เปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง ใช้ได้เมื่อไร เป็นหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการช่วยเหลือแบบนี้ โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ถือเป็นการต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งเดิมที่เคยประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับรัฐบาล โดยมีการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแบบ 50:50 ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้ผู้เสียภาษีมีส่วนร่วมมากขึ้น และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายนี้ โดยโครงการคนละครึ่งที่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2568 ผู้มีสิทธิ์ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และจะมีการแบ่งกลุ่มผู้รับสิทธิ์ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน
เปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง
โครงการคนละครึ่งพลัส หรือที่บางคนเรียกว่าคนละครึ่ง 2568 นี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจน โดยแบ่งผู้รับสิทธิ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1: ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนประมาณ 13 ล้านคน
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลจะเติมเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้อีก 1,700 บาท โดยจากเดิมที่ให้อยู่แล้ว 300 บาท รวมแล้วจะได้รับเงินทั้งหมด 2,000 บาท เงินนี้จะเติมให้ครั้งเดียว และสามารถใช้ได้ภายในระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568
- คุณสมบัติ: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- จำนวนเงิน: 2,000 บาท (รวมเดิม)
- ระยะเวลาใช้: พ.ย. – ธ.ค. 2568
การช่วยเหลือกลุ่มนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและสินค้าจำเป็น ทำให้ครอบครัวเหล่านี้สามารถจัดการงบประมาณได้ดีขึ้น
กลุ่มที่ 2: ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวนประมาณ 9 ล้านคน
สำหรับกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเสียภาษี รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนคนละ 2,000 บาท โดยแบ่งจ่ายแบบ 50:50 กับรัฐ สามารถใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท และใช้ได้เช่นเดียวกัน 2 เดือน คือ พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568
- คุณสมบัติ: ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี อายุ 16 ปีขึ้นไป
- จำนวนเงิน: 2,000 บาท
- จำกัดการใช้: วันละ 200 บาท สูงสุด
นโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้
กลุ่มที่ 3: ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จำนวนประมาณ 11 ล้านคน
กลุ่มนี้คือผู้เสียภาษีที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศ รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนสูงสุดคนละ 2,400 บาท แบ่งจ่าย 50:50 เช่นกัน ใช้ได้วันละไม่เกิน 200 บาท ภายใน 2 เดือน เดียวกัน
- คุณสมบัติ: ผู้เสียภาษี อายุ 16 ปีขึ้นไป
- จำนวนเงิน: 2,400 บาท
- จำกัดการใช้: วันละ 200 บาท
การให้สิทธิ์พิเศษแก่ผู้เสียภาษีนี้ เป็นการขอบคุณและจูงใจให้ประชาชนเข้าระบบภาษีมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลในระยะยาว
ใช้ได้เมื่อไร และขั้นตอนการรับสิทธิ์
สำหรับการใช้สิทธิ์ในโครงการเปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง ใช้ได้เมื่อไร นั้น จะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป โดยผู้สนใจต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตุง หรือเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง รัฐบาลคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าในเดือนตุลาคม เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทัน
นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่การใช้จ่ายมักเพิ่มขึ้น เช่น การช้อปปิ้งของขวัญหรือเตรียมตัวสำหรับเทศกาลต่างๆ ผู้ประกอบการร้านค้าปลีก คาเฟ่ ร้านอาหาร จะได้รับประโยชน์โดยตรง เพราะจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากเงินสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังเป็นแนวทางเบื้องต้น และอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพิ่มเติมจากรัฐบาล หากมีอัปเดตใหม่ ผู้สนใจควรติดตามข่าวสารจากช่องทางอย่างเป็นทางการ เช่น เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง หรือเพจเฟซบุ๊กของกระทรวงการคลัง
ในมุมมองของผู้เขียน โครงการคนละครึ่งพลัสนี้เป็นมาตรการที่ชาญฉลาด เพราะไม่เพียงช่วยเหลือประชาชน แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจ หากคุณอยู่ในกลุ่มผู้รับสิทธิ์ อย่าลืมเตรียมตัวลงทะเบียนให้ทันนะครับ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสรับเงินช่วยเหลือที่รัฐบาลมอบให้
ที่มา – เปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง ใช้ได้เมื่อไร


