โซลาร์เซลล์

Solar Credit นวัตกรรมสินเชื่อโซลาร์เซลล์ ลดภาระค่าไฟ

เจาะลึก Solar Credit นวัตกรรมสินเชื่อแนวใหม่ ดันติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดภาระค่าไฟ

ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การจัดการภาระค่าไฟฟ้ากลายเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกครัวเรือน ล่าสุดรัฐบาลได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพลังงานสะอาดผ่าน Solar Credit นวัตกรรมสินเชื่อแนวใหม่ ดันติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดภาระค่าไฟ เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องแบกรับภาระเงินก้อนโตในครั้งเดียว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงโมเดลนี้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยรัฐจะพิจารณาสินเชื่อผ่าน Alternative Credit Score หรือการใช้พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้ามาเป็นเกณฑ์ตัดสิน แทนที่จะดูเพียงเอกสารรายได้แบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ที่สนใจติดตั้งระบบสามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก Solar Credit นวัตกรรมสินเชื่อแนวใหม่ ดันติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดภาระค่าไฟ ที่น่าจับตามอง

ความโดดเด่นของโครงการนี้คือการร่วมมือกับแบงก์รัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน ในการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยมีกลไกสำคัญดังนี้:

  • ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน: ธนาคารรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งทั้งหมดในช่วงเริ่มต้น
  • พิจารณาจากพฤติกรรม: ใช้ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าจริงมาประกอบการพิจารณาสินเชื่อ
  • คุ้มค่าในระยะยาว: ในปีที่ 3 ภาระค่าใช้จ่ายแทบไม่เพิ่มขึ้นจากปกติ และปีที่ 5 เป็นต้นไปจะเริ่มเห็นกำไรจากการประหยัดค่าไฟได้อย่างชัดเจน
  • ขายไฟคืนรัฐได้: เมื่อติดตั้งผ่านการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ประชาชนสามารถเชื่อมต่อระบบและขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้แก่ภาครัฐได้อีกด้วย

ด้วยเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 500,000 ราย Solar Credit นวัตกรรมสินเชื่อแนวใหม่ ดันติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดภาระค่าไฟ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงานในระดับครัวเรือนและภาคธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม การที่รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนและมีกลไกการอนุมัติสินเชื่อที่ยืดหยุ่นเช่นนี้ ถือเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงินที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอดีตไปอย่างสิ้นเชิง

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้ถือเป็นการวางรากฐานพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลแล้ว ยังเป็นการลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมหภาคของไทยในระยะยาว สำหรับใครที่กำลังมองหาทางเลือกเพื่อลดค่าไฟ การติดตามเงื่อนไขและเตรียมความพร้อมในการสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจอย่างยิ่งครับ

ที่มา – “เอกนิติ” เปิดโมเดล “Solar Credit” นวัตกรรมสินเชื่อแนวใหม่ ดันติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดภาระค่าไฟ

รัฐบาลเปิดขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีสำหรับใครที่กำลังวางแผนอยากจะติดโซลาร์เซลล์ที่บ้านเพื่อประหยัดค่าไฟและช่วยโลกไปพร้อมกัน เพราะล่าสุดทางรัฐบาลเปิดขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจใช้พลังงานสะอาด

รัฐบาลเปิดขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อมาตรฐานความปลอดภัย

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องมีการขึ้นทะเบียนด้วย คำตอบง่ายๆ เลยครับคือเรื่อง “ความปลอดภัย” เพราะการติดตั้งระบบไฟฟ้าบนหลังคาต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบ้านของคุณจะใช้งานระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยาวนานกว่า 20 ปี โดยการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้เปิดรับสมัครผู้ประกอบการและตรวจเช็กอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้เท่านั้น

ทำไมการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปถึงสำคัญต่อคุณ?

การที่รัฐบาลเปิดขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักคือการยกระดับมาตรฐานการติดตั้งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

  • มาตรฐานอุปกรณ์: แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ต้องผ่านมาตรฐานสากล เช่น IEC หรือมาตรฐาน มอก.
  • ความมั่นใจของผู้ใช้: ประชาชนสามารถเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลได้โดยตรง
  • ลดภาระค่าใช้จ่าย: รัฐบาลกำลังเดินหน้ามาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่าย เพื่อให้ประชาชนกว่า 500,000 ครัวเรือนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจ หรือเพื่อนๆ ที่กำลังหาช่างติดตั้งที่ไว้ใจได้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ MEA Call Center โทร. 1130 หรือ PEA Contact Center โทร. 1129 ได้เลยครับ

ในมุมมองของผม นี่คือการเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในบ้านเราครับ เพราะนอกจากจะช่วยลดค่าไฟรายเดือนได้จริงๆ แล้ว การมีระบบที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับที่อยู่อาศัยอีกด้วย อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ นี้ผ่านไปนะครับ ใครที่สนใจรีบติดต่อสอบถามข้อมูลกันเข้ามาได้เลยครับ

ที่มา – รัฐบาลเปิดขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ถึง 30 ก.ย.นี้ เดินหน้าพลังงานสะอาด

“กังฟู” จี้งบกลาโหม ทหารชายแดนลำบากแต่สำนักงานของบหรู

“กังฟู” จี้งบกลาโหม ทหารชายแดนลำบากแต่สำนักงานของบหรู

กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นโซเชียล เมื่อนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ “กังฟู” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการใช้จ่ายของกระทรวงกลาโหมที่ดูจะสวนทางกับความเป็นจริง โดยระบุว่า “กังฟู” จี้งบกลาโหม ทหารหน้าแนวยังลำบาก แต่สำนักงานศรีสมานของบโซลาร์เซลล์–งบของที่ระลึกจัดเลี้ยง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณที่ควรต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน

ทำไมงบประมาณถึงไม่ถึงแนวหน้า?

ในขณะที่ทหารชั้นผู้น้อยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนไทยต้องเผชิญกับความยากลำบาก ทั้งเรื่องสภาพทางภูมิศาสตร์ อุปกรณ์ที่ขาดแคลน และความเสี่ยงต่ออันตราย แต่ปรากฏว่ามีการเสนอของบประมาณเพื่อโครงการอำนวยความสะดวกภายในสำนักงานศรีสมาน ไม่ว่าจะเป็นระบบโซลาร์เซลล์ จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือแม้แต่จอ LED ขนาด 98 นิ้ว ซึ่งเป็นสิ่งของที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจด้านความมั่นคงที่เร่งด่วน

นายวสวรรธน์ได้ตั้งคำถามสำคัญต่อสังคมว่า:

  • ทำไมทหารที่เสี่ยงชีวิตเฝ้าแผ่นดินถึงยังขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็น?
  • งบประมาณที่ควรเป็นไปเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตกำลังพลกลับถูกใช้ไปกับความสะดวกสบายในห้องแอร์จริงหรือ?
  • ประชาชนผู้เสียภาษีจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเงินของพวกเขาถูกนำไปใช้เพื่อความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง?

นอกจากเรื่องความสะดวกสบายในสำนักงานแล้ว “กังฟู” จี้งบกลาโหม ทหารหน้าแนวยังลำบาก แต่สำนักงานศรีสมานของบโซลาร์เซลล์–งบของที่ระลึกจัดเลี้ยง ยังครอบคลุมไปถึงการทบทวนโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน โดยเสนอให้ชะลอการจ่ายเงินงวดปี 2570 ออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์ความปลอดภัยในภูมิภาคมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะเมื่อพบว่าประเทศเพื่อนบ้านมีการเสริมศักยภาพทางทหารอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น งบประมาณที่ได้รับจึงควรจัดสรรไปที่การสนับสนุนกำลังพลหน้าแนวเป็นลำดับแรกมากกว่า

ท้ายที่สุด การตรวจสอบงบประมาณในครั้งนี้ของ “กังฟู” จี้งบกลาโหม ทหารหน้าแนวยังลำบาก แต่สำนักงานศรีสมานของบโซลาร์เซลล์–งบของที่ระลึกจัดเลี้ยง ไม่ได้เป็นการคัดค้านการทำงานของกองทัพโดยปราศจากเหตุผล แต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับทหารผู้น้อยที่ปฏิบัติภารกิจภายใต้ความเสี่ยง เพื่อให้งบประมาณแผ่นดินถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ที่รับใช้ชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่ใช้ไปกับของหรูหราในเมืองหลวง

ที่มา – “กังฟู” จี้งบกลาโหม ทหารหน้าแนวยังลำบาก แต่สำนักงานศรีสมานของบโซลาร์เซลล์–งบของที่ระลึกจัดเลี้ยง

เลขาสภาพัฒน์ ชี้ ถ้าใช้เงินกู้ตรงจุด เชื่อภาพรวม เศรษฐกิจประเทศ จะดีขึ้น

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงนี้กำลังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามอง โดยเฉพาะการใช้เม็ดเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งล่าสุด เลขาสภาพัฒน์ ชี้ ถ้าใช้เงินกู้ตรงจุด เชื่อภาพรวม เศรษฐกิจประเทศ จะดีขึ้น อย่างแน่นอน โดยเฉพาะการมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนพลังงานและช่วยลดภาระให้แก่ประชาชน

เลขาสภาพัฒน์ ชี้ ถ้าใช้เงินกู้ตรงจุด เชื่อภาพรวม เศรษฐกิจประเทศ จะดีขึ้น

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการบริหารจัดการงบประมาณกว่า 2 แสนล้านบาทในช่วงหลัง ว่าหัวใจสำคัญคือการนำไปใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา และตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อที่จะดึงศักยภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจออกมาให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

เจาะลึกกลยุทธ์การใช้เงินกู้ให้มีประสิทธิภาพ

สำหรับการวางแผนใช้เม็ดเงินดังกล่าว ทางสภาพัฒน์เน้นย้ำว่าต้องพุ่งเป้าไปที่การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยมีแนวทางที่น่าสนใจดังนี้:

  • การสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าในครัวเรือน
  • การปรับเปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะและรถเฉพาะทางให้เป็นรถไฟฟ้า (EV)
  • การเน้นนโยบายที่ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก

เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย เลขาสภาพัฒน์ ชี้ ถ้าใช้เงินกู้ตรงจุด เชื่อภาพรวม เศรษฐกิจประเทศ จะดีขึ้น เพราะการขับเคลื่อนงบประมาณนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้น GDP ให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสำเร็จขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายและการเลือกโครงการที่สามารถส่งผลกระทบเชิงบวกได้จริงต่อประชาชนในระยะยาว

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตั้งคำถามถึงที่มาและความชัดเจนของโครงการเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะหากรัฐบาลสามารถพิสูจน์ได้ว่าการใช้เงินกู้ครั้งนี้ตอบโจทย์การประหยัดพลังงานและการลดรายจ่ายให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง ก็จะเป็นผลดีต่อภาพรวมของประเทศอย่างยั่งยืน เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปใช้อย่างไรเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน

ที่มา – เลขาสภาพัฒน์ ชี้ ถ้าใช้เงินกู้ตรงจุด เชื่อภาพรวม เศรษฐกิจประเทศ จะดีขึ้น

“ชาดา” ฟาดระบบราชการไทย ขยายตำแหน่งบริหาร จนเป็นภาระงบประมาณประเทศ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดินกันมาบ้างนะครับ ล่าสุดประเด็นร้อนที่น่าสนใจคือกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ จนกลายเป็นข่าวใหญ่ว่า “ชาดา” ฟาดระบบราชการไทย ขยายตำแหน่งบริหาร จนเป็นภาระงบประมาณประเทศ ซึ่งเป็นการสะท้อนปัญหาที่หมักหมมมานานในระบบราชการไทยที่เราควรรู้

“ชาดา” ฟาดระบบราชการไทย ขยายตำแหน่งบริหาร จนเป็นภาระงบประมาณประเทศ

นายชาดาได้ชี้ให้เห็นว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมามีการขยายตัวอย่างผิดปกติของตำแหน่งระดับบริหารในหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงมหาดไทยและการปกครองส่วนท้องถิ่น จนเกิดสภาวะที่เรียกว่า “มีแต่คนสั่ง แต่ไม่มีคนทำ” ซึ่งปัญหานี้เปรียบเสมือนขยะที่ซุกอยู่ใต้พรมมานานหลายสิบปี ทำให้งบประมาณด้านบุคลากรพุ่งสูงขึ้นกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขมหาศาลที่ดึงงบส่วนอื่นไปใช้ได้ยากขึ้น

ทำไมการเพิ่มแต่ตำแหน่งบริหารถึงกลายเป็นปัญหาระดับชาติ?

  • โครงสร้างกำลังคนไม่สมดุล: เน้นเพิ่มตำแหน่งระดับสูง แต่ลดตำแหน่งระดับปฏิบัติการ
  • งบประมาณบานปลาย: ค่าเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญของข้าราชการมีมูลค่าสูงขึ้นทุกปี
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง: แทนที่จะเน้นการขับเคลื่อนงาน กลับกลายเป็นการแย่งกันขยายตำแหน่งจนเกินความจำเป็น

อย่างไรก็ตาม นายชาดาไม่ได้เพียงแค่วิจารณ์ แต่ยังเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม โดยมองว่าภาครัฐควรนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อความคุ้มค่า เช่น การผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานราชการเพื่อแก้ปัญหา PM2.5 การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟ และการตรวจสอบงบเช่ารถราชการที่มีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านบาทต่อปี สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างของการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย แทนที่จะไปเพิ่มงบประมาณบุคลากรที่ไม่จำเป็น

ในฐานะประชาชน ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของภาษีเราครับ ภาครัฐควรต้องกล้าตัดสินใจทบทวนโครงสร้างดังกล่าวอย่างจริงจัง หากเรายังปล่อยให้การ “ขยายตำแหน่งบริหาร” เป็นไปอย่างไม่หยุดยั้ง ก็คงยากที่ประเทศไทยจะขยับตัวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้จริง การปฏิรูประบบราชการจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องปากท้องและอนาคตของประเทศที่เราทุกคนต้องเฝ้ามองครับ

ที่มา – “ชาดา” ฟาดระบบราชการไทย ขยายตำแหน่งบริหาร จนเป็นภาระงบประมาณประเทศ

ศุภโชติ ซัดไม่ฉลาด รัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้าน แก้ค่าไฟแฝง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการพลังงานไทย เมื่อ ศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่รัฐบาลมีแผนกู้เงินกว่า 2 แสนล้านบาทเพื่อนำมาแก้ไขปัญหา ศุภโชติ ซัดไม่ฉลาด รัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้าน แก้ค่าไฟแฝง โดยมองว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าและอาจสร้างหนี้สาธารณะเกินความจำเป็น ทั้งที่มีทางเลือกอื่นในการจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

มุมมองจากศุภโชติ ซัดไม่ฉลาด รัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้าน แก้ค่าไฟแฝง

การที่รัฐบาลมุ่งเป้าไปที่การกู้เงินเพื่อทำโครงการเปลี่ยนหลอดไฟ LED และติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้หน่วยงานรัฐนั้น นายศุภโชติมองว่าไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน เขายังระบุชัดเจนว่า ศุภโชติ ซัดไม่ฉลาด รัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้าน แก้ค่าไฟแฝง เพราะในความเป็นจริงภาครัฐมีงบประมาณและเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างภาระหนี้เพิ่ม

ทำไมการกู้เงินถึงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด?

นายศุภโชติได้นำเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแทนการกู้เงินมหาศาล ดังนี้:

  • ใช้กองทุนอนุรักษ์พลังงาน: ปัจจุบันมีเงินเหลืออยู่ในกองทุนฯ กว่า 17,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถนำเงินจำนวนนี้มาใช้ในการเปลี่ยนหลอดไฟสาธารณะเป็น LED ได้ทันทีโดยไม่ต้องกู้
  • โมเดล ESCO: เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แล้วแบ่งผลประโยชน์จากมูลค่าค่าไฟที่ประหยัดได้ เป็นการลดภาระภาครัฐและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน

ต้นตอของปัญหาและการปฏิรูปที่แท้จริง

หัวใจสำคัญที่รัฐบาลควรหันมาทำ คือการแยกบัญชีค่าไฟสาธารณะให้ชัดเจน ไม่ให้เกิดการนำภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องมาหมกเม็ดไว้ในบิลค่าไฟของประชาชน นอกจากนี้ นายศุภโชติยังเน้นย้ำว่า การลดค่าไฟฟ้าที่ยั่งยืนไม่ได้อยู่แค่เรื่องหลอดไฟ แต่ต้องรื้อโครงสร้างพลังงาน ทั้งค่าความพร้อมจ่ายและสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่เอื้อกลุ่มทุนใหญ่ เพราะหากรัฐบาลยังยึดติดกับวิธีการกู้เงินเพิ่มเพื่อมาแก้ปัญหาปลายเหตุ ก็รังแต่จะผลักภาระหนี้ไปสู่ลูกหลานในภายภาคหน้า

บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องรับฟังข้อเสนอแนะเชิงรุกและมีความรอบคอบในการใช้งบประมาณแผ่นดิน หากรัฐบาลต้องการลดค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างแท้จริง ต้องกล้าตัดสินใจปฏิรูปที่ต้นตอพลังงาน ไม่ใช่พึ่งพาการกู้หนี้มาแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว.

ที่มา – “ศุภโชติ” ซัดไม่ฉลาด รัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้าน แก้ “ค่าไฟแฝง” จี้รื้อโครงสร้างพลังงาน

รัฐบาลเตือน ระวังโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

รัฐบาลเตือนภัยประชาชน ระวังโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งไฟไหม้และค่าไฟแพงขึ้น ในยุคที่พลังงานสะอาดกำลังมาแรง การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือนกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม แต่รัฐบาลขอเตือนให้ระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

โซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

ล่าสุด รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เร่งตรวจสอบกรณีร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน โดยมีรายงานอุปกรณ์ละลาย มีกลิ่นไหม้ เสี่ยงไฟไหม้ และค่าไฟไม่ลดลงตามที่คาดหวัง สร้างความเสียหายรวมกว่า 500,000 บาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าพลังงานสะอาดที่ประชาชนนิยมติดตั้งในครัวเรือน สคบ. จึงลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากสินค้าโซลาร์เซลล์ทั่วประเทศ รวมถึงแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมาย

อันตรายจากโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

ปัญหาหลักที่พบคือ ผู้ประกอบการใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ดัดแปลงระบบไฟฟ้า เช่น ใช้สายไฟอลูมิเนียมแทนทองแดง หรือเปลี่ยนจากระบบสามเฟสเป็นหนึ่งเฟส ทำให้เกิดไฟตก ไฟดับ และเสี่ยงอัคคีภัย คดีเหล่านี้กำลังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายแล้ว หากพบการขายสินค้าไม่มีฉลากหรือฉลากเท็จ จะถูกลงโทษทั้งจำและปรับ

  • ตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. และชื่อผู้ผลิต
  • หลีกเลี่ยงราคาถูกผิดปกติ
  • เก็บสัญญาและเอกสารรับรองทุกครั้ง
  • เลือกผู้ติดตั้งที่มีใบอนุญาต

สคบ. เตรียมยกระดับโดยกำหนดธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็น “ธุรกิจควบคุมสัญญา” และอุปกรณ์เป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” พิเศษ ประสานงานกับ สมอ., การไฟฟ้า, กกพ., สภาวิศวกร เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย

วิธีเลือกโซลาร์เซลล์ปลอดภัย

ก่อนตัดสินใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่ประหยัดค่าไฟ แต่ต้องปลอดภัยด้วย รัฐบาลย้ำว่าการใช้สินค้าที่ได้มาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่รัฐจะสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น หากเลือกถูกต้อง คุณจะได้ทั้งประหยัดเงินและเป็นส่วนหนึ่งของการลดคาร์บอน

สำหรับผู้ที่สนใจติดตั้ง แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบรีวิวจากผู้ใช้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

ประโยชน์ของโซลาร์เซลล์มาตรฐาน

  • ผลิตไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพสูง
  • ลดค่าไฟฟ้าระยะยาว
  • ปลอดภัย ไม่เสี่ยงไฟไหม้
  • มีประกันและบริการหลังการขาย

สรุปแล้ว รัฐบาลกำลังเข้มงวดเพื่อคุ้มครองประชาชน หากคุณกำลังมองหาโซลาร์เซลล์ อย่าลืมตรวจสอบมาตรฐานให้ดี เพื่อความมั่นใจในการใช้พลังงานสะอาด

คำแนะนำสุดท้าย: อย่าประมาทกับโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน หากพบปัญหา รายงาน สคบ. ทันที เพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว!

ที่มา – รัฐบาลเตือนภัยประชาชน ระวังโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน สั่ง สคบ. เร่งสอบ–ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค

“หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์

“หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะเรื่องค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับภาระหนักขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าการผลักดันให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมปรับโครงสร้างค่าไฟแบบขั้นบันไดนั้น เป็นการเอาเปรียบประชาชนชัดเจน

“หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์

ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นพ.วรงค์ ได้ชี้แจงว่าทั้งไฟฟ้าและน้ำประปาเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลมีหน้าที่จัดหาให้ประชาชนในราคาที่เป็นธรรม โดยไม่ควรแบ่งแยกผู้ใช้ แต่มาตรการใหม่ของรัฐบาลกลับกำหนดค่าไฟแบบขั้นบันได คือ ใช้ต่ำกว่า 200 หน่วยต่อเดือน คิดไม่เกิน 3 บาท/หน่วย, 200-400 หน่วย คิด 3.95 บาท/หน่วย และเกิน 400 หน่วย คิดสูงถึง 5 บาท/หน่วยขึ้นไป ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่ใช้ไฟมากกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายสนับสนุนติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน โดยให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ แต่รัฐรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตได้ในราคาเพียง 2.20 บาท/หน่วย ขณะที่ขายคืนให้ประชาชนในราคา 5 บาท/หน่วย หรือแพงกว่าครึ่งหนึ่ง นี่คือการผลักภาระให้ประชาชนลงทุนสร้าง ‘โรงไฟฟ้าบนหลังคา’ เอง รัฐได้ประโยชน์ไฟถูก แต่ประชาชนต้องควักจ่ายค่าติดตั้งเอง

ทำไม “หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบเรื่องโซลาร์เซลล์

หมอวรงค์ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังแสวงหาผลกำไรจากสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งไม่ถูกต้อง ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงเพราะระบบขั้นบันได และยังต้องลงทุนโซลาร์เซลล์ที่ไม่คุ้มทุนเพราะราคารับซื้อต่ำ หากรัฐจริงใจควรใช้ระบบ Net Metering ที่ผลิตไฟใช้เอง เกินขายให้รัฐ ไม่พอใช้ดึงจากรัฐ ในอัตราที่เท่าเทียมกัน โดยไม่ต้องคำนวณต่างราคา

ค่าไฟแพงกับนโยบายโซลาร์เซลล์: ประชาชนเสียเปรียบอย่างไร

โครงสร้างค่าไฟขั้นบันไดทำให้ครัวเรือนที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยต้องจ่ายแพงขึ้น ส่งผลกระทบต่อครอบครัวใหญ่หรือผู้ประกอบการรายย่อย นโยบายโซลาร์เซลล์ดูดีในแวบแรกเพราะช่วยลดค่าไฟ แต่เมื่อเจาะลึก:

  • ราคารับซื้อไฟจากโซลาร์ 2.20 บาท/หน่วย ต่ำกว่าที่รัฐขาย 5 บาท/หน่วย เกินครึ่ง
  • ประชาชนต้องลงทุนติดตั้งเอง แม้กู้ดอกเบี้ยต่ำ แต่ดอกเบี้ยและค่าบำรุงยังเป็นภาระ
  • ไม่ใช่ Net Metering จริงจัง ทำให้ไม่เป็นธรรม
  • รัฐได้ไฟถูกมาขายแพง แสวงกำไรจากประชาชน

ไฟฟ้าและน้ำประปาคือสิทธิพื้นฐาน รัฐควรลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเอง ไม่ใช่ผลักให้ประชาชน

Net Metering: ทางออกที่เป็นธรรมกว่า

Net Metering คือระบบที่วัดไฟสุทธิ ผลิตได้มากใช้ เกินขาย ไม่พอซื้อเพิ่ม โดยราคาเท่ากันทั้งสองทาง ประเทศอย่างออสเตรเลีย สหรัฐฯ ใช้ระบบนี้สำเร็จ ช่วยส่งเสริมพลังงานสะอาดโดยไม่เอาเปรียบผู้ผลิต หากไทยใช้แบบนี้ ค่าไฟแพงปัญหาจะลดลง

การวิจารณ์ของหมอวรงค์สะท้อนปัญหาเชิงระบบที่รัฐบาลมองข้าม ประชาชนไม่ควรเป็นเหยื่อนโยบายที่ดูดีแต่ซ่อนเงื่อนงำ สุดท้ายแล้ว รัฐต้องรับผิดชอบสาธารณูปโภคให้แท้จริง

คุณเห็นด้วยกับมุมมอง “หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์ หรือไม่? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “หมอวรงค์” อัดรัฐเอาเปรียบ ผลักภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพง-ติดโซลาร์เซลล์

เคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท บ้านอยู่อาศัย

สวัสดีครับชาวบ้านทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีสุดๆ มาบอกกันเลย รัฐบาลเคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท สำหรับบ้านอยู่อาศัยแล้วนะครับ ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟให้ครอบครัวไทยกว่า 20 ล้านหลัง ซึ่งคิดเป็น 90% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศเลยทีเดียว โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จะได้จ่ายถูกลงแบบชัดเจน มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 นี้เอง เป็นส่วนหนึ่งของ “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” เพื่อรับมือราคาพลังงานโลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความต้องการสูง

สถานการณ์ตอนนี้ ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง ส่งผลกระทบต้นทุนผลิตไฟฟ้าในไทย รัฐบาลจึงออกมาตรการเร่งด่วนหลายด้าน ไม่ใช่แค่ตรึงค่าไฟ แต่ยังส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและพลังงานทางเลือกด้วย เช่น โซลาร์รูฟท็อปที่กำลังมาแรง ช่วยให้ผลิตไฟใช้เอง ลดค่าไฟระยะยาวได้จริง

เคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท

มาตรการหลักที่ทุกคนรอคอยคือ เคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยจะปรับอัตราค่าไฟแบบก้าวหน้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 ครับ กลุ่มเป้าหมายคือบ้านพักอาศัยกว่า 20 ล้านหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ไฟไม่เกินระดับนี้ จ่ายค่าไฟจะถูกลงทันที ใครใช้เกิน 200 หน่วยก็ไม่ต้องกังวล รัฐบาลบอกว่าจะมีมาตรการต่อเนื่อง แนะนำให้ติดตามประกาศเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่นๆ ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายพลังงาน เช่น:

  • ส่งเสริมการผลิตไฟจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโซลาร์รูฟท็อปสำหรับประชาชนและหน่วยงานรัฐแบบ ESCO Model
  • ปรับระบบรับซื้อไฟฟ้าใหม่ จาก Adder เป็น Feed-in Tariff (FiT) ที่เหมาะสมกว่า
  • ลดการใช้พลังงานภาครัฐลง 20% และเชื่อมโยงกับการประเมินผลผู้บริหาร

รัฐส่งเสริมโซลาร์รูฟ ลดค่าไฟยั่งยืน

หนึ่งในไฮไลต์คือการผลักดันโซลาร์รูฟหรือแผงโซลาร์เซลล์ติดหลังคาบ้านครับ รัฐมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนถูกกว่าค่าไฟเสียอีก และรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้คืนด้วย ประชาชนผลิตไฟใช้เอง ลดการพึ่งพากฟผ. แถมยังเป็นพลังงานสะอาด ช่วยลดคาร์บอน ลดโลกร้อน พรุ่งนี้ (29 เมษายน 2569) คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติจะประชุมเดินหน้าต่อ

มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานมีประสิทธิภาพยังรวมถึง:

  • เปลี่ยนไฟสาธารณะเป็น LED และไฟถนนโซลาร์เซลล์ พร้อมระบบบริหารจัดการพลังงาน
  • ผลักดันยานยนต์ไฟฟ้า ติดตั้งสถานีชาร์จสาธารณะและสลับแบต
  • พลังงานชีวภาพจากของเสียเกษตร ทำเชื้อเพลิงชีวมวลและก๊าซชีวภาพ

ประโยชน์ที่ได้มหาศาลครับ ไม่ใช่แค่ลดค่าไฟชั่วคราว แต่สร้างระบบพลังงานยั่งยืน ลดนำเข้าพลังงาน ช่วยเศรษฐกิจชาติ ประหยัดทรัพยากรระยะยาว บ้านไหนสนใจโซลาร์รูฟ ลองคำนวณดู ติดตั้งครั้งเดียว ใช้ฟรี 20-25 ปี คืนทุนไว 3-5 ปี แถมค่าไฟลดลง 50-70% เลยนะ

สำหรับบ้านที่ใช้ไฟเยอะ แนะนำตรวจสอบการใช้ไฟฟ้า ลดการปล่อยทิ้ง เปลี่ยนเครื่องใช้ประหยัดพลังงาน 5 ดาว เช่น ตู้เย็น แอร์ LED และพิจารณาโซลาร์รูฟตั้งแต่เนิ่นๆ รัฐบาลเข้าใจปัญหา จะมีมาตรการช่วยเพิ่มแน่นอน

สรุปแล้ว มาตรการนี้คือโอกาสทองสำหรับทุกบ้าน ลดค่าไฟวันนี้ สร้างอนาคต xanh พรุ่งนี้ คุณลองเริ่มจากติดตามข่าวและวางแผนติดตั้งโซลาร์รูฟดูไหม? ประหยัดจริง ลองเลย!

ที่มา – เคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท สำหรับบ้านอยู่อาศัย รัฐส่งเสริมโซลาร์รูฟ

Scroll to top