ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ลด พร้อมรับผิดชอบทั้ง 10 คัน กรณีใช้รถแบ็กโฮเคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางการจราจร โดยระบุว่ามีความจำเป็นในการเปิดเส้นทางรถฉุกเฉินในเมืองหาดใหญ่ และพร้อมที่จะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ทั้ง 10 คัน
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์การเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่กีดขวางเส้นทางการจราจรในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชนและการใช้เส้นทางในกรณีฉุกเฉิน
สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่เริ่มคลี่คลาย ประชาชนจำนวนมากเริ่มกลับสู่บ้านเรือนของตนเอง แต่ปัญหาที่ตามมาคือ บนถนนหลายสาย รวมถึงบนสะพาน ยังคงมีรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ หรือรถที่ถูกกระแสน้ำพัดพามาขวางเส้นทางการจราจร สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ต้องการใช้เส้นทางสัญจร
ทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้ทำการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ขอความร่วมมือให้เจ้าของรถที่สามารถเคลื่อนย้ายรถของตนเองได้ ให้รีบดำเนินการเพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้ผู้อื่นได้ใช้สัญจร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้พยายามเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง และขยับรถยนต์บางส่วน เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากรถฉุกเฉินและรถกู้ภัยประสบปัญหาในการเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
แต่จนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ก็ยังมีรถยนต์จำนวนมากที่กีดขวางเส้นทางการจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณแยกโรงปูน และบริเวณหน้าสะพานคลองอู่ตะเภา หน้าอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมจนจม และไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้ช่องทางการจราจรเหลือเพียงช่องทางเดียว ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรสวนทางกันได้ เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อภารกิจของรถพยาบาลและรถกู้ชีพ ที่อาจไม่สามารถนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที ด้วยเหตุนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดการกับรถยนต์ที่กีดขวาง เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้รถฉุกเฉินสามารถสัญจรได้
ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่กีดขวางอยู่นั้น มีรถแบ็กโฮขนาดเล็กขับผ่านมาในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจึงได้ขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่รถแบ็กโฮ ช่วยทำการเคลียร์เส้นทาง โดยใช้อุปกรณ์ตักของรถแบ็กโฮดันบริเวณล้อรถ เพื่อขยับรถยนต์ออกไปด้านข้าง จำนวนประมาณ 10 คัน จนสามารถเปิดช่องทางการจราจรให้รถฉุกเฉินสามารถสัญจรผ่านได้ และทำให้การจราจรบนถนนคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ
ทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้แสดงความเสียใจและขออภัยไปยังเจ้าของรถยนต์ทั้ง 10 คัน ที่อาจได้รับความเสียหายจากการเคลื่อนย้ายรถยนต์เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรในครั้งนี้ โดยยืนยันว่าตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมที่จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติการเปิดเส้นทางการจราจรในบริเวณแยกโรงปูน บริเวณหน้าสะพานคลองอู่ตะเภา รวมถึงจุดอื่นๆ นั้น ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกนอกพื้นที่แต่อย่างใด เป็นเพียงการขยับรถยนต์ไปด้านข้างทางในรัศมีไม่เกิน 300 เมตรเท่านั้น
แผนการเคลื่อนย้ายรถเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ตำรวจภูธรภาค 9 มีแผนที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ ในกรณีที่ยังไม่มีเจ้าของรถมาแสดงตัว หรือทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกไป โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ทั้งหมด ไปจอดไว้ที่สนามกีฬาเทศบาลนครหาดใหญ่ (สนามกีฬากลาง) และลานจอดรถศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่อไป
สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การตัดสินใจของตำรวจภูธรภาค 9 ในการใช้รถแบ็กโฮดันรถยนต์ที่กีดขวางการจราจร แม้จะมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่เร่งด่วนและจำเป็น เพื่อให้รถฉุกเฉินสามารถเข้าถึงผู้ป่วยและผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤต
ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และพร้อมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือเป็นความกล้าหาญที่ควรได้รับการยกย่อง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องทบทวนถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย และการจัดการรถยนต์ที่กีดขวางการจราจรในภาวะฉุกเฉิน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถครั้งนี้เพื่อเปิดทางให้รถฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือประชาชน
ที่มา – ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ลด พร้อมรับผิดชอบทั้ง 10 คัน


