สถานการณ์ภัยพิบัติในมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต เมื่อซูเปอร์ไต้ฝุ่น บาหวี่ ขึ้นฝั่งเกาะกวมแล้ว เตือนลมกระโชก-คลื่นสูง 11 ม. ซึ่งถือเป็นภัยธรรมชาติระดับมหันตภัยที่ชาวเกาะในแถบนั้นต้องเร่งมืออพยพเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
สถานการณ์วิกฤตเมื่อ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น บาหวี่ ขึ้นฝั่งเกาะกวมแล้ว เตือนลมกระโชก-คลื่นสูง 11 ม.
พายุลูกนี้ไม่ธรรมดาครับ เพราะสำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) รายงานว่าความเร็วลมพุ่งสูงถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงทะลุ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การที่ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น บาหวี่ ขึ้นฝั่งเกาะกวมแล้ว เตือนลมกระโชก-คลื่นสูง 11 ม. ครั้งนี้ส่งผลให้ประชาชนกว่า 170,000 คนต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เพราะสภาพอากาศจะมีความรุนแรงเทียบเท่ากับพายุเฮอร์ริเคนระดับ 4-5 เลยทีเดียว
ผลกระทบและความเสียหายที่คาดการณ์
ปัจจุบันศูนย์พักพิงฉุกเฉินต่างๆ บนเกาะกวมเริ่มเต็มแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพายุลูกนี้มีอานุภาพทำลายล้างมหาศาล โดยมีสิ่งที่น่ากังวลหลักๆ ดังนี้:
- ลมกระโชกแรงที่อาจทำลายโครงสร้างอาคารและบ้านเรือน
- คลื่นซัดฝั่งที่มีความสูงถึง 11 เมตร เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
- สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การอยู่ในพื้นที่กลางแจ้งอันตรายอย่างยิ่ง
- ความยากลำบากในการเดินทางและอพยพในนาทีสุดท้าย
หากย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเพิ่งเผชิญหน้ากับพายุซินลากูไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายไปกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การกลับมาของภัยธรรมชาติในครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของระบบป้องกันภัยในพื้นที่ ความปลอดภัยของประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้ครับ
เราต้องส่งกำลังใจให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งหมั่นติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์พายุนั้นคาดเดาได้ยากและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การมีสติและเตรียมพร้อมตามคำแนะนำของหน่วยงานรัฐจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความสูญเสีย
ที่มา – ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “บาหวี่” ขึ้นฝั่งเกาะกวมแล้ว เตือนลมกระโชก-คลื่นสูง 11 ม.


