ข่าวน้ําท่วมล่าสุด 2568

ชาวบ้านบางบาลปิดถนน! เร่งเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้ง

เจรจาสำเร็จ! กรณีชาวบ้านบางบาลรวมตัวปิดถนนอยุธยา-อ่างทอง เรียกร้องเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้ง หลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังนานกว่า 4 เดือน ล่าสุดกรมชลประทานยอมเปิดบานประตูน้ำบางกุ้ง 1 เมตร เป็นเวลา 10 วัน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ และจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังครบกำหนด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านบางบาล จากพื้นที่ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมตัวกันปิดถนนสายอยุธยา–อ่างทอง ทั้ง 4 ช่องจราจร ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก เพื่อกดดันให้กรมชลประทานเร่งเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้งลงทุ่งรับน้ำ หลังพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังต่อเนื่องนานกว่า 4 เดือน

ชาวบ้านบางบาล รวมตัวปิดถนน

ชาวบ้านบางบาลเรียกร้องให้กรมชลประทาน “เปิดบานประตูระบายน้ำบางกุ้งอย่างน้อย 1 เมตร” เพื่อช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่ หากไม่มีการดำเนินการในวันนี้ กลุ่มชาวบ้านประกาศว่าจะไม่ยอมถอย

นางทองแท้ อายุ 71 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านกุ่ม เปิดเผยว่า น้ำท่วมบ้านจนถึงชั้นสอง ต้องหนุนพื้นอยู่อาศัยทุกวัน ความเดือดร้อนสะสมมานานหลายเดือน จึงตัดสินใจออกมาร่วมปิดถนน พร้อมกล่าวว่า “ขอยอมตายกลางถนน” หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่แก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สาเหตุความเดือดร้อนเกิดจากการที่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำลงใต้เขื่อนอยู่ที่ระดับ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ประตูระบายน้ำบางกุ้งยังคงปิด ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบางบาลเป็นเวลานาน

สถานการณ์น้ำท่วม

ระหว่างการชุมนุม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายทวิวงค์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคประชาชน นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา) ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและเจรจากับชาวบ้าน เพื่อหาทางออกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เข้าดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

ต่อมาเวลา 12.00 น. ชาวบ้านได้ทยอยเคลื่อนย้ายออกจากถนน เปิดการจราจรให้กลับมาเป็นปกติ หลังการเจรจาเป็นไปด้วยดี โดยกรมชลประทานรับปากว่าจะเปิดบานประตูระบายน้ำบางกุ้ง หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านกุ่ม ขึ้น 1 เมตร เป็นระยะเวลา 10 วัน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ และจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังครบกำหนด

หลังการเจรจาสิ้นสุด ชาวบ้านบางบาลต่างแสดงความดีใจ หลายคนถึงกับร้องเฮด้วยความโล่งอก เนื่องจากคาดว่าระดับน้ำในพื้นที่จะลดลง ถือเป็นสัญญาณดีหลังต้องทนทุกข์จากน้ำท่วมยาวนานกว่า 4 เดือน ชาวบ้านส่วนใหญ่หวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในอนาคต

ชาวบ้านดีใจหลังเจรจาสำเร็จ

นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา) เผยว่า ต้องขอบคุณพี่น้องอำเภอบางบาลและอำเภอบางปะหัน วันนี้เรามีข้อตกลงกันว่า เราจะยกประตูระบายน้ำบางกุ้งแห่งนี้ 1 เมตร เป็นเวลา 10 วัน แล้วหลังจากนั้นเราจะประเมินสถานการณ์กันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นทางผมเอง และท่านผู้การ และรายงานทั้งจังหวัด เดี๋ยวเราต้องถอดบทเรียนจากตรงนี้ จะต้องมาวางแผนกันว่าทำอย่างไรจะต้องไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เพราะว่า 1 มันเกิดความรู้สึกว่ามันไม่ดี ว่าส่วนพี่น้องของ 2 อำเภอ เราควรจะต้องมีการพูดจาและตกลงกันก่อน ตรงนี้ก็ต้องเป็นอีกอย่างที่จังหวัดจะต้องดำเนินการ

ชาวบ้านบางบาล รวมตัวปิดถนนอยุธยา–อ่างทอง เรียกร้องเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้ง

สถานการณ์ล่าสุด: ชาวบ้านบางบาลกับการเรียกร้องเปิดประตูระบายน้ำ

  • ความเดือดร้อนของชาวบ้าน: ชาวบ้านในอำเภอบางบาลประสบปัญหาน้ำท่วมขังมานานกว่า 4 เดือน ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ

  • การรวมตัวประท้วง: ด้วยความอดทนที่สิ้นสุด ชาวบ้านบางบาลจึงรวมตัวกันปิดถนนเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา

  • การเจรจาและการแก้ไข: หลังจากการเจรจา กรมชลประทานได้ตัดสินใจเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้งเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม และจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ชาวบ้านบางบาลครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของการรวมตัวเรียกร้องและความสำคัญของการรับฟังปัญหาจากประชาชน หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญกับการวางแผนป้องกันปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ที่มา – ชาวบ้านบางบาล รวมตัวปิดถนนอยุธยา–อ่างทอง เรียกร้องเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้ง

วิกฤต! ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ถนนนครอินทร์-พระราม 5 ฝั่งบางศรีเมืองเผชิญวิกฤตน้ำท่วมหนักเนื่องจากน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมถนน สูงกว่า 50 เซนติเมตร และในบางจุดสูงถึง 60 เซนติเมตร ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะรถเล็ก รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้าที่ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ เจ้าหน้าที่เตือน ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง อาจทำให้รถดับได้ และกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าระดับน้ำจะลดลงในช่วงเย็นหรือไม่

ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูงกว่า 50-60 ซม. เตือนรถเล็ก-รถไฟฟ้าไม่ควรวิ่งผ่าน

เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ผลจากการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนของกรมชลประทาน ส่งผลกระทบต่อจังหวัดท้ายเขื่อน โดยเฉพาะบริเวณถนนใต้จุดกลับรถใต้สะพานพระราม 5 ฝั่งบางศรีเมือง ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทั้งขาเข้าและขาออก ปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บนถนนคู่ขนานทั้งสองฝั่ง ระดับน้ำท่วมขังบนพื้นผิวถนนสูงกว่า 50 เซนติเมตร และบางจุดสูงถึง 60 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางศรีเมือง และเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจำเป็นต้องปิดกั้นถนนช่องทางคู่ขนานที่ถูกน้ำท่วมสูง และแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเปลี่ยนไปใช้ช่องทางหลักแทน อย่างไรก็ตาม ช่องทางหลักเองก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในเลนซ้าย ทำให้ถนนนครอินทร์ฝั่งขาเข้าเหลือเพียง 2 ช่องจราจร (เลนกลางและเลนขวาสุด) ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

สถานการณ์ปัจจุบันและการแนะนำ

ส.ต.อ.วัชรพงษ์ คำมัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ระดับน้ำเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาจากท่อระบายน้ำบนถนนตั้งแต่เวลาประมาณ 10 โมงเช้า จนกระทั่งท่วมเต็มพื้นผิวการจราจรในช่องทางคู่ขนาน ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้และต้องปิดถนนช่องทางคู่ขนาน ซึ่งใช้เป็นจุดกลับรถใต้สะพาน สถานการณ์ ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง ทำให้รถยนต์ไม่ควรวิ่งผ่านเนื่องจากเริ่มมีรถดับหลายคันเกิดขึ้น รถไฟฟ้าควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษและควรใช้ช่องทางหลักแทน

จากสถานการณ์น้ำท่วมขังที่เกิดขึ้น ขอแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางถนนนครอินทร์-พระราม 5 ในช่วงนี้ไปก่อน เนื่องจากน้ำท่วมผิวการจราจรในช่องทางคู่ขนานทั้งสองฝั่ง และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าระดับน้ำจะลดลงในช่วงเย็นหรือไม่

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง: ตรวจสอบระบบไฟ ระบบเครื่องยนต์ และระบบเบรกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • ศึกษาเส้นทางล่วงหน้า: วางแผนการเดินทางและสำรวจเส้นทางสำรอง
  • ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง: ลดความเร็วและเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า
  • ติดตามข่าวสาร: อัปเดตข้อมูลสภาพการจราจรและสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วม ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรของทุกท่าน

ที่มา – ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูงกว่า 50-60 ซม. เตือนรถเล็ก-รถไฟฟ้าไม่ควรวิ่งผ่าน

ครม. เตรียมอนุมัติงบช่วย 1.2 แสนครัวเรือน

“ภราดร” เผย “นายกฯ อนุทิน” เน้นย้ำจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมให้เร็ว แง้ม ครม. เตรียมอนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน กรณีน้ำท่วมขังนาน 17 จังหวัด

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก รัฐบาลโดยการนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 6 แสนหลังคาเรือน จำนวน 6 พันกว่าล้านบาท

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยต่อไปว่า ครม. กำลังจะพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติม กรณีน้ำท่วมขังบ้านเรือนเป็นเวลานาน 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน รวม 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุดรธานี อุทัยธานี และอุบลราชธานี จำนวน 124,430 ครัวเรือน วงเงิน 463,870,000 บาท โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยผ่านธนาคารต่อไป

งบประมาณที่ ครม. เตรียมอนุมัติในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือ 1.2 แสนครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานใน 17 จังหวัด โดยจะมีการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาตามระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง เพื่อให้ความช่วยเหลือมีความเหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้ประสบภัย

ครม. จ่ออนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน เยียวยา 17 จว.น้ำท่วมขังนาน

การดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เป็นการแสดงความห่วงใยและใส่ใจที่รัฐบาลมีต่อประชาชน

ขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยาสำหรับ 1.2 แสนครัวเรือน

สำหรับขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือหน่วยงานราชการในพื้นที่ของท่าน เพื่อขอคำแนะนำและยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา โดยทาง ปภ. จะดำเนินการตรวจสอบและอนุมัติเงินเยียวยาให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือต่อไป

  • ตรวจสอบสิทธิ์ของท่านว่าอยู่ในเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาหรือไม่
  • เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ติดต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อยื่นเอกสาร
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

ในช่วงท้าย นายภราดร ระบุด้วยว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ได้รายงานให้ตนทราบถึงภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ซึ่งต้องเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน พร้อมมีการประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบทุกด้าน ส่วนมวลน้ำที่มีการระบายจากเขื่อนภูมิพลนั้น จะไม่ทำให้ระดับน้ำสูงสุดในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น สำหรับเขื่อนสิริกิติ์ ขณะนี้ยังมีพื้นที่กักเก็บน้ำเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนได้อีก.

การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการวางแผนและดำเนินการในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การอนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน เยียวยา 17 จว.น้ำท่วมขังนานครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ที่มา – “ภราดร” เผย ครม. จ่ออนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน เยียวยา 17 จว.น้ำท่วมขังนาน

ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว ถนนปทุมธานี-สามโคก

ชาวปทุมธานี เร่งทำสะพานชั่วคราว จากถังน้ำมัน 200 ลิตร เพื่อเข้าออกบ้าน หลังระดับน้ำเอ่อขึ้นถึงริมถนน สถานการณ์ ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว บนถนนปทุมธานี-สามโคก กำลังเป็นที่สนใจ

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พบว่าสถานการณ์น้ำอยู่ในภาวะวิกฤต โดยระดับน้ำได้เอ่อขึ้นมาถึง ริมถนน “ปทุมธานี-สามโคก” ฝั่งตะวันออกแล้ว สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของ อ.สามโคก ได้แก่ ต.บ้านปทุม, ต.เชียงรากใหญ่ และ ต.เชียงรากน้อย โดยมีน้ำเอ่อล้นแนวเขื่อนกั้นน้ำและไหลเข้าท่วมพื้นที่วัดบางแห่งแล้ว

จากการสอบถาม นางอัมราพร เรืองจันทร์ อายุ 53 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เผยว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ทำให้การเข้า-ออกบ้านเป็นไปอย่างยากลำบาก ตนเองต้องตัดสินใจขนของไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านญาติก่อนในช่วงนี้ และชาวบ้านต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร มาทำเป็นสะพานชั่วคราว เพื่อใช้สัญจรเข้าออกบ้านตนเองไปพลางก่อน.

ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว หลังระดับน้ำเอ่อขึ้นถึงริมถนนปทุมธานี-สามโคก

สถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือ: ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานียังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสามโคกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ถนนหนทางหลายสายถูกตัดขาด ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญกับความเดือดร้อนในการเดินทางเข้าออกบ้านเรือน เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมสูง ไม่สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ชาวบ้านจึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้าง สะพานชั่วคราว ขึ้นมา เพื่อให้สามารถเดินทางเข้าออกบ้านเรือนได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

การสร้างสะพานชั่วคราวนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในชุมชน เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติ พวกเขาไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และพร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ การกระทำของชาวบ้านเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม และเป็นกำลังใจให้ทุกคนร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ ไปได้ด้วยดี

นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ก็ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ รวมถึงการให้การสนับสนุนด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานียังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์อาจจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่หากมีฝนตกลงมาซ้ำเติม สถานการณ์อาจจะกลับมาเลวร้ายลงได้อีกครั้ง

ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมที่ดีจะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบจากน้ำท่วมได้

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว

ที่มา – ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว หลังระดับน้ำเอ่อขึ้นถึงริมถนนปทุมธานี-สามโคก

Scroll to top