เชื่อเลยว่าใครที่ได้เห็นภาพข่าวช่วงนี้คงต้องตื่นเต้นไม่แพ้กัน กับปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นใกล้กรุงฯ เมื่อมีรายงานว่านักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับระบบนิเวศทางทะเลในจังหวัดชลบุรีของเราครับ
นักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว
เหตุการณ์น่าประทับใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณห่างจากชายฝั่งบางแสนเพียง 2 กิโลเมตร เหล่านักท่องเที่ยวที่ออกเรือไปต่างได้พบกับเจ้าวาฬใจดีที่พากันออกมาโชว์ตัวและหาอาหารกันอย่างคึกคัก ซึ่งทาง “ไต๋เก้า” เจ้าหน้าที่กู้ชีพทางทะเลผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้ข้อมูลว่าปีนี้เราพบวาฬบรูด้าในพื้นที่มากถึง 13 ตัวเลยทีเดียว แบ่งกลุ่มกระจายตัวตั้งแต่เกาะสีชังไปจนถึงหน้าหาดบางแสนและอ่างศิลา
ทำไมการที่ นักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว ถึงเป็นเรื่องสำคัญ?
การปรากฏตัวของวาฬบรูด้าในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยได้เป็นอย่างดี โดยวาฬที่พบในปีนี้มีขนาดใหญ่ยักษ์พอๆ กับรถโดยสารประจำทางและหนักกว่าหนึ่งตันเลยทีเดียว เรายังพบว่ามีลูกวาฬและวาฬจากถิ่นอื่นแวะเวียนเข้ามา ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งอนุบาลและแหล่งอาหารที่สำคัญ
หากเพื่อนๆ มีโอกาสไปชมวาฬ ผมขอฝากข้อควรปฏิบัติเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ดังนี้ครับ:
- รักษาระยะห่าง: ควรถอยเรือห่างจากวาฬอย่างน้อย 100-150 เมตร
- ดับเครื่องยนต์: เมื่อวาฬเข้ามาใกล้ ควรดับเครื่องเพื่อลดเสียงรบกวน เพราะวาฬใช้คลื่นเสียงในการนำทาง
- ไม่คุกคาม: สังเกตการณ์อย่างเงียบๆ และไม่ควรขับเรือปาดหน้าหรือกดดันฝูงวาฬ
แม้จะยังไม่พบผลกระทบจากการทำประมงพื้นบ้านมากนัก แต่การเดินเรือในยามค่ำคืนยังคงเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากวาฬมักจะพักผ่อนด้วยการหลับเพียงครึ่งสมอง ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุจากการชนกันได้ การตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแล เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นยักษ์ใหญ่ใจดีเหล่านี้อีกนานๆ ครับ
ที่มา – นักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว


