กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ถกสายการบินหาแหล่งซื้อใหม่ จ่อชงคลังลดภาษีสรรพสามิต

กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ถกหาแหล่งใหม่

สวัสดีครับทุกท่านที่ชื่นชอบการเดินทางทางอากาศ สถานการณ์การบินไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ เมื่อ กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนักมาก วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดว่ากพท. หรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กำลังทำอะไรบ้างเพื่อรับมือวิกฤตนี้ โดยเฉพาะการถกกับสายการบินเพื่อหาแหล่งซื้อน้ำมันใหม่ และเตรียมชงกระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิต มาดูกันว่ามันจะช่วยลดภาระผู้โดยสารได้แค่ไหน

กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง อย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการกพท. ได้ออกมาเปิดเผยว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางบินบางโซน โดยเฉพาะเส้นทางที่ผ่านห้วงอากาศดังกล่าว ทำให้สายการบินต้องปรับแผน ลดเที่ยวบิน หรือเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่ เช่น เพิ่มเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปจุดหมายอื่นๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสท่ามกลางวิกฤต

แม้เที่ยวบินบางเส้นจะลดลงจากเหตุความปลอดภัย แต่ตลาดโดยรวมยังคึกคัก โดยเฉพาะตารางการบินฤดูร้อน (Summer Slot) คาดขยายตัว 5-8% จากปีก่อน โดยตลาดจีนและอินเดียกลับมาอย่างคึกคัก สนามบินสุวรรณภูมิแทบจะไม่มีช่วงโล่งตลอด 24 ชั่วโมง เพราะไทยถูกมองว่าเป็นจุดปลอดภัยเมื่อเทียบกับพื้นที่ขัดแย้ง

ผลกระทบรุนแรงจากราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่ง 3 เท่า

จุดสำคัญคือราคาน้ำมันอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 3 เท่า จากเดิม 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระโดดไปกว่า 200 ดอลลาร์ ส่งผลให้ต้นทุนสายการบินแพงขึ้นมหาศาล กพท. จึงเร่งกำกับไม่ให้ผู้จำหน่ายน้ำมันฉวยโอกาสขึ้นราคาจากสต็อกเก่า และเตรียมมาตรการช่วยเหลือ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

  • ถกกับสายการบิน: นัดหารือเพื่อหาแหล่งซื้อน้ำมันเครื่องบินใหม่ ลดการพึ่งพาแหล่งเดิมที่เสี่ยงจากสงคราม
  • ชงกระทรวงการคลัง: เสนอลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อช่วยพยุงต้นทุน
  • ประสาน ทอท. (AOT): ขอความร่วมมือลดค่าบริการสนามบิน ช่วยให้ราคาตั๋วไม่พุ่งสูงกระทบประชาชน

สำหรับค่าโดยสาร กพท. ยืนยันว่ายังอยู่ภายใต้เพดานที่กำหนด หากเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิกจากเหตุไม่สงบ สายการบินต้องดูแลผู้โดยสารตามประกาศ กพท.101 เช่น จัดที่พักหรือชดเชย โดยครอบคลุมทั้งสายการบินไทยและต่างชาติ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องการแค่อยากกลับบ้านไวๆ มากกว่าเงินชดเชย

แม้จะมีปัจจัยลบ แต่ระบบการบินไทยยังแข็งแกร่ง สามารถรองรับการเติบโตได้ ไทยกลายเป็นฮับสำคัญในเอเชีย เพราะนักท่องเที่ยวเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หันมาไทยแทน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ขยายความกันหน่อย สงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ (เช่น ความตึงเครียดอิสราเอล-ฮามาส หรืออิหร่าน) ทำให้ห้วงอากาศบางแห่งปิด สายการบินต้องอ้อมไกลขึ้น เติมน้ำมันบ่อยขึ้น ต้นทุนพุ่งตาม ราคาน้ำมันโลกผันผวนเพราะตะวันออกกลางเป็นผู้ผลิตหลัก หากยืดเยื้อ อาจกระทบทั่วโลก แต่ไทยมีข้อได้เปรียบเพราะเป็นจุดแวะสำคัญ

ในมุมผู้โดยสารอย่างเราๆ ควรติดตามประกาศจากกพท. และสายการบินที่ใช้บ่อยๆ ซื้อประกันการเดินทางเพิ่ม และเลือกเส้นทางที่เสี่ยงน้อย หากราคาตั๋วขึ้นจริง อาจต้องวางแผนเที่ยวในประเทศหรือเอเชียใกล้ๆ ไปก่อน

สรุปแล้ว กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ด้วยมาตรการเชิงรุกที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะถกหาแหล่งซื้อใหม่หรือลดภาษี เป็นสัญญาณดีว่าการบินไทยจะไม่สะดุดง่ายๆ ในฐานะนักเดินทาง ผมมองว่านี่คือโอกาสให้ไทยยกระดับเป็นฮับการบินชั้นนำเอเชีย ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากเราได้เลยนะครับ หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – กพท. รับมือน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ถกสายการบินหาแหล่งซื้อใหม่ จ่อชงคลังลดภาษีสรรพสามิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: