ข่าววันนี้

คดีพลิก ตำรวจออสเตรเลียเผยเหตุ “ศพหมกกระเป๋าเดินทาง” ที่แท้เป็น “ตุ๊กตายาง”

เชื่อว่าใครที่ติดตามข่าวสารต่างประเทศช่วงนี้ คงต้องมีแอบตกใจกันบ้างกับข่าวใหญ่ที่ออสเตรเลีย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่าพบกระเป๋าลึกลับริมถนน จนกลายเป็น คดีพลิก ตำรวจออสเตรเลียเผยเหตุ “ศพหมกกระเป๋าเดินทาง” ที่แท้เป็น “ตุ๊กตายาง” ซึ่งทำเอาทั้งตำรวจและชาวบ้านใจหายใจคว่ำไปตามๆ กัน

คดีพลิก ตำรวจออสเตรเลียเผยเหตุ “ศพหมกกระเป๋าเดินทาง” ที่แท้เป็น “ตุ๊กตายาง”

เรื่องราวสุดระทึกนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านโออัลเลน รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมื่อมีพลเมืองดีสองคนไปพบกระเป๋าเดินทางถูกทิ้งไว้ในป่าข้างทาง ด้วยลักษณะที่ดูน่าสงสัยและรูปร่างที่เหมือนคน ทำให้พวกเขาตัดสินใจแจ้งตำรวจทันทีเพราะเชื่อว่าอาจมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้น

รายละเอียดเหตุการณ์และผลชันสูตร

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเขตฮูมได้รับแจ้ง จึงรีบเข้าปิดล้อมพื้นที่และส่งทีมงานนิติเวชเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจาก คดีพลิก ตำรวจออสเตรเลียเผยเหตุ “ศพหมกกระเป๋าเดินทาง” ที่แท้เป็น “ตุ๊กตายาง” นั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อหาความจริง โดยมีการใช้เวลาชันสูตรและตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์นานกว่า 20 ชั่วโมง

  • พบกระเป๋าเดินทางปริศนาบริเวณริมถนนโวลกอน
  • ตำรวจเข้ากันพื้นที่และดำเนินการตามขั้นตอนคดีอาญาอย่างเคร่งครัด
  • ผลตรวจจากห้องแล็บยืนยันว่าเป็นเพียงตุ๊กตายางสมจริงที่มีรอยฟกช้ำและเส้นผม

ความสมจริงของตุ๊กตาตัวนี้ถือว่าสูงมาก จนแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนยังต้องใช้เวลาตรวจสอบซ้ำๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ใช่ชีวิตมนุษย์จริงๆ ซึ่งทางผู้กำกับการตำรวจเขตฮูม ลินดา แบรดเบอรี ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างรัดกุมถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชีวิตเป็นอันดับหนึ่ง

เหตุการณ์ คดีพลิก ตำรวจออสเตรเลียเผยเหตุ “ศพหมกกระเป๋าเดินทาง” ที่แท้เป็น “ตุ๊กตายาง” นี้เป็นบทเรียนที่ดีว่า แม้ในยุคที่เทคโนโลยีของใช้ต่างๆ จะดูสมจริงขึ้นมากจนแยกไม่ออก แต่ความรอบคอบและการแจ้งเหตุของพลเมืองดีก็ยังคงเป็นสิ่งที่ควรชื่นชม เพราะหากนั่นเป็นคดีฆาตกรรมจริงๆ การแจ้งเหตุที่รวดเร็วอาจช่วยไขปริศนาได้ทันเวลา

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้คือการไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรละเลยความสงสัย หากพบสิ่งผิดปกติในที่สาธารณะ การแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้ความจริงปรากฏโดยไม่เกิดความสูญเสียใดๆ เพิ่มเติมครับ

ที่มา – คดีพลิก ตำรวจออสเตรเลียเผยเหตุ “ศพหมกกระเป๋าเดินทาง” ที่แท้เป็น “ตุ๊กตายาง”

ขอนแก่นเปิด Ambulance Lane ช่องทางรถพยาบาลแห่งแรกในภาคอีสาน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาการจราจรติดขัดหน้าโรงพยาบาล ซึ่งสำหรับคนทั่วไปอาจจะดูเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินแล้ว นี่คือเรื่องของความเป็นความตายเลยทีเดียว ล่าสุดจังหวัดขอนแก่นได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดตัว ขอนแก่นเปิด Ambulance Lane ช่องทางรถพยาบาลแห่งแรกในภาคอีสาน เพื่อปลดล็อกวิกฤตการจราจรและช่วยชีวิตผู้ป่วยให้ได้ทันเวลา

ขอนแก่นเปิด Ambulance Lane ช่องทางรถพยาบาลแห่งแรกในภาคอีสาน เพื่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

การเปิดตัวโครงการ ขอนแก่นเปิด Ambulance Lane ช่องทางรถพยาบาลแห่งแรกในภาคอีสาน ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุข โดยมีการจัดสรรช่องทางจราจรเลนซ้ายสุดบนถนนศรีจันทร์ บริเวณหน้าโรงพยาบาลขอนแก่น ระยะทางประมาณ 300 เมตร เพื่อให้เป็นช่องทางพิเศษสำหรับรถฉุกเฉินโดยเฉพาะ ลดปัญหาการถูกรถคันอื่นจอดแช่หรือจอดขวางจนทำให้การนำส่งผู้ป่วยล่าช้า

ทำไมต้องมี Ambulance Lane ในขอนแก่น?

จากสถิติที่น่าสนใจพบว่า โรงพยาบาลขอนแก่นมีรถพยาบาลเข้า-ออกสูงถึง 36,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 100 คัน ซึ่งในเคสวิกฤต เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือภาวะสโตรก ทุกวินาทีมีค่าอย่างยิ่ง การมีช่องทางที่ชัดเจนจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก นี่คือเหตุผลหลักที่ ขอนแก่นเปิด Ambulance Lane ช่องทางรถพยาบาลแห่งแรกในภาคอีสาน เพื่อตอบโจทย์ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

  • เพิ่มความคล่องตัวให้รถพยาบาลเข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วขึ้น
  • ลดความเสี่ยงในการสูญเสียจากรถจอดขวางหน้าโรงพยาบาล
  • สร้างวินัยจราจรและจิตสำนึกที่ดีให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน

โครงการนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการปิดถนนแต่อย่างใด แต่เป็นการขอความร่วมมือจากประชาชนให้เว้นช่องทางจราจรด้านซ้ายสุดไว้ให้รถพยาบาล เพื่อให้ “เส้นทางแห่งชีวิต” สายนี้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและประชาชนในการยกระดับคุณภาพชีวิต

ในมุมมองของผม โครงการนี้คือแบบอย่างที่น่าทำตามสำหรับจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เพราะเมื่อการจราจรหน้าโรงพยาบาลคล่องตัว โอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยย่อมมีมากขึ้น หวังว่าในอนาคตเราจะได้เห็นโมเดลนี้กระจายไปสู่พื้นที่อื่นๆ เพื่อให้ทุกชีวิตในประเทศไทยได้รับการรักษาที่ทันเวลาที่สุด

ที่มา – ขอนแก่นเปิด “Ambulance Lane” ช่องทางรถพยาบาลแห่งแรกในภาคอีสาน ช่วยชีวิตเคสฉุกเฉิน

ประวัติ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองไทย กับกรณีที่ชื่อของ ฉลอง เรี่ยวแรง กลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี จนนำไปสู่การสูญเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ประวัติ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ให้มากขึ้น เพื่อให้เห็นภาพเส้นทางชีวิตของนักการเมืองท่านนี้กันครับ

ประวัติ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

นายฉลอง เรี่ยวแรง เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2498 เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีมาอย่างยาวนาน ด้านการศึกษานั้น จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตรบัณฑิต จากสถาบันราชภัฏสวนดุสิต และระดับปริญญาโท สาขาศิลปศาสตร์ด้านพัฒนาสังคม จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีพื้นฐานการศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อย

เส้นทางการเมืองและที่มาของฉายา ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

หากจะพูดถึง ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ต้องบอกว่าเขามีเส้นทางที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชน เริ่มต้นจากการเมืองท้องถิ่นก่อนจะขยับสู่ระดับประเทศ โดยเป็น ส.ส.นนทบุรี ถึง 3 สมัย ในปี 2539, 2548 และ 2554 ภายใต้สังกัดพรรคการเมืองที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชากรไทย พรรคไทยรักไทย หรือพรรคเพื่อไทย รวมถึงยังมีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างที่ปรึกษารัฐมนตรีในหลายกระทรวง

ในแง่ของฉายาทางการเมืองที่หลายคนคุ้นหูมีดังนี้:

  • หลอง งูเห่า: ฉายาที่โด่งดังช่วงปลายปี 2540 จากเหตุการณ์การเมืองกลุ่ม 13 งูเห่า ที่โหวตสวนมติพรรคเพื่อสนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
  • หลอง ซีดี: ฉายาที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการตรวจค้นบ้านพักในอดีต

จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องที่สร้างความตกใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ความรุนแรงไม่เคยเป็นทางออกที่ถูกต้องในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะในบริบทของการเมืองท้องถิ่นที่ควรจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาบ้านเมืองมากกว่าการใช้กำลังตัดสินกัน สุดท้ายนี้เราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้กับแวดวงการเมืองไทย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคตครับ

ที่มา – ประวัติ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต สส.คนดัง ผู้ก่อเหตุยิง “นายก อบจ.นนทบุรี” เสียชีวิต

ปลัดอุตสาหกรรม เลี่ยงตอบปมโยกข้ามห้วยไปพลังงาน บอกเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

ปลัดอุตสาหกรรม เลี่ยงตอบปมโยกข้ามห้วยไปพลังงาน บอกเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการประจำสัปดาห์นี้ เมื่อมีกระแสข่าวหนาหูเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตำแหน่งระดับสูง โดยเฉพาะกรณีของ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ถูกจับตามองว่าจะมีการโยกย้ายข้ามห้วยไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานหรือไม่ ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความระมัดระวังในคำพูด

เบื้องลึกกระแสข่าว ปลัดอุตสาหกรรม เลี่ยงตอบปมโยกข้ามห้วยไปพลังงาน บอกเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามข้อเท็จจริงจากนายณัฐพลถึงกระแสข่าวดังกล่าว ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับมานั้นเป็นการปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดอย่างชัดเจน โดยใช้คำสั้นๆ ว่า “เอาไว้ก่อนแล้วกัน” เมื่อถูกถามจี้ถึงการทาบทามจากผู้ใหญ่ในรัฐบาล นายณัฐพลได้ตอบเพียงว่า “อันนี้ต้องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่” ซึ่งถือเป็นการตอบที่รักษามารยาทและเว้นระยะห่างได้อย่างเป็นมืออาชีพ

หากวิเคราะห์สถานการณ์นี้ เราจะพบว่าการเคลื่อนไหวของระดับบริหารในกระทรวงเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางนโยบายของประเทศ โดยเหตุการณ์ ปลัดอุตสาหกรรม เลี่ยงตอบปมโยกข้ามห้วยไปพลังงาน บอกเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองในระบบราชการที่มักจะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

  • ความสำคัญของตำแหน่งปลัดกระทรวงในกระทรวงเศรษฐกิจ
  • การประสานนโยบายระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงาน
  • แนวทางการบริหารงานในอนาคตที่ต้องจับตาดูต่อไป

หลายฝ่ายมองว่า ไม่ว่าผลสรุปของการโยกย้ายครั้งนี้จะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ข้าราชการระดับสูงต้องรักษาเสถียรภาพและเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอความชัดเจนจากฝ่ายบริหารอีกครั้งว่าจะมีมติออกมาเป็นอย่างไร และเหตุการณ์ที่ ปลัดอุตสาหกรรม เลี่ยงตอบปมโยกข้ามห้วยไปพลังงาน บอกเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ จะจบลงที่จุดไหน

ในมุมมองของเรา เรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นกลไกปกติของระบบราชการไทย แต่สิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจมากกว่าคือ “ผลงาน” และ “การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ” ที่สัมผัสได้จริง ไม่ว่าใครจะมานั่งตำแหน่งไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วเป้าหมายสูงสุดก็คือความกินดีอยู่ดีของประเทศชาติครับ

ที่มา – ปลัดอุตสาหกรรม เลี่ยงตอบปมโยกข้ามห้วยไปพลังงาน บอกเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

อนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว ย้ำเรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับ

อนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว ย้ำเรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับ

กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวลือเรื่อง “อนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว ย้ำเรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับ” โดยท่านนายกฯ ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย พร้อมกับตั้งคำถามกลับว่าข่าวเหล่านี้มาจากไหนกันแน่

สรุปประเด็นอนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว พร้อมแจงปมไทยลีกคอนเนกชั่น

นายอนุทินได้กล่าวถึงกรณีที่ถูกโยงว่ามีการดึงตัว “งูเขียว” เข้ามาร่วมงานกับพรรคสีน้ำเงิน โดยย้ำว่าเป็นเพียงเรื่องขำขันที่ผู้สื่อข่าวถามขึ้นมาเอง ส่วนประเด็นเรื่องภาพนายเนวิน ชิดชอบ พบกับ สส. พรรคกล้าธรรมที่สนามบอลนั้น นายอนุทินชี้แจงว่าเป็นการทำหน้าที่ประธานสโมสรตามปกติของฤดูกาลแข่งขัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองแต่อย่างใด

  • นายอนุทินยืนยันว่าไม่ได้มีการดีลกับงูเขียวหรือใครทั้งสิ้น
  • ชี้เป้าภาพที่เห็นในสนามบอลเป็นเพียงมิตรภาพจากการแข่งขันกีฬา
  • หยิบน้ำมันเขียวขึ้นมาโชว์ พร้อมมุกเด็ด “ทาแล้วหัวไม่โน”

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ ท่านนายกฯ ยังได้โชว์อารมณ์ขันด้วยการหยิบขวดน้ำมันเขียวขึ้นมาให้สื่อมวลชนดู พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ทาแล้วหัวไม่โน” เพื่อเป็นการตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยท่านระบุว่าไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงถึงฝ่ายพรรคประชาชนหรือใครเป็นพิเศษ แต่แปลกใจที่อีกฝ่ายมักจะ “อนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว ย้ำเรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับ” โดยการกระโดดออกมาตอบโต้ในสิ่งที่ตนไม่ได้เอ่ยชื่อถึง

นายอนุทินยังได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการทำงาน โดยย้ำว่าการมีสติเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และคำสอนที่ว่า “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” นั้น เป็นหลักการที่ตนยึดถือมาโดยตลอด การโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดียเป็นเพียงการแชร์หลักการใช้ชีวิต ไม่ได้มีนัยแฝงทางการเมืองเพื่อโจมตีผู้ใด ท่านนายกฯ ทิ้งท้ายด้วยการขอให้ทุกคนใช้สติในการวิเคราะห์ข่าวสาร เพราะบ้านเมืองต้องการความสงบมากกว่าการตีความที่เกินเลยไปไกล

สุดท้ายแล้ว การเมืองไทยมักจะมีสีสันแบบนี้อยู่เสมอ การติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรให้ความสำคัญมากที่สุดครับ

ที่มา – ไม่รู้ข่าวงูเขียว “อนุทิน” บอกแค่เรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับอีกแล้ว ไม่ได้พูดถึงเขาเลย

“ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนให้ความสนใจในขณะนี้ สำหรับกรณีข่าวใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี เมื่ออดีต สส. คนดังอย่าง “ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งสร้างความตกใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในบริเวณอาคาร อบจ.นนทบุรี ศาลากลางจังหวัด ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าปมเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่

เบื้องลึก “ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายฉลองได้เผยเหตุผลสั้นๆ ขณะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวว่า สาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ มาจากการที่ตนเองกำลังประสบปัญหาชีวิตอย่างหนัก จึงได้เข้าไปขอความช่วยเหลือจาก พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทำให้เกิดความโกรธแค้นจนนำไปสู่เหตุการณ์บานปลายในที่สุด หลังจากก่อเหตุ นายฉลองยอมรับว่าตนเองรู้สึกมืดแปดด้านและไม่รู้จะหนีไปไหน จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ในที่สุด

ความสัมพันธ์ที่จบลงด้วยความรุนแรง

ทางด้าน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งตัวผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพื่อนฝูงที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด การที่ “ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ในครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่หากมีการพูดคุยผลประโยชน์หรือเรื่องส่วนตัวไม่ลงตัว ก็อาจเกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

  • เหตุเกิดที่อาคาร อบจ.นนทบุรี
  • ผู้ก่อเหตุคือ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส. นนทบุรี
  • ผู้เสียหายคือ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี
  • ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายเป็นคนขับรถ

ในแง่ของมุมมองต่อเหตุการณ์นี้ ต้องยอมรับว่าการใช้ความรุนแรงไม่เคยเป็นทางออกที่ดีสำหรับใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความลำบากส่วนตัวหรือปัญหาความสัมพันธ์ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้นอกจากจะส่งผลเสียต่อตัวผู้กระทำผิดเองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่ากระบวนการยุติธรรมจะมีบทสรุปอย่างไร และหวังว่านี่จะเป็นอุทาหรณ์ให้หลายฝ่ายหันมาใช้สติในการแก้ไขปัญหามากกว่าการใช้กำลังตัดสินครับ

ที่มา – “ฉลอง เรี่ยวแรง” เปิดใจสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี ขอให้ช่วย กลับถูกปฏิเสธ

ฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด เล่าสาเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

ฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด เล่าสาเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตกใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก กับเหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.คนดัง ได้ก่อเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

เรื่องราวที่น่าสนใจและกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ถึงปมปัญหา คือวินาทีที่ ฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด ของ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ขณะที่กำลังออกอากาศอยู่ โดยนายฉลองได้เปิดเผยเหตุผลของการกระทำครั้งนี้อย่างหมดเปลือกกลางรายการสด ทำให้พิธีกรต้องรีบใช้ไหวพริบในการเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุสงบสติอารมณ์และมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ในทันที

เบื้องลึกปมแค้น 11 ล้านบาท

จากการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ในรายการ น.ส.อัญชะลี ได้สอบถามถึงมูลเหตุจูงใจ โดยนายฉลอง เรี่ยวแรง โทรเข้ารายการสด เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจว่า ตนเองรู้สึกเจ็บใจอย่างหนัก เนื่องจากที่ผ่านมาได้ให้การสนับสนุนอีกฝ่ายมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ตนเองไปทวงถามเงินจำนวน 11 ล้านบาท กลับถูกปฏิเสธว่าไม่มีให้ ซึ่งความแค้นสะสมนี้เองที่กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการตัดสินใจใช้อาวุธปืนก่อเหตุในห้องทำงานภายในอาคาร อบจ.นนทบุรี

ลำดับเหตุการณ์สรุปได้ดังนี้:

  • เกิดเหตุยิงกันบริเวณอาคาร อบจ.นนทบุรี ช่วงสายของวันที่ 10 สิงหาคม 2569
  • นายฉลอง เรี่ยวแรง ติดต่อหา น.ส.อัญชะลี ขณะจัดรายการเพื่อสารภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
  • ผู้ก่อเหตุระบุว่าใช้อาวุธปืนยิงไปประมาณ 4-5 นัด
  • พิธีกรพยายามเกลี้ยกล่อมให้วางปืนและนั่งรอมอบตัวเพื่อความปลอดภัยของประชาชนรอบข้าง
  • เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเวลาต่อมา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนราคาแพงของการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง แม้ว่าเรื่องของหนี้สินจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่การตัดสินใจจบปัญหาด้วยชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ คดีดังกล่าวต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ที่มา – “ฉลอง เรี่ยวแรง” โทรเข้ารายการสด เล่าสาเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

เมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย อองซาน ซูจี โดยไม่มีเงื่อนไข

เมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย อองซาน ซูจี โดยไม่มีเงื่อนไข

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองระดับภูมิภาคอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลทหารเมียนมาออกมาประกาศจุดยืนอย่างแข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ต้องการให้มีการปล่อยตัว อองซาน ซูจี ผู้นำที่ถูกกักขังโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ท่าทีดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความผิดหวังให้กับนานาชาติ แต่ยังตอกย้ำให้เห็นถึงรอยร้าวที่ยากจะประสานระหว่างเมียนมากับอาเซียนในปัจจุบัน

ทำไมเมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย อองซาน ซูจี โดยไม่มีเงื่อนไข อย่างเด็ดขาด?

กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า แม้ทางรัฐบาลจะมีการผ่อนปรนหรือลดโทษให้ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม แต่การจะปล่อยตัวอดีตผู้นำวัย 81 ปีรายนี้อย่างไม่มีเงื่อนไขนั้น ไม่สามารถทำได้เพราะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายภายในของประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ ทางเมียนมายังมองว่าบทบาทของ “ผู้แทนพิเศษอาเซียน” ในอนาคตนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป โดยระบุว่าจะไม่ยอมรับการแทรกแซงกิจการภายในภายใต้รูปแบบดังกล่าวเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2027

สาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น ได้แก่:

  • การที่เมียนมามองว่าตนเองมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว
  • ความเห็นที่ว่าฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนไม่ใช่ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องตั้งแต่ต้น
  • การที่รัฐบาลทหารเมียนมายังคงยืนกรานใช้มาตรการตอบโต้อย่างเหมาะสมหากถูกแทรกแซง

หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า เมื่อ เมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย อองซาน ซูจี โดยไม่มีเงื่อนไข เช่นนี้แล้ว อนาคตของวิกฤตการเมืองเมียนมาจะเป็นอย่างไรต่อไป? การที่เมียนมาพยายามตัดบทบาทของอาเซียนและยืนยันในอำนาจอธิปไตยของตนเอง อาจส่งผลให้การเจรจาทางการเมืองหยุดชะงักลงโดยสมบูรณ์ หรือนำไปสู่การแยกตัวทางนโยบายมากขึ้นเรื่อยๆ

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของอาเซียนว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการจัดการกับสมาชิกที่ไม่ได้เดินตามบรรทัดฐานของกลุ่ม หากอาเซียนไม่สามารถผลักดันให้เกิดการเจรจาที่เป็นรูปธรรมได้ ความสำคัญของกลุ่มในสายตาประชาคมโลกอาจถูกลดทอนลงไปอีก เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงที่การหันหน้าเข้าหากัน หรือจะเป็นเพียงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

ที่มา – เมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย “อองซาน ซูจี” โดยไม่มีเงื่อนไข “

เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตกใจให้กับคนในจังหวัดนนทบุรีอย่างมาก สำหรับกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อมีรายงานว่า เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง ภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลายคนให้ความสนใจในตัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นอย่างมากว่าท่านคือใครและมีเส้นทางชีวิตอย่างไรก่อนจะมาดำรงตำแหน่งนี้

เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง

พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองท้องถิ่นคนสำคัญของจังหวัดนนทบุรี โดยท่านเกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2498 ผ่านเส้นทางชีวิตทั้งในสายงานตำรวจและสายงานการเมืองมาอย่างโชกโชน ก่อนที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้งนายก อบจ. จนได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวนนทบุรีให้ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน

เส้นทางชีวิตและบทบาทของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

สำหรับประวัติการศึกษาของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ถือว่ามีความโดดเด่นอย่างมาก โดยท่านสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจพิเศษ รุ่นที่ 9 นอกจากนี้ท่านยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการศึกษาหรือรัฐศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองและการทำงานเพื่อสาธารณะอยู่เสมอ

หากพูดถึงประวัติการทำงานของท่าน ก่อนจะมาถึงเหตุการณ์ เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง ท่านผ่านตำแหน่งสำคัญในแวดวงสีกากีมามากมาย ได้แก่:

  • ปี 2527 – 2531: ปฏิบัติหน้าที่ในกองคดีตำรวจ
  • ปี 2531 – 2540: ประจำกองปราบปราม
  • ปี 2540 – 2541: รองผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอไทรน้อย
  • ปี 2541 – 2543: รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรี
  • ปี 2543 – 2544: ผู้กำกับการสถานีตำรวจบางบัวทอง
  • ปี 2544 – 2547: ผู้กำกับการสถานีตำรวจปากเกร็ด
  • ปี 2547 – ปัจจุบัน: นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

ด้วยประสบการณ์การทำงานยาวนานในพื้นที่นนทบุรี ทำให้ชื่อของ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นที่คุ้นเคยของคนในพื้นที่อย่างดีเยี่ยม การที่ท่านต้องมาประสบกับเหตุการณ์ถูกบุกยิงในครั้งนี้จึงเป็นประเด็นที่สังคมกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในแง่ของกระบวนการยุติธรรมและปมความขัดแย้งที่นำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าว

ในฐานะประชาชน เราคงต้องหวังให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใส เพื่อให้ความจริงปรากฏแก่สังคม การใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้สังคมตระหนักถึงการเคารพกฎหมายและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธีมากยิ่งขึ้น

ที่มา – เปิดประวัติ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูก อดีต สส. บุกยิง

Scroll to top