กรมอุตุนิยมวิทยา

อุตุฯ เตือน! 8 จังหวัดใต้ฝนตกหนักมาก

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับที่ 19 ให้ประชาชนใน 8 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมือกับ ฝนตกหนักมาก ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

อุตุฯ เตือน 8 จังหวัดภาคใต้ “ฝนตกหนักมาก” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

ตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล

สาเหตุหลักมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเผชิญกับ ฝนตกหนักมาก อย่างต่อเนื่อง

พื้นที่เสี่ยงต้องระวัง!

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ควรเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายจาก ฝนตกหนักมาก ฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

  • ตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์เริ่มรุนแรง
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

นอกจากสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้แล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังแจ้งถึงสถานการณ์อากาศหนาวเย็นในประเทศไทยตอนบน โดยอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และยอดภูมีอากาศหนาว

ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ควรดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอก

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีกจนถึงวันที่ 25 พ.ย. 68

เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างไร?

การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก และน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน นี่คือคำแนะนำเพิ่มเติม:

  • จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น: เตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว ไฟฉาย และของใช้จำเป็นอื่นๆ ให้พร้อม
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้า: ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และควรติดตั้งเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของ: ยกสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
  • ติดตามข่าวสาร: ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • วางแผนอพยพ: วางแผนเส้นทางอพยพและจุดนัดพบในกรณีที่จำเป็นต้องอพยพ

สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในภาคใต้ครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ เตือน 8 จังหวัดภาคใต้ “ฝนตกหนักมาก” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

ด่วน! 11.39 น. เกิด “แผ่นดินไหว” อันดามัน

เมื่อเวลา 11.39 น. วันนี้ เกิดเหตุ “แผ่นดินไหว” ขนาด 5.0 แมกนิจูด บริเวณหมู่เกาะอันดามัน ประเทศอินเดีย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีประชาชนชาวไทยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนหรือไม่

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานเหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” ดังกล่าว โดยระบุว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่พิกัด 13.251° เหนือ 95.827° ตะวันออก มีความลึกประมาณ 10 กิโลเมตร

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น พบว่าจุดศูนย์กลางของ “แผ่นดินไหว” อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 371 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างไกลจากประเทศไทยพอสมควร อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยากำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

11.39 น. เกิด “แผ่นดินไหว” ขนาด 5.0 บริเวณหมู่เกาะอันดามัน ลึก 10 กิโลเมตร

ผลกระทบจากแผ่นดินไหวขนาด 5.0 แมกนิจูดนั้น โดยทั่วไปแล้วไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงในพื้นที่ที่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลาง อย่างไรก็ตาม การสั่นสะเทือนอาจรับรู้ได้ในบริเวณใกล้เคียง และอาจทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวลในหมู่ประชาชน

ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้คำแนะนำประชาชนให้ติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ “แผ่นดินไหว” อันดามัน

สถานการณ์ “แผ่นดินไหว” ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว แม้จะไม่สูงเท่าบางประเทศ แต่ก็จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

  • การเสริมสร้างความแข็งแรงของอาคารและสิ่งก่อสร้าง
  • การฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
  • การพัฒนาระบบเตือนภัยและแจ้งเตือนล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ

หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทุกคน ควรมีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหว เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผ่นดินไหว สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา www.earthquake.tmd.go.th ซึ่งมีการอัปเดตข้อมูลล่าสุดอย่างต่อเนื่อง

การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์แผ่นดินไหว และการเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและมั่นใจในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ที่มา – 11.39 น. เกิด “แผ่นดินไหว” ขนาด 5.0 บริเวณหมู่เกาะอันดามัน ลึก 10 กิโลเมตร

23 พ.ย. เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนักมาก เช็กจังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน ฉบับที่ 17 แจ้งว่า ภาคใต้หลายจังหวัดเสี่ยงเผชิญกับ ฝนตกหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โปรดตรวจสอบรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน, ฝนตกหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยมีผลกระทบต่อเนื่องถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ฉบับที่ 17 โดยเน้นย้ำว่า ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากในบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล

เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบนยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง

คลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กในบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน (23 พฤศจิกายน 2568)

สำหรับประเทศไทยตอนบน จะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า บนยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และบนยอดภูมีอากาศหนาว

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอก

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

23 พ.ย. เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนักมาก เช็กจังหวัด

จังหวัดที่ต้องระวัง “ฝนตกหนักมาก”

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักมาก มีดังนี้:

วันที่ 23 พ.ย. 2568

ภาคใต้ : จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

วันที่ 23 พ.ย. 2568

ภาคใต้ : จังหวัดนครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล.

สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง โปรดติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและครอบครัว

ที่มา – 23 พ.ย. เตือนภาคใต้หลายจังหวัด “ฝนตกหนักมาก” เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ

อุตุฯ เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนัก 22-23 พ.ย. 68

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 16 เตือน! ภาคใต้เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68 ขณะที่ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นลง ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง

อุตุฯ เตือน ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบนยังมีกำลังค่อนข้างแรง

ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม นอกจากนี้ ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกควรระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 23 พ.ย. 68

จังหวัดที่ต้องระวัง ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก:

22 พฤศจิกายน 2568:

  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

23 พฤศจิกายน 2568:

  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก:

22 พฤศจิกายน 2568:

  • นครศรีธรรมราช
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

23 พฤศจิกายน 2568:

  • นครศรีธรรมราช
  • นราธิวาส
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 23 – 25 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้าแต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จากประกาศเตือนเรื่อง ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68 นี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและทรัพย์สิน

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 16 เช็กจังหวัดภาคใต้เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68

อุตุฯ เตือน! อากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. อุณหภูมิสูงขึ้น

เตรียมตัวรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง! กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 15 เตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. นี้ ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น แต่บางพื้นที่ยังคงต้องเผชิญกับความเย็น

หลังจากวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ อุณหภูมิในประเทศไทยตอนบนจะเริ่มสูงขึ้น แต่สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและระมัดระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

อากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. อุณหภูมิสูงขึ้น

สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้ม:

  • ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภู ซึ่งจะมีอากาศหนาวจัด
  • ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก: อากาศเย็นในตอนเช้า
  • ประเทศไทยตอนบน (หลัง 23 พ.ย.): อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น และมีหมอกในตอนเช้า

สิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับอากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย.

เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากมีโรคประจำตัว ควรดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ สภาพอากาศที่แห้งอาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย จึงควรระมัดระวังเรื่องการใช้ไฟเป็นพิเศษ เกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ผลกระทบต่อภาคใต้:

ถึงแม้ว่าตอนบนของประเทศจะมีอากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. แต่ภาคใต้ยังคงต้องเผชิญกับฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ประชาชนในภาคใต้: ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
  • ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออก: ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง
  • ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน: ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามัน: ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68

ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และวางแผนการเดินทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แม้ว่าอากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. จะเริ่มคลายลงในบางพื้นที่ แต่การดูแลสุขภาพยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา – อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 15 เตือนอากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น

อุตุฯ เผย: 22-23 พ.ย. 68 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนฉบับที่ 14 ว่าประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นและลมแรง โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูที่จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ในขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นี้

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568

สถานการณ์โดยรวม ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก มีอากาศเย็นและมีลมแรงเช่นกัน สำหรับผู้ที่เดินทางไปยังยอดดอยและยอดภู ควรเตรียมตัวรับมือกับอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นอย่างรวดเร็ว รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงที่อากาศแห้งและมีลมแรง เกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรด้วย

สาเหตุของสภาพอากาศดังกล่าว มาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนแล้ว ทำให้ ในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น เล็กน้อยและมีหมอกในตอนเช้า แต่โดยรวมแล้วภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว

อุตุฯ เผย: 22-23 พ.ย. 68 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชน ระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาในตอนเช้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ประชาชนในภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย รวมทั้งประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568

สิ่งที่ต้องระวังในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68: อุณหภูมิที่สูงขึ้น

ถึงแม้ว่า อุตุฯ เผยว่า 22-23 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอย่าลืมติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดังนั้น สรุปได้ว่า แม้ว่าวันที่ 22-23 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ภาคเหนือและอีสานยังคงหนาวเย็น ดูแลสุขภาพและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะครับ

ที่มา – อุตุฯ เผย 22-23 พ.ย. 68 ไทยตอนบนเริ่มอุณหภูมิสูงขึ้น แต่เหนือ-อีสานยังอากาศเย็นถึงหนาว

นครศรีธรรมราชยังอ่วม! น้ำท่วมสูง สั่งปิด อช.น้ำตกโยง

นครศรีธรรมราชยังอ่วม! สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครศรีธรรมราชยังคงน่าเป็นห่วง ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้หลายพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมสูง และล่าสุดอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยงได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 พบว่าสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราชยังคงอยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 แล้ว มวลน้ำป่าจากเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราชได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราชได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2568 พบว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว 12 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด เมือง ท่าศาลา พรหมคีรี ทุ่งสง ร่อนพิบูลย์ นาบอน สิชล ฉวาง เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร และลานสกา รวม 79 ตำบล 515 หมู่บ้าน 9 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 80,000 ครัวเรือน หรือกว่า 200,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ความเสียหายด้านที่อยู่อาศัย การเกษตร และสาธารณประโยชน์อยู่ระหว่างการสำรวจ

นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 23 อำเภอติดตามเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ได้ทันที

สภาพอากาศโดยทั่วไปตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ (21 พ.ย.) ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องสลับกับฝนตกหนัก ส่งผลให้ภายในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายเพนียดใน ถนนหน้าตลาดสดคูขวาง ถนนพัฒนาการคูขวาง ชุมชนหน้าสถานีรถไฟ ชุมชนบ่อทรัพย์ ถนนหน้าวัดศรีทวี สะพานยาว และถนนราชดำเนินช่วงสะพานราเมศวร์ รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง ในพื้นที่ลุ่มต่ำ และตามตรอกซอยต่างๆ ได้ทำการเก็บข้าวของขึ้นที่สูง และมีการอพยพไปยังโรงเรียนต่างๆ ในเขตเทศบาลแล้ว

ด้านระบบการระบายน้ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วย ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช นายสุรพงศ์ เจริญการยนต์ ผู้อำนวยการชลประทานที่ 15 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมและสั่งการให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดวิกฤต เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์นครศรีธรรมราชยังอ่วม

ล่าสุดระดับน้ำยังคงท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างหนักในเช้าวันนี้ และคาดว่าหากฝนยังไม่หยุดตก ระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก

อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยงปิดชั่วคราว

ขณะที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยงได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวในทุกพื้นที่ของอุทยานเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากฝนตกหนักมากในพื้นที่และมีแนวโน้มที่จะตกอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

สถานการณ์ นครศรีธรรมราชยังอ่วม ในขณะนี้ต้องการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน หากท่านใดต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถบริจาคสิ่งของจำเป็นหรือเงินช่วยเหลือผ่านช่องทางต่างๆ ที่หน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ ได้เปิดรับบริจาค

การที่ นครศรีธรรมราชยังอ่วม ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การวางแผนผังเมืองที่ดี และการจัดการระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน

ที่มา – นครศรีธรรมราชยังอ่วม ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมสูงหลายจุด สั่งปิด อช.น้ำตกโยง ชั่วคราว

อุตุฯ เตือน! ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น 22-23 พ.ย. อุณหภูมิสูง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 13 เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน และฝนตกหนักในภาคใต้ โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวเย็นถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือและรักษาสุขภาพในช่วงนี้

ตามประกาศ ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศเย็นถึงหนาวและลมแรง ส่วนภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะมีอากาศเย็นและลมแรงเช่นกัน สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ สภาพอากาศที่แห้งและลมแรง อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับผลผลิตทางการเกษตร

สาเหตุของอากาศหนาวเย็นครั้งนี้ มาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมภาคใต้ตอนบนแล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบน จะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีหมอกในตอนเช้า แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวอยู่ ประชาชนควรระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนา

สำหรับภาคใต้ สถานการณ์น่าเป็นห่วง เพราะจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง อ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ทางกรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนในภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออก ควรระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งด้วย

ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามัน ควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568 ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อุตุฯ เตือนไทยตอนบน “อากาศหนาวเย็น”

สถานการณ์อากาศหนาวเย็นที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของประชาชน การเกษตร และการคมนาคมทางทะเล การเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก

ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก ได้แก่ จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

ในช่วงวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง และสตูล และในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา

  • 21 พฤศจิกายน 2568 
  • ภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานียะลา และนราธิวาส
  • 21-22 พฤศจิกายน 2568 
  • ภาคใต้: จังหวัดนครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง และสตูล
  • 23 พฤศจิกายน 2568 
  • ภาคใต้: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา

สถานการณ์อากาศหนาวเย็นและฝนตกหนักในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่าประมาทและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในช่วงเปลี่ยนฤดูนี้

ที่มา – อุตุฯ เตือนไทยตอนบน “อากาศหนาวเย็น” จากนั้น 22-23 พ.ย. จะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น

ประกาศเตือน! ฝนตกมาก ภาคใต้ 20-23 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 12 เตือนเรื่อง “อากาศหนาวเย็น” บริเวณประเทศไทยตอนบน และที่สำคัญคือ ฝนตกมากถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ในช่วงวันที่ 20-23 พฤศจิกายนนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ตามประกาศ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาวและลมแรง อุณหภูมิลดลงเล็กน้อย ส่วนภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็จะมีอากาศเย็นและลมแรงเช่นกัน บริเวณยอดดอยและยอดภูอากาศจะหนาวถึงหนาวจัด

ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากอากาศแห้งและลมแรง เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า จะมีฝนตกมากในหลายพื้นที่ และอาจมีฝนตกมากเป็นพิเศษในบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 20-23 พฤศจิกายน เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ประกาศฉบับ 12 เตือนจังหวัดภาคใต้ รับมือ “ฝนตกมาก”

ดังนั้น ประชาชนในภาคใต้ควรระวังอันตรายจากฝนตกมากถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออกก็ต้องระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งด้วย ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก (ปริมาณตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตร ขึ้นไป) ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่:

  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก (ปริมาณตั้งแต่ 35.1 ถึง 90.0 มิลลิเมตร):

20 พฤศจิกายน 2568

  • ชุมพร
  • ระนอง
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

21-22 พฤศจิกายน 2568

  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

23 พฤศจิกายน 2568

  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา

ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ ฝนตกมาก ในภาคใต้ครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมพร้อมรับมือและการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ประกาศฉบับ 12 เตือนจังหวัดภาคใต้ รับมือ “ฝนตกมาก” เฝ้าระวังน้ำท่วม 20-23 พ.ย.

Scroll to top