กรมอุตุนิยมวิทยา

อุตุฯ เผย 8-9 ก.พ. มวลอากาศเย็นระลอกใหม่แผ่ปกคลุม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้วใช่ไหมครับ? กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งออกพยากรณ์ล่าสุด อุตุฯ เผย 8 – 9 ก.พ. มวลอากาศเย็นระลอกใหม่แผ่ปกคลุม อีสานอาจมีฝน ก่อนอุณหภูมิลด ระลอกใหม่กำลังมาแรง แผ่นดินไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคอีสาน เตรียมเจอฝนฟ้าคะนองก่อนเข้าสู่ลมหนาวจัด ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวหรือทำงานกลางแจ้ง ต้องเช็คดีๆ นะครับ

หลังจากช่วง 5-7 ก.พ. ที่อากาศร้อนขึ้นมาบ้าง ตอนนี้ลมหนาวรอบใหม่จากจีนกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาแล้ว กระทบภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และลามมาถึงภาคกลางตอนบน ประชาชนควรเตรียมเสื้อกันหนาว ดูแลสุขภาพให้ดี โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ

อุตุฯ เผย 8 – 9 ก.พ. มวลอากาศเย็นระลอกใหม่แผ่ปกคลุม อีสานอาจมีฝน ก่อนอุณหภูมิลด

ตามประกาศของกรมอุตุฯ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 อุตุฯ เผย 8 – 9 ก.พ. มวลอากาศเย็นระลอกใหม่แผ่ปกคลุม อีสานอาจมีฝน ก่อนอุณหภูมิลด จะเริ่มเห็นผลชัดเจน โดยมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีน จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองก่อน จากนั้นอุณหภูมิจะ plummeted ลงอย่างรวดเร็ว ลมแรงเพิ่มขึ้นด้วย

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า

ตอนนี้ ประเทศไทยตอนบนอยู่ใต้ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลาง ภาคเหนือและอีสานหนาวเย็น ภาคกลาง-ตะวันออกเย็นตอนเช้า ภาคใต้มียังฝนบางแห่ง คลื่นลมอ่าวไทยตอนล่างสูง 2 เมตร ชาวเรือระวังด้วยนะครับ ฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับปานกลางเพราะลมพัดระบายดี

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า

วันที่ 2-4 ก.พ.: ไทยตอนบนอุณหภูมิลด ลมแรง จากมวลอากาศเย็นแรงจากจีน อ่าวไทยคลื่น 2 เมตร มรสุมแรงขึ้น

วันที่ 5-7 ก.พ.: อุณหภูมิสูงขึ้น มีหมอกเช้า ความกดอากาศอ่อนลง คลื่นลมอ่อน คลื่น 1-2 เมตร

วันที่ 8-9 ก.พ.: มวลอากาศเย็นใหม่แผ่ลงอีสาน ฝนก่อนหนาว ลมแรงตามมา ภาคอื่นๆ เย็นลงทั่วแผ่นดิน

ข้อควรระวังจากกรมอุตุฯ

  • วันที่ 5-7 ก.พ.: ดูแลสุขภาพจากอากาศแปรปรวน ระวังหมอกขับขี่ภาคบนและใต้ตอนบน
  • ภาคเหนือ-กลาง: ป้องกันฝุ่นละอองสะสมเพราะลมอ่อน อากาศนิ่ง
  • เตรียมเสื้อผ้าหนาๆ เครื่องนอนอุ่น สำหรับลมหนาว 8-9 ก.พ.
  • เกษตรกร: ระวังผลผลิตจากฝนและหนาว เก็บเกี่ยวผลไม้ให้ทัน
  • นักเดินทาง: เช็คเส้นทางมีหมอกหรือลมแรง โดยเฉพาะภาคอีสาน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานแผ่นดินไหวขนาดเล็กที่เมียนมาและอินโดนีเซีย ไม่กระทบไทย แต่ควรติดตามข่าวสารต่อไป

ในมุมมองของผม ลมหนาวระลอกนี้มาเร็วกว่าที่คิด เพราะปีนี้คลิเมทเปลี่ยนแปลงชัดเจน เพื่อนๆ อย่าประมาทนะครับ โดยเฉพาะคนอีสานที่อาจเจอฝนก่อนหนาวซะด้วย ผมแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพกรมอุตุฯ ไว้เช็คแบบเรียลไทม์ จะได้ไม่พลาดอัพเดท

CTA: ติดตามบล็อกเราเพื่ออัพเดทพยากรณ์อากาศล่าสุดทุกวัน กดไลค์และแชร์ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ จะได้เตรียมตัวพร้อมกัน!

ที่มา – อุตุฯ เผย 8 – 9 ก.พ. มวลอากาศเย็นระลอกใหม่แผ่ปกคลุม อีสานอาจมีฝน ก่อนอุณหภูมิลด

อากาศหนาว! โปรหนาวชุดใหม่เชียงใหม่ ลุ้นทำสถิติ

เตรียมตัวรับมือกับ อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ที่จะมาเยือนประเทศไทยตอนบน! กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะลดลงอีก 3-5 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังลุ้นทำสถิติอุณหภูมิต่ำสุด และอาจเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งยาวนานที่สุดในรอบหลายปี

อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ลดให้อีก 3-5 องศา เชียงใหม่ลุ้นทำสถิติอุณหภูมิต่ำสุด

ในช่วงวันที่ 7-10 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนยังคงเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อุณหภูมิจะลดลงถึง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในขณะที่ภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเป็นบางแห่ง

สถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่นั้นน่าจับตามองเป็นพิเศษ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน จะทำให้อุณหภูมิลดลงอีก 3-5 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 7-11 มกราคมนี้ อุณหภูมิในยามเช้าของทุกพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 9-17 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ยอดดอยจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และอาจเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งในบางพื้นที่

ลมหนาวระลอกใหม่นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปสัมผัสกับประสบการณ์ความหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ฤดูหนาวปีนี้ อากาศหนาวจัดทำให้เกิดน้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบแล้วถึง 29 วัน และด้วยมวลอากาศเย็นระลอกใหม่ ทำให้มีโอกาสที่อุณหภูมิต่ำสุดจะลดลงไปแตะที่ 1 องศาเซลเซียส และอาจทำสถิติของการเกิดน้ำค้างแข็งมากที่สุดในรอบหลายปี

ผลกระทบจากอากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่

  • ด้านสุขภาพ: อากาศที่หนาวเย็นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น
  • ด้านการเกษตร: เกษตรกรควรเฝ้าระวังผลกระทบจากอากาศหนาวต่อพืชผลทางการเกษตร และเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหาย
  • ด้านการท่องเที่ยว: อากาศหนาวเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ควรเตรียมรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวในช่วงนี้ อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และเพื่อที่จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ได้อย่างเต็มที่

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เราควรเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เข้ามา เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวนี้ไปได้อย่างราบรื่นและมีความสุข

ที่มา – อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ลดให้อีก 3-5 องศา เชียงใหม่ลุ้นทำสถิติอุณหภูมิต่ำสุด

เช้านี้หนาว! 7-10 ม.ค. อุณหภูมิลดฮวบ

เช้านี้หนาวจริง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาแจ้งเตือนว่าช่วงวันที่ 7-10 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลงฮวบฮาบ 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็จะสัมผัสอากาศเย็นลง 2-5 องศาเซลเซียส ใครที่รออากาศหนาว เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม!

เช้านี้หนาว! เตรียมรับมืออุณหภูมิลด

วันที่ 7 มกราคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน จะมีอากาศเย็นถึงหนาว ใครที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษนะคะ

สำหรับภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมทั้งระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง

ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ห่างฝั่งทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง โดยมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น

ช่วงวันที่ 7-10 ม.ค. 69 เตรียมตัวรับมืออากาศหนาว

ในช่วงวันที่ 7 – 10 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 5 – 7 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 2 – 5 องศาเซลเซียส

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 11 – 13 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง

สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 7 – 9 มกราคม 2569 มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 มกราคม 2569 ภาคใต้จะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างของภาค เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนล่าง และภาคใต้ตอนล่างมีกำลังอ่อนลง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วยตลอดช่วง

ในช่วงวันที่ 11 – 12 มกราคม 2569 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

สถานการณ์แผ่นดินไหว(ช่วงวันที่ 6 – 7 ม.ค. 69): ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 3.2, 3.0, 2.6, 3.7 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด

ขณะที่แฟนเพจพยากรณ์อากาศประเทศไทย ระบุว่า พยากรณ์อุณหภูมิ กรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 7-15 ม.ค. เวลา 7.00 น. ดังนี้

  • วันที่ 7 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 20.7 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 8 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 19.6 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 9 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 18.2 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 10 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 18.5 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 11 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 19.2 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 12 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 20.8 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 13 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 23.2 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 14 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 24.1 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 15 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 25.8 องศาเซลเซียส

สรุปแล้ว เช้านี้หนาวจริง ๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพให้ดี เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดนะคะ เพื่อเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา – เช้านี้หนาว อุตุฯ เผย 7-10 ม.ค. 69 อุณหภูมิลดวูบ 2-7 องศาฯ เช็กเลยต่ำสุดวันไหน

อุตุฯ เตือน! ภาคใต้ฝนหนัก ไทยตอนบนอากาศเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 30 เรื่อง อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ โดยเน้นย้ำถึงสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในประเทศไทยตอนบน

อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

ประกาศ ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนเรื่อง อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ ฉบับที่ 30 มีผลกระทบต่อเนื่อง

สถานการณ์ในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล ที่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง สาเหตุหลักมาจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง

คลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร สำหรับทะเลอันดามัน บริเวณห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวังสำหรับประชาชนจากประกาศ อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

  • ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • ชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง
  • สำหรับประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นและลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ

ที่มา – อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

โมร็อกโกอ่วม! น้ำท่วมฉับพลันดับ 37 ศพ

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 37 ราย ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าฝนจะยังคงตกหนักต่อเนื่องในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เมืองซาฟี (Safi) ซึ่งเป็นเมืองท่าชายฝั่งของโมร็อกโก ประสบกับน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 37 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบคนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นอกจากนี้ บ้านเรือนประชาชนอีกกว่า 70 หลังในย่านเมืองเก่าได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

ภาพข่าวแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก พัดพารถยนต์และกองขยะจำนวนมากลอยไปตามท้องถนน ถนนหลายสายถูกปิดเนื่องจากความเสียหายและซากปรักหักพังที่กีดขวางการจราจร ชาวเมืองซาฟีต่างตกอยู่ในความโศกเศร้าและความสิ้นหวัง

ชาวเมืองซาฟีรายหนึ่งกล่าวว่า “นี่เป็นวันที่มืดมนที่สุดในชีวิตของฉัน” ในขณะที่อีกคนให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “ฉันสูญเสียทุกอย่างในน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกครั้งนี้ แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังต้องขอยืมเพื่อนบ้าน” สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียและความยากลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญ

ทางการโมร็อกโกกำลังเร่งดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องในวันอังคาร รวมถึงหิมะตกในบริเวณเทือกเขาแอตลาส ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศระบุว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สภาพอากาศในโมร็อกโกมีความผันผวนมากขึ้น ก่อนหน้านี้ โมร็อกโกต้องเผชิญกับภัยแล้งต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ปี ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลดลงอย่างมาก และมาวันนี้ก็ต้องเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกอีก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก

ผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกครั้งนี้ไม่ใช่แค่โศกนาฏกรรมที่คร่าชีวิตผู้คนและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของประเทศต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นจากสภาวะโลกร้อน เราจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเหตุการณ์นี้คือ การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนอพยพที่รัดกุม และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง สามารถช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติได้ นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่สำคัญที่สุดคือ การร่วมมือกันในระดับโลกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลงทุนในพลังงานสะอาดและการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับทุกคน

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก เป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนให้เราตระหนักถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้น

ที่มา – น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก ดับแล้ว 37 ศพ อุตุฯ เตือนฝนตกต่อเนื่อง

ประกาศฉบับ 3: ฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคใต้!

กรมอุตุนิยมวิทยาออก ประกาศฉบับ 3 เตือนประชาชนในจังหวัดภาคใต้ให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงคลื่นลมแรงในบริเวณอ่าวไทย โดยสถานการณ์นี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมี ฝนตกหนักถึงหนักมาก ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา นอกจากนี้ ยังมีฝนตกหนักในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา สาเหตุหลักมาจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

สำหรับช่วงวันที่ 14–16 ธันวาคม 2568 สถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ในทะเลอันดามันห่างฝั่งคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร และในบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจาก ฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ชาวเรือที่สัญจรในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้เพื่อความปลอดภัย

นอกจากสถานการณ์ในภาคใต้แล้ว ประเทศไทยตอนบนก็จะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่งในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 เนื่องจากมีลมตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส และจะมีอากาศเย็นถึงหนาวพร้อมลมแรง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ และเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับผลผลิตทางการเกษตร

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศฉบับ 3: ฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคใต้

พื้นที่เสี่ยงภัย ฝนตกหนักถึงหนักมาก

รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา:

วันที่ 11 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

วันที่ 12 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

วันที่ 13 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พัทลุง สงขลา ระนอง และพังงา

วันที่ 14 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

วันที่ 15 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานียะลา และนราธิวาส

วันที่ 16 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

สถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ที่กำลังเกิดขึ้นในภาคใต้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 เช็กรายชื่อจังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมือ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

กรมอุตุฯ เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมากถึง 16 ธ.ค. 68

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย มีผลกระทบจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 นี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือ

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 16 ธ.ค. 68

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเรื่อง กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 โดยฉบับที่ 2 นี้ระบุว่า:

ในช่วงวันที่ 11–12 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา จะมีฝนตกหนักมากเป็นพิเศษ

สาเหตุที่ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 13–16 ธันวาคม 2568 ภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องเผชิญกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สาเหตุหลักมาจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้สถานการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ยังคงน่ากังวล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตราย

ประชาชนควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง

ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเกิดขึ้นบางแห่งในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส โดยมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทย ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • สำหรับชาวเรือ ควรงดออกจากฝั่งจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ดังนั้น การรับทราบข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น.

การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ อย่าประมาทและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 16 ธ.ค. 68

เตือน! ฝนตกหนักภาคใต้ถึง 16 ธ.ค. ประกาศฉบับ 1

กรมอุตุนิยมวิทยาออก ประกาศฉบับ 1 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค. พร้อมแจ้งเตือนคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ประชาชนในจังหวัดเสี่ยงภัยเตรียมรับมือสถานการณ์

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศเตือน เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค. ฉบับที่ 1 (374/2568) เพื่อแจ้งให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

ประกาศฉบับ 1 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค.

คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 11–12 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ที่จะมีฝนตกหนัก รวมถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักมาก ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลของคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

สำหรับช่วงวันที่ 13–16 ธันวาคม 2568 ภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นตามไปด้วย โดยอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ประชาชนควรเตรียมรับมือกับอะไรบ้าง?

  • ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
  • ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง
  • ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเกิดขึ้นบางแห่ง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส ทำให้มีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทย ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสอบถามได้ที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค. เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค.

อุตุฯ เตือน! เหนือ-อีสาน-กลาง เจอฝน 12-13 ธ.ค.

“กรมอุตุนิยมวิทยา” เตือนวันที่ 12–13 ธ.ค. ภาคเหนือ–อีสาน–กลาง เตรียมเจอฝนตกระลอกใหม่ 12-13 ธ.ค. ก่อนอุณหภูมิลดฮวบ 14 ธ.ค.นี้

วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความโดยระบุว่า “เหนือ–อีสาน–กลางเจอฝน 12–13 ธ.ค. ก่อนอุณหภูมิลดฮวบ 14 ธ.ค. ใต้ตั้งแต่ชุมพรลงไป ฝนหนัก–คลื่นลมแรง รับมือมรสุมรอบใหม่”

อุตุฯ เตือน! เหนือ-อีสาน-กลาง เจอฝน 12-13 ธ.ค.

ในช่วงวันที่ 12-13 ธันวาคมที่จะถึงนี้ หลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนบน รวมถึงภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง เตรียมรับมือกับฝนตกระลอกใหม่ 12-13 ธ.ค. ที่กำลังจะมาเยือน หลังจากนั้น อุณหภูมิจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ดังนั้น เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อมนะครับ

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาและลักษณะของสภาพอากาศที่จะเปลี่ยนแปลงดังนี้:

  • 12–13 ธันวาคม 2568: ประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง จะมีฝนตกระลอกใหม่
  • 14–18 ธันวาคม 2568: อุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็วและรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น

สำหรับภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป จะมีมรสุมพัดแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกหนักและคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง ชาวใต้ควรระมัดระวังอันตรายจากฝนและคลื่นลมแรง

สถานการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อยในช่วงนี้ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ การเดินทาง หรือกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย อย่าลืมติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะครับ

ช่วงปลายปีแบบนี้ หลายคนคงมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศและเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสถานที่ที่จะไป เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างสนุกสนานและปลอดภัยนะครับ การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจได้

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรด้วยเช่นกัน เกษตรกรควรติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรับแผนการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

ในภาพรวม การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องให้ความสนใจและเตรียมพร้อมรับมือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หรือเรื่องใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและสังคม การตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะช่วยให้เราสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

ที่สำคัญอย่าลืมแบ่งปันข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ให้กับเพื่อนและคนในครอบครัว เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นร่วมกันนะครับ

ที่มา – อุตุฯ เตือน 12–13 ธ.ค. “เหนือ–อีสาน–กลาง” เจอฝนตกระลอกใหม่ ก่อนอุณหภูมิลดฮวบ

Scroll to top