สวีเดนเตรียมย้ายโบสถ์ 113 ปี ทั้งหลัง หลีกทางโครงการขยายเหมืองใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

สวีเดนเตรียมย้ายโบสถ์ 113 ปี! เรื่องเหลือเชื่อที่ต้องรู้

เรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นแล้ว! ที่สวีเดนกำลังดำเนินโครงการสวีเดนเตรียมย้ายโบสถ์ 113 ปี ทั้งหลัง เพื่อหลีกทางให้กับโครงการขยายเหมืองใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าว แต่มันคือประวัติศาสตร์ที่กำลังถูกสร้างขึ้นต่อหน้าต่อตาเรา

โบสถ์คริสต์เก่าแก่อายุกว่า 113 ปี ใจกลางเมืองคีรูนา ทางตอนเหนือสุดของสวีเดน กำลังจะถูกสวีเดนเตรียมย้ายโบสถ์ 113 ปี ทั้งหลังไปยังที่ตั้งใหม่ ห่างออกไปกว่า 5 กิโลเมตร! สาเหตุหลักก็คือ พื้นที่เดิมมีความเสี่ยงต่อการทรุดตัวของดิน จากการทำเหมืองแร่เหล็กที่ดำเนินมายาวนานกว่าศตวรรษ และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายเหมืองแร่ใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปนั่นเอง

สวีเดนเตรียมย้ายโบสถ์ 113 ปี

โบสถ์ไม้สีแดงหลังใหญ่ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1912 ถูกยกขึ้นวางบนแท่นเลื่อนขนาดยักษ์ การเคลื่อนย้ายจะทำด้วยความเร็วสูงสุดเพียง 500 เมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น และคาดว่าจะใช้เวลารวมสองวันกว่าจะถึงศูนย์กลางเมืองใหม่

การย้ายโบสถ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของโครงการย้ายเมืองคีรูนาทั้งเมือง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลขึ้นไปทางเหนือ 145 กิโลเมตร เมืองเดิมกำลังเผชิญรอยแยกของพื้นดินที่จะกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนักในอนาคต

โครงการนี้มีการวางแผนมานานหลายปี โดยก่อนหน้านี้อาคารสำคัญหลายแห่งถูกย้ายหรือสร้างขึ้นใหม่ไปแล้ว เช่น กลุ่มบ้านไม้โบราณย่าน Hjalmar Lundbohmsgården รวมถึงหอระฆังจากศาลากลางเก่าที่ถูกเคลื่อนย้ายมาตั้งไว้ใกล้ศาลากลางแห่งใหม่เรียบร้อย

บริษัท LKAB ผู้ดำเนินการเหมืองแร่เหล็กรายใหญ่ที่สุดของเมืองคีรูนา รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการย้ายสิ่งก่อสร้างต่างๆ ของเมือง ซึ่งประเมินไว้สูงกว่า 10,000 ล้านโครนาสวีเดน หรือราว 33,950 ล้านบาทเลยทีเดียว

ความท้าทายในการสวีเดนเตรียมย้ายโบสถ์ 113 ปี

โบสถ์คีรูนามีความสูง 35 เมตร กว้าง 40 เมตร และมีน้ำหนักกว่า 672 ตัน เคยได้รับการโหวตให้เป็นอาคารที่สวยที่สุดของสวีเดนก่อนปี 1950 การย้ายทั้งหลังแทนการรื้อแยกเป็นชิ้น จึงถือเป็นความท้าทายเชิงวิศวกรรมที่หายาก โดยต้องใช้คานเหล็กเสริมและรถขนย้ายแบบพิเศษสุดๆ

สิ่งที่ซับซ้อนที่สุดคือการเตรียมเส้นทางขนย้าย ถนนถูกขยายกว้างถึง 24 เมตร พร้อมทั้งรื้อเสาไฟ สัญญาณจราจร และสะพานที่ถูกวางแผนรื้อถอนอยู่แล้ว ขณะเดียวกันยังต้องปกป้องสมบัติภายในโบสถ์ เช่น ภาพวาดแท่นบูชาของเจ้าชายยูจีน และออร์แกนที่มีไปป์กว่า 1,000 ท่อ ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้เลย

สำหรับชาวเมือง การย้ายโบสถ์ครั้งนี้มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าแค่งานวิศวกรรมที่น่าทึ่ง นางโซเฟีย ลาเกอร์เลิฟ มาอัตตา ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมของเมือง กล่าวว่า “โบสถ์นี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณและสถานที่รวมตัวของชุมชนมาหลายชั่วอายุคน การย้ายครั้งนี้จึงนำความทรงจำทั้งสุขและเศร้ากลับมา และเรากำลังย้ายความทรงจำเหล่านั้นไปสู่อนาคต”

เลนา เทอร์นเบิร์ก บาทหลวงผู้ดูแลโบสถ์คีรูนา กล่าวว่า “โบสถ์กำลังจะย้ายจากสถานที่ที่มันควรจะอยู่ แต่ทุกคนรู้ดีว่ามันจำเป็นต้องย้าย เราอาศัยอยู่ในชุมชนเหมืองแร่และเราต้องพึ่งพาเหมืองนี้ ฉันรู้สึกขอบคุณที่เรากำลังย้ายโบสถ์ไปที่ศูนย์กลางเมืองใหม่ แต่ก็รู้สึกเศร้าที่เห็นมันย้ายออกจากพื้นดินที่มันถูกสร้างขึ้นเป็นโบสถ์”

พิธีเคลื่อนย้ายโบสถ์ครั้งประวัติศาสตร์ จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวหลายพันคน รวมถึงสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล กุสตาฟ แห่งสวีเดน ร่วมสังเกตการณ์ โดยสถานีโทรทัศน์สวีเดนจะถ่ายทอดสดตลอดการเดินทาง เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่รักษาอดีตให้คงอยู่ แต่ยังแสดงให้เห็นว่าประวัติศาสตร์สามารถเคลื่อนย้ายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงได้จริง

เรื่องราวของ สวีเดนเตรียมย้ายโบสถ์ 113 ปี ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาคุณค่าทางจิตใจและประวัติศาสตร์เอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจและควรค่าแก่การติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – สวีเดนเตรียมย้ายโบสถ์ 113 ปี ทั้งหลัง หลีกทางโครงการขยายเหมืองใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: