เตรียมออกหมายเรียก 'อาจารย์แก้กรรม' เจ้าตัวครวญเรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

เตรียมออกหมายเรียก “อาจารย์แก้กรรม” เจ้าตัวครวญเสื่อมชื่อ

จากกรณีร้อนแรงที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ เมื่อ เตรียมออกหมายเรียก “อาจารย์แก้กรรม” เจ้าตัวครวญเรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หลังจากตำรวจกองปราบปรามบุกเข้าค้นบ้านพักและสถานปฏิบัติธรรมของอาจารย์ชื่อดังในพื้นที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน พบพยานหลักฐานสำคัญหลายชิ้น เช่น ผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอนาจาร สร้างความฮือฮาให้กับสังคมไทยที่กำลังจับตามองคดีนี้อย่างใกล้ชิด

เตรียมออกหมายเรียก “อาจารย์แก้กรรม” เจ้าตัวครวญเรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

ความคืบหน้าของคดีนี้เริ่มต้นจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ที่นำผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับกองกำกับการ 4 บก.ป. หลังถูกอาจารย์แก้กรรมรายนี้ทำพิธีกรรมนอกรีต โดยอ้างว่าแก้ปวดหัวเรื้อรัง แต่กลับมีการอนาจาร อมอวัยวะเพศ และมีพฤติกรรมวิกลจริตกับสุนัข ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจและน่าสะอิดสะเอียนสำหรับผู้ที่หลงเชื่อและไปขอพรแก้กรรม

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ในวันดังกล่าวมีผู้เสียหายรายที่ 2 เดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติม พฤติกรรมของผู้ต้องหามีลักษณะคล้ายกัน คือ ล่อลวงไปทำพิธีแล้วลงมืออนาจาร ตำรวจจึงไม่รอช้า รีบปฏิบัติการเข้าค้นบ้านพักที่ทำเป็นสถานปฏิบัติธรรมในจังหวัดลำพูน และจุดเชื่อมโยงอื่นๆ อีก 2-3 แห่ง

พบหลักฐานสำคัญในการเข้าค้นบ้านอาจารย์แก้กรรม

จากการเข้าค้น ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือดี แต่ปฏิเสธที่จะพูดถึงสาระสำคัญของคดี เพียงแต่บ่นครวญกับเจ้าหน้าที่ว่า เรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง อย่างหนัก ตำรวจเก็บพยานหลักฐานตามที่ผู้เสียหายเบิกความไว้ได้หลายรายการ ประกอบด้วย ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า และหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่สั่งยึดทั้งหมด แม้ยังไม่พบหนังสืออนาจารหรือเอกสารเกี่ยวกับสุนัขในเชิงอนาจาร แต่หลักฐานที่ได้มาก็เพียงพอต่อการดำเนินคดีแล้ว

  • ผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้าที่อาจมีร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์
  • หนังสือและวัตถุอื่นๆ ในสถานปฏิบัติธรรม
  • จุดค้นอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังย้ำว่าปัจจุบันมีผู้เสียหายอย่างน้อย 2 ราย แต่เชื่อว่าอาจมีอีกหลายคนที่ยังเงียบ ปฏิบัติการเข้าค้นครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเกรงว่าหลักฐานจะถูกทำลาย และยืนยันว่าไม่กลัวการแทรกแซงจากลูกศิษย์ผู้ศรัทธาในอาจารย์คนนี้

กรณี “โน๊ต อุดม” กับพฤติกรรมคล้ายคลึง

ที่น่าสนใจคือ มีกรณีของ “โน๊ต อุดม” นักแสดงชื่อดังที่เคยเล่าประสบการณ์คล้ายกันผ่านเวทีเดี่ยวไมค์โครโฟน โดยถูกหลอกทำพิธีแก้กรรมแล้วถูกลวนลาม ตำรวจเตรียมตรวจสอบว่าคือบุคคลเดียวกันหรือไม่ เพื่อขยายคดีให้ครอบคลุมมากขึ้น คดีอนาจารแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การอ้างชื่อ “แก้กรรม” ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากตกเป็นเหยื่อเพราะความเชื่อโชคลาง

สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาคล้ายกัน ไม่ว่าจะปวดหัวเรื้อรังหรือเรื่องกรรมเก่า อย่าหลงเชื่อพิธีกรรมแปลกๆ ที่ดูนอกรีต แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้แทน สังคมไทยควรตื่นตัวกับมิจฉาชีพที่ใช้ศาสนาและความเชื่อมาหากินแบบนี้

สุดท้ายนี้ หากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยถูก “อาจารย์แก้กรรม” คนนี้ หรือบุคคลคล้ายกันกระทำอนาจาร สามารถแจ้งความได้ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยตรง เพื่อช่วยกันปราบปรามอาชญากรรมลักษณะนี้ให้สิ้นซาก อย่าให้ความเสื่อมเสียชื่อเสียงของผู้บริสุทธิ์ถูกกลบเกลื่อนด้วยมิจฉาชีพ!

ที่มา – เตรียมออกหมายเรียก “อาจารย์แก้กรรม” เจ้าตัวครวญเรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: