สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักเดินทางและคนรักการท่องเที่ยว! วันนี้เรามีข่าวดีจากวงการการบินและโรงแรมมาฝากกันแบบสดๆ ร้อนๆ เลย นั่นคือ “ภัทรพงศ์” กาง 5 นโยบายปั้นโรงแรมสุวรรณภูมิ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ World-class Aviation Hub หรือศูนย์กลางการบินระดับโลกของไทย นโยบายเหล่านี้มาจากนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เพิ่งตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2567 ครับ (หมายเหตุ: ปีในข่าวอาจคลาดเคลื่อน แต่สาระสำคัญยังคงเดิม)
ทำไมนโยบายนี้ถึงน่าจับตามอง? เพราะโรงแรม Hyatt Regency Bangkok Suvarnabhumi Airport คือประตูสำคัญเชื่อมต่อผู้โดยสารทั้งขาเข้า-ขาออก โดยเฉพาะ transit และ transfer ที่ต้องรองรับนักเดินทางนับล้านคนต่อปี ถ้าปรับปรุงให้เจ๋งขึ้น จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เทียบชั้นสิงคโปร์หรือดูไบได้เลยนะ!
“ภัทรพงศ์” กาง 5 นโยบายปั้นโรงแรมสุวรรณภูมิ
นโยบายทั้ง 5 ด้านนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพบริการ สร้างรายได้เติบโตยั่งยืน และรองรับการเป็นศูนย์กลางการบินโลก มาดูรายละเอียดกันเลยครับ
นโยบายที่ 1: เร่งปรับปรุงโรงแรมให้ทันสมัย
ให้ รทส. ดำเนินโครงการปรับปรุงโรงแรม Hyatt Regency Bangkok Suvarnabhumi Airport ให้เสร็จตามกำหนด ครอบคลุมงานที่ปรึกษา ควบคุมโครงการ และก่อสร้าง ภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป้าหมายคือยกระดับมาตรฐานอาคารและบริการให้เทียบเท่าโรงแรมสากล ช่วยเสริมภาพลักษณ์สุวรรณภูมิให้พร้อมเป็น aviation hub ระดับโลก
นโยบายที่ 2: ยกระดับเป็น Smart Hotel 5 ดาว
เปลี่ยนโรงแรมให้เป็น Smart Hotel มาตรฐาน 5 ดาว ผสานอัตลักษณ์ไทยในฐานะ The Gateway to Thailand วิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจลูกค้า สร้างประสบการณ์สุดพรีเมียม เน้น Seamless Connectivity เชื่อมต่อผู้โดยสารไร้รอยต่อ และรองรับ transit/transfer เพิ่มขีดแข่งขันยั่งยืน
นโยบายที่ 3: ขยายพันธมิตรและรายได้ Non-Room
จับมือสายการบินและพันธมิตรบินโลก ให้โรงแรมเป็นที่พักหลักของนักเดินทางพรีเมียม บริหารรายได้เชิงรุก โดยเพิ่ม Non-Room Revenue เช่น จัด MICE (ประชุม สัมมนา นิทรรศการ) ให้เอกชนและราชการ ยกระดับ Medical & Wellness Hub ตอบโจทย์ลูกค้าสากล
นโยบายที่ 4: ยกระดับบุคลากรสู่ High Performance
ดูแลสวัสดิการ ค่าตอบแทนให้เหมาะสม เป็นธรรม เทียบชั้นรัฐวิสาหกิจชั้นนำและโรงแรมสากล สร้างขวัญกำลังใจ ความมั่นคง แรงจูงใจ พัฒนาทักษะ AI Data Analytics สำหรับ Personalized Service รองรับ aviation hub
นโยบายที่ 5: เป็นผู้นำด้านความยั่งยืน ESG
ขับเคลื่อน Green & Smart Airport Hotel ลดใช้ทรัพยากร ประหยัดพลังงาน ส่งเสริม ESG โปร่งใส ตรวจสอบได้ เช่น ติดตั้งโซลาร์เซลล์ Phase 2, เปลี่ยนรถเป็น EV, จัด BCP รองรับวิกฤตโรคระบาด โลกร้อน วิกฤตตะวันออกกลาง
นายภัทรพงศ์ เน้นย้ำว่าต้องบูรณาการ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน, บริษัทวิทยุการบิน, สถาบันการบินพลเรือน และ รทส. กระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุนงบและเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ประชาชน ความสะดวกปลอดภัยสูงสุด
ด้านนางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธาน รทส. ยืนยันพร้อมขานรับ โดยโครงการโซลาร์เซลล์ Phase 2 จะเสร็จพ.ค. 2567 ลดก๊าซเรือนกระจก เพิ่มพลังงานหมุนเวียน และเปลี่ยนรถบริการเป็น EV บูรณาการกับหน่วยงานอื่นเพื่อยกระดับโครงข่ายการบินไทย
นโยบาย “ภัทรพงศ์” กาง 5 นโยบายปั้นโรงแรมสุวรรณภูมิ นี้ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่เป็นก้าวสำคัญสู่การท่องเที่ยวและการบินไทยที่ยั่งยืน ในมุมมองผม นี่คือโอกาสทองสำหรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่อยากเห็นสุวรรณภูมิเป็นฮับจริงๆ ถ้าทำได้ตามแผน ไทยจะแซงหน้าคู่แข่งในภูมิภาคแน่นอน!
คุณล่ะคิดเห็นยังไง? นโยบายไหนที่คุณตื่นเต้นที่สุด หรือมีไอเดียเพิ่มเติมมั้ย? คอมเมนต์มาบอกกันด้านล่างเลยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจการบินและโรงแรมด้วย!
ที่มา – “ภัทรพงศ์” กาง 5 นโยบายปั้นโรงแรมสุวรรณภูมิสู่ World-class Aviation Hub




