กรมการค้าภายใน

พาณิชย์ดัน “ข้าวประณีตไทย” ยกระดับสู่ตลาดมูลค่าสูง

เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับคำว่าข้าวไทยกันเป็นอย่างดี แต่รู้ไหมครับว่าตอนนี้กระทรวงพาณิชย์เขากำลังขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการผลักดันโครงการ “ข้าวประณีตไทย” เพื่อยกระดับข้าวจากเดิมที่เน้นขายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่มีราคาสูงขึ้นและมีคุณค่าในสายตาคนทั่วโลก โดยโครงการนี้น่าสนใจมากครับ เพราะเขาคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรถึง 200 กลุ่มทั่วประเทศมาเป็นต้นแบบ

พาณิชย์ดัน “ข้าวประณีตไทย” เพื่อยกระดับมูลค่าข้าว

แนวคิดหลักของโครงการ “ข้าวประณีตไทย” คือการไม่ใช่แค่ขายข้าวแบบเดิมๆ แต่เป็นการดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่น ใส่เรื่องราว (Storytelling) และชูจุดเด่นของข้าวในแต่ละพื้นที่ออกมาให้ผู้บริโภคเห็นถึงความใส่ใจในทุกเมล็ดพันธุ์ การคัดเลือก 200 กลุ่มในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากครับ เพราะแต่ละกลุ่มจะได้รับงบสนับสนุนสูงถึงกลุ่มละ 500,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือ ทั้งโรงสี เครื่องอบลดความชื้น และการทำบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยน่าจับจอง

ศักยภาพของ ข้าวประณีตไทย และการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับงบสนับสนุนที่ได้รับนั้น “ข้าวประณีตไทย” สามารถนำไปใช้พัฒนาได้ถึง 4 ด้านหลักๆ เลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็น:

  • การปรับปรุงการผลิตและแปรรูปหลังเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาคุณภาพข้าวเอาไว้
  • การพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ชุมชนให้เป็นที่จดจำ
  • การขอรับรองมาตรฐานต่างๆ เช่น GMP, HACCP หรือ Organic Thailand
  • การขยายช่องทางการตลาดทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเชื่อมต่อกับผู้ซื้อโดยตรง

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังใจดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจ DNA ข้าวหอมมะลิ เพื่อสร้างมาตรฐาน “ข้าวหอมมะลิไทยแท้” ที่มีคุณภาพสูงและป้องกันการปลอมปน ซึ่งเป็นเรื่องที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียวครับ

ในมุมมองของผม โครงการนี้คือการเปลี่ยนผ่านที่น่าชื่นชม เพราะหัวใจสำคัญของการเกษตรยุคใหม่คือ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” เมื่อเราสร้างสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มได้สำเร็จ ทั้งตัวเกษตรกรเองและอุตสาหกรรมข้าวไทยในภาพรวมก็จะก้าวไปสู่ความยั่งยืนได้จริง ไม่ต้องไปแข่งกันที่ราคาถูกๆ เพียงอย่างเดียว แต่เรากำลังแข่งกันที่ความเป็นเลิศของข้าวไทยที่ไม่มีใครเหมือน

ที่มา – พาณิชย์ดัน “ข้าวประณีตไทย” คัด 200 กลุ่ม นำร่องยกระดับข้าวสู่ตลาดมูลค่าสูง

เริ่มแล้ว! มหกรรมธงฟ้า นราธิวาส สินค้าถูก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนราธิวาสและคนใกล้เคียง! วันนี้มีข่าวดีมาบอกเลยนะครับ เริ่มแล้ว “มหกรรมธงฟ้า นราธิวาส” งานใหญ่จากกระทรวงพาณิชย์ ที่ขนสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดมาเพียบ ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้พวกเราได้แบบจุใจเลย โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ ใครกำลังบ่นว่าราคาของแพง ห้ามพลาดเด็ดขาด!

มหกรรมธงฟ้า นราธิวาส

งานนี้จัดโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้นโยบาย “ไทยช่วยไทย” เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชนและผู้ประกอบการ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ที่ลานคนเดินสนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส งานจะจัดถึง 8 พฤษภาคม 2566 เท่านั้นนะครับ รีบไปกันเลย!

ในมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส มีสินค้าอุปโภคบริโภคครบ 10 หมวดหมู่ กว่า 1,000 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 60% จากผู้ผลิตชั้นนำ กลุ่มเกษตรกร SMEs วิสาหกิจชุมชน และห้างร้านต่างๆ มาจำหน่ายโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ราคาถูกจริงๆ ช่วยทั้งผู้บริโภคที่ได้ของถูก และเกษตรกรที่ขายสินค้าได้ราคาดี ไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าล้นตลาดหรือขาดแคลน

ภาพงานมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส สินค้าราคาถูกเพียบ

สินค้าไฮไลท์ในมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส

นอกจากสินค้าจำเป็นประจำวันอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำยาซักผ้า เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน สินค้าชุมชน แล้ว ยังมีสินค้าเด็ดที่ทุกคนรอคอย ลดพิเศษทุกวัน ดังนี้

  • ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 80 บาท (ปกติแพงกว่านี้เยอะ!)
  • น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัมละ 20 บาท
  • น้ำมันปาล์ม 1 ขวดละ 42 บาท
  • ข้าวขาว 5 กิโลกรัม ถุงละ 80 บาท
  • ฟักทองจากเกษตรกร 1 กิโลกรัมละ 18 บาท
  • ผักผลไม้สดๆ จากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ราคาพิเศษ
สินค้าไฮไลท์ มหกรรมธงฟ้า นราธิวาส ไข่ น้ำมัน ข้าว
ประชาชนแห่ช้อปมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส

เห็นมั้ยครับว่าคุ้มแค่ไหน สินค้าคุณภาพมาตรฐาน OCI (โครงการของพาณิชย์) รับประกันความสดใหม่ ปลอดภัย ช่วยลดค่าครองชีพจากราคาน้ำมันแพงที่กระทบทุกอย่าง นอกจากนี้ยังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้เกษตรกรและ SMEs ในนราธิวาสและภาคใต้

กรมการค้าภายในบอกว่าจะจัดมหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคแบบนี้ทั่วประเทศอีก 8 ครั้ง ตามนโยบายรัฐบาล ช่วยทั้งประชาชนมีทางเลือกซื้อของถูก ผู้ประกอบการมีช่องทางขายของใหม่ๆ ถือเป็น win-win สุดๆ

นายจิรวุฒิ เปิดงานมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส

ส่วนตัวผมคิดว่างานแบบนี้ดีมากเลยนะครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลอย่างนราธิวาส ที่บางทีสินค้าราคาแพงกว่าที่อื่น การมีงานลดราคาแบบนี้ช่วยให้ครอบครัวประหยัดได้เยอะ แถมยังสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนด้วย

รีบไปช้อปมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส กันเลยครับ! วันที่ 6-8 พ.ค. 2566 นี้เท่านั้น ไปคนเยอะๆ นะ จะได้ลดภาระค่าครองชีพ ลดเงินเฟ้อในกระเป๋าตัวเอง ฝากติดตามข่าวสารดีๆ แบบนี้ต่อไปด้วยละกัน

ที่มา – เริ่มแล้ว “มหกรรมธงฟ้า” นราธิวาส พาณิชย์ ขนสินค้าถูกช่วยลดภาระประชาชน

พาณิชย์จัด Back To School 2026 ลดสูงสุด 86% ตรึงชุดนักเรียน

ใกล้เปิดเทอมแล้ว ผู้ปกครองหลายคนคงกำลังมองหาสินค้าราคาถูกสำหรับลูกๆ วันนี้มีข่าวดี! Back To School 2026 แคมเปญจากกระทรวงพาณิชย์ที่มาช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ลดราคาสูงสุด 86% และตรึงราคาชุดนักเรียนไว้เท่าเดิม คาดช่วยประชาชนประหยัดกว่า 300 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ 30 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 ไปดูรายละเอียดกันเลย

พาณิชย์จัดแคมเปญ Back To School 2026 ลดสูงสุด 86% รับเปิดเทอม

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ช่วงเปิดภาคเรียน ผู้ปกครองต้องเผชิญค่าครองชีพที่พุ่งสูง ทั้งชุดนักเรียน รองเท้า อุปกรณ์การเรียน อาหาร และอื่นๆ ที่กระทบจากราคาพลังงาน ค่าขนส่ง เพื่อช่วยเหลือ กรมการค้าภายในจึงจัด Back To School 2026 ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อแบ่งเบาภาระให้ผู้ปกครองทั่วประเทศ

ปีนี้มีผู้ประกอบการร่วม 49 ราย ได้แก่ ผู้ผลิต 20 ราย ผู้จำหน่าย 17 ราย ผู้ให้บริการ 10 ราย และแพลตฟอร์มออนไลน์ 2 ราย ครอบคลุมสินค้ากว่า 1,000 รายการ ลดราคาตลอด 32 วัน สูงสุด 86% ช่วยลดค่าครองชีพได้กว่า 300 ล้านบาท แคมเปญนี้ไม่เพียงลดราคา แต่ยังตรึงราคาชุดนักเรียนไม่ให้แพงขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบสูง

สินค้าและบริการเด่นใน Back To School 2026

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ บุกโรงเรียนกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ขาดแคลน นำสินค้าอุปโภค ชุดนักเรียน อุปกรณ์เรียน ไปขายราคาถูกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ช่วยให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ปกครองและนักเรียนได้จริง

  • ชุดนักเรียนและรองเท้า: จากแบรนด์ศึกษาภัณฑ์ สมใจนึก วัชรากร สมอ น้อมจิตต์ และ ADDA ตรึงราคาเท่าเดิม ลดเพิ่ม!
  • อุปกรณ์การเรียนและเครื่องเขียน: The Mall, B2S, OfficeMate, SE-ED ลดกระหน่ำ
  • นมและโภชนาการ: F&N, เนสท์เล่, ไฮคิว, หนองโพ, แลคตาซอย, ไทย-เดนมาร์ก, ไวตามิลค์, mMILK, ดัชมิลล์, โฟร์โมสต์
  • ไอทีและสำนักงาน: ดูโฮม, เพาเวอร์บาย, โกลบอลเฮ้าส์

ส่วนบริการก็ไม่แพ้กัน เช่น แว่นตาจากท็อปเจริญ แว่นบิวติฟูล ลดสูง แพ็กเกจเน็ต True ลด 68% AIS มอบ Alisa AI Premium ฟรี 3 เดือน ไปรษณีย์ไทยส่งของเริ่ม 30 บาท/กก. สถาบันเรียนรู้อย่าง OpenDurian ลด 75%, We by The Brain 50%, Yamaha Music School 20% และทดลองเรียนฟรีหลายคอร์ส

  • แพลตฟอร์มออนไลน์: Lazada Flash Sale ลด 70%, Shopee โค้ดส่วนลดพิเศษ

ผู้ผลิตยืนยันตรึงราคาชุดนักเรียนใน Back To School 2026

นายอานนท์ จิตรมีศิลป์ จากน้อมจิตต์ ยืนยันว่าผู้ผลิตชุดนักเรียนส่วนใหญ่ตรึงราคาเท่าเดิม แม้ต้นทุนขึ้น เพื่อช่วยผู้ปกครอง สามารถซื้อได้ที่ห้าง ร้านธงฟ้า แพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วประเทศ

ไฮไลต์คือ “คู่มือช็อปคุ้ม ฉบับเปิดเทอมอุ่นใจ (Back To School 2026)” E-Catalog ออนไลน์จากกรมการค้าภายใน รวบรวมสินค้า โปรทุกอย่าง จัดหมวดชัดเจน ช่วยเปรียบเทียบราคา วางแผนช้อปได้ง่าย เชื่อมร้านธงฟ้า โรงเรียน ชุมชน เน้นผู้มีรายได้น้อย กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

แคมเปญ Back To School 2026 ไม่ใช่แค่ลดราคา แต่เป็นการช่วยเหลืออย่างยั่งยืน ลดค่าครองชีพ สร้างความอุ่นใจให้ครอบครัวไทยในช่วงเปิดเทอม ผู้ปกครองควรเช็กคู่มือและรีบช้อปก่อนโปรหมด รับรองคุ้มสุดๆ ประหยัดเงินได้เยอะ ไปช้อปกันเลยวันนี้!

โครงการนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนจริง ลดภาระได้ทันทีและทั่วถึง

ที่มา – พาณิชย์จัด Back To School 2026 ลดราคารับเปิดเทอมสูงสุด 86% ตรึงราคาชุดนักเรียน

อั้นไม่ไหว พาณิชย์ เคาะขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 2 บาทต่อขวด

อั้นไม่ไหว พาณิชย์ เคาะขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 2 บาทต่อขวด ตามต้นทุนที่แท้จริง

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่ใกล้ตัวสุดๆ อย่าง อั้นไม่ไหว พาณิชย์ เคาะขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 2 บาทต่อขวด ตามต้นทุนที่แท้จริง นี่เอง กรมการค้าภายในเพิ่งไฟเขียวให้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขวด 1 รายขึ้นราคาได้ขวดละ 1-2 บาท ทำให้ราคาขยับไปอยู่ที่ 47-49 บาทต่อขวด หลังจากที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนผู้ผลิตอีก 3 รายกำลังเจรจาอยู่ เพราะขอขึ้นเกิน 50 บาท แต่กรมกำลังพิจารณาให้ปรับทีละน้อย เพื่อไม่ให้กระทบประชาชนมากเกินไป

สาเหตุหลักจากผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ลดฮวบ

ที่มาของเรื่องนี้มาจากการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม ครั้งที่ 3/2569 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรรายงานว่าผลผลิตปาล์มน้ำมันในช่วงมีนาคม-พฤษภาคมลดลงจากคาดการณ์เดิม เนื่องจากภัยแล้งรุนแรง จากเดิมคาด 2-2.7 ล้านตัน เหลือแค่ 1.88-2.5 ล้านตัน ต้นทุนเลยแพงขึ้น แต่ราคาซีพีโอ (น้ำมันปาล์มดิบ) จากมาเลเซียดิ่งลงจากกก.ละ 39.50 บาท เหลือ 36 บาท ดึงราคาผลปาล์มสดในไทยตามลงไป ล่าสุดวันที่ 20 เม.ย. อยู่ที่กก.ละ 6.60-7.20 บาท (เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18%)

ถึงอย่างนั้น กรมคาดว่าราคาอาจขยับขึ้นได้ หากเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มในภาคพลังงาน เช่น บี7 บี20 ที่ใช้ไปแล้ว 120,000-140,000 ตัน จากปกติ 70,000 ตัน สต๊อกซีพีโอเพื่อบริโภคมี 290,000 ตัน ส่งออกเดือนเม.ย. อนุญาต 102,000 ตัน จากกรอบ 200,000 ตัน เพื่อรักษาสมดุลในประเทศ

เกษตรกรเดือดร้อน โรงสกัดลดราคาซื้อทุกวัน

ด้านเกษตรกรร้องเรียนหนัก นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย บอกว่าโรงสกัดลดราคาซื้อผลปาล์มทุกวันๆ ละ 20-40 สตางค์ต่อกก. ทำให้เกษตรกรภาคกลางขายได้กก.ละ 6 บาทเศษ ขาดทุนเพราะต้นทุนกก.ละ 7 บาท ภาคใต้ยังดีกว่านิดหน่อย 7 บาทเศษ อยากให้กรมการค้าภายในตรวจสอบ สร้างความเป็นธรรม

  • ราคาขายปลีกปัจจุบัน: ห้างใหญ่ 47-49 บาท, ร้านสะดวกซื้อ 49-50 บาท, ตลาดสด-โชห่วย เกิน 50 บาท
  • สินค้าที่เกี่ยวข้อง: สบู่ แชมพู ก็ขอขึ้นราคา อยู่ระหว่างพิจารณา
  • มาตรการรัฐ: กกร. กำกับส่งออกต้องขออนุญาต เพื่อใช้ในประเทศ

สรุปแล้ว อั้นไม่ไหว พาณิชย์ เคาะขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 2 บาทต่อขวด ตามต้นทุนที่แท้จริง ถือเป็นการปรับสมดุลที่จำเป็น เพราะผลผลิตลดแต่ต้นทุนสูง ถึงจะกระทบเงินในกระเป๋าเรานิดหน่อย แต่ก็ช่วยให้อุตสาหกรรมยั่งยืน ผมคิดว่าประชาชนควรเช็คราคาในท้องตลาดดีๆ อาจหันไปใช้น้ำมันพืชอื่นบ้าง หรือรอมาตรการช่วยเหลือจากรัฐ

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย และอย่าลืมติดตามข่าวเศรษฐกิจ-นโยบายรัฐเพิ่มเติม เพื่ออัพเดทราคาสินค้าที่กระทบชีวิตประจำวัน!

ที่มา – อั้นไม่ไหว พาณิชย์ เคาะขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 2 บาทต่อขวด ตามต้นทุนที่แท้จริง

พาณิชย์คุมเข้ม 5 บรรจุภัณฑ์พลาสติก สั่งเอกชนรายงานสต๊อก ป้องกันโก่งราคา

พาณิชย์คุมเข้ม 5 บรรจุภัณฑ์พลาสติก สั่งเอกชนรายงานสต๊อก ป้องกันโก่งราคา เป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคชาวไทยในยุคที่ราคาสินค้าทุกอย่างกำลังผันผวน โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นถุงหิ้ว ถุงขยะ หรือกล่องอาหาร กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาตรการเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา ทำให้เรามั่นใจได้ว่าสินค้าจำเป็นเหล่านี้จะมีราคาเสถียรและเพียงพอกับความต้องการ

พาณิชย์คุมเข้ม 5 บรรจุภัณฑ์พลาสติก สั่งเอกชนรายงานสต๊อก ป้องกันโก่งราคา

หลังจากประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันวางแนวทางบริหารจัดการเม็ดพลาสติกให้เพียงพอและราคาเหมาะสม เพื่อปกป้องประชาชนและภาคธุรกิจที่พึ่งพาบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ในชีวิตประจำวัน

มาตรการนี้แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ การกำหนดกลุ่มสินค้าเป้าหมาย การลดใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น และการส่งเสริมการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืนผ่านการรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อดูแลมิติเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน

5 กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ถูกคุมเข้ม

ในระยะแรก กรมการค้าภายในล็อกเป้า 5 กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ครอบคลุมกว่า 40% ของการใช้งานทั่วไป ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็น ดังนี้

  • กล่องพลาสติก
  • ถุงแกงและถุงร้อน–เย็น
  • ถุงหูหิ้วและถุงพลาสติกทั่วไป
  • ถุงขยะ
  • ถุงบรรจุสินค้าเกษตร เช่น ถุงปุ๋ยและถุงกระสอบ

กลุ่มเหล่านี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในครัวเรือน ร้านอาหาร และฟาร์มเกษตร หากราคาพุ่งหรือขาดแคลน จะกระทบค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง

สั่งเอกชนรายงานสต๊อกและราคาทุกสัปดาห์

เพื่อป้องกันการบิดเบือนตลาดหรือกักตุน ซึ่งอาจผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กรมฯ เชิญผู้ผลิตเม็ดพลาสติกและผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์หารือ โดยสรุปให้รายงานข้อมูลดังนี้

  • ข้อมูลเม็ดพลาสติกในกลุ่มเป้าหมาย: ทุกวันพุธ
  • ข้อมูลการนำเม็ดพลาสติกไปผลิตบรรจุภัณฑ์: ทุก 15 วัน

ครอบคลุมผู้ประกอบการ 70% ของแต่ละกลุ่ม เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภาคเอกชนยืนยันว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอถึงกรกฎาคม 2569 แต่ราคายังต้องติดตามเพราะผันผวนจากสถานการณ์โลกและค่าขนส่ง

หลังจากนี้ ข้อมูลจะเสนอคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติม ช่วยให้ราคาไม่พุ่งกระทบประชาชน

มาตรการ พาณิชย์คุมเข้ม 5 บรรจุภัณฑ์พลาสติก สั่งเอกชนรายงานสต๊อก ป้องกันโก่งราคา นี้ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่วัตถุดิบนำเข้าจำเป็นต้องพึ่งพาต่างประเทศ นอกจากป้องกันการโก่งราคาแล้ว ยังส่งเสริมการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน ลดขยะ และปกป้องสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ในมุมมองของผู้เขียน มาตรการนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภค หากทุกฝ่ายร่วมมือกันรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใส เราจะหลีกเลี่ยงวิกฤตราคาสูงได้แน่นอน สิ่งสำคัญคือประชาชนควรช่วยกันลดใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น เช่น นำถุงผ้ามาใช้แทนถุงหูหิ้ว เพื่อลดภาระระบบ

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – พาณิชย์คุมเข้ม 5 บรรจุภัณฑ์พลาสติก สั่งเอกชนรายงานสต๊อก ป้องกันโก่งราคา

พาณิชย์ขยายธงฟ้า-ธงเขียวพลัส ลดค่าครองชีพ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานและต้นทุนสินค้าพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและเกษตรกรทั่วประเทศ ล่าสุด พาณิชย์ ขยาย “ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส” ลดค่าครองชีพ จัดหาปุ๋ยช่วยเกษตรกร ภายใต้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่นำโดยนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน โดยมุ่งเน้นแนวคิด “2 พ.” คือ ปริมาณเพียงพอ และราคาไม่แพงเกินสมควร เพื่อให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรอยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤตนี้

พาณิชย์ ขยาย “ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส” ลดค่าครองชีพ จัดหาปุ๋ยช่วยเกษตรกร

โครงการธงฟ้าคือดาวเด่นในการช่วยลดค่าครองชีพ โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 200 รายการ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทราย ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 30-60% ช่วยครัวเรือนประหยัดได้เฉลี่ย 500 บาทต่อเดือน กรมการค้าภายในวางแผนขยายงานธงฟ้าเป็น 518 ครั้ง จากเดิม 62 ครั้ง ในช่วงเมษายน-สิงหาคม 2567

  • งานขนาดใหญ่ 200 บูธ: 12 ครั้ง
  • งานขนาด 50 บูธ: 76 ครั้ง
  • มินิธงฟ้าจังหวัดละ 5 ครั้ง: 380 ครั้ง
  • กรุงเทพฯ 50 เขต: 50 ครั้ง

นอกจากนี้ ยังกระจายสินค้าผ่านรถเร่ รถพุ่มพวง และรถโมบายธงฟ้ากว่า 5,000 คัน ถึงชุมชนห่างไกล โครงการ “ธงฟ้าลดเปิดเทอม” ในโรงเรียนห่างไกล 1,000 แห่ง นำสินค้าชุดนักเรียนและอุปโภคไปขายราคาถูก เชื่อมโยงสินค้าเกษตรสู่ตลาดสด ตลาดนัด ปั๊มน้ำมัน ไปรษณีย์ 1,000 แห่ง และร้านค้าปลีก โชห่วย 150 ร้าน

ธงเขียวพลัส: ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนปัจจัยการผลิต

โครงการธงเขียวพลัสเน้นลดต้นทุนสินค้าเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่ราคาพุ่งจากวิกฤต กรมฯ ร่วมเอกชนอย่างสมาคมปุ๋ย จัดหาปุ๋ยเพิ่ม ปัจจุบันสต็อกปุ๋ย 900,000 ตัน (ยูเรีย 343,000 ตัน) แผนนำเข้าเพิ่ม 234,650 ตัน ส่งเสริมปุ๋ยสูตรผสม เช่น 40-0-0, 21-0-0, 18-8-8 เพื่อลดพึ่งพายูเรียที่ราคาขึ้นจาก 500 เป็น 800 ดอลลาร์ต่อตัน

เพิ่มส่วนลดธงเขียวพลัสจาก 200 เป็น 300 บาทต่อราย ตรวจร้านปุ๋ย 1,079 แห่ง พบผิด 48 ราย ดำเนินคดีข้อหาไม่ปิดป้ายราคาและ賣เกินราคา

ด้านกำกับราคา เพิ่มสินค้าต้องขออนุญาตปรับราคาจาก 8 เป็น 15 รายการ โดยพิจารณาต้นทุนจริงจากน้ำมันดีเซลแพง แนวโน้มปรับขึ้น 0.7-44.4% ตามหมวด แต่ยังไม่批准 ยังขอให้ปรับอย่างเหมาะสม

ดูแลปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ไม่ทิ้งเกษตรกร

สำหรับปาล์มน้ำมัน ราคาผลสดเฉลี่ย 8 บาท/กก. สูงสุดรอบหลายปี แต่ต้นทุนขึ้น กรมฯ ดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด (สต็อกเดิม 42-50 บาท/ขวด) สูงเกินไป กำหนดลานเท-โรงสกัดปิดป้ายราคา ห้ามกดราคา รายงานสต็อก เคลื่อนย้าย และส่งออกเข้มงวด

บริหารปาล์มสมดุล เพิ่มใช้ B7 B20 ในพลังงาน 140,000 ตัน/เดือน ส่งออก 43,600 ตัน/เดือน นอกจากนี้ เพิ่มเม็ดพลาสติก (PE, PP, PET) เป็นสินค้าควบคุม ตั้งคณะทำงานติดตาม

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนและเกษตรกรจริง พาณิชย์ ขยาย “ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส” ลดค่าครองชีพ จัดหาปุ๋ยช่วยเกษตรกร จะช่วยบรรเทาภาระได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือ ติดตามข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐเพิ่มเติมเพื่อวางแผนชีวิตให้มั่นคง

คุณล่ะ สนใจเข้าร่วมงานธงฟ้าครั้งไหน? แสดงความเห็นด้านล่าง หรือแชร์ประสบการณ์การประหยัดค่าครองชีพจากโครงการนี้ได้เลย!

ที่มา – “พาณิชย์” ขยาย “ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส” ลดค่าครองชีพ จัดหาปุ๋ยช่วยเกษตรกร

“ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง

“ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง เป็นประเด็นร้อนที่นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเรียกร้องอย่างหนักแน่น หลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้นลิตรละ 6 บาท ส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นอย่างถุงพลาสติก น้ำมันพืช ถั่วลิสง และน้ำตาล ที่พุ่งสูงขึ้นทันที สถานการณ์นี้ทำให้ค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรชาวนา เพิ่มขึ้นอย่างหนัก

“ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ ได้แสดงความกังวลต่อวิกฤตนี้อย่างมาก โดยชี้ว่าประชาชนกำลังเผชิญภาระหนักจากราคาสินค้าที่พุ่งปรี๊ดหลังน้ำมันแพง สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายคือข้อมูลสต็อกปุ๋ยยูเรียที่รัฐบาลให้มาไม่ตรงกัน ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่ามีปุ๋ยเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม แต่ล่าสุดกลับบอกว่าเหลือถึงแค่เดือนเมษายนเท่านั้น ข้อมูลขัดแย้งเช่นนี้สร้างความสับสนและหวั่นเกรงว่าจะซ้ำเติมชาวนาที่กำลังต้องการปุ๋ยสูตร 40-0-0 ในช่วงข้าวเจริญเติบโต

จี้ถามความชัดเจนเรื่องปุ๋ยยูเรีย

นายชัยชนะ ย้ำว่าต้องการความจริงจากรัฐบาล ว่าสต็อกปุ๋ยยูเรียเหลือเท่าไรจริงๆ และขอให้กรมการค้าภายในเปิดเผยต้นทุนการผลิตปุ๋ยของบริษัทต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทราบว่าราคาจะพุ่งสูงกว่านี้อีกหรือไม่ ปุ๋ยยูเรียเป็นหัวใจสำคัญของการเกษตรไทย หากขาดแคลนจะกระทบผลผลิตข้าวโดยตรง ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

ผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรและประชาชน

วิกฤตสินค้าราคาพุ่งไม่ใช่แค่เรื่องปุ๋ยเท่านั้น แต่ครอบคลุมสินค้าจำเป็นทั้งหมด เกษตรกรชาวนาต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่รายได้ไม่แน่นอน ประชาชนทั่วไปก็เจอค่าครองชีพพุ่ง โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด-19 สถานการณ์นี้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมใหญ่หลวง

เสนอ 3 มาตรการเหล็กสกัดสินค้าแพงเกินจริง

เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม นายชัยชนะ เสนอ 3 มาตรการหลัก ดังนี้

  1. คุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค: รัฐต้องกำกับดูแลไม่ให้ปรับราคาสูงเกินจริง โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบตรงจากน้ำมัน เช่น ถุงพลาสติก รัฐควรเข้าไปพยุงราคาเพื่อบรรเทาภาระประชาชน
  2. กำหนดลดราคาตามน้ำมัน: หากราคาน้ำมันลดลงในอนาคต สินค้าที่ขึ้นไปแล้วต้องลดลงตามสัดส่วนทันที ป้องกันผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค
  3. แผนยุทธศาสตร์ระยะยาว: รัฐบาลต้องมีแผนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจชัดเจน ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ แต่ต้องมองการณ์ไกลเพื่อความยั่งยืน

มาตรการเหล่านี้จะช่วยสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายชัยชนะ ยังย้ำว่ารัฐบาลต้องตอบความจริงกับประชาชน และเร่งช่วยเหลือเกษตรกรให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้

มุมมองต่อ “ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง

จากประเด็นที่นายชัยชนะยกขึ้น สะท้อนปัญหาเชิงระบบของการจัดการสินค้าจำเป็นในไทย การขาดความโปร่งใสในข้อมูลสต็อกปุ๋ยยูเรียเป็นตัวอย่างชัดเจนที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น หากรัฐบาลนำ 3 มาตรการนี้ไปปฏิบัติจริง จะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้มาก ผู้บริโภคควรติดตามการตอบสนองจากกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด

ในฐานะนักข่าวหรือนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงต้องปรับปรุงเพื่อตอบโจทย์ประชาชนโดยตรง การเรียกร้องของ “ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง จึงเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญ คุณคิดอย่างไรกับมาตรการเหล่านี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายสู่สาธารณะ

สุดท้ายแล้ว รัฐบาลต้องลงมือจริง ไม่ใช่แค่พูด เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นในยุคเศรษฐกิจผันผวน

ที่มา – “ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง

พาณิชย์ จ่อเพิ่มสินค้าควบคุม 12 รายการ บะหมี่ไม่ขึ้น

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับคนที่กำลังกังวลเรื่องค่าครองชีพกันนะครับ เพราะ พาณิชย์ จ่อเพิ่มสินค้าควบคุม 12 รายการ เพื่อป้องกันราคาพุ่งจากสถานการณ์โลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กรมการค้าภายในกำลังเตรียมเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาในวันที่ 25 มี.ค. นี้เลยครับ

พาณิชย์ จ่อเพิ่มสินค้าควบคุม อีก 12 รายการ

รายการสินค้าที่จะเข้าควบคุมใหม่มีทั้งหมด 12 รายการ เช่น เม็ดพลาสติกที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ น้ำดื่ม และสินค้าจำเป็นอื่นๆ จากเดิมที่มี 59 รายการ จะเพิ่มเป็น 71 รายการทันที หากผ่าน กกร. จะส่งให้ ครม. อนุมัติในวันที่ 31 มี.ค. เพื่อรับมือภาวะวิกฤติและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนครับ นอกจากนี้ ยังจะเข้มมาตรการสินค้าควบคุมเดิมอีก 13 รายการ เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก ผ้าอนามัย สบู่ โดยต้องขออนุญาตกรมก่อนขึ้นราคาทุกครั้ง ไม่ใช่แค่แจ้งอย่างเดียวแบบเก่า

  • เม็ดพลาสติก
  • น้ำดื่ม
  • กระดาษชำระและกระดาษเช็ดหน้า
  • แชมพู
  • ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก
  • ผลิตภัณฑ์ล้างจาน
  • ผ้าอนามัย
  • สบู่

ปัจจุบัน สินค้าอุปโภคบริโภคยังไม่ขึ้นราคา สต็อกเพียงพอถึงเม.ย.-พ.ค. แต่ถ้าต้นทุนพุ่งจริง ก็ต้องปรับราคาให้สอดคล้องครับ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกที่หลายคนกังวลสต็อกหมด แต่ยืนยันว่ามีใช้ได้นานกว่านั้น การควบคุมจะช่วยติดตามตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

บะหมี่กึ่งฯ ยังไม่ขึ้นราคา

เรื่องที่หลายคนรอฟังคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตอนนี้ยังไม่มีผู้ผลิตแจ้งขึ้นราคา เพียงแต่กังวลเรื่องบรรจุภัณฑ์ กรมกำลังช่วยแก้ไข ปุ๋ยเคมีก็มีสต็อกถึงพ.ค. นำเข้าจากมาเลเซีย บรูไน แทนของจากตะวันออกกลาง น้ำมันปาล์มสต็อกเก่ายังราคา 42-50 บาท/ขวด ของใหม่ค่อยดูต่อไปครับ

มาตรการช่วยลดค่าครองชีพ ส่งธงฟ้า 4 เดือนรวด

เพื่อช่วยประชาชน พาณิชย์จะเร่งจัดมหกรรมธงฟ้าสินค้าราคาประหยัด จากเดิม 60 ครั้ง/ปี รวบเป็น 4 เดือน เริ่ม 23 มี.ค. – ส.ค. ของบเพิ่มให้ครบทุกจังหวัด รวมโครงการธงเขียวพลัส ปุ๋ยราคาถูก ขยายจาก 10 เป็น 50 จังหวัด ครอบคลุมข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ปาล์ม ผลไม้

ช่วง 4-21 มี.ค. รับร้องเรียน 4,178 ครั้ง ตรวจหัวจ่ายน้ำมัน สายด่วน 1569 และพาณิชย์จังหวัด พบผิดแค่ไม่กี่ราย แสดงว่าระบบยังดีครับ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดสินค้าเอาส์แบรนด์ราคาถูก

อีกข่าวดี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าชวนห้าง ผู้ผลิต สภาหอการค้า ทำโครงการไทยช่วยไทย นำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์และแบรนด์ทางเลือก เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอส บะหมี่กึ่ง อาหารกระป๋อง มาขายราคาถูก โดยลดค่าการตลาด ขายผ่านห้างและร้านรายย่อยเครือข่ายพาณิชย์ เริ่มเม.ย. 2 เดือน ผู้ผลิตต้องส่งรายการภายในสัปดาห์นี้ครับ

โดยรวมแล้ว พาณิชย์ จ่อเพิ่มสินค้าควบคุม 12 รายการ ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่ดี ช่วยสกัดราคาไม่ให้พุ่ง แต่ประชาชนก็ควรติดตามสต็อกและใช้สินค้าอย่างประหยัดนะครับ ในมุมผม นโยบายนี้จะช่วยให้ค่าครองชีพนิ่งได้อีกพักใหญ่ โดยเฉพาะธงฟ้าที่เร่งจัดแบบนี้ สุดยอดเลย! คุณล่ะคิดยังไงกับมาตรการนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ ติดตามข่าวเศรษฐกิจอัปเดตต่อเนื่องที่นี่นะ

ที่มา – พาณิชย์ จ่อเพิ่มสินค้าควบคุม อีก 12 รายการ บะหมี่กึ่งฯ ยังไม่ขึ้นราคา พร้อมส่ง ธงฟ้า 4 เดือนรวด

ชาวบ้านโอด! ค่าครองชีพพุ่ง หมู-ไก่-ไข่ พาเหรดขึ้นราคา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องที่หลายบ้านกำลังปวดหัวสุดๆ นั่นคือค่าครองชีพพุ่ง หมู-ไก่-ไข่พาเหรดขึ้นราคากันถี่ยิบ ชาวบ้านโอดครวญกันยกใหญ่เลยนะครับ ล่าสุดเนื้อหมูแดงทะลุ 165 บาทต่อกิโลกรัม ไก่สดขยับขึ้น 10 บาท ไข่ไก่ปลีกแตะ 4 บาทต่อฟอง สวนทางกับกระทรวงพาณิชย์ที่ยังยืนยันตรึงราคาไว้ งงกันใช่มั้ยล่ะ มาดูกันว่าสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง

ค่าครองชีพพุ่ง หมู-ไก่-ไข่ สาเหตุหลักจากอะไร

เรียกได้ว่าประชาชนอ่วมหนักจริงๆ ครับกับค่าครองชีพที่พุ่งสูง โดยเฉพาะอาหารสดอย่างหมู ไก่ ไข่ ที่ปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สงครามทำให้น้ำมันแพง ต้นทุนพลังงานและ運輸พุ่ง ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกสะดุด ยิ่งไปกว่านั้น ราคาอาหารสัตว์อย่างข้าวโพด ถั่วเหลือง ก็แพงตาม ทำให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ต้นทุนสูง ต้องผลักภาระมาที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ นี่แหละครับ เศรษฐกิจชะลอตัวอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอแบบนี้เข้าไป ครัวเรือนรายได้น้อยยิ่งลำบาก

อัปเดตราค่าครองชีพพุ่ง หมู-ไก่-ไข่ล่าสุดเดือนมีนาคม 2567

มาดูตัวเลขจริงกันเลยครับ จากข้อมูลกรมการค้าภายในและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่าราคาขึ้นชัดเจน ดังนี้

  • ไก่สด: เนื้อไก่ชำแหละและน่องไก่ จาก 80-85 บาท/กก. ขึ้นเป็น 90-95 บาท/กก. ส่วนสะโพกไก่จาก 85-100 บาท ขึ้นเป็น 95-100 บาท/กก. ขึ้นเฉลี่ย 10 บาทเลยทีเดียว
  • เนื้อหมูแดง: พุ่งแรงมาก จาก 145-150 บาท/กก. ต้นเดือนมี.ค. ล่าสุด 150-165 บาท/กก. ขึ้น 5-15 บาท ราคาหมูหน้าฟาร์มที่นครปฐมก็จาก 56 เป็น 62 บาท/กก. แล้ว
  • ไข่ไก่เบอร์ 3: จาก 3.5-3.6 บาท/ฟอง ขึ้นเป็น 3.7-3.8 บาท/ฟอง หรือขึ้น 20 สตางค์ แผง 30 ฟองขึ้น 6 บาท แต่ร้านปลีกบางแห่งทะลุ 4 บาท/ฟองไปแล้ว ซื้อกินประจำยิ่งเจ็บตัว

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่าต้นทุนจากฟาร์มส่งผลถึงปลายทางจริงๆ ครับ แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือ แต่ราคายังวิ่งไม่หยุด

สวนทางนโยบายกระทรวงพาณิชย์ตรึงราคา

ที่น่าโมโหคือ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่ายังไม่มีการอนุมัติขึ้นราคา ขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาต่อ แต่ตัวเลขจริงจากหน่วยงานรัฐชี้ว่าสินค้าขึ้นแล้วนะครับ สร้างภาระให้ประชาชนมาก โดยเฉพาะในภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไม่แน่นอน รัฐบาลควรมีมาตรการจริงจังกว่านี้ เช่น ช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ สนับสนุนเกษตรกร หรือนำเข้าสินค้าราคาถูกแบบโปร่งใส

ทิปส์รับมือค่าครองชีพพุ่ง หมู-ไก่-ไข่แพง

ระหว่างรอรัฐช่วย เรามีทิปส์ช่วยตัวเองกันก่อนนะครับ

  • ซื้อตลาดสดตอนเช้า ได้ของสดราคาดี
  • เลือกซื้อชิ้นส่วนถูกอย่างเนื้อไก่น่องแทนสัน
  • เก็บไข่ในตู้เย็น ใช้ได้นาน ลดความถี่ซื้อ
  • หาโปรโมชั่นห้างสรรพสินค้า หรือซื้อจำนวนมากแบ่งกับเพื่อนบ้าน
  • หันมากินผักผลไม้ตามฤดูกาล ลดเนื้อสัตว์บ้างเพื่อสุขภาพและเงินในกระเป๋า

สถานการณ์แบบนี้ทำให้เราต้องปรับตัวกันเยอะเลยครับ แต่เชื่อว่าถ้ารัฐและเอกชนร่วมมือกัน จะผ่านไปได้ ผมคิดว่านโยบายตรึงราคาควรเข้มงวดกว่านี้ และช่วยเหลือเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ

แล้วคุณล่ะครับ เจอค่าครองชีพพุ่ง หมู-ไก่-ไข่แบบนี้ยังไง? มีสูตรอาหารอร่อยราคาถูกแนะนำมั้ย แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ จะได้ช่วยกันฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน!

ที่มา – ชาวบ้านโอด! ค่าครองชีพพุ่ง หมู-ไก่-ไข่ พาเหรดขึ้นราคา สวนทางพาณิชย์ตรึงราคา

Scroll to top