สหรัฐฯ คว่ำบาตรหลานของผู้นำเวเนซุเอลา 3 คน พร้อมกับเรือบรรทุกน้ำมันอีก 6 ลำ โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติดตามการกล่าวอ้างของสหรัฐฯ การกระทำนี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาอย่างมีนัยสำคัญ
สำนักข่าว Axios รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ธ.ค. 2568 โดยพุ่งเป้าหมายไปที่หลานชาย 3 คนของนาย นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา, นักธุรกิจคนสนิทของรัฐบาล และเรือบรรทุกน้ำมันอีก 6 ลำ ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการต่อต้านการค้ายาเสพติดและสนับสนุนประชาธิปไตยในภูมิภาคลาตินอเมริกา
การคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้ ซึ่งจะประกาศโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ ถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ในการกดดันนายมาดูโร ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นผู้นำองค์กรก่อการร้ายค้ายาเสพติด
นายเบสเซนต์ระบุในแถลงการณ์ลายลักษณ์อักษรว่า “นิโคลัส มาดูโร และกลุ่มอาชญากรผู้ร่วมงานของเขาในเวเนซุเอลา กำลังนำยาเสพติดจำนวนมากเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นภัยร้ายต่อชาวอเมริกัน” การกล่าวหานี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างมากของสหรัฐฯ ต่อปัญหายาเสพติดที่มาจากเวเนซุเอลา
การคว่ำบาตรมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา เนื่องจากเรือลำดังกล่าวอยู่ในรายชื่อคว่ำบาตร “บุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกกำหนดเป็นพิเศษ” (Specially Designated Nationals – SDN) ของกระทรวงการคลัง
การคว่ำบาตรล่าสุดจะขัดขวางไม่ให้บุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรใช้สถาบันการเงินหรือบริษัทในสหรัฐฯ ได้ รวมถึงบัตรเครดิต นอกจากนี้ยังห้ามบริษัทในสหรัฐฯ ขายสินค้าโดยตรงให้กับบุคคลหรือบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรด้วย
ในกรณีของบริษัทขนส่งสินค้า การคว่ำบาตรยังทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สามารถยึดเรือของบริษัทเหล่านั้นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ ในบรรดาบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรในวันพฤหัสบดี มี 3 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จับตามาก่อนแล้ว และเป็นหลานชายของ ซิเลีย ฟลอเรส ภรรยาของนายมาดูโร ได้แก่
นายเอเฟรอิน อันโตนิโอ กัมโป ฟลอเรส กับนาย ฟรังกี ฟรานซิสโก ฟลอเรส เด เฟรตัส ผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ หลานค้ายาของ (ซิเลีย) ฟลอเรส หลังจากที่พวกเขาถูกจับกุมในเฮติและถูกตัดสินว่ามีความผิดในสหรัฐฯ ในข้อหาค้าโคเคนในปี 2559 ก่อนที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะอภัยโทษให้พวกเขาในเดือนตุลาคม 2565 เพื่อการแลกเปลี่ยนนักโทษ
นาย คาร์ลอส เอริก มัลปิกา ฟลอเรส หลานชายคนที่สาม มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำมันของรัฐเวเนซุเอลา คือ “เปโตรเลออส เด เวเนซุเอลา, เอสเอ” (PDVSA) ซึ่งถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรในปี 2560 โดย โจ ไบเดน เคยถอดเขาออกจากบัญชีคว่ำบาตร ระหว่างการเจรจาข้อตกลงประชาธิปไตยกับนายมาดูโร ซึ่งถูกละเมิดในเวลาต่อมา
นอกจากนั้นยังมีนาย รามอน กาเรเตโร นาโปลิตาโน นักธุรกิจชาวปานามาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมัน ก็ถูกคว่ำบาตรด้วย
สหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลา 6 ลำเข้าสู่บัญชีคว่ำบาตร SDN โดยไม่รวมเรือบรรทุกน้ำมัน “สคิปเปอร์” (Skipper) ที่ถูกสหรัฐฯ บุกยึดนอกชายฝั่งเวเนซุเอลาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะกำลังเดินทางไปคิวบาพร้อมน้ำมัน 1.8 ล้านบาร์เรล
สหรัฐฯ คว่ำบาตรหลานผู้นำเวเนซุเอลา กับเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ
การที่สหรัฐฯ ตัดสินใจใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเวเนซุเอลา แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง การคว่ำบาตรดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกดดันรัฐบาลมาดูโรให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและปฏิบัติตามหลักการประชาธิปไตย
ผลกระทบจากการคว่ำบาตรหลานผู้นำเวเนซุเอลา กับเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ
มาตรการคว่ำบาตรหลานผู้นำเวเนซุเอลา กับเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำนี้ ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตอยู่แล้ว การจำกัดการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ และการห้ามบริษัทอเมริกันทำธุรกิจกับบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกคว่ำบาตร ยิ่งทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาย่ำแย่ลงไปอีก นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อความสามารถในการส่งออกน้ำมัน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนชาวเวเนซุเอลา ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนอาหาร ยา และสินค้าจำเป็นอื่นๆ นอกจากนี้ การคว่ำบาตรยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต
การตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่จะคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเวเนซุเอลาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีผลกระทบในวงกว้าง การคว่ำบาตรนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันรัฐบาลมาดูโรให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและปฏิบัติตามหลักการประชาธิปไตย แต่ก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวเวเนซุเอลาที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากอยู่แล้ว การแก้ไขวิกฤตในเวเนซุเอลาจำเป็นต้องมีการเจรจาและการประนีประนอมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้มาซึ่งทางออกที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
การคว่ำบาตรหลานผู้นำเวเนซุเอลา กับเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตในเวเนซุเอลา การแก้ไขปัญหาวิกฤตในเวเนซุเอลาจำเป็นต้องมีแนวทางที่ครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนการเจรจาทางการเมือง การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ
ที่มา – สหรัฐฯ คว่ำบาตรหลานผู้นำเวเนซุเอลา กับเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ


