นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน เปลี่ยนใจรายที่ 5 ไม่ลี้ภัยในออสเตรเลียแล้ว

นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน เปลี่ยนใจรายที่ 5 ไม่ลี้ภัยในออสเตรเลียแล้ว สร้างความฮือฮาในแวดวงกีฬาและสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ล่าสุดกัปตันทีมซาห์รา กานบารี ตัดสินใจถอนคำร้องขอสิทธิลี้ภัย ทำให้ตอนนี้เหลือเพียง 2 คนที่ยังคงอยู่ในออสเตรเลีย สถานการณ์นี้จุดประกายคำถามมากมายเกี่ยวกับแรงกดดันจากรัฐบาลอิหร่าน

นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน เปลี่ยนใจรายที่ 5 ไม่ลี้ภัยในออสเตรเลียแล้ว

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 สำนักข่าว IRNA ซึ่งเป็นสื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า น.ส.ซาห์รา กานบารี กัปตันทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน ได้ถอนคำร้องขอสิทธิลี้ภัยในออสเตรเลียแล้ว เธอจึงกลายเป็นรายที่ 5 จากทั้งหมด 7 คนที่เคยขอวีซ่ามนุษยธรรมจากออสเตรเลีย ก่อนหน้านี้ทางการออสเตรเลียยืนยันว่านักเตะอีก 3 รายก็ถอนคำร้องเช่นกัน ทำให้เหลือเพียง 2 คนที่ยังพำนักอยู่ในประเทศ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านเข้าร่วมแข่งขันเอเชียนคัพ โดยในนัดเปิดสนามเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พวกเธอเลือก “นิ่งเงียบ” ไม่ร้องเพลงชาติก่อนลงสนาม สิ่งนี้ถูกมองว่าเป็นการประท้วงเงียบต่อนโยบายเคร่งครัดของรัฐบาลอิหร่าน โดยเฉพาะประเด็นสิทธิสตรีและการบังคับสวมฮิญาบ ผลที่ตามมาคือกลุ่มอนุรักษนิยมหัวรุนแรงในอิหร่านกล่าวหาว่าพวกเธอ “ทรยศชาติในยามสงคราม” ทำให้เกิดความกลัวด้านความปลอดภัยหากกลับประเทศ

แรงกดดันจากครอบครัวและรัฐบาล

นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนเชื่อว่านักฟุตบอลหญิงอิหร่าน เปลี่ยนใจรายที่ 5 ไม่ลี้ภัยในออสเตรเลียแล้ว เนื่องจากถูกกดดันอย่างหนัก น.ส.ชีวา อามินี อดีตนักกีฬาฟุตซอลทีมชาติอิหร่านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านร่วมมือกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กดดันครอบครัวของนักเตะในอิหร่านอย่างเป็นระบบ “การข่มขู่ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนทำให้หลายคนทนไม่ไหว” เธอกล่าว

สื่ออิหร่านยกย่องการตัดสินใจนี้ เช่น IRNA ระบุว่ากานบารีกำลัง “กลับคืนสู่อ้อมกอดของมาตุภูมิ” ขณะที่ Mehr News เรียกว่า “ตัดสินใจด้วยความรักชาติ” แต่ทางการออสเตรเลียยังนิ่งเงียบต่อเรื่องนี้

บริบทกว้างขึ้น: สิทธิสตรีในกีฬาอิหร่าน

กรณีนักฟุตบอลหญิงอิหร่านนี้สะท้อนปัญหาสิทธิสตรีในอิหร่านที่ยืดเยื้อมานาน โดยเฉพาะหลังการประท้วงปี 2565 จากการเสียชีวิตของมาซา อามินี ที่ถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมเพราะฮิญาบหลุด นักกีฬาหญิงหลายคนเผชิญแรงกดดันคล้ายกัน เช่น นักปีนเขาหรือนักว่ายน้ำที่ถูกแบนหรือขู่ฆ่า

  • เดิมมี 7 นักเตะขอวีซ่ามนุษยธรรมจากออสเตรเลีย
  • 5 คนถอนคำร้อง รวมกัปตันทีมกานบารี
  • เหลือ 2 คนยังอยู่ในออสเตรเลีย
  • สาเหตุหลัก: การประท้วงเงียบไม่ร้องเพลงชาติ

สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบนักฟุตบอล แต่ยังเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลอิหร่านที่ต้องการแสดงภาพลักษณ์นักกีฬารักชาติ ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติเรื่องสิทธิมนุษยชน

ผลกระทบต่อวงการฟุตบอลหญิงอิหร่าน

การเปลี่ยนใจของนักฟุตบอลหญิงอิหร่านรายที่ 5 อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทีมชาติ เช่น การคัดเลือกนักเตะที่ “ภักดี” มากขึ้น หรือเพิ่มการตรวจสอบพฤติกรรม แต่ในทางกลับกัน มันอาจทำให้เกิดกระแสประท้วงเงียบเพิ่มขึ้นจากนักกีฬารุ่นใหม่ที่ไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดัน

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการลี้ภัยไม่ใช่ทางออกง่ายๆ สำหรับนักกีฬาจากประเทศเผด็จการ เพราะครอบครัวที่เหลืออยู่ยังตกเป็นตัวประกัน นอกจากนี้ ยังกระทบภาพลักษณ์ฟุตบอลหญิงอิหร่านในเอเชียที่กำลังเติบโต

สุดท้ายแล้ว กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความกล้าหาญของนักฟุตบอลหญิงเหล่านี้ที่กล้าประท้วงแม้เสี่ยงชีวิต หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศและสิทธิมนุษยชน ติดตามเราต่อเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน เปลี่ยนใจรายที่ 5 ไม่ลี้ภัยในออสเตรเลียแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to top