คดีนายกแพทองธาร

รัฐมนตรีให้กำลังใจ “นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัย

รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วม ตบเท้าเข้าทำเนียบรัฐบาลคึกคัก ให้กำลังใจ “นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ทยอยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อย่างคึกคัก ประกอบด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้ามาเป็นคนแรก ตามด้วยรัฐมนตรี อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มาเป็นทุกอย่าง มาเป็นพลังให้นายกฯ และนายกฯ กำลังใจดีอยู่แล้ว ขณะที่ นางมนพร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่ามาให้กำลังใจนายกฯ รวมไปถึง นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว จากนั้น 13.59 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะตัวแทนนายกฯ เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเวลาประมาณ 14.30 น. โดยศาลจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มาเป็นทุกอย่าง มาเป็นพลังให้นายกฯ และนายกฯ กำลังใจดีอยู่แล้ว ขณะที่ นางมนพร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่ามาให้กำลังใจนายกฯ รวมไปถึง นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว จากนั้น 13.59 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะตัวแทนนายกฯ เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเวลาประมาณ 14.30 น. โดยศาลจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วมเข้าทำเนียบฯ ให้กำลังใจ “นายกฯ อิ๊งค์” ลุ้นคำวินิจฉัย

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัฐบาลในการเผชิญกับสถานการณ์ที่สำคัญ การที่รัฐมนตรีจากหลายพรรคการเมืองเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของเธอ และความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติ

การรวมตัวของรัฐมนตรีเพื่อไทยและพรรคร่วม

การรวมตัวของรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมในครั้งนี้ ถือเป็นภาพที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพของรัฐบาลผสม แม้ว่าจะมีประเด็นทางการเมืองที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่การสนับสนุนและความไว้วางใจที่รัฐมนตรีมีต่อนายกรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม สถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อการตัดสินใจและการดำเนินงานของรัฐบาลในอนาคต

การที่รัฐมนตรีหลายท่านเดินทางมาให้กำลังใจนายกฯ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในสถานการณ์ที่กดดัน การที่นายกฯ ได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง จะช่วยให้สามารถตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การลุ้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดนี้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน และผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอาจมีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาล การติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อตัวนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของประเทศ การที่รัฐมนตรีและคนใกล้ชิดมาให้กำลังใจ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการนำพาประเทศไปข้างหน้า และการพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว การที่บรรดารัฐมนตรีเดินทางมาให้กำลังใจ “นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัย ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนและความสามัคคีภายในรัฐบาล ซึ่งจะเป็นกำลังใจสำคัญในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต

“นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัย ท่ามกลางกำลังใจจากคนรอบข้าง เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานเป็นทีม และการพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วมเข้าทำเนียบฯ ให้กำลังใจ “นายกฯ อิ๊งค์” ลุ้นคำวินิจฉัย

“แพทองธาร” ยิ้มแย้ม! เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.

“นายกฯ อิ๊งค์” “แพทองธาร” ยิ้มทักทายสื่อมวลชนอย่างสดใสขณะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอฟังผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีพี่สาว “พินทองทา” เตรียมเดินทางมาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 29 ส.ค. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว เมื่อลงจากรถบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า น.ส.แพทองธาร ได้แสดงสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมโบกมือทักทายสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่มารอติดตามการแถลงข่าวของเธอที่โถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า

สถานการณ์ทางการเมืองวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและเสถียรภาพของรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาวของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย จะเดินทางมาร่วมให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร และร่วมรับฟังคำวินิจฉัยของศาลไปพร้อมกัน การปรากฏตัวของ น.ส.พินทองทา แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและการสนับสนุนภายในครอบครัวและพรรคเพื่อไทยในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้

“แพทองธาร” ยิ้มทักทายสื่อ เข้าทำเนียบฯ ฟังผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

ผลคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศ และเป็นที่จับตาจากทุกภาคส่วน

แพทองธารทักทายสื่อ
แพทองธารให้สัมภาษณ์
บรรยากาศทำเนียบ
แพทองธาร เดินทาง

การที่ น.ส.แพทองธาร เลือกที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์อย่างใจเย็นและยิ้มแย้ม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ทำไมการรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจึงมีความสำคัญ

การรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร และต่อเสถียรภาพของรัฐบาล หากคำวินิจฉัยเป็นผลร้าย อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ในทางกลับกัน หากคำวินิจฉัยเป็นผลดี ก็จะเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาล และเปิดโอกาสให้สามารถดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มที่

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการยอมรับและเคารพในคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษากฎหมายและระเบียบของประเทศ

ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์ ⁣

ท้ายที่สุดนี้ การเมืองไทยยังคงต้องเดินหน้าต่อไป การตัดสินใจและแนวทางการแก้ไขปัญหาของผู้นำ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ

ที่มา – “แพทองธาร” ยิ้มทักทายสื่อ เข้าทำเนียบฯ ฟังผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

ศาล รธน. ชี้ชะตานายกฯ: อัปเดตล่าสุด

ศาลรัฐธรรมนูญ เริ่มต้นการประชุมเพื่อลงมติชี้ชะตา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” นายกรัฐมนตรี โดยได้มอบหมายให้ “หมอมิ้ง-ทนาย” เข้ารับฟังคำวินิจฉัยสำคัญในวันนี้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดคำร้องสำคัญที่ประธานวุฒิสภาได้ส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) โดยมีประเด็นสำคัญคือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง สืบเนื่องจากคลิปสนทนาระหว่างนายกฯ แพทองธาร กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา

คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และศาลได้รับคำร้องไว้วินิจฉัย พร้อมทั้งมีคำสั่งให้นางสาวแพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ศาลยังได้ดำเนินการไต่สวนนางสาวแพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ สมช.) เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 และให้ส่งคำแถลงการณ์ปิดคดีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ตามลำดับ การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ รวมถึงการจัดพื้นที่และติดตั้งจอโทรทัศน์เพื่อให้ผู้สนใจสามารถรับชมภาพและเสียงจากห้องพิจารณาคดีได้ นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดคำวินิจฉัยผ่านช่องทาง YouTube ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) ได้จัดกำลังพลจำนวน 1 กองร้อย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ EOD และสุนัขตำรวจ เพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สื่อมวลชนจากหลายสำนักข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เดินทางมาติดตามรายงานข่าวการชี้ขาดความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร อย่างใกล้ชิด

ศาล รธน. ชี้ชะตานายกฯ

ในเวลา 09.30 น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้เริ่มการประชุมเพื่อแถลงคำวินิจฉัยส่วนตน ปรึกษาหารือ และลงมติ จากนั้นจะมีการทำคำวินิจฉัยกลางเพื่ออ่านให้คู่ความฟังในเวลา 15.00 น. พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ได้เดินทางมารับฟังการพิจารณาของศาลด้วยตนเอง ขณะที่ นายกรัฐมนตรีมอบหมาย นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริยเดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และทนายความมาฟังคำวินิจฉัย

แนวทางการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้มีสองแนวทางหลักที่เป็นไปได้:

  • ยกคำร้อง: หากศาลตัดสินใจเช่นนี้ หมายความว่า นายกรัฐมนตรี จะยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป
  • มีความผิดตามคำร้อง: ในกรณีนี้ นายกรัฐมนตรี จะต้องพ้นจากตำแหน่ง นับตั้งแต่วันที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และอาจถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี

ประเด็นสำคัญ: ศาล รธน. ชี้ชะตานายกฯ

การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทย และจะเป็นที่จับตามองของประชาชนทุกภาคส่วน การมอบหมายให้ “หมอมิ้ง-ทนาย” มาฟังคำวินิจฉัยแทน แสดงให้เห็นว่าทีมงานของนายกฯ ให้ความสำคัญกับการพิจารณาคดีนี้มาก

ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร เราต้องเคารพการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญ และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง

ที่มา – ศาล รธน. เริ่มแล้วประชุมลงมติชี้ชะตานายกฯ “อิ๊งค์” มอบ “หมอมิ้ง-ทนาย” ฟังคำวินิจฉัย

ทำเนียบฯ เตรียมโถง “แพทองธาร” แถลงหลังศาลตัดสิน

ทำเนียบรัฐบาลเตรียมพื้นที่โถงกลางบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อให้ “แพทองธาร ชินวัตร” แถลงหลังศาลตัดสิน พร้อมจัดห้องม่วงให้รัฐมนตรีร่วมเกาะติดการถ่ายทอดสด

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งจะเดินทางเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น. เพื่อติดตามการถ่ายทอดสดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี สว. 36 คน เข้าชื่อยื่นเรื่องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น.

สถานการณ์ทางการเมืองกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเข้ามามีบทบาทในการตัดสินประเด็นสำคัญต่างๆ การที่ทำเนียบรัฐบาลเตรียมความพร้อมสำหรับการแถลงข่าวของ “แพทองธาร ชินวัตร” แถลงหลังศาลตัดสิน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตัดสินครั้งนี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อรัฐบาลและสถานการณ์ทางการเมืองโดยรวม

การที่รัฐมนตรีหลายท่านจะเข้าร่วมรับฟังการถ่ายทอดสดคำวินิจฉัยด้วย แสดงให้เห็นถึงความกังวลและความสนใจอย่างใกล้ชิดของรัฐบาลต่อเรื่องนี้ การที่ น.ส.แพทองธาร จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทันทีหลังจากศาลอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น เป็นสิ่งบ่งชี้ว่ารัฐบาลต้องการที่จะสื่อสารข้อเท็จจริงและตอบข้อสงสัยของประชาชนอย่างรวดเร็วและโปร่งใส

ทำเนียบฯ เตรียมโถงกลางบนตึกไทยคู่ฟ้า “แพทองธาร” เตรียมแถลงหลังศาลตัดสิน

การเตรียมการของทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดเตรียมสถานที่สำหรับการแถลงข่าวเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังทุกฝ่ายว่ารัฐบาลพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผลของการตัดสิน ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใดก็ตาม การที่ น.ส.แพทองธาร จะเดินทางไปยังที่ทำการพรรคเพื่อไทยเพื่อพบปะกับ สส. และแฟนคลับ เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและความเข้มแข็งของพรรค

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่แฟนคลับจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงและความนิยมที่ยังคงแข็งแกร่ง การสนับสนุนจากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการดำรงอยู่ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ

ความสำคัญของการแถลงข่าวของ “แพทองธาร” หลังศาลตัดสิน

การแถลงข่าวของ “แพทองธาร ชินวัตร” แถลงหลังศาลตัดสิน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รัฐบาลจะต้องสื่อสารข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนหรือข่าวลือต่างๆ นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความพร้อมที่จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย หากผลการตัดสินเป็นไปในทิศทางที่ไม่เป็นคุณต่อรัฐบาล

  • การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • การเตรียมพร้อมสำหรับการแถลงข่าว
  • การรักษาความสามัคคีภายในพรรค
  • การสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใส

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทย ทุกฝ่ายจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

โดยรวมแล้ว สิ่งที่ทำเนียบรัฐบาลกำลังทำอยู่นี้ เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นหลังการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ และความพยายามที่จะควบคุมสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด การแถลงข่าวของ “แพทองธาร ชินวัตร” แถลงหลังศาลตัดสิน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารข้อเท็จจริงและสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน

ที่มา – ทำเนียบฯ เตรียมโถงกลางบนตึกไทยคู่ฟ้า “แพทองธาร” เตรียมแถลงหลังศาลตัดสิน

มวลชนเสื้อแดงให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทย เกาะติดผลศาล รธน.

พรรคเพื่อไทย เตรียมจอทีวีเกาะติดลุ้นผลวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปมคลิปเสียง “นายกฯ อิ๊งค์ – ฮุน เซน” พบมวลชนทยอยเดินทางมารอให้กำลังใจ พร้อมใส่เสื้อแดงสกรีนข้อความ-รูป “แพทองธาร”

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย พบว่าเริ่มมีกลุ่มมวลชนผู้สนับสนุนและแฟนคลับพรรคเพื่อไทยเดินทางเข้ามา โดยพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีแดงสกรีนข้อความให้กำลังใจและรูปของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงหรือไม่ ปมคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

สถานการณ์ล่าสุดที่พรรคเพื่อไทย เต็มไปด้วยความคึกคัก มวลชนสวมเสื้อแดงให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทย ต่างจับจ้องไปที่จอทีวีขนาดใหญ่ที่ทางพรรคได้จัดเตรียมไว้ เพื่อติดตามผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น

ทั้งนี้ บรรยากาศบริเวณโรงอาหารของพรรคเพื่อไทย มีการจัดเตรียมสถานที่สำหรับสื่อมวลชน และมวลชน-กลุ่มผู้สนับสนุนที่ทยอยเดินทางมา พร้อมมีการติดตั้งจอโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดสดช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ตั้งแต่เวลา 15.00 น.

ขณะที่ในเวลา 14.00 น. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย จะทยอยเดินทางเข้ามาเพื่อติดตามฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีจะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลช่วง 14.00 น. เช่นเดียวกัน และจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ก่อนจะเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย เพื่อเข้ามาทักทายกับบรรดา ส.ส. และมวลชนที่มารอให้กำลังใจ.

มวลชนสวมเสื้อแดงรอให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทยตั้งจอทีวีเกาะติดผลศาล รธน.

การรวมตัวของมวลชนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสนับสนุนและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นเช่นไร กำลังใจจากมวลชนเหล่านี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้พรรคเพื่อไทยก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

ทำไมมวลชนถึงสวมเสื้อแดงให้กำลังใจ “อิ๊งค์”

การสวมเสื้อแดงของมวลชน เป็นสัญลักษณ์ของการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี และการสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน สีแดงเป็นสีที่สื่อถึงพลัง ความเข้มแข็ง และความมุ่งมั่น ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกของมวลชนที่มีต่อพรรคเพื่อไทยและนางสาวแพทองธาร ชินวัตร

  • เสื้อแดงเป็นสัญลักษณ์ของความภักดีต่อพรรคเพื่อไทย
  • แสดงถึงความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร
  • เป็นการรวมพลังเพื่อส่งกำลังใจให้แก่นายกรัฐมนตรี

ยิ่งไปกว่านั้น การที่มวลชนพร้อมใจกันสวมเสื้อแดงที่มีข้อความและรูปของนางสาวแพทองธาร ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความใกล้ชิดระหว่างผู้นำพรรคและประชาชน การกระทำนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้กำลังใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนอีกด้วย

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน แต่สิ่งที่แน่นอนคือความศรัทธาและความรักที่มวลชนมีต่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตรและพรรคเพื่อไทย จะยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญต่อไป มวลชนสวมเสื้อแดงให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทย และเฝ้ารอผลการพิจารณาด้วยความหวัง

การที่มวลชนพร้อมใจกันมามวลชนสวมเสื้อแดงรอให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทยตั้งจอทีวีเกาะติดผลศาล รธน. แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อิ๊งค์อย่างชัดเจน ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร กำลังใจจากประชาชนจะเป็นแรงผลักดันให้พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไปอย่างแน่นอน

มวลชนสวมเสื้อแดงรอให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทยตั้งจอทีวีเกาะติดผลศาล รธน.เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างนักการเมืองและประชาชนในระบอบประชาธิปไตย การแสดงออกถึงการสนับสนุนและให้กำลังใจ เป็นสิ่งที่สวยงามและควรค่าแก่การรักษาไว้

ที่มา – มวลชนสวมเสื้อแดงรอให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เพื่อไทยตั้งจอทีวีเกาะติดผลศาล รธน.

ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค

ไทม์ไลน์ 29 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัย “นายกฯ อิ๊งค์” บ่าย 3 เป็นต้นไป สส.เพื่อไทยเข้าพรรครอให้กำลังใจ – ภูมิใจไทยตั้งวอร์รูม พรรคประชาชนแถลงหลังรู้ผล ด้านคณะรวมพลังแผ่นดิน จ่อแถลงท่าที

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานไทม์ไลน์สำคัญของวันนี้ โดยในเวลา 09.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือ ทำความเห็นส่วนตน ลงมติ เพื่อส่งให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อเตรียมแถลง ในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 36 คน เข้าชื่อยื่นประธานวุฒิสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

จากนั้นในเวลา 15.00 น. เป็นช่วงสำคัญที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย มีการถ่ายทอดสดผ่านยูทูปศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองสำคัญ ในเวลา 10.00 น. พรรคภูมิใจไทย ตั้งวอร์รูมประชุมพรรค ติดตามการอ่านฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เวลา 14.00 น. น.ส.แพทองธาร เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ติดตามฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเตรียมแถลงข่าวหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย โดยมี สส.พรรคเพื่อไทย ทยอยเดินทางมารวมตัวให้กำลังใจ

เวลา 15.00 น. พรรคประชาชนซึ่งเป็นอีกพรรคตัวแปรการเมืองสำคัญในการจับขั้ว นัดประชุม สส. ณ ที่ทำการพรรค และหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น พรรคประชาชนจะมีการแถลงข่าว

ขณะที่เวลาเดียวกัน 15.00 น. คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย แถลงข่าวกำหนดท่าทีและการเคลื่อนไหว หลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่า น.ส.แพทองธาร จะไม่เข้าทำเนียบรัฐบาล แต่จะไปยังพรรคเพื่อไทย ซึ่งต้องรอติดตามการปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธาร ในวันนี้อีกครั้ง โดยไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวีร่วมเกาะติดรายงานสถานการณ์สดตลอดทั้งวัน ไปจนถึงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย.

ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค

การเมืองไทยในช่วงนี้เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองโดยรวม ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค จึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย ทั้งพรรคการเมือง นักวิเคราะห์ และประชาชนทั่วไป

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของ น.ส.แพทองธาร ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แม้ว่าจะมีกระแสข่าวต่างๆ ออกมา แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศไทยในอนาคต

ผลกระทบจาก ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค

ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาในรูปแบบใด ย่อมมีผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า น.ส.แพทองธาร มีความผิดจริง ก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการยุบสภา การเลือกตั้งใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมือง

ในทางกลับกัน หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า น.ส.แพทองธาร ไม่มีความผิด ก็อาจเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล และทำให้พรรคเพื่อไทยมีบทบาทมากขึ้นในการบริหารประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจของศาล และร่วมกันสร้างสรรค์การเมืองไทยให้เป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม

การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเวลานี้ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ และพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากประเด็นของ น.ส.แพทองธาร แล้ว ยังมีประเด็นทางการเมืองอื่นๆ ที่น่าสนใจและควรติดตามอย่างใกล้ชิด เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปกองทัพ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางต่างๆ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การเมืองไทยพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น

โดยรวมแล้ว ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทยอย่างมาก การทำความเข้าใจสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน

ดังนั้น พวกเราควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจและมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์การเมืองไทยให้เป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม

ที่มา – ไทม์ไลน์วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” เพื่อไทยเข้าพรรค – ปชน. จ่อแถลงหลังรู้ผลศาล

ถ่ายทอดสด! ลุ้นมติคดี ‘แพทองธาร’ วันนี้

เตรียมเกาะติดถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้! ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาชี้ชะตาคดีคลิปเสียงของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ว่าจะเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงถึงขั้นต้องสิ้นสุดสถานะรัฐมนตรีหรือไม่ คดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (29 สิงหาคม 2568) เวลา 9.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมเพื่อลงมติในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ โดยมีประเด็นสำคัญคือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น. และจะมีการถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

ถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้

หลังจากที่ศาลได้อ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น น.ส.แพทองธาร มีกำหนดการที่จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล และหลังจากนั้นจะเดินทางไปยังที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อพบปะกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกลุ่มผู้สนับสนุนที่ได้นัดหมายกันไว้เพื่อรอให้กำลังใจ

ช่องทางติดตามถ่ายทอดสด

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามการถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้ ได้ผ่านทางไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวี เพื่อเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน

สถานการณ์ทางการเมืองครั้งนี้เป็นที่จับตาของประชาชนอย่างยิ่ง ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร ย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และทิศทางทางการเมืองของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และทำความเข้าใจในรายละเอียดของข้อกฎหมายต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ และตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรอบด้าน

การถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และติดตามความเป็นไปของคดีนี้อย่างใกล้ชิด

  • การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
  • คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเนื่องจากเกี่ยวข้องกับประเด็นจริยธรรมของนักการเมือง
  • การถ่ายทอดสดจะช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว

ที่มา – ถ่ายทอดสด ลุ้นมติผลศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “แพทองธาร” วันนี้(คลิป)

แพทองธารแถลงข่าว หลังศาลฯวินิจฉัยคดีคลิปเสียง

“แพทองธาร ชินวัตร” เตรียมแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล หลังรู้ผลศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง ก่อนเข้าพรรคเพื่อไทยไปพบ สส. ที่มารวมตัวให้กำลังใจ

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยในเวลา 14.00 น. น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะอ่านคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. ทั้งนี้ เมื่อศาลอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้ว น.ส.แพทองธาร จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน จากนั้น น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อพบปะกับ สส.ของพรรค ที่มารอให้กำลังใจ และบรรดาแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เดิมทางพรรคเพื่อไทยนัดหมายให้ สส.ของพรรคเพื่อไทย รวมตัวกันที่พรรค แล้วนั่งรถเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร แต่ล่าสุดได้มีการเปลี่ยนแปลงไม่ให้ สส. เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล แต่ให้รวมตัวกันที่พรรคเพื่อไทยตั้งแต่ 15.00 น. เพื่อรอให้ น.ส.แพทองธาร เดินทางเข้าไปที่พรรคแทน.

แพทองธาร เตรียมแถลงข่าว หลังรู้ผลศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง

สถานการณ์ทางการเมืองมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ล่าสุดคือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี และนำมาสู่การเตรียมพร้อมสำหรับการแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

การแถลงข่าวครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงท่าทีและการดำเนินการต่อไปของรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร

ทำไมการแถลงข่าวของแพทองธาร หลังศาลฯวินิจฉัยคดีคลิปเสียงจึงสำคัญ

การแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ในครั้งนี้มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

  • ความโปร่งใส: การแถลงข่าวถือเป็นการแสดงความโปร่งใสของรัฐบาลในการตอบคำถามและข้อสงสัยของประชาชน
  • ความชัดเจน: การแถลงข่าวจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และลดความสับสนที่อาจเกิดขึ้น
  • ความเชื่อมั่น: การแถลงข่าวอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน

นอกเหนือจากประเด็นข้างต้น การแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำและความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีสติและรอบคอบ

แน่นอนว่าการปรากฏตัวของ สส. และแฟนคลับที่พรรคเพื่อไทย เพื่อให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร หลังจากการแถลงข่าว ก็เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายในพรรค

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือเนื้อหาของการแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร จะเป็นอย่างไร จะมีประเด็นใดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยและชี้แจง รวมถึงท่าทีของรัฐบาลต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นไปในทิศทางใด สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในฐานะพลเมือง

การที่ น.ส.แพทองธาร เตรียมตัวแถลงข่าวหลังทราบผลการวินิจฉัยคดีคลิปเสียง ถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสาธารณชน และความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ

หวังว่าการแถลงข่าวครั้งนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับทุกฝ่าย หากคุณติดตามข่าวสารนี้อย่างใกล้ชิด คุณจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน

ที่มา – “แพทองธาร” เตรียมแถลงข่าว หลังรู้ผลศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน

ศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งความต่อตำรวจไซเบอร์เพื่อเอาผิดกับเพจที่บิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับวันนัดไต่สวนคดีของนายกรัฐมนตรี โดยมุ่งเป้าไปที่เพจ Facebook ที่ชื่อ The Critics และช่อง YouTube สถาบันทิศทางไทย ที่เผยแพร่คลิปที่บิดเบือนวันนัดไต่สวนในคดีคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับ “นายกฯ แพทองธาร”

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ว่า ตามที่มีข่าวในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ข่าวที่ 30/2568) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา พบการเผยแพร่คลิปและข่าวในสื่อต่างๆ ที่เป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการไต่สวนของศาล การกระทำดังกล่าวสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อศาลรัฐธรรมนูญ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังอาจเป็นการละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 38 และ 39 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 และข้อ 10 และ 11 ของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจึงเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่กระทำการบิดเบือนและเผยแพร่คลิปดังกล่าว

ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ทำการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายกับ Facebook The Critics และ YouTube สถาบันทิศทางไทย ซึ่งเผยแพร่ข่าวที่เป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวนของศาล ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน

ทำไมศาลรัฐธรรมนูญถึงแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน?

การแจ้งความดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีของศาล อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของศาล และสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน ขาดความเชื่อมั่นในการตัดสินของศาล และอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน ถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรมและรักษาความน่าเชื่อถือของศาล การเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

การที่ศาลรัฐธรรมนูญออกมาดำเนินการอย่างจริงจังเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นกลางและความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับศาล การดำเนินการนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่อาจมีเจตนาบิดเบือนข้อมูลหรือเผยแพร่ข่าวสารที่เป็นเท็จ ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร

การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนการเผยแพร่ และการหลีกเลี่ยงการบิดเบือนข้อมูล เป็นสิ่งที่ทุกคนควรคำนึงถึง

ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความ เอาผิดเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร และการปกป้องกระบวนการยุติธรรมจากการบิดเบือนข้อมูล การดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกคนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ

จากกรณีนี้ แสดงให้เห็นว่าการตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อและแชร์ต่อ มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ที่มา – ศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งความตร.ไซเบอร์ เอาผิดพวกเพจบิดเบือนวันนัดไต่สวนคดีนายกฯ

Scroll to top