ข่าวชลบุรี

ออกหมายจับ ป๋อง-ธง เอี่ยวคดี 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา

จากกรณีข่าวใหญ่ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในพื้นที่และสังคมอย่างมาก กับคดีการหายตัวไปอย่างปริศนาของสองพี่น้องชาวรัสเซีย MISS DIANA NAZIMOVA และ MR ROMAN NAZIMOVA ซึ่งหายไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 26 ก.ค. แม้จะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่และชาวบ้านออกปูพรมค้นหาอย่างหนัก แต่จนถึงปัจจุบันคดียังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้มีการ ออกหมายจับ ป๋อง-ธง เอี่ยวคดี 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา เป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากพบเบาะแสสำคัญ

ออกหมายจับ ป๋อง-ธง เอี่ยวคดี 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจพบซากรถจักรยานยนต์ที่ถูกชำแหละและฝังดินไว้ในพื้นที่ป่าช้าเก่าทุ่งหลวง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นรถของเหยื่อที่หายไป ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งขยายผลจนนำไปสู่การจับตาบุคคลต้องสงสัยอย่างนายโหยและนายผาง ที่คาดว่ามีส่วนช่วยพาผู้ต้องหาหลบหนี ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อคลี่คลายคดีที่สังคมกำลังจับตามอง

เบื้องลึกการออกหมายจับ ป๋อง-ธง เอี่ยวคดี 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา

สำหรับความคืบหน้าของคดี ทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจค้นเพิงพักและพยานแวดล้อมอย่างหนัก โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังเข้าค้นบ้านพักผู้ต้องสงสัย
  • พบหลักฐานบ่งชี้ว่านายป๋องและนายธง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำรถจักรยานยนต์ของเหยื่อไปฝังกลบ
  • นายโหยและนายผาง ถูกคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมหลังจากพบว่ามีพฤติกรรมช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนี
  • ศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติหมายจับในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและรับของโจร

อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนในพื้นที่ว่า หากพบเห็นเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลทั้งสอง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความไม่ปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและคนในชุมชน คาดว่าหากสอบเค้นอย่างละเอียดจากผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวไว้ จะได้ข้อมูลที่นำไปสู่การพบตัวสองพี่น้องชาวรัสเซียในเร็วๆ นี้

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจครั้งนี้ จะสามารถนำไปสู่ความจริงและคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญหายได้โดยเร็วครับ

ที่มา – ออกหมายจับ “ป๋อง-ธง” เอี่ยวคดี 2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา

หมูเด้ง ร่วมสร้างสีสัน เลือก ทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์บอลโลก 2026

หมูเด้ง ร่วมสร้างสีสัน เลือก ทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์บอลโลก 2026

กลายเป็นกระแสไปทั่วโลกโซเชียลสำหรับน้อง ‘ฮิปโปแคระ’ ตัวตึงแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียวอย่างน้องหมูเด้ง ที่ล่าสุดได้สร้างสีสันให้แฟนบอลต้องอมยิ้มไปตามๆ กัน ด้วยการร่วมทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยการเลือก หมูเด้ง ร่วมสร้างสีสัน เลือก ทีมชาติอาร์เจนตินา จะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความน่ารักและแสนรู้ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วไทยต่างพากันหลงรัก

บรรยากาศที่ส่วนแสดงฮิปโปเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้จัดกิจกรรมทายผลการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศระหว่าง ทีมชาติสเปน และ ทีมชาติอาร์เจนตินา โดยพี่เบนซ์ผู้ดูแลได้จัดเตรียมตะกร้าผลไม้แกะสลักปักธงชาติรอไว้อย่างสวยงาม ก่อนที่น้องหมูเด้งขวัญใจมหาชนจะเดินตรงดิ่งเข้าไปหาตะกร้าของอาร์เจนตินาอย่างรวดเร็ว ทำเอาแฟนคลับที่เชียร์เจ้าฟ้าขาวต้องเฮกันลั่น

ทำไมน้องหมูเด้งถึงเลือกทีมชาติอาร์เจนตินา?

กิจกรรม หมูเด้ง ร่วมสร้างสีสัน เลือก ทีมชาติอาร์เจนตินา จะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการทายผลบอลเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังซ่อนประโยชน์ดีๆ ไว้อีกมากมาย:

  • Animal Enrichment: การจัดกิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นพฤติกรรมสัตว์ตามธรรมชาติ ทำให้สัตว์ได้ออกกำลังกายและลดความเครียด
  • ส่งเสริมโภชนาการ: ผลไม้ที่ใช้เป็นอาหารเสริมพฤติกรรมมีความเหมาะสมตามหลักโภชนาการ
  • สร้างรอยยิ้ม: กิจกรรมนี้เป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักท่องเที่ยวและสัตว์ภายในสวนสัตว์

อย่างไรก็ตาม ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้ย้ำชัดเจนว่ากิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อความสนุกสนานและส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการเล่นการพนันแต่อย่างใด การที่ หมูเด้ง ร่วมสร้างสีสัน เลือก ทีมชาติอาร์เจนตินา จะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 จึงเป็นเพียงสีสันที่เติมพลังบวกให้คนรักสัตว์และแฟนฟุตบอลได้มีเรื่องพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ใครที่อยากไปสัมผัสความน่ารักของน้องหมูเด้งด้วยตาตัวเอง อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมน้องได้ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี แล้วมาลุ้นกันว่าคำทำนายของน้องจะเป็นจริงหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าไม่ว่าใครจะเป็นแชมป์โลก การได้เห็นน้องหมูเด้งมีความสุขและเติบโตอย่างมีคุณภาพก็ถือเป็นชัยชนะที่น่ารักที่สุดของคนไทยแล้วครับ

ที่มา – “หมูเด้ง” ร่วมสร้างสีสัน เลือก “ทีมชาติอาร์เจนตินา” จะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2026

ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพังเสียหายยับ

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอสถานการณ์ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขัง แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลบ่อวิน จังหวัดชลบุรี นั้นถือว่าหนักหนาสาหัสกว่าปกติ เพราะเกิดเหตุ ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพังเสียหายยับ จนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างหนัก วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดเหตุการณ์นี้กันครับ

ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพัง

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน ในหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 หมู่ที่ 7 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มวลน้ำมหาศาลได้หอบเอาเศษโฟมจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นของเสียจากการคัดแยกขยะตู้เย็นและตู้แช่เก่าจากพื้นที่ข้างเคียง ไหลทะลักเข้าใส่กำแพงหมู่บ้านจนพังถล่มลงมาเป็นแนวยาว

เปิดสาเหตุทำไม ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพัง ถึงรุนแรง?

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าสาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากเพียงกระแสน้ำเท่านั้น แต่เกิดจากปัจจัยดังนี้:

  • มีการเช่าพื้นที่ใกล้หมู่บ้านเพื่อประกอบกิจการคัดแยกขยะชิ้นส่วนตู้เย็นและตู้แช่
  • เศษโฟมจำนวนมหาศาลถูกนำมาทิ้งไว้เป็นกองโตโดยไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
  • เมื่อฝนตกหนัก กองโฟมเหล่านั้นอุ้มน้ำและกลายเป็นมวลขนาดใหญ่ที่มีแรงดันสูง จนมีกำลังกระแทกมากพอที่จะทำลายกำแพงคอนกรีตได้

ความเสียหายในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่กำแพง แต่ยังรวมถึงบ้านเรือนประชาชนหลายหลังที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลเข้าท่วมและเศษโฟมที่กระจายเกลื่อนพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งทำความสะอาดและกังวลถึงความปลอดภัยในระยะยาว

ทางด้าน อบต.บ่อวิน ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ได้รีบส่งเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่และเปิดทางระบายน้ำทันทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนว่า กิจการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะหรือของเสียใกล้เขตชุมชนนั้น จำเป็นต้องมีมาตรการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์ ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพัง อาจจะเกิดขึ้นซ้ำรอยได้อีก หากไม่มีการจัดการกับกองโฟมเหล่านี้ให้ถูกวิธีตามหลักกฎหมาย

สุดท้ายนี้ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับว่า นอกจากจะเร่งชดเชยเยียวยาชาวบ้านแล้ว การตรวจสอบสถานประกอบการประเภทนี้ให้เป็นมาตรฐานสากลถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อให้คนในชุมชนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและไม่ต้องมาคอยหวาดระแวงกับขยะมหาศาลที่จ้องจะถล่มบ้านเรือนในทุกครั้งที่ฝนตก

ที่มา – ฝนถล่มบ่อวิน “ขยะเศษโฟม” ไหลทะลักซัดกำแพงหมู่บ้านพัง กระทบบ้านเรือนประชาชน

นักท่องเที่ยวตื่นตา ฝูงวาฬบรูด้า โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว

เชื่อเลยว่าใครที่ได้เห็นภาพข่าวช่วงนี้คงต้องตื่นเต้นไม่แพ้กัน กับปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นใกล้กรุงฯ เมื่อมีรายงานว่านักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับระบบนิเวศทางทะเลในจังหวัดชลบุรีของเราครับ

นักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว

เหตุการณ์น่าประทับใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณห่างจากชายฝั่งบางแสนเพียง 2 กิโลเมตร เหล่านักท่องเที่ยวที่ออกเรือไปต่างได้พบกับเจ้าวาฬใจดีที่พากันออกมาโชว์ตัวและหาอาหารกันอย่างคึกคัก ซึ่งทาง “ไต๋เก้า” เจ้าหน้าที่กู้ชีพทางทะเลผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้ข้อมูลว่าปีนี้เราพบวาฬบรูด้าในพื้นที่มากถึง 13 ตัวเลยทีเดียว แบ่งกลุ่มกระจายตัวตั้งแต่เกาะสีชังไปจนถึงหน้าหาดบางแสนและอ่างศิลา

ทำไมการที่ นักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว ถึงเป็นเรื่องสำคัญ?

การปรากฏตัวของวาฬบรูด้าในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยได้เป็นอย่างดี โดยวาฬที่พบในปีนี้มีขนาดใหญ่ยักษ์พอๆ กับรถโดยสารประจำทางและหนักกว่าหนึ่งตันเลยทีเดียว เรายังพบว่ามีลูกวาฬและวาฬจากถิ่นอื่นแวะเวียนเข้ามา ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งอนุบาลและแหล่งอาหารที่สำคัญ

หากเพื่อนๆ มีโอกาสไปชมวาฬ ผมขอฝากข้อควรปฏิบัติเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ดังนี้ครับ:

  • รักษาระยะห่าง: ควรถอยเรือห่างจากวาฬอย่างน้อย 100-150 เมตร
  • ดับเครื่องยนต์: เมื่อวาฬเข้ามาใกล้ ควรดับเครื่องเพื่อลดเสียงรบกวน เพราะวาฬใช้คลื่นเสียงในการนำทาง
  • ไม่คุกคาม: สังเกตการณ์อย่างเงียบๆ และไม่ควรขับเรือปาดหน้าหรือกดดันฝูงวาฬ

แม้จะยังไม่พบผลกระทบจากการทำประมงพื้นบ้านมากนัก แต่การเดินเรือในยามค่ำคืนยังคงเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากวาฬมักจะพักผ่อนด้วยการหลับเพียงครึ่งสมอง ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุจากการชนกันได้ การตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแล เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นยักษ์ใหญ่ใจดีเหล่านี้อีกนานๆ ครับ

ที่มา – นักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว

สาว 17 ถูกฆ่ายัดกระเป๋า จ.ชลบุรี ตำรวจรวบชายต่างชาติ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในพัทยา จังหวัดชลบุรี กับเหตุการณ์ที่ สาว 17 ถูกฆ่ายัดกระเป๋า จ.ชลบุรี ตำรวจตามรวบคาสนามบิน “ชายต่างชาติ” ต้องสงสัย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจและเป็นอุทธาหรณ์ให้คนวัยรุ่นต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการออกไปพบปะกับคนแปลกหน้าหรือชาวต่างชาติโดยลำพัง

เผยเบื้องหลังคดี สาว 17 ถูกฆ่ายัดกระเป๋า จ.ชลบุรี ตำรวจตามรวบคาสนามบิน “ชายต่างชาติ” ต้องสงสัย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการหายตัวไปอย่างปริศนาของน้องสาววัย 17 ปี ที่ได้เข้าไปในคอนโดแห่งหนึ่งย่านจอมเทียนกับชาวต่างชาติ ก่อนจะพบจุดจบในกระเป๋าเดินทางสีดำ กลายเป็นคดี สาว 17 ถูกฆ่ายัดกระเป๋า จ.ชลบุรี ตำรวจตามรวบคาสนามบิน “ชายต่างชาติ” ต้องสงสัย อย่างรวดเร็วหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแสสำคัญ

หลักฐานมัดตัวชายชาวต่างชาติ

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่พบว่าชายชาวต่างชาติรายนี้ได้ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นรถจักรยานยนต์ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเส้นทางเลียบทางรถไฟ และกล้องบันทึกภาพได้ว่าเขาขี่รถกลับมาโดยไม่มีกระเป๋าใบนั้นติดตัวมาด้วย สิ่งนี้ทำให้น่าสงสัยว่าเขาได้นำร่างของหญิงสาวไปทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง จนนำไปสู่การค้นพบศพในเวลาต่อมา

  • พบร่องรอยการต่อสู้ในห้องพักคอนโดที่เกิดเหตุ
  • รอยขีดข่วนตามร่างกายของชายต่างชาติที่ชัดเจน
  • หลักฐานสำคัญจากเส้นทางที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทิ้งศพ

ความคืบหน้าล่าสุด ชายชาวต่างชาติรายนี้ถูกควบคุมตัวได้ขณะกำลังจะหนีกลับประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ แม้เขาจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่พยานหลักฐานทั้งรอยแผลที่ตัวและภาพจากกล้องวงจรปิดก็ชี้ชัดถึงความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความปลอดภัยในที่พักอาศัยและการคบหาผู้คนเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยโดยเด็ดขาด ฐานะผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตและพูดคุยกับบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้ขึ้นอีก เราหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ที่มา – สาว 17 ถูกฆ่ายัดกระเป๋า จ.ชลบุรี ตำรวจตามรวบคาสนามบิน “ชายต่างชาติ” ต้องสงสัย

ชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิด

เชื่อเลยว่าใครที่ชอบของเก่าหรือของมือสองคงต้องเคยมีโมเมนต์ที่หวังจะเจอสมบัติล้ำค่ากันบ้าง แต่วันนี้มีเหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถือเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีว่าของที่ดูไม่มีค่าในกองขยะ อาจซ่อนอันตรายร้ายแรงที่เราคาดไม่ถึงเอาไว้ครับ

เหตุการณ์ระทึกเมื่อชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในชุมชนสัมพันธ์นำชัย จ.ชลบุรี ขณะที่ชาวบ้านกำลังใช้ชีวิตตามปกติ นายสมชาย อายุ 52 ปี ได้สังเกตเห็นรถกระบะคันหนึ่งนำของมากองทิ้งไว้ข้างถังขยะ ด้วยความหวังดีหรืออาจจะด้วยความโชคชะตา นายสมชายจึงเข้าไปสำรวจดูว่ามีของอะไรที่พอจะเก็บไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง จนกระทั่งไปเจอพระเครื่องและเหรียญเก่าเข้า เลยคิดว่าอาจจะมีทองคำซ่อนอยู่ข้างใน แต่สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมากลับทำให้ต้องขนลุก

จุดเริ่มต้นของการค้นหาที่เปลี่ยนเป็นความกลัว

หลังจากที่เขาพยายามรื้อค้นห่อผ้า เขาก็ไปพบกับวัตถุรูปร่างลักษณะคล้ายระเบิดสีดำสนิท ในตอนนั้นเองที่ชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิดเข้าจังๆ โชคดีที่ไหวพริบดี รีบเอาไปวางที่เดิมและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที หากวินาทีนั้นระเบิดเกิดทำงานขึ้นมา รัศมีการทำลายล้าง 50 เมตรรอบจุดเกิดเหตุอาจสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล

  • ระเบิดแสวงเครื่อง: เป็นวัตถุที่ดัดแปลงขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • อันตรายที่มองไม่เห็น: ระเบิดประเภทนี้มีทั้งแสงวาบและเสียงดังที่อันตรายต่อดวงตาและระบบการได้ยิน
  • หลักปฏิบัติเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย: ห้ามสัมผัส รีบถอยห่าง และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ทางเจ้าหน้าที่ชุด EOD ยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่มันคือระเบิดแสวงเครื่องที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง การที่นายสมชายรอดมาได้ถือว่าโชคดีสุดๆ ต่อไปนี้เวลาเห็นถุงขยะหรือกองของทิ้งไว้ อย่าชะล่าใจหยิบมาค้นสุ่มสี่สุ่มห้านะครับ เพราะบางครั้ง “ทอง” ที่เราตามหา อาจกลายเป็น “ระเบิด” ที่พรากชีวิตเราไปได้ง่ายๆ

ที่มา – ชายวัย 52 เห็นกระบะเอาของมาทิ้ง หวังค้นหาทองกลับเจอระเบิด รีบวิ่งหนีตายโทรแจ้งตำรวจ

ผู้ว่าฯ-ผู้การฯ ชลบุรี ร่วมสอบผู้ต้องหาค้า ยาเสพติด อ้างใช้หนี้

กลายเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดชลบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงร่วมมือกันทลายแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด โดยเหตุการณ์ ผู้ว่าฯ-ผู้การฯ ชลบุรี ร่วมสอบผู้ต้องหาค้า ยาเสพติด อ้างทำเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ ครั้งนี้ สร้างความตื่นตัวให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เพราะยาเสพติดเป็นภัยสังคมที่ใกล้ตัวกว่าที่คิดครับ

ผู้ว่าฯ-ผู้การฯ ชลบุรี ร่วมสอบผู้ต้องหาค้า ยาเสพติด อ้างทำเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และคณะทำงาน ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ขยายผลจับกุมหญิงสาวรายหนึ่งพร้อมของกลางจำนวนมาก

เบื้องหลังคำสารภาพ: ผู้ว่าฯ-ผู้การฯ ชลบุรี ร่วมสอบผู้ต้องหาค้า ยาเสพติด อ้างทำเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้

จากการสอบสวน น.ส.น้ำผึ้ง อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางสายมืดเพราะต้องการนำเงินที่ได้ไปใช้หนี้สินที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการฝ่าฝืนกฎหมายได้

รายละเอียดการจับกุมและของกลางที่ตรวจยึดได้มีดังนี้:

  • ยาบ้า จำนวน 6,020 เม็ด
  • ยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 318.09 กรัม
  • อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการขยายผลจากบ้านพักใน ต.หนองรี ไปจนถึงจุดซุกซ่อนยาใน ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทำให้สามารถยึดของกลางจำนวนมหาศาลนี้กลับคืนมาได้ ก่อนจะแจ้งข้อหาหนักทั้งจำหน่ายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1

ในมุมมองของผม แม้ปัญหาหนี้สินจะเป็นเรื่องที่บีบคั้นหัวใจและน่าเห็นใจสำหรับใครหลายคน แต่การเลือกทางออกด้วยการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนั้นนอกจากจะทำลายอนาคตของตัวเองแล้ว ยังทำลายครอบครัวและสังคมในวงกว้างอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรีครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงว่า ความผิดพลาดเพียงชั่ววูบจากการอยากได้เงินมาใช้หนี้อาจนำไปสู่คุกตารางได้ตลอดชีวิตครับ

ที่มา – ผู้ว่าฯ-ผู้การฯ ชลบุรี ร่วมสอบผู้ต้องหาค้า “ยาเสพติด” อ้างทำเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้

ชาวบ้านไม่ทน ร้องนายก อบต.ตรวจโรงงานผลิตถุงมือยางเถื่อน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าติดตามจากจังหวัดชลบุรีกันครับ ชาวบ้านไม่ทน ร้อง นายกฯ อบต.สำนักบก เข้าตรวจสอบโรงงาน “ผลิตถุงมือยางเถื่อน” หลังจากที่ชาวบ้านในพื้นที่ทนไม่ไหวกับปัญหากลิ่นเหม็นคละคลุ้งและน้ำเสียที่ถูกทิ้งลงท่อสาธารณะแบบไม่แคร์ใคร สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านมานาน!

ชาวบ้านไม่ทน ร้อง นายกฯ อบต.สำนักบก เข้าตรวจสอบโรงงาน “ผลิตถุงมือยางเถื่อน”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 (เช็คปีใน original 2569? คงพิมพ์ผิด 2567 นะ) นางพวงเพชร พิทักษ์สหภูมิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำนักบก พร้อมด้วยรองนายกฯ ทั้งสองท่าน นายเสรี ลิ้มรทีพงษ์ และนายรตนพร เดชาทยานันทน์ รวมถึงกำนันตำบลสำนักบก นายนิติ ประสงค์กิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี นายปรีติภัทร วันนา เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี นายพิษณุ ขันทกาญจน์ และตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานต้องสงสัย 2 แห่ง ในหมู่ 6 ตำบลสำนักบก อำเภอเมืองชลบุรี

ที่มาของเรื่องทั้งหมดคือคำร้องเรียนจากชาวบ้านที่บ่นอุบมานาน ว่ามีกลิ่นสารเคมีเหม็นเน่าโชยไปทั่วบริเวณ และน้ำเสียจากกระบวนการผลิตถูกปล่อยลงท่อสาธารณะ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแบบรุนแรงเลยครับ

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นของโรงงานผลิตถุงมือยางเถื่อน

จากการบุกตรวจ พบว่าโรงงานนี้แฝงตัวอยู่ในโกดังให้เช่า มีเครื่องจักรผลิต ถังสารเคมี และแม่พิมพ์ถุงมือยางเพียบ! แรงงานส่วนใหญ่เป็นคนไทยกำลังทำงานอยู่ แต่ปัญหาใหญ่คือ ไม่มีระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย ถูกต้องตามกฎหมายเลย น้ำเสียถูกทิ้งลงพื้นที่เอกชนและท่อสาธารณะแบบลับๆ ทำให้กลิ่นสารเคมีฟุ้งกระจาย สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในวงกว้าง

  • ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
  • ไม่มีบ่อบำบัดน้ำเสีย
  • ทิ้งน้ำเสียลงท่อสาธารณะและพื้นที่เอกชน
  • กลิ่นสารเคมีรุนแรง กระทบสุขภาพชาวบ้าน
  • แรงงานไทยจำนวนมาก แต่ขาดมาตรฐานความปลอดภัย

นายกฯ อบต.สำนักบก นางพวงเพชร เผยว่าหลังได้รับร้องเรียน ก็สั่งการให้รองนายกฯ ลงพื้นที่ดู ก่อนประสานหน่วยงานใหญ่มาช่วยตรวจสอบทันที แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการแก้ปัญหาครับ

ขั้นตอนดำเนินการต่อจากเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด

เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีแจ้งว่า จะตรวจสอบจำนวนคนงานว่ามากกว่า 50 คนหรือไม่ และเครื่องจักรกว่า 50 แรงม้าหรือเปล่า ถ้าถึงเกณฑ์ จะรายงานเพื่อออกคำสั่งตามกฎหมายทันที อาจถึงขั้นสั่งปิดโรงงาน ถ้าไม่ปฏิบัติตาม!

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน นายกฯ และทีมยังตรวจโรงงานรับจ้างทำอื่นๆ ในหมู่ 4 เช่น โรงงานสเกิร์ตรถยนต์และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่มีปัญหากลิ่นสีลอยตามลมและเสียงดังดึก ชาวบ้านร้องเรียนเพียบ ได้เตือนแล้ว ถ้าไม่ปรับปรุงจะสั่งปิดและบังคับทำใบอนุญาตให้ถูกต้อง

เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากครับว่า ชาวบ้านมีสิทธิ์ร้องเรียน และหน่วยงานท้องถิ่นตอบสนองได้รวดเร็ว ปัญหาโรงงานเถื่อนแบบนี้กระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิต ถ้าไม่จัดการ ผลเสียจะยาวไกล อย่างเช่น น้ำเสียปนเปื้อนดินและน้ำใต้ดิน สารเคมีเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้นะครับ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา โรงงานผลิตถุงมือยางเถื่อนเคยระบาดหนักช่วงโควิด ที่ต้องการถุงมือจำนวนมาก แต่หลายแห่งไม่สนกฎหมาย ผลิตแบบผิดๆ ส่งออกไม่ได้คุณภาพ ยังไหม้ชื่อประเทศไทยอีก

สุดท้ายนี้ อยากฝากว่า ถ้าพื้นที่คุณมีปัญหาคล้ายๆ นี้ อย่าปล่อยไว้ ร้องเรียนนายก อบต. หรือหน่วยงานสิ่งแวดล้อมทันทีครับ ชาวบ้านรวมพลังเปลี่ยนแปลงได้จริง! ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยนะ

ที่มา – ชาวบ้านไม่ทน ร้อง นายกฯ อบต.สำนักบก เข้าตรวจสอบโรงงาน “ผลิตถุงมือยางเถื่อน”

เริ่มแล้ว งานแข่งวิ่งควายไทย 2569 สืบสานประเพณี

เริ่มแล้วสำหรับ งานแข่งวิ่งควายไทย 2569 หรือที่รู้จักกันในชื่อวิ่งควายบก ประจำปี พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีพื้นบ้านท้องถิ่นของชาวชลบุรี ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันสุดฮาและน่าตื่นเต้น แต่ยังเป็นการรวมพลังคนในชุมชนเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทยแท้ๆ ที่สืบทอดกันมานาน

งานแข่งวิ่งควายไทย 2569 เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่

ในวันที่ 25 เมษายน 2569 ณ สนามข้างวัดร้าง หมู่ 4 ตำบลสำนักบก อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี นายวรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี ได้เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยมีนางพวงเพชร พิทักษ์สหภูมิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำนักบก กล่าวรายงาน นายเสรี ลิ้มรทีพงษ์ รองนายก อบต.สำนักบก สมาชิกสภาฯ และผู้นำชุมชนพร้อมประชาชนจำนวนมากมาร่วมงาน บรรยากาศคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์จากผู้ชมที่มาร่วมสนุก

งานแข่งวิ่งควายไทย 2569

วัตถุประสงค์หลักของงานแข่งวิ่งควายไทย 2569

การจัด งานแข่งวิ่งควายไทย 2569 มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะประเพณีวิ่งควายบกที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นสำนักบก นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างความสามัคคีในชุมชน และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์

  • อนุรักษ์และสืบสานประเพณีพื้นบ้านท้องถิ่นไม่ให้สูญหาย
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชน
  • เสริมสร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงควายผ่านกิจกรรมค้าและแสดงสินค้าท้องถิ่น

รุ่นการแข่งขันสุดมันส์ในงานแข่งวิ่งควายไทย 2569

ปีนี้ งานแข่งวิ่งควายไทย 2569 จัดแข่งขันครบ 7 รุ่น เพื่อให้ควายทุกขนาดมีโอกาสโชว์พลัง โดยผู้ชนะจะได้รับถ้วยเกียรติยศและเงินสดรางวัลอีกด้วย บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เมื่อควายตัวน้อยใหญ่พากันวิ่งทะยานไปตามสนาม

  • รุ่นควายใหญ่
  • รุ่นควายจิ๋วใหญ่
  • รุ่นควายจิ๋วเล็ก
  • รุ่นควายจิ๋วพิเศษ
  • รุ่นควายซุปเปอร์จิ๋ว
  • รุ่นควายจิ๋วจี๊ด
  • รุ่นควายใหม่ป้ายแดง

ประเพณีวิ่งควายนี้มีรากฐานมาจากวิถีชีวิตเกษตรกรไทยในอดีต ที่ใช้ควายช่วยไถนาและทำการเกษตร การแข่งวิ่งควายจึงเป็นการเฉลิมฉลองความสำคัญของควายต่อชุมชน ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีทันสมัย ประเพณีนี้ช่วยเตือนใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมพื้นบ้าน นอกจากแข่งวิ่ง งานยังมีบูธขายสินค้าท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง และการแสดงวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีเยี่ยม

งานแข่งวิ่งควายไทย 2569 ไม่ใช่แค่งานแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เกษตรกรสามารถนำควายมาขาย แลกเปลี่ยน หรือโชว์ศักยภาพ สร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ชุมชนสำนักบกจึงคึกคักและมีชีวิตชีวาขึ้นจากงานนี้

ในมุมมองของผม งานแบบนี้คือหัวใจของการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน เพราะผสมผสานความสนุก วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว หากคุณชื่นชอบประเพณีไทยแท้ๆ อย่าพลาดติดตามงานครั้งหน้า และแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยสืบสานต่อไปด้วยกัน!

ที่มา – เริ่มแล้ว งานแข่งวิ่งควายไทย 2569 สืบสานประเพณีพื้นบ้านท้องถิ่นไม่ให้สูญหาย

Scroll to top