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี (11 ล้านคน)

  • ได้รับ 2,400 บาท แบ่งจ่าย 60:40
  • จำกัดวันละไม่เกิน 200 บาท ใช้ได้ 2 เดือน

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีว่าอาจมีเฟส 2 ในช่วงธันวาคม 2568 หรือมกราคม 2569 ตามที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุ รัฐมนตรีได้รับนโยบายจากนายกฯ ให้เตรียมความพร้อมสำหรับเฟสต่อไป

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 2568

การลงทะเบียนทำได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเตรียมเอกสารประจำตัวให้พร้อม

  • เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com
  • แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ผูกกับ G-Wallet (เลือกแถบโครงการคนละครึ่ง) และเติมเงินก่อนใช้

สำหรับขั้นตอนสมัครเป๋าตัง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากลิงก์ที่เกี่ยวข้อง โครงการ “คนละครึ่งพลัส” นี้ปรับปรุงให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นการใช้จ่ายที่ร้านค้าทั่วไป เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากรัฐบาล

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้จะช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เสียภาษี ได้รับประโยชน์สูงสุด หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ รีบเช็กสิทธิ์และเตรียมลงทะเบียนตั้งแต่เปิด เพื่อไม่พลาดเงินช่วยเหลือที่รัฐจัดให้ อย่าลืมใช้สิทธิอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ยั่งยืน

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” คนเสียภาษีรับสูงสุด 2,400 บาท เช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ใหม่

เปิดหลักเกณฑ์คนละครึ่งพลัส แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง

เปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง ใช้ได้เมื่อไร เป็นหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการช่วยเหลือแบบนี้ โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ถือเป็นการต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งเดิมที่เคยประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับรัฐบาล โดยมีการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแบบ 50:50 ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้ผู้เสียภาษีมีส่วนร่วมมากขึ้น และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายนี้ โดยโครงการคนละครึ่งที่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2568 ผู้มีสิทธิ์ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และจะมีการแบ่งกลุ่มผู้รับสิทธิ์ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน

เปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง

โครงการคนละครึ่งพลัส หรือที่บางคนเรียกว่าคนละครึ่ง 2568 นี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจน โดยแบ่งผู้รับสิทธิ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1: ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนประมาณ 13 ล้านคน

กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลจะเติมเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้อีก 1,700 บาท โดยจากเดิมที่ให้อยู่แล้ว 300 บาท รวมแล้วจะได้รับเงินทั้งหมด 2,000 บาท เงินนี้จะเติมให้ครั้งเดียว และสามารถใช้ได้ภายในระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568

  • คุณสมบัติ: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • จำนวนเงิน: 2,000 บาท (รวมเดิม)
  • ระยะเวลาใช้: พ.ย. – ธ.ค. 2568

การช่วยเหลือกลุ่มนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและสินค้าจำเป็น ทำให้ครอบครัวเหล่านี้สามารถจัดการงบประมาณได้ดีขึ้น

กลุ่มที่ 2: ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวนประมาณ 9 ล้านคน

สำหรับกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเสียภาษี รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนคนละ 2,000 บาท โดยแบ่งจ่ายแบบ 50:50 กับรัฐ สามารถใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท และใช้ได้เช่นเดียวกัน 2 เดือน คือ พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568

  • คุณสมบัติ: ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี อายุ 16 ปีขึ้นไป
  • จำนวนเงิน: 2,000 บาท
  • จำกัดการใช้: วันละ 200 บาท สูงสุด

นโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้

กลุ่มที่ 3: ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จำนวนประมาณ 11 ล้านคน

กลุ่มนี้คือผู้เสียภาษีที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศ รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนสูงสุดคนละ 2,400 บาท แบ่งจ่าย 50:50 เช่นกัน ใช้ได้วันละไม่เกิน 200 บาท ภายใน 2 เดือน เดียวกัน

  • คุณสมบัติ: ผู้เสียภาษี อายุ 16 ปีขึ้นไป
  • จำนวนเงิน: 2,400 บาท
  • จำกัดการใช้: วันละ 200 บาท

การให้สิทธิ์พิเศษแก่ผู้เสียภาษีนี้ เป็นการขอบคุณและจูงใจให้ประชาชนเข้าระบบภาษีมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลในระยะยาว

ใช้ได้เมื่อไร และขั้นตอนการรับสิทธิ์

สำหรับการใช้สิทธิ์ในโครงการเปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง ใช้ได้เมื่อไร นั้น จะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป โดยผู้สนใจต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตุง หรือเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง รัฐบาลคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าในเดือนตุลาคม เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทัน

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่การใช้จ่ายมักเพิ่มขึ้น เช่น การช้อปปิ้งของขวัญหรือเตรียมตัวสำหรับเทศกาลต่างๆ ผู้ประกอบการร้านค้าปลีก คาเฟ่ ร้านอาหาร จะได้รับประโยชน์โดยตรง เพราะจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากเงินสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังเป็นแนวทางเบื้องต้น และอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพิ่มเติมจากรัฐบาล หากมีอัปเดตใหม่ ผู้สนใจควรติดตามข่าวสารจากช่องทางอย่างเป็นทางการ เช่น เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง หรือเพจเฟซบุ๊กของกระทรวงการคลัง

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการคนละครึ่งพลัสนี้เป็นมาตรการที่ชาญฉลาด เพราะไม่เพียงช่วยเหลือประชาชน แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจ หากคุณอยู่ในกลุ่มผู้รับสิทธิ์ อย่าลืมเตรียมตัวลงทะเบียนให้ทันนะครับ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสรับเงินช่วยเหลือที่รัฐบาลมอบให้

ที่มา – เปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง ใช้ได้เมื่อไร

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 20 ล้านสิทธิ์ตุลาคมนี้

ในยุคที่เศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 โครงการช่วยเหลือประชาชนอย่าง “คนละครึ่ง” กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ที่ชื่อ คนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนกว่า 20 ล้านคนที่รอคอยสิทธิประโยชน์เหล่านี้ วันนี้เราจะมาอธิบายวิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com กันแบบละเอียด เพื่อให้ทุกคนไม่พลาดโอกาสรับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในเดือนตุลาคม 2568 นี้

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้เกิดจากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษก่อนใคร จากข้อมูลล่าสุดที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในเฟสแรกจะมุ่งเน้นกลุ่มนี้ประมาณ 13 ล้านคน โดยเพิ่มวงเงินจากเดิมเดือนละ 300 บาท เป็น 2,000 บาทต่อเดือน รวมงบประมาณกว่า 22,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปอีกจำนวนมาก จนครอบคลุมทั้งสิ้น 20 ล้านสิทธิ์ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟสก่อนหน้า อาจไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้สมัคร หรือพลาดโอกาสในเฟส 5 ต้องเตรียมตัวลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสใหม่ โดยรอประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลัง ซึ่งคาดว่าจะแจ้งให้ทราบในเร็ววันนี้ การลงทะเบียนจะเน้นความสะดวกสบาย ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เพื่อลดการแออัดและให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่าน www.คนละครึ่ง.com

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสหลักๆ จะทำผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่รัฐบาลกำหนด โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com
  • คลิกที่ปุ่ม “ลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชน”
  • กรอกข้อมูลส่วนบุคคลให้ครบถ้วน เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่
  • ยืนยันข้อมูลและรอรับข้อความ SMS เพื่อยืนยันการลงทะเบียน ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วันทำการ
  • หากได้รับการยืนยันแล้ว สามารถเริ่มใช้งานผ่านแอปเป๋าตังได้ทันที

นอกจากช่องทางเว็บไซต์แล้ว ยังมีตัวเลือกอื่นคือการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อผูกบัญชี G-Wallet ซึ่งจะช่วยให้การรับสิทธิและใช้จ่ายสะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชินกับการทำธุรกรรมผ่านมือถือ

ขั้นตอนลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง

หากคุณเลือกใช้แอปเป๋าตังในการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส สามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้เลย

  1. ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง” จาก App Store (สำหรับ iOS) หรือ Google Play Store (สำหรับ Android)
  2. ค้นหาแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้วกดติดตั้ง โดยขนาดไฟล์ไม่ใหญ่เกินไป รองรับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น
  3. เปิดแอปและยินยอมให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบบแจ้ง
  4. เตรียมบัตรประชาชน 13 หลัก ถ่ายรูปบัตรชัดเจน กรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP
  5. ยืนยันตัวตนด้วยวิธีที่สะดวก 2 แบบ ได้แก่
    • Krungthai NEXT: ล็อกอินด้วยบัญชีธนาคารกรุงไทย กรอกรหัสผ่าน รับ OTP และตั้ง PIN สำหรับใช้งาน
    • สแกนใบหน้า: ใช้กล้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ตั้ง PIN และเปิดใช้งาน Face ID หรือ Touch ID เพื่อความปลอดภัย
  6. ยอมรับเงื่อนไขการใช้งานทั้งหมด จากนั้นรอระบบตรวจสอบข้อมูล ซึ่งอาจใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง หากผ่าน จะเห็นการ์ด G-Wallet ปรากฏบนหน้าจอพร้อมใช้งานทันที

หลังจากลงทะเบียนสำเร็จ คุณสามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสในการซื้อสินค้าที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายส่วนหนึ่ง สูงสุด 2,000 บาทต่อเดือน ช่วยให้ประชาชนประหยัดรายจ่ายได้มาก โดยเฉพาะในช่วงราคาสินค้าที่สูงขึ้น โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเศรษฐกิจระดับฐานราก แต่ยังส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำธุรกรรม

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบคุณสมบัติก่อนลงทะเบียน เช่น เป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่าที่กำหนด หรือเป็นผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิซ้ำซ้อน หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อ Call Center 1255 หรือตรวจสอบข้อมูลล่าสุดผ่านเว็บไซต์กระทรวงการคลัง

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ดังนั้นอย่ารอช้า รีบลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสวันนี้เพื่อรับสิทธิ 20 ล้านตำแหน่งก่อนที่สิทธิ์จะหมด หากคุณมีประสบการณ์จากโครงการก่อนหน้า ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับประโยชน์ด้วยกัน

ที่มา – ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ผ่าน www.คนละครึ่ง.com 20 ล้านสิทธิ์ เริ่มใช้ ต.ค.นี้

กลุ่มเปราะบางรับสิทธิคนละครึ่งพลัส 2,000 บาท

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับกลุ่มเปราะบางที่กำลังรอคอยสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ คนละครึ่งพลัส ที่กำลังจะมาแรงมาก ๆ ล่าสุด มีการอัปเดตสำคัญว่า กลุ่มเปราะบาง เตรียมรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กลุ่มแรก เพิ่มเงินบัตรคนจนเป็น 2,000 บาท นี่คือโอกาสทองที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งว่าเป็นมาตรการที่มีประโยชน์ โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐและประชาชน ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลกำลังเร่งรัดโครงการ คนละครึ่งพลัส เพื่อเป็นแรงจูงใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้เสียภาษีในรูปแบบ 60:40 ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น และยังสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้าให้ปรับตัวสู่ระบบออนไลน์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

กลุ่มเปราะบาง เตรียมรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กลุ่มแรก เพิ่มเงินบัตรคนจนเป็น 2,000 บาท

โครงการคนละครึ่งรอบใหม่ หรือที่เรียกว่า คนละครึ่งพลัส จะแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม สำหรับกลุ่มแรกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อบัตรคนจน ซึ่งจะได้รับสิทธิเพิ่มเงินช่วยเหลือจากเดิมเดือนละ 300 บาท เป็นสูงถึง 2,000 บาทต่อเดือน นี่เป็นการยกระดับสวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ประมาณ 13 ล้านคนในกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิเป็นลำดับแรก โดยใช้งบประมาณส่วนที่เหลือจากปี 2568 กว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงงบกลางสำรองฉุกเฉินและงบสำหรับโครงการคนละครึ่งเฟสแรก วงเงินสำหรับกลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณ 22,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนนำงบปี 2569 มาสนับสนุนเพิ่มอีก 25,000 ล้านบาท เพื่อให้โครงการครอบคลุมผู้ใช้สิทธิทั้งหมด 20 ล้านคน

สิทธิประโยชน์คนละครึ่งพลัสสำหรับกลุ่มเปราะบาง

สำหรับกลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิในรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% คาดว่ามีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 11 ล้านคน ส่วนประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้ในรูปแบบ 50:50 คือจ่ายคนละครึ่ง ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าซื้อของใช้จำเป็น และยังกระตุ้นให้ร้านค้าท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น

  • เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการจาก 300 บาท เป็น 2,000 บาทต่อเดือน สำหรับกลุ่มเปราะบาง
  • ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิ 20 ล้านคนทั่วประเทศ
  • กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี โดยเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2568

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการนี้พร้อมดำเนินการทันที โดยคำนึงถึงวินัยการคลัง และจะประสานงานกับธนาคารต่าง ๆ เพื่อจัดการระบบบัญชีและสินเชื่อสำหรับผู้ค้า นอกจากนี้ ยังช่วยยกระดับพ่อค้าแม่ค้าให้เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซได้ดียิ่งขึ้น

ด้านไทม์ไลน์ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่าจะเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม และเริ่มเปิดลงทะเบียนทั้งร้านค้าและประชาชนในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้ปลายเดือนตุลาคม และดำเนินต่อเนื่องถึงธันวาคม 2568 เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาล

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่ากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการจะได้รับสิทธิกลุ่มแรก โดยจะเริ่มโครงการต้นเดือนตุลาคมหลังจากหารือกับครม. ผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 5 ต้องลงทะเบียนใหม่ โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลัง

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤต โดยรัฐบาลมองว่านี่คือ ‘Big Win’ สำหรับประเทศ เพราะทุกฝ่ายได้ประโยชน์ รัฐได้ภาษีเพิ่ม ประชาชนได้เงินช่วยเหลือ และผู้ค้าท้องถิ่นได้ลูกค้าใหม่

ในมุมมองของผม โครงการคนละครึ่งพลัสนี้เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน หากคุณหรือคนใกล้ตัวอยู่ในกลุ่มนี้ อย่ารอช้า รีบเตรียมเอกสารและติดตามข่าวสารเพื่อลงทะเบียนให้ทัน ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียนเร็วขึ้นนะครับ!

ที่มา – กลุ่มเปราะบาง เตรียมรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กลุ่มแรก เพิ่มเงินบัตรคนจนเป็น 2,000 บาท

คนละครึ่งพลัส ลงทะเบียนกลางเดือน ต.ค.

โครงการคนละครึ่งพลัสกำลังเป็นข่าวใหญ่ในช่วงนี้ โดยรัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเปิดลงทะเบียนกลางเดือนตุลาคม 2567 นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับร้านค้าให้เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยขยายตลาดได้กว้างขึ้น

หลังจากที่โครงการคนละครึ่งในอดีตประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ รัฐบาลชุดใหม่จึงนำกลับมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนอยู่ในระบบภาษีมากขึ้น และช่วยให้ร้านค้าทั่วไปสามารถขายสินค้าออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

คนละครึ่งพลัส ลงทะเบียนกลางเดือน ต.ค. จ่อยกระดับร้านค้าเข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ

จากข้อมูลล่าสุด ปลัดกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2567 และคาดว่าจะเริ่มเปิดลงทะเบียนทั้งสำหรับร้านค้าและประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ในสัปดาห์ถัดไป โดยมาตรการนี้จะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคม และดำเนินต่อเนื่องในช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงปลายปี

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กเข้าสู่โลกออนไลน์ โดยรัฐบาลจะประสานงานกับธนาคารต่างๆ เพื่อช่วยจัดการระบบบัญชีและปล่อยสินเชื่อ ทำให้ร้านค้าสามารถลงทะเบียนขายสินค้าผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซได้สะดวกยิ่งขึ้น

เงื่อนไขสิทธิ์คนละครึ่ง 2567 ใครบ้างที่ได้รับประโยชน์

สำหรับสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งพลัส จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม โดยผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะได้รับสิทธิ์พิเศษแบบ 60:40 คือ รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% ซึ่งคาดว่ามีผู้ได้รับสิทธิ์ราว 11 ล้านคน ขณะที่ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ์แบบ 50:50 ตามรูปแบบคนละครึ่งเดิม

การแบ่งสิทธิ์เช่นนี้จะช่วยจูงใจให้ประชาชนมากขึ้นเข้ามาอยู่ในระบบภาษี โดยไม่ละเลยกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทำให้โครงการนี้เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

คนละครึ่งพลัส ซื้ออะไรได้บ้าง และขยายไปยังอีคอมเมิร์ซอย่างไร

ในโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา ผู้ใช้สิทธิ์สามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการต่างๆ เช่น นวด สปา ทำผม ค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ ได้ในอัตรารัฐช่วยจ่าย 50% สูงสุดไม่เกิน 150 บาทต่อวัน ผ่านแอปเป๋าตัง โดยห้ามใช้กับสลากกินแบ่ง แอลกอฮอล์ และยาสูบ

สำหรับเวอร์ชันอัปเกรดอย่างคนละครึ่งพลัส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุว่า จะเพิ่มแรงจูงใจสำหรับผู้เสียภาษี และยกระดับร้านค้าให้เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ โดยช่วยเหลือด้านเทคโนโลยี การจัดการบัญชี และสินเชื่อ ทำให้ร้านค้าสามารถขายออนไลน์ได้ โดยเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มใหญ่ๆ เพื่อขยายตลาดไปยังลูกค้าทั่วประเทศ

นอกจากนี้ รายละเอียดวงเงินงบประมาณและจำนวนผู้มีสิทธิ์ จะประกาศอย่างเป็นทางการหลังนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ขั้นตอนลงทะเบียนคนละครึ่ง 2567 ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์

การลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส คาดว่าจะคล้ายกับรุ่นก่อน โดยสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยผูกกับ G-Wallet และเติมเงินก่อนใช้ ผู้เข้าร่วมต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นคนไทย และไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (สำหรับบางกลุ่ม)

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าการระงับบัญชีม้า จะไม่กระทบโครงการนี้ เนื่องจากดำเนินการผ่านแอปโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคาร ทำให้ระบบปลอดภัยและโปร่งใส

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังสร้างฐานรากที่ยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการผลักดันสู่ดิจิทัล ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญในยุคปัจจุบัน หากคุณเป็นร้านค้าหรือประชาชนที่สนใจ ควรเตรียมตัวลงทะเบียนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่พลาดสิทธิ์

ในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ผมเชื่อว่าคนละครึ่งพลัสจะเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะหลังวิกฤตโควิด ลองนึกภาพร้านค้าท้องถิ่นขายสินค้าได้ทั่วประเทศผ่านออนไลน์ นี่คือโอกาสทองสำหรับทุกคน ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมและเตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อลงทะเบียน吧!

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนกลางเดือน ต.ค. จ่อยกระดับร้านค้าเข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ

คนละครึ่งพลัส: เตรียมเปิดลงทะเบียน ต.ค. นี้

คนละครึ่ง 2568 อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้า-ประชาชน กลางเดือนตุลาคมนี้

โครงการ “คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศจะรื้อฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เคยใช้ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย

ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเเผนคนละครึ่งพลัส 60:40 ภายหลังมีการให้สัมภาษณ์ไว้

“รัฐบาลจะทำโครงการ คนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60 ต่อ 40 มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อ เร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด เท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่มีปัญหา พรรคร่วมฯ ไม่มีไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่าง เป็นประโยชน์กับประเทศ ถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ”

เงื่อนไขใหม่ “อัปเกรดคนละครึ่งพลัส”

สำหรับโครงการรอบนี้ถูกขนานนามว่า “คนละครึ่งพลัส” โดยจะแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้

  • ได้สิทธิแบบพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40%” (60:40)
  • คาดว่ามีสิทธิประมาณ 11 ล้านคน
  • มีแนวทางเพิ่มวงเงินให้สูงกว่าเดิม เช่น 1,200 บาท/คน

2.ประชาชนทั่วไป (นอกระบบภาษี) และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • ใช้สิทธิแบบ 50:50 ตามเดิม : รัฐช่วยจ่าย 50% ประชาชนจ่ายเอง 50%
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจได้สิทธิ Top Up เช่น จากเดิม 300 บาท รัฐบาลเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 เตรียมใช้สิทธิผ่านแอปฯ

อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้า-ประชาชน กลางเดือน ต.ค.

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 25 กันยายน 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ และจะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงประชาชนผู้ใช้สิทธิในระบบภาษีและบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดไป

ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการ คนละครึ่งพลัส จะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคมนี้ และจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568. โครงการนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ คนละครึ่งพลัส

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากทางกระทรวงการคลัง เพื่อไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม “คนละครึ่งพลัส” อยู่ภายใต้แนวคิดปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าอย่างไร “ไทยรัฐออนไลน์” จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้า-ประชาชน กลางเดือน ต.ค.

ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ใช้จ่ายปลายตุลาคมนี้

ส่องไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้จ่ายได้เร็วสุดปลายเดือนตุลาคมนี้ “กระทรวงการคลัง” มั่นใจกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการ “คนละครึ่ง” ว่ามีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

“คนละครึ่งรอบใหม่” แบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่ม

สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ หรือ คนละครึ่งพลัส จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
  • ส่วนประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือรูปแบบ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

“คนละครึ่งพลัส” พร้อมดำเนินการได้ทันที

ล่าสุด วันที่ 25 ก.ย. 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะเป็นหนึ่งในมาตรการที่พร้อมดำเนินการได้ทันที โดยคำนึงถึงวินัยการคลัง ด้วยเงื่อนไขที่เพิ่มแรงจูงใจและสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนที่อยู่ในระบบภาษี ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้นในอนาคต และยังยกระดับพ่อค้า-แม่ค้า ให้เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ ขยายตลาดได้ด้วย พร้อมประสานทุกธนาคารเข้าไปช่วยดูเรื่องระบบการจัดการบัญชี และการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ค้า

ส่วนรายละเอียดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ทั้งการกำหนดวงเงินงบประมาณ และจำนวนผู้มีสิทธิ์ จะต้องรอนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้เรียบร้อยก่อน

ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

ทางด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ และจะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ในระบบภาษีและบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดไป

อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการคนละครึ่งจะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคมนี้ และจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือน พ.ย. – ธ.ค. 2568.

เช็กเลย! ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

สำหรับใครที่กำลังรอโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อยู่ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์จากโครงการดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง การที่โครงการแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้เสียภาษี และกลุ่มประชาชนทั่วไป ทำให้มั่นใจได้ว่า โครงการจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้หลากหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนได้เข้าใจไทม์ไลน์และรายละเอียดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” มากยิ่งขึ้นนะคะ

ที่มา – ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้จ่ายได้เร็วสุดปลายเดือนตุลาคมนี้

อัปเดต! เงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” ใครได้บ้าง?

อัปเดตความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” เช็กเงื่อนไขล่าสุด แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ใครมีสิทธิบ้าง

ภายหลัง “รัฐบาลอนุทิน” ประกาศฟื้นคืน โครงการคนละครึ่ง หรือ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งคนละครึ่งในรอบใหม่อาจจะมีเรื่องสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น

โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการคนละครึ่ง ระบุว่า มีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

อัปเดตเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” หรือ “คนละครึ่ง 2568”

หากย้อนกลับก่อนหน้านี้ “โครงการคนละครึ่ง” ที่ผ่านมา จะกำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายคือ ประชาชนจะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 50 สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ (นวด สปา ทำผม ทำเล็บ ค่าเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะหรือขนส่งมวลชนสาธารณะ) ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ โดยใช้สิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” จำกัดสิทธิไม่เกิน 150 บาท/วัน

โดยผู้ที่สามารถลงทะเบียน คนละครึ่ง ได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • มีสัญชาติไทย
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“คนละครึ่งรอบใหม่” แบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่ม

สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
  • ส่วนประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือรูปแบบ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

นอกจากนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยถึง นโยบายคนละครึ่งล่าสุด ระบุว่า แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

ขณะเดียวกันยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

อย่างไรก็ตามโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ยังอยู่ภายใต้แนวคิดปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าอย่างไร “ไทยรัฐออนไลน์” จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป.

จับตาเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของ “คนละครึ่งพลัส”

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่กำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ควรรอติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ที่ท่านพึงจะได้รับ โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ มีเงื่อนไขที่แตกต่างจากเดิมพอสมควร โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มผู้มีสิทธิออกเป็นสองกลุ่ม ซึ่งจะทำให้ผู้เสียภาษีได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น แต่ก็ต้องรอดูรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เพิ่มเติม

หากคุณเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้เสียภาษี อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษจากโครงการ”คนละครึ่งพลัส” นี้ เพราะอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณา เช่น เกณฑ์รายได้ หรือเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีประจำปี

สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะรัฐบาลจะเติมเงินให้เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่น้อยกว่าประชาชนทั่วไป ถือเป็นข่าวดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ตาม การวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เงินที่ได้รับจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” นี้ สามารถนำไปใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนละครึ่งพลัส จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อีกมาก

ที่มา – อัปเดตเงื่อนไข “คนละครึ่ง” สู่ “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 2 กลุ่มใหญ่ ใครได้บ้าง

คนละครึ่งพลัส 2568 เริ่มเมื่อไร? เช็กเงื่อนไข!

อัปเดตล่าสุดโครงการ “คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” จะเริ่มโครงการได้เมื่อไร? มาเช็กเงื่อนไขล่าสุดและดูกันว่าใครลงทะเบียนได้บ้าง

อัปเดตความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่ง” ปี 2568 หรือ “คนละครึ่งพลัส” ภายหลังจากที่ รัฐบาลอนุทินเตรียมนำโครงการดังกล่าว กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่อาจจะมีอะไรที่มากกว่าเดิม เช่น เรื่องสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น 

“คนละครึ่งพลัส 2568” คืออะไร

สำหรับ “คนละครึ่ง” คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการคนละครึ่ง ระบุว่า มีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส 2568” จะเริ่มเมื่อไร

สำหรับโครงการคนละครึ่งฉบับอัปเกรด หรือ “คนละครึ่งอนุทิน” ก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าจะเริ่มใช้ได้เร็วสุดในช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยใช้งบประมาณ ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท

โดยนายอนุทิน ได้เผยความคืบหน้าบนเวทีปราศรัย ขณะหาเสียงช่วย น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล หรือ ครูอีฟ เลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ เขต 5 ตอนหนึ่งว่า นโยบายต่างๆ พูดอะไรไว้เราจะทำตามที่พูดภายใน 1 เดือนนี้ “คนละครึ่งพลัส 2568” จะมาถึงมือแน่นอน

คาดแถลงนโยบาย 29-30 ก.ย. ดึง 2.5 หมื่นล้าน งบประมาณปี 68 ทำ “คนละครึ่งพลัส 2568” 

ขณะที่ทางด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 และ “คนละครึ่ง” เมื่อถามว่า ส่วนงบประมาณปี 2568 จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท จะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งทันหรือไม่ นายภราดร ย้ำว่า ต้องดูแนวทางและถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ ว่าจะมีช่องทางไหนที่สามารถทำได้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรต้องรอให้ ครม. มีความสมบูรณ์ก่อน

สำหรับการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ได้คุยนอกรอบว่า วันที่ 29-30 กันยายนนี้ ฉะนั้นน่าจะอยู่ในกรอบ แต่ถึงอย่างไรต้องรอหลังจากที่นายกรัฐมนตรีทำหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อนัดหารือ 3 ฝ่าย (ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสภา) เพื่อแบ่งสรรเวลาและกำหนดวันที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานนอกรอบแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็น 29-30 กันยายน ส่วนจะต้องเร่งรัดเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายภราดร ตอบว่า ไม่ทันก็ไม่ทัน ไม่ทันก็ไปใช้งบประมาณปี 2569 หากทันก็ใช้งบประมาณปี 2568 ก็มีเท่านั้น

เงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส 2568” ใครได้บ้าง

สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 

จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน

  • ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

จ่อเพิ่มสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี – ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อัปเดตข้อมูลโครงการ คนละครึ่ง ว่า ในส่วนของนโยบายคนละครึ่ง กำลังเป็นที่จับตามอง แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up 

เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ์ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

  • ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี 

เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

  • ชงเพิ่มวงเงิน 200 บาทต่อวัน

โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยอีกว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิอยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็มีระบบออฟไลน์รองรับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับความคืบหน้า “โครงการคนละครึ่ง 2568” ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป.

โครงการ “คนละครึ่งพลัส 2568” เป็นโครงการที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย และหวังว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ที่มา – อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะเริ่มเมื่อไร เช็กเงื่อนไขล่าสุด ใครได้บ้าง

Scroll to top