สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงนี้กำลังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามอง โดยเฉพาะการใช้เม็ดเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งล่าสุด เลขาสภาพัฒน์ ชี้ ถ้าใช้เงินกู้ตรงจุด เชื่อภาพรวม เศรษฐกิจประเทศ จะดีขึ้น อย่างแน่นอน โดยเฉพาะการมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนพลังงานและช่วยลดภาระให้แก่ประชาชน
เลขาสภาพัฒน์ ชี้ ถ้าใช้เงินกู้ตรงจุด เชื่อภาพรวม เศรษฐกิจประเทศ จะดีขึ้น
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการบริหารจัดการงบประมาณกว่า 2 แสนล้านบาทในช่วงหลัง ว่าหัวใจสำคัญคือการนำไปใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา และตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อที่จะดึงศักยภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจออกมาให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
เจาะลึกกลยุทธ์การใช้เงินกู้ให้มีประสิทธิภาพ
สำหรับการวางแผนใช้เม็ดเงินดังกล่าว ทางสภาพัฒน์เน้นย้ำว่าต้องพุ่งเป้าไปที่การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยมีแนวทางที่น่าสนใจดังนี้:
- การสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าในครัวเรือน
- การปรับเปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะและรถเฉพาะทางให้เป็นรถไฟฟ้า (EV)
- การเน้นนโยบายที่ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก
เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย เลขาสภาพัฒน์ ชี้ ถ้าใช้เงินกู้ตรงจุด เชื่อภาพรวม เศรษฐกิจประเทศ จะดีขึ้น เพราะการขับเคลื่อนงบประมาณนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้น GDP ให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสำเร็จขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายและการเลือกโครงการที่สามารถส่งผลกระทบเชิงบวกได้จริงต่อประชาชนในระยะยาว
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตั้งคำถามถึงที่มาและความชัดเจนของโครงการเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะหากรัฐบาลสามารถพิสูจน์ได้ว่าการใช้เงินกู้ครั้งนี้ตอบโจทย์การประหยัดพลังงานและการลดรายจ่ายให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง ก็จะเป็นผลดีต่อภาพรวมของประเทศอย่างยั่งยืน เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปใช้อย่างไรเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน
ที่มา – เลขาสภาพัฒน์ ชี้ ถ้าใช้เงินกู้ตรงจุด เชื่อภาพรวม เศรษฐกิจประเทศ จะดีขึ้น


