ความคืบหน้าล่าสุดของคดีอดีตไวยาวัจกร – ผู้ช่วย ปลอมเอกสาร เบิกเงินวัดเครือวัลย์ฯ ที่หลายคนติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะนี้เรื่องได้ถูกส่งต่อไปยังขั้นตอนการพิจารณาของอัยการแล้ว คดีนี้เกี่ยวข้องกับการที่อดีตไวยาวัจกรและผู้ช่วยไวยาวัจกรของวัดเครือวัลย์วรวิหารถูกกล่าวหาว่าใช้เอกสารปลอมเพื่อเบิกเงินของวัดเข้าบัญชีส่วนตัว
คดีอดีตไวยาวัจกร – ผู้ช่วย ปลอมเอกสาร เบิกเงินวัดเครือวัลย์ฯ
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 จากกรณีที่มีการปลอมลายมือชื่อเจ้าอาวาสเพื่อเบิกถอนเงินออกจากบัญชีวัด ทางเจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์วรวิหารและตัวแทนธนาคารได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2558 ถึง 2567 โดยเงินในบัญชีธนาคารต่างๆ ของวัดเครือวัลย์มีจำนวนเหลือน้อยอย่างผิดสังเกต
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ของวัดจำนวน 7 บัญชี มีการถอนเงินออกไปถึง 240 รายการ รวมเป็นเงินจำนวนมหาศาลถึงประมาณ 320 ล้านบาท ทางธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ตรวจสอบไปยังสาขาต่างๆ รวม 6 แห่ง และพบว่ามีการนำใบถอนเงินทั้ง 240 รายการมาเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของวัด
ผลการสืบสวนชี้ให้เห็นว่า นายกฤษณ์ อุรัสยะนันท์ อดีตไวยาวัจกร และนายชัยณรงค์ นพรัตน์ อดีตผู้ช่วยไวยาวัจกร เป็นผู้ที่ทำการเบิกถอนเงินดังกล่าว ก่อนที่จะนำเงินไปฝากเข้าบัญชีส่วนตัวของตนเอง
ต่อมาในวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ทางวัดเครือวัลย์ได้ส่งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ เพื่อดำเนินคดีกับนายชัยณรงค์ ในข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ปลอมและใช้เอกสารปลอม” พร้อมทั้งออกหมายเรียกตัวนายชัยณรงค์มารับทราบข้อกล่าวหา
จากนั้นในวันที่ 11 ตุลาคม 2567 ผู้รับมอบอำนาจจากวัดเครือวัลย์ยังได้เดินทางไปแจ้งความกับกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับนายกฤษณ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาเดียวกัน ซึ่งนายกฤษณ์ได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
หลังจากนั้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้รับมอบอำนาจจากธนาคารได้เข้าแจ้งความกับกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับนายกฤษณ์ และนายชัยณรงค์ ในข้อหาฉ้อโกง ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ทั้งคู่ และส่งสำนวนพร้อมสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 และขณะนี้คดีอดีตไวยาวัจกร – ผู้ช่วย ปลอมเอกสาร เบิกเงินวัดเครือวัลย์ฯ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอัยการ
ขั้นตอนต่อไปของคดีอดีตไวยาวัจกร – ผู้ช่วย ปลอมเอกสาร เบิกเงินวัดเครือวัลย์ฯ
เมื่อสำนวนถูกส่งไปยังอัยการ อัยการจะทำการพิจารณาสำนวนอย่างละเอียด หากเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีต่อ อัยการก็จะสั่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล จากนั้นกระบวนการยุติธรรมก็จะดำเนินต่อไป โดยมีการสืบพยานหลักฐาน และตัดสินคดีตามกฎหมาย
คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคของประชาชนที่ตั้งใจนำมาทำนุบำรุงวัด ดังนั้นการดำเนินคดีอดีตไวยาวัจกร – ผู้ช่วย ปลอมเอกสาร เบิกเงินวัดเครือวัลย์ฯ อย่างโปร่งใสและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
- ตรวจสอบเอกสารทางการเงินของวัดอย่างละเอียดและสม่ำเสมอ
- กำหนดผู้มีอำนาจในการเบิกถอนเงินอย่างชัดเจน
- ตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการเงินของวัด
- ให้ความรู้แก่คณะกรรมการวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดการทางการเงินที่ถูกต้อง
คดีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกวัดและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินบริจาค ควรมีการตรวจสอบและควบคุมภายในที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริตและรักษาศรัทธาของประชาชน
ที่มา – คดีอดีตไวยาวัจกร – ผู้ช่วย ปลอมเอกสาร เบิกเงินวัดเครือวัลย์ฯ อยู่ขั้นตอนอัยการ


