เด็กสหรัฐฯ วัย 11 ขวบโดนยิงดับ หลังแกล้งกดกริ่งประตูบ้านแล้วหนี

เด็กสหรัฐฯ วัย 11 ขวบโดนยิงดับ หลังแกล้งกดกริ่งประตูบ้านแล้วหนี

เด็กชายวัย 11 ขวบในสหรัฐฯ ถูกยิงดับ หลังไปแกล้งกดกริ่งประตูบ้านคนอื่นแล้ววิ่งหนี ตามเทรนด์บนโลกออนไลน์ ที่ทำให้การแกล้งกันแบบนี้กลับมาบูมอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์เศร้าสลดนี้กลายเป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจและจุดประกายให้เกิดการถกเถียงถึงความเหมาะสมของเทรนด์บนโลกออนไลน์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 ก.ย. 2568 ว่า เด็กอายุเพียง 11 ขวบเสียชีวิต หลังจากเขาเล่นกดกริ่งประตูบ้านแล้ววิ่งหนีที่เมืองฮิวส์ตัน ตามเทรนด์ที่กำลังถูกเผยแพร่บน ติ๊กต่อก (TikTok) ในขณะที่ทางการพยายามเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ดูแลลูกหลาน ไม่ให้ทำตามเทรนด์อันตรายบนโลกออนไลน์

ตำรวจเมืองฮิวส์ตันระบุว่า เด็กชายวัย 11 ขวบรายนี้กับเพื่อนๆ ของเขาเล่นเกมที่เรียกว่า “ding dong ditch” (กดกริ่งแล้วหนี) ที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งห่างจากบ้านของพวกเขาไม่ไกลนัก เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันเสาร์ที่ผ่านมา (30 ส.ค. 2568) ก่อนที่คนในบ้านจะออกมาแล้วยิงปืนเข้าใส่เด็กชายคนนี้

ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เด็กชายกดกริ่งที่บ้านหลังหนึ่งบนถนนราซีน สตรีท (Racine Street) แล้ววิ่งหนี ก่อนที่เขาจะถูกยิง โดยเด็กชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และถูกประกาศว่าเสียชีวิตในวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค

ขณะเดียวกัน ตำรวจเมืองฮิวส์ตันต้องใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อเรียกให้คนในบ้านหลังเกิดเหตุออกมามอบตัว โดยชูมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งไปสอบปากคำ

จากนั้นในเวลา 6.00 น.วันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ก็พาคนผู้นั้นกลับมาส่งที่บ้านในสภาพถูกใส่กุญแจมือ แต่ในคืนวันเดียวกัน ตำรวจก็กลับมาควบคุมตัวบุคคลผู้นี้ไปอีก แต่ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ตำรวจเมืองฮิวส์ตันยังคงดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และทำงานร่วมกับสำนักงานอัยการเขต แฮร์ริส เคาน์ตี เพื่อมองหาข้อกล่าวหาที่เป็นไปได้

นายไมเคิล แคส เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนคดีฆาตกรรมของสำนักงานตำรวจเมืองฮิวสตันกล่าวว่า มีโอกาสสูงที่จะมีการตั้งข้อหาฆาตกรรม เนื่องจากการเสียชีวิตของเด็กชายรายนี้ไม่ปรากฏว่ามีการป้องกันตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะการยิงไม่ได้เกิดขึ้นใกล้ตัวบ้าน

ทั้งนี้ การกดกริ่งแล้วหนี เป็นการแกล้งกันที่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว และกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจากการท้าทายกันบนโลกออนไลน์ โดยมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการแกล้งกดกริ่งแล้วหนีหลากหลายรูปแบบถูกโพสต์ลงบน TikTok รวมถึงการทุบหรือถีบประตูหน้าบ้านคนอื่นแทนการกดกริ่ง

เมื่อช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 ที่เมืองดัลลัสก็เกิดเหตุ ชายคนหนึ่งยิงปืนเข้าใส่รถยนต์ที่กำลังขับหนี หลังจากมีคนมาทุบประตูบ้านของเขา ทำให้ชายคนนี้ถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง

ก่อนหน้านั้นในเดือนพฤษภาคม นักเรียนมัธยมปลายวัย 18 ปีคนหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนียถูกยิงเสียชีวิต ในขณะที่เขากำลังถ่ายคลิปวิดีโอการกดกริ่งแล้วหนีเพื่อโพสต์ลงบน TikTok โดยชายผู้ยิงถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมระดับ 2 หรือฆาตกรรมโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน แต่มีความตั้งใจที่จะทำร้ายผู้อื่นอย่างสาหัส

เมื่อปี 2563 เด็กอายุ 16 ปี 3 คนเสียชีวิต หลังจากชายคนหนึ่งขับรถพุ่งชนรถที่ทั้งสามคนโดยสาร เพื่อตอบโต้การกดกริ่งแล้วหนี โดยชายผู้ก่อเหตุถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาฆาตกรรม 3 กระทง และถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ทำทัณฑ์บน

เจ้าหน้าที่ทั่วสหรัฐฯ ต่างออกมาเตือนเรื่องการแกล้งกดกริ่งแล้วหนี เนื่องจากมีทั้งความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย และอาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

“คิดว่าการทุบประตูและหนีเป็นเรื่องสนุกหรือ? คิดใหม่อีกที” สำนักงานนายอำเภอเขตแฮมิลตัน รัฐอินเดียนา โพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อเดือนสิงหาคม “สิ่งที่อาจดูเหมือนเป็นแค่การแกล้งกันนี้ สามารถนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายร้ายแรง เช่นข้อหาทำลายทรัพย์สิน หรือแย่กว่านั้น คืออาจมีใครบางคนต้องเจ็บตัว”

เด็กสหรัฐฯ วัย 11 ขวบโดนยิงดับ หลังแกล้งกดกริ่งประตูบ้านแล้วหนี

ทำไมการแกล้งกดกริ่งประตูบ้านแล้วหนีถึงอันตราย?

การแกล้งกดกริ่งประตูบ้านแล้วหนี อาจดูเหมือนเป็นการเล่นสนุกที่ไม่เป็นอันตราย แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่ามันอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงถึงชีวิตได้ การกระทำดังกล่าวอาจสร้างความตกใจหรือความโกรธเคืองให้กับเจ้าของบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขากำลังประสบกับความเครียดหรือความวิตกกังวล

นอกจากนี้ การกดกริ่งประตูบ้านแล้วหนี อาจทำให้เจ้าของบ้านเข้าใจผิดคิดว่ามีภัยคุกคาม หรือมีผู้บุกรุกเข้ามาในบ้าน ทำให้พวกเขาตัดสินใจตอบโต้ด้วยความรุนแรงเพื่อป้องกันตนเองและทรัพย์สิน ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับเด็กชายวัย 11 ขวบที่ถูกยิงเสียชีวิต ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรให้ความรู้และตักเตือนบุตรหลานถึงความอันตรายของการกระทำดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก

  • ความเสี่ยงทางกฎหมาย: การกดกริ่งแล้วหนี อาจเข้าข่ายการบุกรุกหรือก่อความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งอาจมีโทษทางกฎหมาย
  • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: เจ้าของบ้านอาจตอบโต้ด้วยความรุนแรง หากรู้สึกว่าถูกคุกคาม
  • ผลกระทบทางอารมณ์: การกระทำดังกล่าวอาจสร้างความตกใจและความเครียดให้กับเจ้าของบ้าน

เหตุการณ์ เด็กสหรัฐฯ วัย 11 ขวบโดนยิงดับ หลังแกล้งกดกริ่งประตูบ้านแล้วหนี เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการพิจารณาผลกระทบของการกระทำของเราที่มีต่อผู้อื่น แม้ว่าจะเป็นเพียงการเล่นสนุกก็ตาม การตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และการเคารพสิทธิของผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างสังคมที่สงบสุขและปลอดภัยสำหรับทุกคน

ที่มา – เด็กสหรัฐฯ วัย 11 ขวบโดนยิงดับ หลังแกล้งกดกริ่งประตูบ้านแล้วหนี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: