วัน: 2 พฤศจิกายน 2025

เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1

เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 “สลากดิจิทัล” งวดวันที่ 1/11/68 รวมเป็นเงิน 162 ล้าน

ยินดีกับบรรดา เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 “สลากดิจิทัล” หมายเลข 345898 งวดวันที่ 1/11/68 รวมทั้งหมด 27 ใบ เป็นเงิน 162 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการออกรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยรางวัลที่ 1 หมายเลข 345898 เลขหน้า 3 ตัว หมายเลข 449, 328 เลขท้าย 3 ตัว 111, 690 เลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 87

ขณะที่ เฟซบุ๊ก กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “สลากดิจิทัล บนแอปฯ เป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย งวดวันที่ 1 พ.ย. 2568 เลขสลากรางวัลที่ 1 หมายเลข 345898 มีคนถูกรางวัลที่ 1 รวม 27 ใบ 162 ล้านบาท

ถูก 1 ใบ จำนวน 10 คน

ถูก 2 ใบ จำนวน 2 คน

ถูก 3 ใบ จำนวน 1 คน

ถูก 5 ใบ จำนวน 2 คน

ตรวจผลการถูกรางวัลสลากดิจิทัล และสามารถขึ้นรางวัลได้ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รายละเอียดเพิ่ม (คลิกที่นี่) งวดหน้าเริ่มซื้อได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของวันถัดไป หลังจากวันออกรางวัล*เงื่อนไขเป็นไปตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนด”.

ยินดีกับบรรดาเศรษฐีใหม่ ถูกรางวัลที่ 1 "สลากดิจิทัล" หมายเลข 345898 งวดวันที่ 1/11/68 รวมทั้งหมด 27 ใบ เป็นเงิน 162 ล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการออกรางวัล "สลากกินแบ่งรัฐบาล" งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยรางวัลที่ 1 หมายเลข 345898 เลขหน้า 3 ตัว หมายเลข 449, 328 เลขท้าย 3 ตัว 111, 690 เลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 87ขณะที่ เฟซบุ๊ก กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "สลากดิจิทัล บนแอปฯ เป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย งวดวันที่ 1 พ.ย. 2568 เลขสลากรางวัลที่ 1 หมายเลข 345898 มีคนถูกรางวัลที่ 1 รวม 27 ใบ 162 ล้านบาทถูก 1 ใบ จำนวน 10 คนถูก 2 ใบ จำนวน 2 คนถูก 3 ใบ จำนวน 1 คนถูก 5 ใบ จำนวน 2 คนตรวจผลการถูกรางวัลสลากดิจิทัล และสามารถขึ้นรางวัลได้ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รายละเอียดเพิ่ม (คลิกที่นี่) งวดหน้าเริ่มซื้อได้ตั้งแต่ 06.00 - 23.00 น. ของวันถัดไป หลังจากวันออกรางวัล*เงื่อนไขเป็นไปตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนด".

สลากดิจิทัล บนแอปฯเป๋าตัง ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 27 ใบ 162 ล้านบาท ถูกคนเดียวมากสุด 5 ใบ รับ 30 ล้านบาท

สลากดิจิทัล บนแอปฯเป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย งวดวันที่ 1 พ.ย. 68 เลขสลากรางวัลที่ 1: 345898 มีคนถูกรางวัลที่ 1 รวม 27 ใบ 162 ล้านบาท

ถูก 1 ใบ จำนวน 10 คน

ถูก 2 ใบ จำนวน 2 คน

ถูก 3 ใบ จำนวน 1 คน

ถูก 5 ใบ จำนวน 2 คน

สลากตัวเลขสามหลัก

งวดประจำวันที่ 01 พ.ย. 68

เลขรางวัลสามตรง: 898 รางวัลละ 4,314 บาท

เลขรางวัลสามสลับหลัก: 889 988 รางวัลละ 1,842 บาท

เลขรางวัลสองตรง: 87 รางวัลละ 687 บาท

เลขรางวัลพิเศษ: 898000001942 รางวัลละ 296,856.00 บาท

ตรวจผลการถูกรางวัลสลากดิจิทัล และสามารถขึ้นรางวัลได้ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

รายละเอียดเพิ่มเติม https://krungthai.com/link/paotang-digital-lottery-facebook

งวดหน้าเริ่มซื้อได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของวันถัดไป หลังจากวันออกรางวัล

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนด

#Krungthai#กรุงไทย#สลากดิจิทัล#เป๋าตัง

วูล์ฟส์ปลด เปเรร่า หลังไม่ชนะ! อัปเดตล่าสุด

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (วูล์ฟส์) ประกาศปลด วิตอร์ เปเรร่า ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแล้ว หลังทีมไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลยตลอด 10 นัดแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ข่าวนี้สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนบอลและผู้สังเกตการณ์หลายคน เนื่องจากความคาดหวังที่สูงขึ้นในช่วงต้นฤดูกาล

วูล์ฟส์ปลด เปเรร่า หลังไม่ชนะ

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการประชุมอย่างเข้มข้นของผู้บริหารระดับสูงของสโมสร โดยพิจารณาจากผลงานที่น่าผิดหวังของทีมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเปเรร่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในช่วงซัมเมอร์เพื่อให้เสริมทัพนักเตะใหม่ แต่ทีมกลับไม่สามารถเล่นได้ตามศักยภาพที่มีอยู่ ฟอร์มการเล่นที่ขาดความสม่ำเสมอและการขาดประสิทธิภาพในการทำประตูเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

ทำไม วูล์ฟส์ปลด เปเรร่า?

สถานการณ์ของวูล์ฟส์ในปัจจุบันถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง การไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยใน 10 เกมแรกของฤดูกาลทำให้ทีมจมอยู่ในโซนท้ายตาราง และมีความเสี่ยงที่จะตกชั้นสูงมาก แม้ว่าเปเรร่าจะมีความพยายามในการปรับปรุงทีม แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที การเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมจึงถูกมองว่าเป็นความจำเป็นเพื่อกระตุ้นทีมและสร้างความเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะสายเกินไป

ผลกระทบต่อทีม:

  • ความไม่แน่นอนในระยะสั้น: การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมกลางฤดูกาลมักจะนำมาซึ่งความไม่แน่นอนและความวุ่นวายในการปรับตัวของผู้เล่น
  • โอกาสในการเปลี่ยนแปลง: การมาของผู้จัดการทีมใหม่จะเปิดโอกาสให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นและกลยุทธ์ของทีม
  • ความหวังใหม่: แฟนบอลและผู้เล่นอาจมีความหวังใหม่ว่าผู้จัดการทีมใหม่จะสามารถนำพาทีมไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้

ใครจะมาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่?

ขณะนี้มีชื่อของผู้จัดการทีมหลายคนที่ถูกเชื่อมโยงกับการเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมวูล์ฟส์คนใหม่ ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง):

  • อดีตผู้จัดการทีมที่เคยประสบความสำเร็จกับทีม
  • ผู้จัดการทีมดาวรุ่งที่มีแนวทางการทำทีมที่น่าสนใจ
  • ผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ในการกอบกู้ทีมที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

การแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่จะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับวูล์ฟส์ เนื่องจากผู้จัดการทีมคนใหม่จะต้องสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาของทีมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และนำพาทีมไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง

ความท้าทายที่รออยู่:

ผู้จัดการทีมคนใหม่จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในการนำวูล์ฟส์ออกจากสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ ซึ่งรวมถึง:

  • การปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำประตูของทีม
  • การสร้างความมั่นใจให้กับผู้เล่น
  • การสร้างทีมเวิร์คและความสามัคคีในทีม
  • การปรับปรุงรูปแบบการเล่นและกลยุทธ์ของทีม
  • การดึงดูดนักเตะใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาเสริมทัพ

การ วูล์ฟส์ปลด เปเรร่า เป็นการตัดสินใจที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการแก้ไขปัญหาและกลับมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจมีความเสี่ยง แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ และนำพา วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

สุดท้ายนี้ การ วูล์ฟส์ปลด เปเรร่า หลังไม่ชนะ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาลนี้ เราต้องติดตามดูกันต่อไปว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งแทนและจะสามารถพาทีมกลับมาได้หรือไม่

ที่มา – Wolves sack Pereira after winless league start

กัน จอมพลัง รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม

สภาศิลปินสร้างสรรค์สังคม มอบรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม เชิดชู “กัน จอมพลัง” เจ้าตัวเผยถ้ามีโอกาสมีเวลาจะกลับไปช่วยสังคม ขอบคุณ FC ทุกคนที่เคียงข้างคอยเป็นกำลังใจให้

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความผ่านเพจกันจอมพลัง ช่วยสู้ โดยระบุข้อความว่า

“ผมได้รับเลือกจากสภาศิลปินสร้างสรรค์สังคมให้รับรางวัล ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งก่อนมางานผมให้ทีมงานยืนยันกับรางวัลว่ายังอยากให้ผมรับรางวัลใช่ไหมเพราะผมตอนนี้มีทั้งคนรักและคนที่ไม่ชอบ

ทางรางวัลก็ยืนยันว่าอยากให้ผม ผมจึงเดินทางมารับรางวัลจากตอนแรกที่อยากหยุดอยากเลิก แต่สิ่งนี้กลับเป็นกำลังใจจากคนที่เห็นผลงานผมและยังมีคนที่อยากให้ผมทำต่อไป

ถ้ามีโอกาสมีเวลาผมจะกลับไปช่วยสังคมครับ ไม่ให้รางวัลนี้ต้องผิดหวังครับ ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ผมขอบคุณที่ทำให้รู้สึกอยากทำต่อและขอบคุณ FC ทุกคนที่เคียงข้างผมในทุกช่วงเวลาครับ”

กัน จอมพลัง รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม

เรื่องราวของ “กัน จอมพลัง” กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย จากการที่เขาได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ การให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย หรือแม้กระทั่งการลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจและความเคารพจากประชาชนจำนวนมาก

การได้รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการช่วยเหลือสังคมของ “กัน จอมพลัง” ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าเส้นทางที่เขาเลือกเดินนั้นอาจไม่ได้ราบรื่นเสมอไป แต่ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้างและแรงสนับสนุนจากแฟนคลับ ทำให้เขายังคงยืนหยัดที่จะทำความดีต่อไป

ทำไม กัน จอมพลัง ถึงได้รับรางวัลนี้

เหตุผลที่ “กัน จอมพลัง” ได้รับรางวัลนี้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:

  • การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
  • การเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ที่ไม่มีใครรับฟัง
  • การสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นลุกขึ้นมาทำความดี
  • การเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน

ด้วยคุณงามความดีเหล่านี้เอง ทำให้สภาศิลปินสร้างสรรค์สังคมได้เล็งเห็นถึงคุณค่าและมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับ “กัน จอมพลัง” เพื่อเป็นกำลังใจและเชิดชูเกียรติให้เขาได้ทำความดีต่อไป

นอกจากนี้ การที่ “กัน จอมพลัง” ออกมาขอบคุณแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจอยู่เสมอ แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูและความใส่ใจต่อผู้ที่สนับสนุนเขา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ทำให้เขาเป็นที่รักของคนทั่วไป

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การยกย่องเชิดชูเกียรติเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ “กัน จอมพลัง” มุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อสังคมต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นหันมาช่วยเหลือสังคมมากยิ่งขึ้น

เราหวังว่าเรื่องราวของ “กัน จอมพลัง” จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำความดีเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม เพราะทุกการกระทำของเราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมได้

ที่มา – “กัน จอมพลัง” รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม ขอบคุณ FC ที่คอยเป็นกำลังใจ

“ไผ่ ลิกค์” ถามหาหลักฐาน!

“ไผ่ ลิกค์” สส.กล้าธรรม โพสต์ถึงบางคนเน้นกล่าวหา หลักฐานอยู่ไหน ด้าน “ไอซ์ รักชนก” สส.พรรคประชาชน โผล่คอมเมนต์ “ไผ่ ร้อน” เจ้าตัวย้ำอยากเห็นหลักฐาน เสียกำลังใจคนช่วยเหลือที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนบางคนเน้นพูด เน้นกล่าวหาหลักฐานอยู่ไหนไม่เคยมีเพ้อเจ้อ พอไม่มีอะไรจะพูดได้แค่เป็นฝ่ายตรวจสอบไม่ได้แบกนะ” โดยมีการโพสต์ข้อความใต้โพสต์ตัวเองอีกครั้งว่า “ผลงานไม่มีเน้นโต้วาที”

ทั้งนี้พบว่าใต้โพสต์ดังกล่าว น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า “ไผ่ ลิกค์ ❌ ไผ่ ร้อน ✅” ซึ่งนายไผ่ ได้ตอบโต้ไปว่า “ไม่นะครับท่าน สส. ผมแค่อยากเห็นหลักฐานของท่านแค่นั้นครับ และการตรวจสอบของท่าน สส.ดีครับ แต่ก็เสียกำลังใจคนช่วยเหลือที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการนะครับ คุณท่าน”

“ไผ่ ลิกค์” ถามหาหลักฐาน

เรื่องราวนี้เริ่มต้นเมื่อคุณไผ่ ลิกค์ ส.ส. พรรคกล้าธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาที่ค่อนข้างจะตั้งคำถามถึงบุคคลบางกลุ่มที่เน้นการกล่าวหา แต่กลับไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมาสนับสนุน โดยข้อความดังกล่าวได้จุดประเด็นให้เกิดการโต้ตอบกันในโลกออนไลน์

ประเด็นสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้เป็นที่สนใจคือ การที่ ส.ส. ไอซ์ รักชนก จากพรรคประชาชน ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของคุณไผ่ ลิกค์ ซึ่งเป็นการตอบโต้กันไปมา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ติดตามข่าวสารทางการเมือง

ทำไม “ไผ่ ลิกค์” ถึงออกมาถามหาหลักฐาน?

การออกมาโพสต์ข้อความของคุณไผ่ ลิกค์ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและความรับผิดชอบในการแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะของผู้แทนประชาชน การกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความเสียหายต่อบุคคลหรือองค์กรที่ถูกกล่าวหาได้

นอกจากนี้ คุณไผ่ ลิกค์ ยังได้แสดงความกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่ให้ความช่วยเหลือต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ซึ่งอาจเสียกำลังใจในการเข้ามาช่วยเหลือสังคม หากถูกตรวจสอบหรือกล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริง

การที่ ส.ส. รักชนก เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ของคุณ “ไผ่ ลิกค์” ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในมุมมองและการทำงานของนักการเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งอาจมีแนวทางการตรวจสอบและตั้งคำถามที่แตกต่างจากนักการเมืองรุ่นก่อน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่ทุกฝ่ายเคารพในการแสดงความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และพร้อมที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อให้การวิพากษ์วิจารณ์และการตรวจสอบเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว การตรวจสอบข้อมูลและการแสดงความคิดเห็นอย่างมีความรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การออกมา “ไผ่ ลิกค์” ถามหาหลักฐาน จึงเป็นการกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูล และการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองไทย และความสำคัญของการใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร การที่ “ไผ่ ลิกค์” ถามหาหลักฐาน เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้เกิดความโปร่งใส

การที่ “ไผ่ ลิกค์” ถามหาหลักฐาน ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้ทั้งนักการเมืองและประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ต่อ

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” ถามหาหลักฐาน โพสต์ถึงบางคนเน้นกล่าวหา “ไอซ์ รักชนก” โผล่คอมเมนต์

รวบ 9 ชาวจีน หนีเคเค ปาร์ค ที่ตราด

ตำรวจตราดรวบ 9 ชาวจีน คารีสอร์ต พบหนีจาก “เคเค ปาร์ค” แหล่งสแกมเมอร์ชื่อดังฝั่งเมียนมา! คาดเตรียมหลบหนีเข้ากัมพูชา พบข้อมูลมีเครือข่ายคนไทยช่วยจองที่พักให้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร มาติดตามกัน

รวบ 9 ชาวจีน หนีเคเค ปาร์ค ที่ตราด

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ตำรวจ สภ.ไม้รูด ได้ทำการตรวจสอบภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งริมหาดบานชื่น ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด หลังได้รับแจ้งเบาะแส พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติ

ผลปรากฏว่า พบชายชาวจีนจำนวน 9 ราย กำลังพักผ่อนอยู่ในห้องพัก เมื่อทำการตรวจสอบเอกสาร กลับไม่พบสิ่งใดแสดงตัวตน รวมถึงหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) นอกจากนี้ ยังพบโทรศัพท์มือถือมากถึง 48 เครื่อง จึงทำการควบคุมตัวทั้งหมด พร้อมของกลาง ไปยัง สภ.ไม้รูด เพื่อทำการสอบสวนและขยายผลต่อไป

ชุดจับกุมได้รับข้อมูลจากเจ้าของรีสอร์ตว่า มีกลุ่มคนจีนมาพัก จึงเข้าตรวจสอบ พบว่าทั้ง 9 คน พักอยู่ในห้องพักใหญ่ 2 ห้องนอน สภาพห้องรก มีอาหาร ขนม กองอยู่ และมีกลิ่นบุหรี่คละคลุ้ง

จากการสอบสวนเบื้องต้นที่ สภ.ไม้รูด เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากชาวจีนทั้งหมดไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดี รวบ 9 ชาวจีน หนีเคเค ปาร์ค ที่ตราด

ต่อมา ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดตราด ได้นำตัวชาวจีนคนหนึ่งมาสอบปากคำ โดยใช้ล่ามภาษาจีน แต่ได้ข้อมูลเพียงเล็กน้อย ทราบชื่อคือ เสี่ยว เฉิน อายุ 26 ปี จากเมืองยูนนาน ถูกส่งมาที่ตราด และจะมีคนมารับตัวไปอีกทอดหนึ่ง

จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ พบแอปพลิเคชันที่น่าสงสัย เช่น แอปสมัครงาน, แอปการพนันออนไลน์, แอปฟอกเงิน และแอปอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการลบข้อมูลบางส่วนออกไป ซึ่งเชื่อว่าเป็นการทำลายหลักฐาน

ล่าสุด ทราบว่า กลุ่มชาวจีนที่ถูก รวบ 9 ชาวจีน หนีเคเค ปาร์ค ที่ตราด น่าจะหลบหนีมาจาก “เคเค ปาร์ค” ซึ่งเป็นแหล่งสแกมเมอร์ออนไลน์ชื่อดังระดับโลกในเมียนมา และพยายามเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเครือข่ายคนไทยให้ความช่วยเหลือ

จากการลงพื้นที่รีสอร์ต พบว่ามีคนไทยขับรถยนต์และรถตู้มาจองห้องพักไว้ก่อนหน้านี้ โดยจ่ายค่าห้องพักและค่าอาหารทั้งหมด แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ

เหตุการณ์ รวบ 9 ชาวจีน หนีเคเค ปาร์ค ที่ตราด ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากหลายหน่วยงาน ทั้งทหารนาวิกโยธินตราด, ตำรวจสันติบาล และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด

งานนี้ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไม้รูด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถจับกุมกลุ่มชาวจีนกลุ่มนี้ได้ทันท่วงที ทำให้เราได้เห็นถึงภัยร้ายจากแก๊งสแกมเมอร์ออนไลน์ ที่พยายามใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการหลบหนี

ที่มา – รวบ 9 ชาวจีน คารีสอร์ต จ.ตราด หนีมาจาก “เคเค ปาร์ค” แหล่งสแกมเมอร์ฝั่งเมียนมา

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 8 ข้าราชการในพระองค์

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 8 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นนายพล

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นนายพล จำนวน 8 นาย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยอ้างอิงอำนาจตามรัฐธรรมนูญเเละพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 8 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นนายพล

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการบริหารราชการในพระองค์ที่มีการปรับเปลี่ยนและมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้แก่ข้าราชการในพระองค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

รายละเอียดการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์

สำหรับรายละเอียดการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 8 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นนายพลมีดังนี้:

  1. พลตรี ทรงพล สาดเสาเงิน ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองยุทธการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมฝ่ายยุทธการ (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)
  2. พลตรี กุลบุตร ปัจฉิม ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)
  3. พลตรี สรัศวิน โพธิทอง ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)
  4. พลตรี ประภัสร์ จุ้ยสำราญ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองยุทธโยธา กรมฝ่ายส่งกำลังบำรุง (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)
  5. พลตรี สุทธิชัย ศรลัมพ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมฝ่ายยุทธการ (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)
  6. พลตรี พงษ์พิสิทธิ์ มีสูงเนิน ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมฝ่ายยุทธการ (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)
  7. พลตรี อาทิตย์ ดีประเสริฐ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองสนับสนุนการช่วยรบ และซ่อมบำรุง กรมฝ่ายส่งกำลังบำรุง (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)
  8. พลตรี เกรียงศักดิ์ สีบธรรมมา ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองโครงการในพระองค์และสารนิเทศ กรมฝ่ายกิจการวัง (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)

การมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 8 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นนายพลครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เป็นต้นไป

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในหน่วยงานราชการในพระองค์ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายและการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการภายในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของประเทศ

ท่านสามารถติดตามข่าวสารราชกิจจานุเบกษาเพื่อทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการและกฎหมายต่างๆ ที่ประกาศใช้ในราชอาณาจักรไทย

ที่มา – มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 8 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นนายพล

โปรดเกล้าฯ “ธนิต ลีพหาธีรพงศ์” ดำรงตำแหน่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลตรี ธนิต ลีพหาธีรพงศ์ ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำ สำนักงานรองผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 2 พร้อมพระราชทานยศพลตรี

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตรและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้

อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 ตลอดจนพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พันเอกธนิต ลีพหาธีรพงศ์ ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำ สำนักงานรองผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 2 กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี) และพระราชทานยศพลตรี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เป็นต้นไป

โปรดเกล้าฯ “ธนิต ลีพหาธีรพงศ์” ดำรงตำแหน่ง

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงและแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ให้มีความเหมาะสมกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย การได้รับพระราชทานยศและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่นี้ ถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับ พลตรี ธนิต ลีพหาธีรพงศ์ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความไว้วางพระราชหฤทัยที่ได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ โปรดเกล้าฯ “ธนิต ลีพหาธีรพงศ์” ดำรงตำแหน่ง

การประกาศในราชกิจจานุเบกษาครั้งนี้ ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งใหม่ของ พลตรี ธนิต ลีพหาธีรพงศ์ อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมายทุกประการ การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบ

การได้รับพระราชทานยศพลตรี และการดำรงตำแหน่งใหม่ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ของ พลตรี ธนิต ลีพหาธีรพงศ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน การได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ถือเป็นแรงผลักดันให้มุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจถึงการบริหารราชการในพระองค์ และการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงเป็นช่องทางที่โปร่งใสและเป็นทางการในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเชื่อถือได้

ทั้งนี้ การได้รับพระราชทานยศและการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ของ พลตรี ธนิต ลีพหาธีรพงศ์ ถือเป็นเรื่องน่ายินดี และเป็นกำลังใจให้ข้าราชการทุกท่านมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติสืบไป

การปรับเปลี่ยนตำแหน่งในกองทัพและส่วนราชการต่างๆ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การติดตามข่าวสารดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจถึงพลวัตต่างๆ ในสังคมไทยได้ดียิ่งขึ้น.

ที่มา – โปรดเกล้าฯ ให้ “ธนิต ลีพหาธีรพงศ์” ดำรงตำแหน่ง พร้อมพระราชทานยศพลตรี

ศิริกัญญา ร่วมยินดี “เพื่อไทย” ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่

“ศิริกัญญา” ร่วมยินดี “เพื่อไทย” ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ บลั๊ฟ พรรคประชาชนเป้า 250 สส. ชูสโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” โวมีอีกหลายเรื่องพัฒนาชีวิต

วันที่ 2 พ.ย. 2568 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) กล่าวถึงการปรับโครงสร้างและเลือกกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคชุดใหม่ของพรรคเพื่อไทย ว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีหลังจากพรรคเพื่อไทยเผชิญอุปสรรคทางการเมือง ตั้งแต่พ้นจากการเป็นรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี 2 คนของพรรคถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง การปรับทัพพรรคเป็นเหมือนปี่กลองทางการเมืองสนามเลือกตั้ง หากมีการยุบสภาตาม MOA การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป จึงขอแสดงความยินดีกับพรรคเพื่อไทยที่ได้หัวหน้าคนใหม่ด้วย ส่วนการตั้งเป้า 200 สส. ของพรรคเพื่อไทยนั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า อาจจะตั้งต่ำกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และเชื่อว่าอาจเป็นไปได้จริง การตั้งเป้า สส.ของแต่ละพรรคเพื่อให้บรรลุผล ซึ่งเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคเพื่อไปกำหนดยุทธศาสตร์ให้เดินไปสู่เป้าหมาย ส่วนผลของการเลือกตั้งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ในส่วนของพรรคประชาชนตนย้ำว่า ยังตั้งเป้าตามเดิมคือ 250 คนขึ้นไป

“ศิริกัญญา” ร่วมยินดี “เพื่อไทย” ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคประชาชนชูใช้สโลแกน “มีเราไม่มีเทา” ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นแคมเปญเลือกตั้งระยะเริ่มต้น และอาจมีหลายข้อความ ขอย้ำว่าเราเอาจริงไม่เพียงแต่ มีเรา ไม่มีเทา ยังมีอีกหลายเรื่องที่เอาจริงในทุกเรื่อง เรื่องอื่นอาจจะไม่เซ็กซี่เท่า มีเรา ไม่มีเทา แต่ถ้ามีเราก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเศรษฐกิจที่สดใส มีอนาคตที่รองรับทุกคนและทุกช่วงวัย ซึ่งผลตอบรับออกมาค่อนข้างดี โดยเฉพาะมีเราไม่มีเทา หมายความว่า ประชาชน สนใจให้ความสำคัญ กับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันการฟอกเงิน และทุนเทาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนเอาจริงมาตลอด และมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหานี้ แต่จะทำได้ดี ทำได้จริงก็ต่อเมื่อเราเป็นรัฐบาลพรรคเดียวที่สอดคล้องกับเป้าหมาย 250 เสียงที่ได้ประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าการคัดเลือก สส. พรรคประชาชน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าขั้นตอนการคัดเลือกผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า การคัดเลือกสส.เขตเกือบครบทุกเขตแล้ว ส่วนแบบบัญชีรายชื่อกำลังทำ ยังมีอีกหลายขั้นตอน ยืนยันเดินหน้าตามไทม์ไลน์ ที่พรรคได้วางกรอบเอาไว้ ซึ่งกระบวนการคัดเลือกพรรคพัฒนามาตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา เราใช้บทเรียนในอดีตมาปรับปรุงการคัดสรรผู้สมัครตลอดเวลา ครั้งนี้มีเวลานานกว่าปกติ มีการเปิดหลักสูตรให้ผู้ประสงค์ลงสมัครเลือกตั้ง ทั้งท้องถิ่นและระดับชาติผ่านการอบรม ในหลายเรื่องให้ทำการบ้านล่วงหน้า เพื่อทำให้การคัดสรรผู้สมัครสามารถตรวจสอบได้อย่างเข้มข้นมากขึ้น แต่ยอมรับว่าในหลายเรื่องหลายคุณสมบัติ ไม่สามารถพบได้ในช่วงการคัดเลือก และต้องยอมรับว่าในท้ายที่สุด อาจไม่ได้ผู้สมัครที่สมบูรณ์ 100% แต่กระบวนการหลังจากนั้นเมื่อเกิดเหตุแล้ว มีคณะกรรมการวินัยขึ้นมาสอบสวน และมีบทลงโทษก็น่าจะทำให้กระบวนการทั้งหมด สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ตนขอบคุณผลโหวตประชาชนชาวอีสานของนิด้าโพล ที่สนับสนุนแคนดิเดตของพรรคประชาชนเป็นอันดับ 3 และยังคงเลือกพรรคประชาชนเป็นอันดับ 1 โดยพรรคจะใช้ผลสำรวจนี้เป็นกำลังใจและนำไปปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในพรรคเพื่อให้โดนใจประชาชนมากยิ่งขึ้น ส่วนผลโหวตนายกฯของพรรค ประชาชนเป็นอันดับ 3 เป็นสาเหตุจากการไปโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่ส่งผลกับการตัดสินใจของประชาชนผ่านนิด้าโพล อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจากนี้ไปจนถึงการเลือกตั้ง ยังมีเวลาให้พรรคประชาชนได้ปรับตัว ปรับกลยุทธ์ในพรรค เพื่อทำให้แคนดิเดตนายกฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้

ส่วนที่มีการวิเคราะห์โดยโยงไปถึงการตรวจสอบของพรรคประชาชนที่พุ่งเป้าเพียงพรรคร่วมรัฐบาล แต่ไม่พุ่งเป้าไปยังพรรคภูมิใจไทยนั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆแล้วพรรคประชาชนกระทุ้งไปที่นายอนุทินตลอดในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนแรกที่ต้องลุกมาสอบสวนในเรื่องนี้ พรรคประชาชนยังเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาทุนเทาเพราะไม่มีใครเหมาะสมไปมากกว่านายอนุทิน ซึ่งไม่มีความเกี่ยวโยงเชื่อมไปถึงนายกรัฐมนตรี แต่พรรคประชาชนยังตรวจสอบอย่างเข้มข้นตลอดเวลา ดังนั้นไม่ได้เป็นการเลือกที่รักมักที่ชัง เรายังคงตรวจสอบเข้มข้นในทุกพรรคการเมือง หากเรามีข้อมูลข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวพันกับการฟอกเงินหรือทุนเทา เมื่อถามถึงคดีฮั้ว สว. และที่ดินเขากระโดงทำไมถึงเงียบในเรื่องนี้ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่ได้เงียบ ทุกวาระที่มีการสอบสวนในเรื่องนี้เราตรวจสอบอย่างเข้มข้นตลอดเวลา อย่างเขากระโดงก็เห็นว่าเดินหน้าไปตามที่เห็นสมควร ว่าควรจะเป็น คือการที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)สั่งฟ้อง เพื่อขอคืนที่ดินและพรรคประชาชนก็มีข้อคิดเห็นไปเรียบร้อยแล้วว่ามีที่ดินอยู่ 2 แปลง ที่ถูก ปปช.ชี้มูลไปเรียบร้อยแล้ว ในส่วนเรื่องคดีฮั้ว สว. พรรคประชาชนก็เป็นคนออกมาเปิดเผย แต่กระบวนการที่เป็น สส.ไม่สามารถเข้าไปสอบสวนได้เอง ยืนยันว่าเราทำหน้าที่ตามอำนาจที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่แล้ว การที่ “ศิริกัญญา” ร่วมยินดี “เพื่อไทย” ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองที่น่าสนใจและทิศทางที่พรรคประชาชนจะเดินหน้าต่อไปในอนาคต

การที่ “ศิริกัญญา” ร่วมยินดี “เพื่อไทย” ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ ครั้งนี้ จะส่งผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ศิริกัญญา” ร่วมยินดี“เพื่อไทย”ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ บลั๊ฟ พรรคประชาชนเป้า250 สส.

รวมไทยสร้างชาติ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ

พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดประชุมใหญ่ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ “ชัช เตาปูน” นั่งเลขาธิการพรรค พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้ง “นราพัฒน์” โผล่นั่งรองหัวหน้าพรรค

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และตำแหน่งอื่นของพรรค แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีผู้บริหารพรรค พร้อมด้วย สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

1.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

2.นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

3.นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

4.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

5.นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

6.นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

7.นายสามารถ มะลูลีม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

8.นายโกวิทย์ ธารณา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

9.พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

10.นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

11.นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

12.นาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

13.ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

14.นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

15.นายสยาม บางกุลธรรม นายทะเบียนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ในการประชุม นายพีระพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป พร้อมระบุว่า ตลอด 2 ปีเศษที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเข้าไปปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศในการกำกับดูแลพลังงาน ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ในด้านพลังงาน จึงได้เร่งแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน จนทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้มให้อยู่ที่ 423 บาท/ถัง ขนาด 15 กิโลกรัม และการลดค่าไฟฟ้าลงอย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ที่หน่วยละ 3.94 บาท ในปัจจุบัน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากได้ทำงานกำกับดูแลกระทรวงพลังงานต่อก็จะสามารถลดค่าไฟให้ลงมาเหลือหน่วยละ 3.70 บาท ได้แน่นอน ทั้งนี้จากการตรึงค่าไฟในปี 2567 สามารถทำให้ประชาชนประหยัดเงินค่าไฟรวมกันได้ถึง 270,000 กว่าล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนมีเงินคืนสู่กระเป๋าเพื่อนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

“ผมอาจจะช่วยให้ทุกคนรวยขึ้นไม่ได้ แต่ผมทำให้ทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ประเทศไทยในวันนี้ต้องการคนทำงาน คนที่ตั้งใจแก้ปัญหาให้ประเทศ ผมจึงขอให้คำมั่นกับสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ และหากได้เข้าไปบริหารประเทศ ผมจะแก้ทุกปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในทันที ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความมั่นคงทางชายแดน ความมั่นคงทางพลังงาน และปัญหาความมั่นคงด้านอื่น ๆ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะในตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ได้นายชัชวาลล์ คงอุดม เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งตนมั่นใจว่า ด้วยผลงานที่ผ่านมาของนายชัชวาลล์ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและการช่วยเหลือผู้อื่นมาเสมอ จะช่วยขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

ด้านนายชัชวาลล์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะนายพีระพันธุ์ เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานให้ประเทศเต็มที่ และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนตัดสินใจอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป

นอกจากนี้ ในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ยังมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง เข้ามารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เพื่อร่วมขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

รวมไทยสร้างชาติ ประชุมใหญ่

พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังคงเดินหน้าเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของชาติ มาร่วมกันติดตามข่าวสารและสนับสนุนพรรคการเมืองที่เราเชื่อมั่น เพื่อสร้างประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปด้วยกัน

ทิศทางต่อไปของพรรครวมไทยสร้างชาติ

หลังจากที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้จัดการประชุมใหญ่และมีการเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆ ภายในพรรคเสร็จสิ้น สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือทิศทางและนโยบายที่พรรคจะนำเสนอในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามดูกันต่อไป

การประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติและการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง การมีผู้นำที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์ จะช่วยนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้ หวังว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

รวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นที่จะเป็นพรรคการเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศในทางที่ดีขึ้น ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การสนับสนุนและติดตามการทำงานของพรรคจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “รวมไทยสร้างชาติ” ประชุมใหญ่ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ “ชัชวาลล์” ขึ้นเลขาธิการพรรค