ชายแดนไทยกัมพูชา

กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน

กองกำลังบูรพาเริ่มสร้างบังเกอร์ใหม่ หลัง “กัน จอมพลัง” มอบบล็อกคอนกรีตให้ เพื่อเสริมความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 วัน มาดูกันว่า กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน จะเสริมความแข็งแกร่งให้พื้นที่ชายแดนได้อย่างไร

วันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังบูรพาได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างบังเกอร์แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว หลังจากเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา นายกัน จอมพลัง ได้มอบบล็อกคอนกรีตให้กับทหาร เพื่อใช้ในการเสริมสร้างบังเกอร์แนวป้องกันชายแดน

บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความร่วมแรงร่วมใจ โดยผู้ใหญ่บ้านหนองจาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และชาวบ้านบางส่วน นำอุปกรณ์ทำงาน เช่น จอบ เสียม เข้ามาช่วยขุดเปิดหน้าดิน เตรียมพื้นที่สำหรับการวางบล็อกคอนกรีต ขณะเดียวกันยังมีการนำรถแบ็กโฮเข้ามาขุดดิน เคลียร์พื้นที่ และโค่นต้นไม้ใหญ่ในจุดประจำการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการก่อสร้าง

ทั้งนี้แผนการก่อสร้างประกอบด้วยบังเกอร์ 2 จุด ได้แก่ ที่บ้านหนองจาน 1 บังเกอร์ และบ้านหนองหญ้าแก้วอีก 1 บังเกอร์ โดยแต่ละบังเกอร์ใช้บล็อกคอนกรีต 4 บล็อก มีขนาดความกว้าง 2.10 เมตร ความสูง 2.10 เมตร เมื่อนำมาประกอบรวมกันจะมีความลึกประมาณ 4 เมตร ถือเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงและปลอดภัย สามารถรองรับการปฏิบัติงานของกำลังพลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รูปแบบการก่อสร้างบังเกอร์อ้างอิงจากต้นแบบที่ นายกัน จอมพลัง เคยดำเนินการที่พื้นที่ตาเมือนธม ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นที่กำบังทางยุทธวิธีแล้ว หากพื้นที่มีไฟฟ้าเข้าถึง ยังสามารถติดตั้งพัดลมและอุปกรณ์สนับสนุนทางการทหาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นอกจากบังเกอร์แล้ว ยังมีการเสริมป้อมตรวจการณ์เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจตราและดูแลแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด โดยกองกำลังบูรพาคาดว่า การก่อสร้างบังเกอร์ทั้งสองแห่งจะแล้วเสร็จภายใน 2 วัน ซึ่งจะช่วยยกระดับความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่กำลังพล รวมถึงประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้มากยิ่งขึ้น

กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน

ทำไมต้องสร้างบังเกอร์ใหม่ที่บ้านหนองจาน?

การตัดสินใจของ กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน มีจุดประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันชายแดน ตอบสนองต่อสถานการณ์ความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้กำลังพลมีที่มั่นที่ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ การมีบังเกอร์ที่แข็งแรงจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่

การก่อสร้างนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนายกัน จอมพลัง ที่ได้มอบบล็อกคอนกรีตให้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ

บังเกอร์ที่สร้างขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่กำบัง แต่ยังสามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น พัดลม และอุปกรณ์ทางการทหารอื่นๆ ทำให้เจ้าหน้าที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน

นอกจากนี้ การเสริมป้อมตรวจการณ์เพิ่มเติมยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจตราและดูแลแนวชายแดน ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยสรุปแล้ว การที่ กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว ที่จะส่งผลดีต่อทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ที่มา – กองกำลังบูรพา เริ่มสร้างบังเกอร์ใหม่ เสริมความมั่นคงชายแดน พื้นที่บ้านหนองจาน

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว”

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยืนยันเอาจริง ย้ายคนกัมพูชาที่รุก “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” รอผลประชุม GBC 10 ก.ย. นี้ เผย สมช. ไฟเขียวตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างรั้วชายแดน

วันที่ 6 ก.ย. 68 คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุม ติดตามสถานการณ์ปัญหาความมั่นคงชายแดนในพื้นที่อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว (บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พ.อ.ปฏิวัติ เฟื่องประภัสสร์ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ 12 กองกำลังบูรพา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เข้าร่วม 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ชี้แจงในที่ประชุมว่า ตนเองยังไม่เกษียณอายุราชการ เพียงแต่ต่อระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง รวมทั้งที่มีการนำเสนอข่าวว่าพื้นที่บ้านหนองจานไม่มีเอกสารสิทธิ์นั้น ไม่เป็นความจริง บ้านหนองจาน มีพื้นที่รวมกว่า 3,000 ไร่ โดยพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์คือพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียง ยืนยันว่าจะมีการออกเอกสารสิทธิ์ให้พื้นที่ดังกล่าว ทวงคืนพื้นที่เหล่านี้กลับมา เนื่องจากเป็นพื้นที่ทำกินและเป็นผืนแผ่นดินไทย

“ใครที่บอกว่าผมขายชาติ ลองคิดดูว่าขายหรือไม่ ถ้าผมทำอย่างนี้แล้ว ก็อยู่ที่ท่านจะใช้ดุลยพินิจ”

นายปริญญา กล่าวต่อว่า ตนเองได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย กัมพูชา ขอความร่วมมือดำเนินการย้ายราษฎรกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ประท้วงกลับ เรามีจุดประสงค์ให้สังคมไทยรู้ว่า กองกำลังบูรพา แม่ทัพภาคที่ 1 เอาจริง ไม่ใช่ทำเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เราทำอย่างรอบคอบรัดกุมเป็นไปตามเงื่อนไขทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกับตอบคำถามกับผู้สังเกตการณ์ได้ โดยขั้นตอนต่อไปต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 10  ก.ย.นี้ 

เนื่องจากได้ชงเรื่องเขตแดนบ้านหนองจานไปยังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขอให้นำวาระเข้าไปพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา แม้จะมีการส่งหนังสือหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยไปแล้วก็ตาม โดยยืนยันว่าได้วางแผนดำเนินการไว้ทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นได้ทำการติดป้ายประกาศขอให้ออกจากพื้นที่ หากไม่ปฏิบัติตามก็จะดำเนินการตามตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 รวมถึงพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ในเวลาที่เหมาะสม

ส่วนแนวคิดการสร้างรั้วบริเวณชายแดน 16 กิโลเมตร เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.68) ที่ประชุม สมช. ได้มีมติตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างรั้วชายแดนในจุดที่มีความจำเป็นต้องสร้าง เพื่อป้องกันการขนยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และการแสดงอาณาเขตของประเทศ 

ด้าน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ ระบุว่าเรากังวลว่าจะมีการยกระดับไปสู่การปะทะ คณะกรรมาธิการจึงจำเป็นจะต้องรวบรวมข้อมูล เผื่อนำไปสู่การสนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาในพื้นที่ ยืนยันว่าไม่ได้ค้านการสร้างรั้ว แต่อย่างไรจะต้องหามาตรการเพิ่มเติม หากมีการละเมิดอธิปไตยก็ต้องบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องอาณาเขตของประเทศไทย  ฉะนั้นเรื่องเทคโนโลยีและกล้องเป็นสิ่งสำคัญ สอดคล้องกับฝ่ายทหารที่ต้องการ CCTV เพื่อเฝ้าระวังจุดที่มีความอ่อนไหว โดยประเด็นนี้คณะกรรมาธิการจะมีการพูดคุยกับ สมช. ต่อไป

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยันเอาจริง ทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว”

ทำไมผู้ว่าฯ สระแก้วถึงต้องทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว”

ประเด็นสำคัญที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วให้ความสำคัญในการทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” นั้น เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยในพื้นที่ดังกล่าว การดำเนินการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การย้ายราษฎรที่รุกล้ำ แต่เป็นการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ

การที่ผู้ว่าฯ สระแก้วดำเนินการอย่างจริงจังในการทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องดินแดนและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย การดำเนินการนี้อาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่เป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ

การแก้ไขปัญหาพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการทวงคืนพื้นที่ แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศ การเจรจาและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ

การดำเนินการทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เราเข้าใจถึงผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ที่มา – ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยันเอาจริง ทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว”

ลีน่าจัง ลงพื้นที่หนองจาน ให้กำลังใจทหาร

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด “ลีน่าจัง” นักเคลื่อนไหวชื่อดัง ได้ลงพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้กำลังใจทหารแนวหน้า พร้อมทั้งประกาศท้าทาย “กำนันลี”

ลีน่าจัง ลงพื้นที่บ้านหนองจาน ให้กำลังใจทหารแนวหน้า นัดท้าเจอ “กำนันลี”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ยังคงตึงเครียดจากเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างทหารไทยกับกลุ่มชาวกัมพูชาเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากปรากฏภาพทหารไทยถูกเบียดและผลักดันจนล้ม

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ลีน่าจัง หรือ นางลีนา จังจรรจา นักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดัง ได้เดินทางลงพื้นที่บ้านหนองจานด้วยตนเอง เพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดน รวมถึงชาวบ้านหนองจานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

ทันทีที่เดินทางมาถึง ลีน่าจัง ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งประกาศท้าทายไปยัง “กำนันลี” ชาวกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวก่อความรุนแรงในพื้นที่

ลีน่าจังกล่าวว่า “การกระทำแบบนี้เป็นสิ่งที่คนไทยยอมไม่ได้ ถ้าแน่จริงมาเจอกันเลยที่ถนนสีเพ็ญ ฉันพร้อมจะสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของทหารไทยและแผ่นดินไทย” คำพูดดังกล่าวได้รับการตอบรับด้วยเสียงเชียร์และกำลังใจจากประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หลายคนโบกธงไตรรงค์และส่งเสียงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ประชาชนที่ทราบข่าวการเดินทางมาของลีน่าจัง ต่างพากันมารอให้กำลังใจและขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก แม้ว่าสถานการณ์โดยรอบยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารตรึงกำลังอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ทำไมการลงพื้นที่ของลีน่าจังจึงมีความสำคัญ?

การลงพื้นที่ของลีน่าจังในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยและความรู้สึกของคนไทยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และการให้กำลังใจแก่ทหารและประชาชนในพื้นที่ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

นอกจากนี้ การที่ลีน่าจังออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่า การกระทำใดๆ ที่เป็นการคุกคามหรือละเมิดอธิปไตยของไทย จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมไทยอย่างแน่นอน

สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจาเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน การปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจละเลยได้ เราทุกคนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละเพื่อปกป้องประเทศชาติ

ที่มา – “ลีน่าจัง” ลงพื้นที่บ้านหนองจาน ให้กำลังใจทหารแนวหน้า นัดท้าเจอ “กำนันลี”

ชื่นชม “ผู้กองเต้ย” สั่งคุมชาวบ้านป่วนหนองจาน

โซเชียลแห่ชื่นชม “ผู้กองเต้ย” นายทหารกล้า ตะโกนสั่ง “ทหารกัมพูชา” ให้ควบคุมชาวกัมพูชาที่บุกป่วนพื้นที่ “บ้านหนองจาน” จ.สระแก้ว เหตุการณ์นี้ทำให้ชื่อของ “ผู้กองเต้ย” กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เพราะอะไรไปดูกัน

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ชาวกัมพูชากว่า 200 คน ได้รวมตัวกันบริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อประท้วงเจ้าหน้าที่ไทย หลังดำเนินการติดตั้งป้ายประกาศในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว โดยระบุให้ราษฎรกัมพูชาที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำเข้ามาฝั่งไทย ต้องดำเนินการรื้อถอนและออกจากพื้นที่ดังกล่าว

ซึ่งชาวกัมพูชาที่รวมตัว ได้กดดันเชิงสัญลักษณ์ พยายามเคลื่อนไหวเข้าใกล้จุดติดตั้งป้าย ขณะที่บางส่วนก็แสดงท่าทียั่วยุเจ้าหน้าที่ พกพาไม้เป็นอาวุธ และพกพาวิทยุสื่อสารประจำตัว โดยมีทหารกัมพูชาคอยสังเกตการณ์ และร่วมอยู่ในกลุ่มมวลชนชาวกัมพูชาด้วย สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงบานปลาย

อย่างไรก็ตาม ได้มีคลิปที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังเกิดเหตุชลมุนขึ้น ชาวกัมพูชาลุกฮือ ถือไม้เข้าประชิดตัวเจ้าหน้าที่ แม้ทหารไทยจะยืนควบคุมสถานการณ์ด้วยความอดทนอดกลั้น แต่กลับถูกก่อกวนและดันจนเกิดความวุ่นวายขึ้นในบางช่วง ทำให้ทหารนายหนึ่งตะโกนใส่ทหารกัมพูชา ให้เข้าควบคุมชาวบ้านที่ก่อความวุ่นวาย และผลักดันกลับฝั่งตนเองไป ด้วยเสียงที่ดังและหนักแน่น จึงทำให้คนในโซเชียลต่างเข้ามาชื่นชมเป็นจำนวนมาก ทั้งยังขอบคุณที่ทำหน้าที่ทหารอย่างเต็มความสามารถ

ชื่นชม “ผู้กองเต้ย” ทหารกล้า ตะโกนสั่ง “ทหารกัมพูชา” คุมชาวบ้านป่วน “บ้านหนองจาน”

การกระทำของ “ผู้กองเต้ย” ได้สร้างความประทับใจให้กับคนไทยจำนวนมาก หลายคนมองว่าเป็นการแสดงออกถึงความเด็ดขาดและความกล้าหาญในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและสุ่มเสี่ยง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ทหารนายดังกล่าว คือ “ผู้กองเต้ย” ร.อ.วัชรจิตร สุมะโน และยังพบว่า ในวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กของภรรยาผู้กองเต้ย ก็ได้มีการโพสต์ข้อความและคลิปวิดีโออวยพรวันเกิดของสามี พร้อมแคปชันหวานว่า เป็นวันเกิดปีแรกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เข้าใจสามีมากๆ และขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งต่อมาก็ได้มีคนเข้าไปร่วมอวยพรเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความรักและกำลังใจที่ภรรยามีให้ต่อ “ผู้กองเต้ย”

ผู้กองเต้ยคือใคร?

ร.อ.วัชรจิตร สุมะโน หรือ “ผู้กองเต้ย” เป็นนายทหารที่ได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ มากมาย การแสดงออกถึงความเด็ดขาดและความกล้าหาญในครั้งนี้ ทำให้เขาได้รับการยกย่องและชื่นชมจากสังคม

  • ความกล้าหาญและเสียสละของ “ผู้กองเต้ย” เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทหารและประชาชนทั่วไป
  • เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงตามแนวชายแดน
  • การแก้ไขปัญหาด้วยความอดทนอดกลั้นและใช้สติปัญญา เป็นสิ่งที่ควรยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่

เหตุการณ์ที่ “บ้านหนองจาน” แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาชายแดน และความจำเป็นในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การตัดสินใจที่เด็ดขาดของ “ผู้กองเต้ย” ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียด และป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงบานปลาย เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องอธิปไตย และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ

ที่มา – ชื่นชม “ผู้กองเต้ย” ทหารกล้า ตะโกนสั่ง “ทหารกัมพูชา” คุมชาวบ้านป่วน “บ้านหนองจาน”

ตรึงกำลังเข้ม! “บ้านหนองจาน” พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณ บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นจุดที่กองกำลังไทยตรึงกำลังเข้มเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการลักลอบข้ามแดน

พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ กกล.บูรพา ยืนยันว่า กองกำลังไทยพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายสากลอย่างเคร่งครัด โดยจะมีการสับเปลี่ยนกำลังพลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา หากตรวจพบผู้ลักลอบเข้าประเทศไทยโดยมีอาวุธ และมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคง จะถือว่าเป็น “กำลังติดอาวุธ” และจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

แต่หากเป็นประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิของประชาชน ผบ.ฉก.อรัญประเทศ ย้ำว่า นโยบายสำคัญคือการไม่เดินตามเกมของฝ่ายตรงข้าม แต่จะยึดตามแนวทางของกองทัพ และนโยบายด้านความมั่นคง โดยเน้นการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและกองกำลังในพื้นที่ยังคงบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลาม กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่ได้เดินทางลงพื้นที่บ้านหนองจาน หลังจากเห็นคลิปการไลฟ์สดของฝั่งกัมพูชา และแสดงความเห็นใจต่อเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า

ตรึงกำลังเข้ม “บ้านหนองจาน”

มาตรการสำหรับผู้ถืออาวุธในพื้นที่ “บ้านหนองจาน”

ประเด็นสำคัญที่ถูกสอบถามคือ กรณีหากมีผู้ถืออาวุธเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมตัวได้หรือไม่ พ.อ.ชัยณรงค์ กล่าวว่า ถ้าเป็นทหารถืออาวุธ เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้เลย แต่ถ้าเป็นชาวบ้าน ก็ต้องปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรม

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะที่บ้านหนองจาน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตรึงกำลังเข้มของเจ้าหน้าที่ไทยเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ การปฏิบัติตามกฎหมาย และหลักมนุษยธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราทุกคนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงของชาติ

ที่มา – ตรึงกำลังเข้ม “บ้านหนองจาน” หากพบทหารกัมพูชาถืออาวุธล้ำข้ามแดน พร้อมดำเนินการทันที

GULF มอบเงิน 17 ล้าน ดูแลครอบครัวทหารกล้า

GULF มอบเงิน 17 ล้านบาท จากกองทุน 100 ล้านบาท ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 ให้เกียรติเป็นประธาน และสักขีพยานในการรับมอบ

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF นำโดย นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบเงินช่วยเหลือ 17 ล้านบาท ให้แก่ครอบครัวทหารกล้าผู้สละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รวม 17 ครอบครัว ครอบครัวละ 1 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้มาจาก “กองทุน 100 ล้านบาท” ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ จากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและเป็นสักขีพยานในการรับมอบ ณ กองบัญชาการกองทัพไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ GULF ในการยืนหยัดเคียงข้างและดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ

นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF กล่าวว่า การสูญเสียของครอบครัวทหาร ไม่ใช่เพียงเรื่องของครอบครัวเท่านั้น แต่นับเป็นการสูญเสียของพวกเราคนไทยทุกคน โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวต้องขาดเสาหลักและคนที่รักไป ความช่วยเหลือครั้งนี้อาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แต่คือสิ่งที่ GULF ตั้งใจมอบให้เพื่อแบ่งเบาและส่งต่อกำลังใจ ผมขอเป็นตัวแทนขอบคุณทหารทุกท่านที่ทุ่มเทและเสียสละเพื่อปกป้องประเทศ หวังว่าพลังแห่งความห่วงใยจากพวกเราจะช่วยเติมแรงใจให้ทุกครอบครัวก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงครับ

GULF มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยเชื่อว่าความมั่นคงของชาติจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง นอกจากภารกิจมอบเงินช่วยเหลือแล้ว GULF ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากภารกิจความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมอบถุงยังชีพ “GULF Care” จำนวนกว่า 2,000 ชุด แก่ทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบในศูนย์พักพิงตามจังหวัดต่าง ๆ การสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์พักพิง รวมถึงการผนึกกำลังกับบริษัทในเครือ เพื่อนำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและดาวเทียมมาช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ

การสนับสนุนจาก GULF ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่ครอบครัวที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่ได้เสียสละเพื่อประเทศชาติ การที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสวัสดิการของทหารและครอบครัว ถือเป็นแบบอย่างที่ดีและควรได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

GULF และพันธกิจเพื่อสังคม

GULF ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตพลังงาน แต่ยังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมอย่างจริงจัง การช่วยเหลือดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ เป็นเพียงหนึ่งในหลายโครงการที่ GULF ดำเนินการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมไทย นอกจากนี้ GULF ยังให้การสนับสนุนด้านการศึกษา สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกระดับ

  • การสนับสนุนด้านการศึกษา: มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลน
  • การสนับสนุนด้านสาธารณสุข: สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และช่วยเหลือผู้ป่วย
  • การสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อม: อนุรักษ์ป่าชายเลนและปลูกป่า

การดำเนินงานของ GULF สะท้อนให้เห็นว่า การทำธุรกิจและการตอบแทนสังคมสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้อย่างลงตัว และเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรควรให้ความสำคัญ

การเสียสละของทหารกล้าเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนควรตระหนักและให้ความสำคัญ การช่วยเหลือและสนับสนุนครอบครัวของพวกท่านเหล่านั้นจึงเป็นหน้าที่ของสังคมโดยรวม พวกเราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกครอบครัวที่ต้องเผชิญกับการสูญเสีย และขอขอบคุณ GULF ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระและความทุกข์ของครอบครัวทหารกล้า

ที่มา – GULF มอบเงิน 17 ล้านบาท ดูแลครอบครัวทหารกล้า ที่เสียสละเพื่อชาติ

แจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ยึดที่ดินหนองจาน

ความคืบหน้าล่าสุดจากชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 นางสาวดารา เรียน หรือ “ดาว” สาวชาวกัมพูชา ได้เข้าแจ้งความต่อ สภ.โคกสูง เพื่อดำเนินคดีกับ “กำนันลี” อดีตทหารกัมพูชา และ “เจ๊รัตน์” อดีตภรรยา ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน และการกระทำอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

แจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน

นางสาวดาราให้การว่า “กำนันลี” และ “เจ๊รัตน์” มีพฤติกรรมยึดถือครอบครองที่ดินของชาวบ้านหนองจานที่อยู่ในฝั่งกัมพูชาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และใช้พื้นที่ฝั่งไทยเป็นฐานสนับสนุนธุรกิจลักลอบขนส่งสินค้า ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากนี้ เธอยังอ้างว่า “กำนันลี” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงของชาวกัมพูชาบริเวณชายแดนเมื่อวันที่ 4 กันยายน โดยมีการจ้างมวลชนเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ไทย

พนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง ได้ลงบันทึกคำให้การและเตรียมพิจารณาแจ้งข้อหา “ยักยอกทรัพย์” และ “บุกรุกครอบครองที่ดินโดยมิชอบ” แก่ “กำนันลี” และ “เจ๊รัตน์” พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยว่า ข้อมูลที่นางสาวดารานำมามอบให้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการคลี่คลายเบื้องหลังการชุมนุมของชาวกัมพูชาในพื้นที่บ้านหนองจาน ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา

ตำรวจเร่งสอบสวนคดีแจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน

ตำรวจ สภ.โคกสูง ยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน และป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่ทับซ้อน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองจานยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในพื้นที่ การดำเนินการทางกฎหมายต่อ “กำนันลี” และ “เจ๊รัตน์” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยและสร้างความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบต่อชาวบ้าน

  • สูญเสียที่ดินทำกิน
  • ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล
  • ความหวาดกลัวและความไม่มั่นใจในความปลอดภัย

คดีแจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน นี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ในที่สุด การแก้ไขปัญหาที่ดินและการจัดการกับกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ชายแดนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อสร้างความมั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน

การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของนางสาวดารา เรียน ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญ และเป็นสัญญาณที่ดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนอย่างจริงจัง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จะเป็นพลังสำคัญในการต่อต้านการกระทำผิดกฎหมายและสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – แจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน-จ้างม็อบยั่วยุทหารไทย

นายอำเภอคลองหาดยัน ด่านบ้านเขาดินปิดสนิท

จากกระแสข่าวที่สร้างความเข้าใจผิดในโซเชียลมีเดีย นายอำเภอคลองหาดยืนยัน ด่านบ้านเขาดินปิดสนิท 100% ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดของประชาชน

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอคลองหาด พร้อมด้วย พันเอกกรินทร์ อุตสาหะ ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 ได้นำกำลังทหาร ทหารพราน และเจ้าหน้าที่ศุลกากรอรัญประเทศ ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันต่อสื่อมวลชนว่า ด่านบ้านเขาดินปิดสนิทอย่างถาวร ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา สืบเนื่องจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดียที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม เกี่ยวกับสถานการณ์จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน ตำบลคลองหาด อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งกองทัพภาคที่ 1 (เฉพาะ) ที่ 944/2568 เรื่องการควบคุมการปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว โดยได้ดำเนินการปิดช่องทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 และยืนยันว่าไม่มีการอนุโลมใด ๆ ทั้งสิ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอคลองหาด กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน อำเภอคลองหาดร่วมกับฉก.คลองหาดยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีการอนุญาตให้บุคคลหรือยานพาหนะใด ๆ ผ่านเข้า–ออกช่องทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 1.34 นาทีบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีเนื้อหาสื่อไปในทางว่าด่านถาวรบ้านเขาดินยังคงเปิดใช้งานตามปกตินั้น นายอำเภอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดได้ จึงได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวแก่สื่อมวลชน หน่วยงานยังคงปฏิบัติตามคำสั่งกองทัพภาคที่ 1 อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนและสื่อออนไลน์ในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันความสับสนและการสร้างความเข้าใจผิดในสังคม

จากการตรวจสอบพบว่าด่านมีการปิดล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา บริเวณถนนมีหญ้าขึ้นรก และไม่มีร่องรอยการสัญจรของรถยนต์ทุกชนิด

นายอำเภอคลองหาดยัน ด่านบ้านเขาดินปิดสนิท

เหตุผลที่ต้องย้ำ: ทำไมนายอำเภอคลองหาดยัน ด่านบ้านเขาดินปิดสนิท

การที่นายอำเภอคลองหาดต้องออกมาเน้นย้ำว่าด่านบ้านเขาดินปิดสนิท เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เหตุผลหลักคือป้องกันความสับสนและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นในหมู่ประชาชน หากประชาชนเข้าใจผิดว่าด่านเปิด อาจนำไปสู่ความพยายามที่จะข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ชายแดน

นอกจากนี้ การยืนยันสถานะการปิดด่านยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานราชการยังคงปฏิบัติตามคำสั่งและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและสังคมโดยรวม การที่ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดโอกาสในการเกิดข่าวลือหรือข้อมูลเท็จที่อาจสร้างความปั่นป่วนและความไม่แน่นอนในสังคมได้

ดังนั้น การที่นายอำเภอคลองหาดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันยืนยันสถานะการปิด ด่านบ้านเขาดินปิดสนิท จึงเป็นมาตรการที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน

ความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะแชร์ต่อในโลกออนไลน์นั้นมีมาก เพราะข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจสร้างความเสียหายและความเข้าใจผิดต่อส่วนรวมได้ ดังนั้น ก่อนที่จะโพสต์หรือแชร์ข้อมูลใดๆ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและความน่าเชื่อถือของข้อมูลนั้นๆ ก่อนเสมอ

ที่มา – นายอำเภอคลองหาด ยันด่านบ้านเขาดินปิดสนิท หลังโซเชียลปั่นกระแสทำเข้าใจผิด

บ้านหนองจานส่อวุ่น! กัมพูชาเกณฑ์คนยั่วยุ?

สถานการณ์ชายแดนที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง เมื่อฝั่งกัมพูชายังคงเกณฑ์ชาวบ้าน ทั้งพระสงฆ์ เด็ก ผู้หญิง และคนชรา เข้ามาประชิดแนวชายแดน หวังยั่วยุทหารไทยให้ตอบโต้ แต่เจ้าหน้าที่ไทยยังคงยึดมั่นในหลักอดทนและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง เพื่อลดโอกาสการปะทะที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ มีรายงานว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมา กองทัพกัมพูชาได้ทำการเสริมกำลังพลไปยังแนวหน้าด้วยรถบรรทุก 2-3 คัน

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศล่าสุดจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พบว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงสงบ แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจ ยังคงตรึงกำลังอย่างเข้มงวดในแนวหน้า เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงในฝั่งไทย และเริ่มมีประชาชนจากหลากหลายหมู่บ้านทยอยเดินทางเข้ามาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่าฝั่งกัมพูชาได้มีการประกาศระดมพลจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายให้มารวมตัวกันที่ชายแดนบ้านหนองจาน เพื่อแสดงพลังและกดดันฝั่งไทย ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา มีกลุ่มชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่งได้ปักหลักค้างคืนในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างเต็นท์พักเพิ่มเติม สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันให้กับกำลังพลไทยที่ดูแลแนวชายแดนเป็นอย่างมาก เนื่องจากลักษณะการรวมตัวเริ่มขยายวงกว้างและอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงได้

บ้านหนองจานส่อวุ่น “กัมพูชา” เกณฑ์ชาวบ้านประชิดแนวชายแดน หวังยั่วยุ”ทหารไทย”

ด้านแหล่งข่าวด้านความมั่นคงได้ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ไทยยังคงเน้นยึดหลักความอดทน ความรอบคอบ และปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง เพื่อลดโอกาสการปะทะ พร้อมทั้งจับตาดูความเคลื่อนไหวของฝั่งกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และหากสถานการณ์มีการยกระดับขึ้น อาจจะต้องมีการประชุมด่วนเพื่อกำหนดแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ บรรยากาศในหมู่บ้านหนองจานยังสะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจของชาวบ้านที่ไม่ทอดทิ้งกำลังพล โดยมีการจัดทำอาหารและก๋วยเตี๋ยวมาเลี้ยงทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้กำลังใจอย่างไม่ขาดสาย ในส่วนของเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก็ได้เตรียมความพร้อมในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ

ขณะที่ฝั่งกัมพูชามีสื่อมวลชนเข้ามาบันทึกภาพความเคลื่อนไหวทุกระยะ ทำให้บรรยากาศตลอดแนวชายแดนยังคงถูกจับตามองจากทั้งภาครัฐ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป เนื่องจากสถานการณ์อาจทวีความตึงเครียดมากขึ้นได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุดที่บ้านหนองจาน

ความคืบหน้าล่าสุดจากรายงานข่าวในพื้นที่แจ้งว่า ความเคลื่อนไหวบริเวณแนวชายแดนบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ในช่วงเช้าวันนี้ ทหารจากฝั่งกัมพูชาได้โพสต์คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นการเติมกำลังพลไปยังแนวหน้าด้วยรถบรรทุกจำนวน 2-3 คัน

ขณะเดียวกัน ในเวลาประมาณ 10.15 น. กลุ่มมวลชนชาวกัมพูชา ซึ่งประกอบไปด้วยพระสงฆ์ เด็ก ผู้หญิง คนชรา และสื่อมวลชนจากกัมพูชา ได้เริ่มทยอยเดินทางเข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจาน บริเวณถนนหมายเลข 58 ฝั่งกัมพูชาอีกครั้ง โดยมีจุดประสงค์เพื่อยั่วยุทหารไทย และกีดขวางผู้ที่สัญจรเข้ามาในพื้นที่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้เข้าร่วมการประท้วง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย

สถานการณ์ที่ชายแดนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การกระทำใดๆ ที่เป็นการยั่วยุหรือละเมิดข้อตกลงร่วมกัน ย่อมส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจาเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อรักษาความสงบสุขและความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา – บ้านหนองจานส่อวุ่นอีก “กัมพูชา” เกณฑ์ชาวบ้านประชิดแนวชายแดน หวังยั่วยุ”ทหารไทย”

Scroll to top