ความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและอิหร่านตึงเครียดอย่างหนัก เมื่อรัฐบาลออสเตรเลียประกาศขับไล่เอกอัครราชทูตอิหร่านออกจากประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน หลังจากหน่วยข่าวกรองของออสเตรเลีย (ASIO) พบหลักฐานที่เชื่อมโยงรัฐบาลอิหร่านกับเหตุการณ์โจมตีชาวยิวในออสเตรเลียหลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุวางเพลิงคาเฟ่และโบสถ์ยิว
ออสเตรเลียฉุน! ไล่ทูตอิหร่าน เอี่ยววางเพลิงคาเฟ่-โบสถ์ยิว
คำสั่งขับไล่ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที โดยกำหนดให้นายอาหมัด ซาเดกี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำออสเตรเลีย และเจ้าหน้าที่อีก 3 คน เดินทางออกจากออสเตรเลียภายใน 7 วัน นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตของตนเองประจำอิหร่านกลับประเทศ เพื่อเป็นการตอบโต้ทางการทูต
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้รับรายงานจาก ASIO ซึ่งระบุว่า มีความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างรัฐบาลอิหร่านกับการวางเพลิงโจมตีคาเฟ่แห่งหนึ่งในนครซิดนีย์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และการวางเพลิงโจมตีโบสถ์ชาวยิวในเมืองเมลเบิร์นเมื่อเดือนธันวาคมปีเดียวกัน
นายกรัฐมนตรีอัลบาเนซี ได้ประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า การโจมตีเหล่านี้เป็นความพยายามที่จะบ่อนทำลายความสามัคคีในสังคมออสเตรเลีย และสร้างความขัดแย้งในชุมชนต่างๆ
หลักฐานที่นำไปสู่การขับไล่ทูตอิหร่าน
นายไมค์ เบอร์เจสส์ หัวหน้า ASIO เปิดเผยว่า ทีมงานของเขาได้ทำการสืบสวนอย่างละเอียดเป็นเวลาหลายเดือน และพบความเชื่อมโยงระหว่างเหตุวางเพลิงในซิดนีย์และเมลเบิร์น กับผู้บัญชาการหลายคนในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)
นายเบอร์เจสส์กล่าวว่า อิหร่านได้ใช้ตัวแทน ซึ่งรวมถึงอาชญากรและสมาชิกองค์กรอาชญากรรม เพื่อดำเนินการตามคำสั่ง IRGC ยังใช้เครือข่ายตัวแทนที่ซับซ้อนเพื่อปกปิดการมีส่วนร่วมของพวกเขาในการโจมตีคาเฟ่ “ลิวอิส คอนติเนนทัล คิตเชน” ในนครซิดนีย์ และโบสถ์ “อาดาส อิสราเอล” ในเมลเบิร์น
นอกจากนี้ หน่วยข่าวกรองของออสเตรเลียยังพบหลักฐานว่า มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะอยู่เบื้องหลังการโจมตีชาวยิวอื่นๆ ในออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึงการโจมตีโรงเรียนชาวยิว บ้าน รถยนต์ และโบสถ์ของชาวยิว หลายครั้งนับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาเริ่มต้นขึ้น
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่า การตัดสินใจของออสเตรเลียมีแรงจูงใจทางการเมืองภายในประเทศ
เหตุการณ์ ออสเตรเลียฉุน! ไล่ทูตอิหร่าน เอี่ยววางเพลิงคาเฟ่-โบสถ์ยิว นี้ นับเป็นวิกฤตทางการทูตครั้งสำคัญระหว่างสองประเทศ และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว
ความเคลื่อนไหวของออสเตรเลียในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องความปลอดภัยของประชาชน และความเด็ดขาดในการตอบโต้การแทรกแซงจากต่างชาติ การที่ออสเตรเลียตัดสินใจเปิดเผยหลักฐานและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา อาจเป็นสัญญาณเตือนไปยังประเทศอื่นๆ ที่อาจมีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน
สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารระหว่างประเทศ เหตุการณ์ ออสเตรเลียฉุน! ไล่ทูตอิหร่าน เอี่ยววางเพลิงคาเฟ่-โบสถ์ยิว นี้ เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความสำคัญของการมีหน่วยข่าวกรองที่เข้มแข็งเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ
ที่มา – ออสเตรเลียฉุน ไล่ทูตอิหร่าน พบหลักฐานเอี่ยววางเพลิงคาเฟ่-โบสถ์ยิว


