กรมการค้าภายใน

พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในภาคเหนือโดยเฉพาะที่จังหวัดน่านกำลังเป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังด้วยนโยบาย พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้เร็วที่สุด

พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่า จากอุทกภัยรุนแรงครั้งนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ผนึกกำลังกับภาคเอกชนและผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วประเทศ เพื่อจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม อาหารแห้ง และของใช้ในชีวิตประจำวันเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำว่าภารกิจ พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ คือหัวใจสำคัญในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะวิกฤตนี้

ช่องทางร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือ

นอกจากภาครัฐจะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนแล้ว กรมการค้าภายในยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยท่านสามารถร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็นเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือได้ดังนี้:

  • ติดต่อสอบถามข้อมูลการบริจาคได้ที่ กองจัดระบบราคาและปริมาณสินค้า
  • โทรศัพท์ติดต่อประสานงานโดยตรงที่เบอร์ 02-507-5689
  • ประสานงานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ที่ท่านตั้งอยู่

ความพยายามในการ พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ ในครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพียงแค่การจัดส่งสินค้า แต่ยังรวมถึงการเฝ้าระวังราคาสินค้าไม่ให้เอาเปรียบประชาชนในช่วงที่สินค้าขาดแคลนอีกด้วย

ในฐานะคนไทย การส่งกำลังใจและแรงสนับสนุนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราเชื่อมั่นว่าการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ จะช่วยให้พี่น้องภาคเหนือผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ระดับน้ำจะเริ่มคลี่คลายในเร็ววันเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง

ที่มา – พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

กรมการค้าภายในมอบป้ายสีทอง การันตีหัวจ่ายน้ำมันมาตรฐาน เติมเต็มลิตร

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ใช้รถใช้ถนนเป็นประจำ หลายคนคงเคยมีความกังวลใจเวลาแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มว่าเราจะได้น้ำมันครบตามจำนวนเงินที่จ่ายไปหรือเปล่า? ล่าสุดมีข่าวดีมาฝากครับ เพราะทางกรมการค้าภายในเขาเดินหน้าลุยโครงการ กรมการค้าภายในมอบป้ายสีทอง การันตีหัวจ่ายน้ำมันมาตรฐาน เติมเต็มลิตร เพื่อให้เรามั่นใจได้เลยว่าทุกครั้งที่หัวจ่ายแตะถังน้ำมัน จะได้รับปริมาณที่แม่นยำและเป็นธรรมที่สุด

กรมการค้าภายในมอบป้ายสีทอง การันตีหัวจ่ายน้ำมันมาตรฐาน เติมเต็มลิตร

โครงการนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานสถานีบริการน้ำมันครั้งใหญ่ โดยกรมการค้าภายในได้มอบป้ายสัญลักษณ์ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน (Fuel Dispenser Verified)” ระดับสีทอง ให้กับปั๊มที่ผ่านเกณฑ์สุดเข้มข้นครับ สำหรับป้ายสีทองนั้นเปรียบเสมือนเครื่องหมายการันตีคุณภาพระดับสูงสุด ที่บอกให้ผู้บริโภคอย่างเราอุ่นใจได้ว่าปั๊มแห่งนี้มีการตรวจสอบมาตรฐานหัวจ่ายอย่างสม่ำเสมอ

เกณฑ์สุดโหดกว่าจะได้ป้ายสีทองมาครอง

การที่ปั๊มไหนจะคว้าป้ายสีทองมาติดได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะครับ เพราะสถานีบริการจะต้อง:

  • ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมการค้าภายในอย่างเคร่งครัดต่อเนื่องถึง 2 ปี
  • มีระบบทดสอบหัวจ่ายน้ำมันที่ได้มาตรฐานด้วยตนเองสม่ำเสมอ
  • ต้องมีถังตวง 5 ลิตรที่ผ่านการสอบเทียบตามรอบเวลา
  • พนักงานต้องผ่านการอบรมการทดสอบน้ำมันจากเจ้าหน้าที่โดยตรง

หากปั๊มไหนหย่อนยานหรือไม่ทำตามเงื่อนไข บอกเลยว่าโดนถอดสิทธิ์ทันที ดังนั้นเราจึงมั่นใจได้ว่าโครงการ กรมการค้าภายในมอบป้ายสีทอง การันตีหัวจ่ายน้ำมันมาตรฐาน เติมเต็มลิตร นี้ทำมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ใช้รถจริงๆ ครับ

ปัจจุบันมีปั๊มน้ำมันแบรนด์ชั้นนำมากมายเข้าร่วมโครงการกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งแบ่งระดับป้ายตามความพร้อม ตั้งแต่สีน้ำเงิน สีเงิน ไปจนถึงระดับสูงสุดคือสีทอง ซึ่งในอนาคตทางกรมการค้าภายในมีแผนจะขยายจำนวนปั๊มป้ายสีทองให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปี 2570 เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานของประชาชนให้มากที่สุด

ในมุมมองของผู้บริโภค การที่มีภาครัฐเข้ามาตรวจสอบและมีสัญลักษณ์ชัดเจนแบบนี้ ถือเป็นเรื่องดีมาก เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการโกงปริมาณน้ำมันแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันยกระดับบริการที่ดีขึ้น ครั้งหน้าเวลาขับรถผ่านปั๊ม ลองสังเกตป้ายสัญลักษณ์สีทองที่หัวจ่ายดูนะครับ จะได้สบายใจเวลาเติมน้ำมันทุกครั้ง! แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ เคยสังเกตป้ายพวกนี้เวลาเข้าปั๊มกันบ้างไหม? อย่าลืมแชร์บอกต่อเรื่องราวดีๆ แบบนี้ให้กับเพื่อนร่วมทางคนอื่นด้วยนะครับ

ที่มา – กรมการค้าภายในมอบป้ายสีทอง การันตีหัวจ่ายน้ำมันมาตรฐาน เติมเต็มลิตร

“ศุภจี” สั่งพาณิชย์ ของบกลางพยุงราคา “มะพร้าวแกง” ช่วยเกษตรกรตกหล่น

เชื่อว่าเพื่อนๆ ชาวสวนหลายคนคงกำลังติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวแกงกันอย่างใกล้ชิดนะครับ วันนี้มีข่าวดีมาอัปเดต โดยทาง “ศุภจี” สั่งพาณิชย์ ของบกลางพยุงราคา “มะพร้าวแกง” ช่วยเกษตรกรตกหล่น เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่ยุติธรรม หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งระบายผลผลิตคงค้างไปแล้วกว่า 11 ล้านลูก แต่ยังพบว่ามีเกษตรกรบางกลุ่มที่เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือนี้

สถานการณ์และความคืบหน้า “ศุภจี” สั่งพาณิชย์ ของบกลางพยุงราคา “มะพร้าวแกง” ช่วยเกษตรกรตกหล่น

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดมาตรการนี้ขึ้นมา เนื่องจากการรับซื้อผ่านระบบล้งปกติอาจมีมาตรฐานที่เข้มงวด ทั้งเรื่อง GAP หรือการตรวจสอบย้อนกลับ ทำให้เกษตรกรรายย่อยบางส่วนที่ยังปรับตัวไม่ทันตกหล่นจากระบบการรับซื้อปกติ ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงแก้ปัญหาเชิงรุกด้วยการเตรียมของบกลางมาอุดหนุนราคานำตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้ขายมะพร้าวในราคาที่คุ้มทุนครับ

รายละเอียดมาตรการ “ศุภจี” สั่งพาณิชย์ ของบกลางพยุงราคา “มะพร้าวแกง” ช่วยเกษตรกรตกหล่น

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่ชัดเจนเพื่อตอบโจทย์เกษตรกร ดังนี้ครับ:

  • การของบกลาง: เพื่อนำมารับซื้อมะพร้าวแกงในราคาที่จูงใจและสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป
  • การคุมเข้มการนำเข้า: มีการขอความร่วมมือโรงงานแปรรูปให้งดนำเข้ามะพร้าวต่างประเทศในช่วงที่ผลผลิตในไทยออกมาก เพื่อให้มะพร้าวไทยได้ระบายสู่ตลาดก่อน
  • การสำรวจเชิงรุก: ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลเกษตรกรที่ยังตกหล่น เพื่อให้โครงการนี้เข้าไปถึงมือพี่น้องอย่างทั่วถึงที่สุด

หากเรามองไปถึงอนาคต การแก้ปัญหาด้วยการของบกลางพยุงราคาเป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่ยั่งยืนกว่าคือการที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ จับมือกันพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้าให้ได้ตามตลาดโลก และการผลักดันให้นำเทคโนโลยีเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้เพิ่มมูลค่ามะพร้าวให้ได้มากกว่าแค่การขายผลดิบเพียงอย่างเดียว

ผมมองว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของชาวสวน และการมีตัวเลขชัดเจนว่าในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมนี้จะมีผลผลิตออกมาอีกกว่า 69 ล้านลูก ทำให้รัฐบาลต้องวางแผนรองรับล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ราคาตกต่ำจนเกินไป สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือต้องการความช่วยเหลือ อย่าลืมติดตามข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ของท่านอย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะการได้รับข้อมูลที่รวดเร็วจะช่วยให้ท่านได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน

ที่มา – “ศุภจี” สั่งพาณิชย์ ของบกลางพยุงราคา “มะพร้าวแกง” ช่วยเกษตรกรตกหล่น

พาณิชย์ยกระดับหัวจ่ายน้ำมัน มอบป้าย สีทอง การันตีเติมเต็มลิตร

พาณิชย์ยกระดับหัวจ่ายน้ำมัน มอบป้าย สีทอง การันตีเติมเต็มลิตร สร้างความเชื่อมั่น

วันนี้ขอพาทุกคนไปอัปเดตเรื่องใกล้ตัวคนใช้รถครับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กำลังลุยโครงการใหญ่เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้พวกเราทุกคน นั่นคือโครงการ พาณิชย์ยกระดับหัวจ่ายน้ำมัน มอบป้าย “สีทอง” การันตีเติมเต็มลิตรสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเราเลี้ยวเข้าปั๊มน้ํามัน เราจะได้น้ำมันครบถ้วนตามจำนวนเงินที่จ่ายไปอย่างแน่นอน

ทำไมต้องป้ายสีทอง? ความเชื่อมั่นที่มากกว่าเดิม

รู้หรือไม่ครับว่าการที่ปั๊มน้ำมันจะได้ป้ายสีทองมาครองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนี่คือระดับสูงสุดที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างเข้มข้น โดยสถานีบริการต้องรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่องนานถึง 2 ปี ต้องมีการทดสอบหัวจ่ายสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือพนักงานต้องผ่านการอบรมจากกรมการค้าภายในมาแล้ว การที่ กรมการค้าภายใน หรือ พาณิชย์ยกระดับหัวจ่ายน้ำมัน มอบป้าย “สีทอง” การันตีเติมเต็มลิตรสร้างความเชื่อมั่น แบบนี้ ช่วยให้เราเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจมากขึ้นครับ

สำหรับเกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้นที่สถานีบริการต้องมี ได้แก่:

  • มีการบำรุงรักษาและทดสอบหัวจ่ายน้ำมันอย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนด
  • มีถังตวงมาตรฐานขนาด 5 ลิตร สำหรับใช้ตรวจสอบความแม่นยำ
  • มีทีมงานหรือพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมจากกรมการค้าภายในมาเป็นพิเศษ
  • ไม่มีประวัติการทำผิดกฎหมายว่าด้วยการชั่งตวงวัดในรอบระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ

ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายใหญ่กว่า 12 บริษัททั่วประเทศเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่น่าชื่นชม เพราะนอกจากจะช่วยคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานธุรกิจน้ำมันในภาพรวมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กังวลเรื่องน้ำมันขาดเกิน ต่อไปนี้แค่สังเกตป้ายสัญลักษณ์ที่หน้าสถานีบริการ ก็ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

เป้าหมายเพื่อผู้บริโภคในอนาคต

ทางกรมการค้าภายในตั้งเป้าว่าภายในปี 2569 จะมีปั๊มที่ได้รับป้ายสีทองเพิ่มขึ้นถึง 700 แห่ง และจะขยายผลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย เพื่อให้ พาณิชย์ยกระดับหัวจ่ายน้ำมัน มอบป้าย “สีทอง” การันตีเติมเต็มลิตรสร้างความเชื่อมั่น เป็นมาตรฐานสากลที่ประชาชนทุกคนสามารถสัมผัสได้จริง

สำหรับผมมองว่าโครงการนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะความมั่นใจของผู้บริโภคคือหัวใจของธุรกิจ หากเราได้รับบริการที่โปร่งใสและตรงไปตรงมา เราก็พร้อมที่จะสนับสนุน สถานีบริการที่ได้รับป้ายสีทองจึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับคนเดินทางครับ ครั้งต่อไปตอนแวะเติมน้ำมัน อย่าลืมสังเกตป้ายสีทองกันดูนะครับ แล้วคุณจะรู้สึกว่าการเติมน้ำมันแต่ละครั้งมีความคุ้มค่ามากกว่าที่เคย

ที่มา – พาณิชย์ยกระดับหัวจ่ายน้ำมัน มอบป้าย “สีทอง” การันตีเติมเต็มลิตรสร้างความเชื่อมั่น

ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในดันสู่แบรนด์พรีเมียม

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนคลับกุ้งน่าจะเริ่มเห็นข่าวดีกันแล้วนะครับ เมื่อล่าสุดทางกรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนพบว่า ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยในระยะยาวครับ

ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม

การลงพื้นที่ของนายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างรอยยิ้มให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้มากเลยทีเดียวครับ เพราะหลังจากที่เราต้องเผชิญกับภาวะตลาดกุ้งที่ค่อนข้างผันผวนจากการที่ต่างประเทศงดนำเข้า ตอนนี้สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลแล้ว โดยปัจจัยหลักมาจากการที่ภาครัฐเร่งกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตสำคัญอย่างสุราษฎร์ธานี ตรัง และฉะเชิงเทรา ไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

ก้าวต่อไปของวงการกุ้งไทย: มุ่งสู่แบรนด์พรีเมียม

ไม่เพียงแค่ช่วยระบายผลผลิตเท่านั้นนะครับ แต่ทางกรมการค้าภายในยังมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการต่อยอดความสำเร็จครั้งนี้ โดยการร่วมมือกับสมาคมกุ้งไทยและผู้เลี้ยงกุ้งเพื่อยกระดับสินค้าภายใต้คอนเซปต์ ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้กุ้งไทยมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น:

  • การควบคุมมาตรฐานการผลิตให้มีคุณภาพระดับสากล
  • การสร้างการรับรู้ในแบรนด์กุ้งไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก
  • การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านโครงการสนับสนุนต่างๆ ที่ภาครัฐจัดขึ้น

ทางด้านเกษตรกรเองก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงบวก โดยมองว่าการที่ภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนอย่างจริงจังแบบนี้ จะช่วยลดปัญหาผลผลิตกระจุกตัว และทำให้ราคากุ้งอยู่ในเกณฑ์ที่ทำให้พวกเขาสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ ไม่ใช่แค่พึ่งพาตลาดต่างประเทศเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปครับ

ในส่วนของ ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม ครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นก้าวเดินที่ฉลาดมากครับ เพราะการสร้างความเข้มแข็งที่ตลาดภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการทำ Branding จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีเยี่ยมเมื่อต้องเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต

สำหรับใครที่อยากสนับสนุนเกษตรกรไทย อย่าลืมเลือกซื้อกุ้งสดใหม่จากแหล่งผลิตในจังหวัดของคุณนะครับ การอุดหนุนสินค้าเกษตรไทยนอกจากจะได้ทานของดีมีคุณภาพแล้ว ยังเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของเราให้ไปต่อได้ไกลกว่าเดิมครับ

ที่มา – ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม

LIVE Commerce เขย่าวงการผลไม้! ไทยรัฐตะกร้าแตก ดันยอดพุ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเทรนด์สุดร้อนแรงที่กำลังเปลี่ยนวิถีการช้อปปิ้งของเราไปอย่างสิ้นเชิง นั่นก็คือกระแส LIVE Commerce เขย่าวงการผลไม้! “ไทยรัฐตะกร้าแตก” คว้ารางวัลไลฟ์ ดันยอดทุเรียนพุ่ง โดยเฉพาะในตลาดผลไม้ไทยที่ตอนนี้ใครไม่ทำไลฟ์สดถือว่าเชยไปแล้วครับ

LIVE Commerce เขย่าวงการผลไม้! “ไทยรัฐตะกร้าแตก” คว้ารางวัลไลฟ์ ดันยอดทุเรียนพุ่ง

ต้องยอมรับเลยว่ารายการอย่าง “ไทยรัฐตะกร้าแตก” ได้เข้ามาเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญ เพราะการขายผลไม้ผ่านไลฟ์สดไม่ใช่แค่การบอกว่าของดีแค่ไหน แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ไปเลือกผลไม้สดๆ จากสวนด้วยตัวเอง จนสามารถสร้างสถิติขายทุเรียนได้มากกว่า 1,000 ลูกภายในเวลาแค่ 60 นาทีเท่านั้นครับ

สถิติความสำเร็จของกลยุทธ์ LIVE Commerce เขย่าวงการผลไม้! “ไทยรัฐตะกร้าแตก” คว้ารางวัลไลฟ์ ดันยอดทุเรียนพุ่ง

รู้ไหมครับว่าข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์และ TikTok Shop ระบุว่ายอดขายทุเรียนบนแพลตฟอร์มพุ่งสูงขึ้นถึง 10.6 เท่า! นี่คือตัวเลขที่ยืนยันว่าการขายผ่านช่องทางนี้ได้ผลจริง โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

  • มีการเปิดไลฟ์ขายทุเรียนมากกว่า 89,000 ครั้งตลอดฤดูกาล
  • ยอดการสั่งซื้อผลไม้โดยรวมในแพลตฟอร์มเติบโตกว่า 134%
  • ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นสูงขึ้น โดยเกือบครึ่งกลับมาซื้อซ้ำ

ด้วยตัวเลขเหล่านี้เอง ทำให้โปรเจกต์ LIVE Commerce เขย่าวงการผลไม้! “ไทยรัฐตะกร้าแตก” คว้ารางวัลไลฟ์ ดันยอดทุเรียนพุ่ง กลายเป็นต้นแบบความสำเร็จ ที่พิสูจน์แล้วว่าการนำเสนอคอนเทนต์ที่สนุก จริงใจ และน่าเชื่อถือ จะช่วยเปลี่ยนคนดูให้กลายเป็นลูกค้าประจำได้อย่างรวดเร็วครับ

หากถามว่าทำไมเราถึงต้องสนใจเรื่องนี้? คำตอบคือมันคือช่องทางอนาคตครับ สำหรับใครที่ต้องการอุดหนุนผลไม้ไทยคุณภาพเยี่ยม ผมแนะนำว่าให้ลองติดตามการไลฟ์สดดีๆ แบบนี้ดู แล้วคุณจะได้ทั้งทุเรียนเกรดเอและประสบการณ์การช้อปที่สนุกจนวางไม่ลงแน่นอนครับ

ที่มา – LIVE Commerce เขย่าวงการผลไม้! “ไทยรัฐตะกร้าแตก” คว้ารางวัลไลฟ์ ดันยอดทุเรียนพุ่ง

กมธ.พาณิชย์ฯ ยื่น 4 ข้อเสนอรมว.พาณิชย์ แก้วิกฤตขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

สวัสดีครับพี่น้องชาวเกษตรกรและผู้ที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจภาคการเกษตรทุกท่าน วันนี้มีประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับ กมธ.พาณิชย์ฯ ยื่น 4 ข้อเสนอรมว.พาณิชย์ แก้วิกฤตขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเกษตรกรไทยโดยตรง หลังจากที่มีมติขยายเวลานำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศออกไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569

กมธ.พาณิชย์ฯ ยื่น 4 ข้อเสนอรมว.พาณิชย์ แก้วิกฤตขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

การตัดสินใจขยายระยะเวลานำเข้าในช่วงที่ผลผลิตในประเทศเริ่มทะยอยออกสู่ตลาด ทำให้เกิดความกังวลว่าราคาจะตกต่ำลง คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ จึงได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกอย่างเร่งด่วน โดยมีข้อเสนอสำคัญเพื่อคุ้มครองพี่น้องเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรม ดังนี้ครับ

รายละเอียด 4 ข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

  • การสร้างความรับรู้เชิงนโยบาย: กระทรวงจะต้องสื่อสารเหตุผลความจำเป็นในการนำเข้าให้ชัดเจน เพื่อลดความสับสนระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกร
  • การกำหนดราคาขั้นต่ำ: เสนอให้มีการกำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำอ้างอิงจากต้นทุน 3 เดือนย้อนหลัง เพื่อป้องกันการกดราคา
  • มาตรการราคารับซื้อใหม่: เร่งออกประกาศมาตรการล่วงหน้าก่อนประกาศฉบับเดิมหมดอายุ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างนโยบาย
  • การปรับโครงสร้างระยะยาว: สนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดทดแทนนาปรัง เพื่อสร้างความมั่นคงในวัตถุดิบอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ คณะ กมธ. ยังเน้นย้ำถึงบทบาทในการกำกับดูแล หากพบผู้ประกอบการปฏิเสธการรับซื้อโดยไม่มีเหตุผล จะต้องมีมาตรการลงโทษอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดภาวะคอขวดในการขนส่งสินค้าเกษตร ทั้งนี้ กมธ.พาณิชย์ฯ ยื่น 4 ข้อเสนอรมว.พาณิชย์ แก้วิกฤตขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยประคับประคองสถานการณ์ราคาให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานภาครัฐจะนำข้อเสนอนี้ไปปฏิบัติใช้โดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดมั่นใจได้ว่า ผลผลิตที่เหนื่อยยากมาทั้งปีจะมีตลาดรองรับในราคาที่คุ้มค่า หากคุณมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับมาตรการนี้ สามารถร่วมแบ่งปันความคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมได้ที่นี่ครับ

ที่มา – กมธ.พาณิชย์ฯ ยื่น 4 ข้อเสนอรมว.พาณิชย์ แก้วิกฤตขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ข่าวดีพ่อค้าแม่ค้า “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ทยอยปรับลดราคา

สวัสดีครับพ่อค้าแม่ค้าทุกท่าน วันนี้มีข่าวดีมาฝากสำหรับใครที่ต้องใช้สินค้าจำพวกกล่องใส่อาหารหรือถุงพลาสติกเป็นประจำ เพราะล่าสุดสถานการณ์ ข่าวดีพ่อค้าแม่ค้า “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ทยอยปรับลดราคา หลังจากที่ราคาพลังงานโลกเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้ต้นทุนการผลิตเม็ดพลาสติกถูกลงอย่างเห็นได้ชัดครับ

ข่าวดีพ่อค้าแม่ค้า “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ทยอยปรับลดราคา

จากเดิมที่ในช่วงต้นปีเราอาจจะเจอกับวิกฤตราคาพลาสติกพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาการขนส่งทางเรือ แต่ในขณะนี้ กรมการค้าภายในได้รายงานว่าสถานการณ์คลี่คลายลงแล้วครับ ราคาเม็ดพลาสติกทั้งกลุ่ม PE, PP และ PET เริ่มปรับตัวลดลง ทำให้ผู้ผลิตสามารถลดราคาขายส่งลงมาได้ ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีมากสำหรับร้านค้าและร้านอาหารที่จะได้ลดต้นทุนรายวันครับ

รายละเอียดการปรับลดราคาสินค้า

จากการสำรวจตลาดล่าสุด ข้อมูล ข่าวดีพ่อค้าแม่ค้า “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ทยอยปรับลดราคา พบว่าสินค้าจำเป็นหลายรายการปรับลดลงอย่างรูปธรรม ดังนี้ครับ:

  • ถุงพลาสติกร้อน-เย็น: ปรับลดจาก 47 บาท เหลือ 42 บาทต่อกิโลกรัม
  • ถุงหูหิ้ว: ปรับลดจาก 51 บาท เหลือ 45 บาทต่อกิโลกรัม
  • ถุงขยะ: ปรับลดจาก 42 บาท เหลือ 40 บาทต่อกิโลกรัม

นอกจากนี้ ยังมีการลดราคาในส่วนของกล่องบรรจุอาหารและแก้วน้ำพลาสติกที่ราคาขายส่งหายไปลังละหลักร้อยบาท ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดงบประมาณไปได้มากทีเดียวครับ หากท่านใดที่กังวลเรื่องการกักตุนสินค้า ทางกรมการค้าภายในก็ยืนยันว่าได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะมีเพียงพอต่อความต้องการแน่นอน

ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าชื่นใจสำหรับเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ที่จะช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าได้มีกำไรเพิ่มขึ้นหรือสามารถรักษาระดับราคาอาหารให้คงที่ต่อไปได้ครับ ผมแนะนำว่าช่วงนี้ลองเช็กราคาจากร้านค้าส่งเจ้าประจำของท่านดูนะครับ เพราะหลายแห่งเริ่มปรับลดตามต้นทุนโรงงานกันแล้ว ส่วนตัวผมมองว่าการที่หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลอย่างจริงจังจะช่วยให้ราคาไม่ผันผวนเกินไปในระยะยาวครับ

ที่มา – ข่าวดีพ่อค้าแม่ค้า “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ทยอยปรับลดราคา หลังต้นทุนน้ำมันโลกคลี่คลาย

ราคาหมูวันนี้ ขยับตามต้นทุน พาณิชย์ยันไม่ขาดตลาด

หลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะเรื่องของ ราคาหมูวันนี้ ที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในได้ออกมาทำความเข้าใจกับประชาชนว่าสถานการณ์ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ และเนื้อหมูไม่ได้ขาดแคลนตามที่หลายคนกังวล

เจาะลึกสถานการณ์ ราคาหมูวันนี้ หลังพาณิชย์ยืนยันของยังมีเพียงพอ

จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดของกรมการค้าภายใน พบว่าปริมาณสุกรที่เข้าสู่ตลาดมีมากกว่าความต้องการบริโภค โดยมีสุกรออกสู่ตลาดประมาณ 62,300 ตัวต่อวัน ในขณะที่ความต้องการบริโภคเฉลี่ยอยู่ที่ 56,000 ตัวต่อวันเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณสินค้ายังคงเพียงพออย่างแน่นอน สาเหตุที่ ราคาหมูวันนี้ ขยับตัวสูงขึ้นนั้น เกิดจากปัจจัยด้านต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน วัตถุดิบอาหารสัตว์ และค่าบริหารจัดการที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง

กรมการค้าภายในสั่งคุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

ทางหน่วยงานภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกักตุนสินค้าหรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเกินสมควร โดยมีการใช้กลไกต่างๆ เข้าช่วย เช่น:

  • จัดงานธงฟ้าเพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากฟาร์มสู่ผู้บริโภคโดยตรง
  • บริหารจัดการผลผลิตสุกรให้กระจายตัวอย่างทั่วถึง
  • ติดตามราคาจำหน่ายตั้งแต่ระดับฟาร์มไปจนถึงค้าปลีก

การดำเนินการเหล่านี้มุ่งเน้นรักษาสมดุลระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงเนื้อหมูในราคาที่เป็นธรรมที่สุด และหากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายเนื้อหมูในราคาที่สูงจนเกินไป สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้ทันที ซึ่งจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี เพื่อจัดการกับผู้ที่เอาเปรียบประชาชนในช่วงที่ ราคาหมูวันนี้ มีการปรับตัวตามกลไกตลาด

ในท้ายที่สุดนี้ เราในฐานะผู้บริโภคควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ และช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบความไม่เป็นธรรมก็อย่าลังเลที่จะใช้สิทธิแจ้งเบาะแส เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตรมีความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน

ที่มา – พาณิชย์ยัน “ราคาหมูวันนี้” ขยับตามต้นทุน แต่ไม่ขาดตลาด สั่งเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

Scroll to top