ธนกร วังบุญคงชนะ

เปิดประวัติ ธนกร วังบุญคงชนะ ว่าที่ รมช.มหาดไทย

เปิดประวัติ “ธนกร วังบุญคงชนะ” อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล “พลเอกประยุทธ์” มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งว่าที่ รมช.มหาดไทย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้ให้มากขึ้น

ประวัติ ธนกร วังบุญคงชนะ

นายธนกร วังบุญคงชนะ มีชื่อเล่นว่า แด๊ก เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช จบการศึกษาสูงสุด ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น เมื่อต้นปี 2568 เพิ่งมีข่าวเข้าพิธีมงคลสมรสกับ “แคทตี้” ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลมาลีนนท์ ประธานกรรมการ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (Thai Solar Energy PLC.) หลังจากเป็นเพื่อนกัน 5 ปี และดูใจกันอีก 5 ปี ก่อนจะตกลงใช้ชีวิตคู่

นายธนกร เคยเป็นผู้สื่อข่าว ก่อนจะถูกนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชักชวนเข้าสู่วงการการเมือง ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย และลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกในพื้นที่ กทม. แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก่อนย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยชีวิตการทำงานเคยเป็นอดีตอนุกรรมการ เลขานุการ รวมถึงที่ปรึกษาหลายกระทรวง เช่น กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, และกระทรวงสาธารณสุข

และเมื่อ 18 พ.ย. 2561 ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มีความสนิทสนมกับ นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จนได้นั่งตำแหน่งเลขานุการ เมื่อนายอุตตม ลาออกจากตำแหน่ง ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังเคยเป็นโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) รวมถึงเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนได้เลื่อนลำดับขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในเดือนพฤศจิกายน 2565 เนื่องจาก นางวทันยา บุนนาค ลาออกจากการเป็น สส. 

เส้นทางการเมืองของ ธนกร วังบุญคงชนะ

นอกจากนี้ ในสมัยของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายธนกร ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ว่ากันว่าเป็นลูกรักนายกรัฐมนตรี คอยเป็นกำลังสำคัญตอบโต้ฝ่ายค้าน และแก้ข่าวให้นายกฯทุกรอบ 

ก่อนที่จะมานั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ 

และล่าสุด ใน ครม.อนุทิน 1 ปรากฏชื่อ นายธนกร เป็นว่าที่ รมช.มหาดไทย 

การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของ นายธนกร วังบุญคงชนะ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา ต้องติดตามกันต่อไปว่าเขาจะสามารถสร้างผลงานและพัฒนาประเทศชาติได้อย่างไรบ้าง การจับตาดูบทบาทของธนกร วังบุญคงชนะ ในตำแหน่งใหม่นี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

โดยสรุปแล้ว ประวัติของ ธนกร วังบุญคงชนะ แสดงให้เห็นถึงเส้นทางการเมืองที่น่าสนใจ จากผู้สื่อข่าว สู่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และล่าสุด ว่าที่ รมช.มหาดไทย การเปลี่ยนแปลงและการเติบโตในเส้นทางนี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – เปิดประวัติ “ธนกร วังบุญคงชนะ” มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งว่าที่ รมช.มหาดไทย

“ธนกร” หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ชี้พูดจริงทำจริง!

“ธนกร” ขอใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวตหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ คนที่ 32 ชมมีวิสัยทัศน์ เคยร่วมงานกันสมัยรัฐบาล “บิ๊กตู่” เป็นมือประสานทุกทิศ พูดแล้วทำ ยึดมั่นชาติ-สถาบัน มั่นใจแก้ปัญหาประเทศได้ทันที

วันที่ 5 กันยายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์การโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่า ตนขอใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวตเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เพราะที่ผ่านมาตนได้ทำงานร่วมกันกับนายอนุทิน ในรัฐบาลสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายอนุทินได้รับคำชื่นชมอย่างมากที่ร่วมกันพลิกฟื้นผ่านวิกฤตโควิด-19 มาแล้ว โดยเชื่อมั่นในศักยภาพ ประสบการณ์ และคุณวุฒิของนายอนุทิน ที่ได้ทำงานอย่างจริงจังต่อเนื่องมาตลอด มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ พูดแล้วทำตามแนวทางของพรรคภูมิใจไทย

ส่วนคำถามถึงหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและเลขาธิการพรรค ดูเหมือนยังคงสนับสนุนไปทาง นายชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะถือว่าสวนทางกับพรรคหรือไม่ นายธนกร ยืนยันว่า ตนไม่ทราบและไม่ก้าวล่วง แต่วันนี้ประเทศต้องการรัฐบาลที่มั่นคง ทำงานได้จริง เพราะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและปัญหาระหว่างประเทศรอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ตนไม่ยึดติดตำแหน่งใดๆ แต่ยึดในหลักการ ตนจึงพร้อมใช้เอกสิทธิ์ สส. เลือกนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้นายอนุทินคือคนที่พร้อมทำงานเพื่อประชาชนและพาประเทศเดินหน้าต่อไปได้มากที่สุด

“ผมตัดสินใจใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวตเลือกให้ท่านอนุทิน เพราะเป็นผู้ยึดมั่นในชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังเป็นมือประสานทุกทิศ รวมถึงกองทัพด้วย เป็นคนประนีประนอมแต่เด็ดขาด มีประสบการณ์การบริหารราชการมาต่อเนื่องหลายปี มีวิสัยทัศน์คมชัด รักษาสัจจะ พูดแล้วทำ เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับประเทศได้”

“ธนกร” ใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” นั่งนายกฯ ชี้พูดแล้วทำ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

จากกระแสข่าวการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่กำลังเป็นที่จับตามองของประชาชน นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะใช้เอกสิทธิ์ สส. ของตนเองในการสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าตนเองเคยร่วมงานกับนายอนุทินมาแล้วสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเห็นถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ที่นายอนุทินมีบทบาทสำคัญในการพลิกฟื้นสถานการณ์

ทำไม “ธนกร” ถึงสนับสนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ?

นายธนกรให้เหตุผลในการสนับสนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ว่าเป็นเพราะนายอนุทินเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการประสานงานกับทุกฝ่าย รวมถึงยึดมั่นในชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ นายอนุทินยังมีประสบการณ์ในการบริหารราชการมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นคนที่พูดแล้วทำตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้นำประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน

นอกจากนี้ นายธนกรยังกล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศที่กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาต่างประเทศที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องการรัฐบาลที่มั่นคงและสามารถทำงานได้อย่างแท้จริง ซึ่งนายธนกรเชื่อว่านายอนุทินเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำพาประเทศก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้ไปได้

การตัดสินใจของนายธนกรในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงความเป็นอิสระทางความคิด และเป็นการใช้เอกสิทธิ์ของ สส. ในการเลือกผู้นำประเทศที่ตนเองเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ แม้ว่าอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างจากพรรคบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการยึดมั่นในหลักการและผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

การที่นายธนกรออกมาสนับสนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ นั้น แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวนายอนุทินว่าจะสามารถนำพาประเทศไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ด้วยประสบการณ์ ความสามารถ และวิสัยทัศน์ที่นายอนุทินมี จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ และนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง

ที่มา – “ธนกร” ใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” นั่งนายกฯ ชี้พูดแล้วทำ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

“ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” ชี้แจงยุบสภา

“ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” เร่งแจงประชาชนให้ชัดหลังมีข่าวยุบสภาถูกตีกลับ ลั่นถ้าขัดรธน.ต้องยืดอกรับผิดชอบ ชี้ ควรเห็นแก่ปชช. ก่อนห่วงฐานอำนาจ ย้ำ อย่ายื้อเวลาทำประเทศเสียหาย

วันที่ 3 ก.ย. 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหนังสือทูลเกล้าฯ ขอยุบสภาฯ ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีถูกตีกลับว่า นายภูมิธรรมและรัฐบาลต้องเร่งออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกระบวนการต่างๆ รัฐบาลควรต้องตระหนักให้ดีและรอบคอบที่สุดในข้อกฎหมาย หากสุ่มเสี่ยงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำ ซึ่งหากขัดต่อรัฐธรรมนูญจริง นายภูมิธรรมและรัฐบาลต้องรับผิดชอบ

ทั้งนี้นายธนกร มองว่า ควรใช้ระบบสภา ในการแก้ปัญหาตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ เพราะต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่นายกรัฐมนตรีก็ควรจะต้องแก้ให้ตรงจุดคือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาแทนเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ทำผิดอะไร

“ปัญหาที่สำคัญของประเทศขณะนี้ค่อนข้างหนักหน่วง เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง หนี้สิน และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ภาษีทรัมป์ก็รออยู่ รวมถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายังต้องรีบดำเนินการแก้ไข การที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลเดินเกมแบบนี้ถือเป็นการยื้อเวลาเพราะหวงอำนาจ คิดถึงแต่การเมืองแต่ไม่นึกถึงเลยว่า พี่น้องประชาชนและประเทศจะเสียหาย เสียโอกาสแค่ไหน สุดท้ายจะเกิดประโยชน์อะไร หากมุ่งแต่เอาชนะคะคานกันทางการเมือง แต่กลับกลายเป็นชัยชนะบนซากปรักหักพัง” นายธนกร กล่าว

“ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” ชี้แจงประชาชนให้ชัดหลังมีข่าวยุบสภาถูกตีกลับ

จากกระแสข่าวเรื่องการยุบสภาที่ถูกตีกลับ ทำให้เกิดคำถามมากมายในสังคมถึงความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมายของกระบวนการต่างๆ นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายภูมิธรรม เวชยชัย เร่งดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบโดยเร็ว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความสับสนที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความละเอียดอ่อน การตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาลจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ การเร่งรีบดำเนินการโดยไม่ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน อาจนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

ความรับผิดชอบต่อรัฐธรรมนูญ

นายธนกรได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด หากกระบวนการยุบสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญจริง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว การหลีกเลี่ยงหรือละเลยความรับผิดชอบ จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลลดน้อยลง

นอกจากนี้ นายธนกรยังได้กล่าวถึงปัญหาสำคัญที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาหนี้สิน รวมถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การที่รัฐบาลมุ่งเน้นแต่เรื่องการเมือง โดยไม่คำนึงถึงปัญหาที่แท้จริงของประชาชน จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

การยุบสภาควรเป็นทางเลือกสุดท้าย หากการแก้ไขปัญหาด้วยกลไกปกติไม่สามารถทำได้ การใช้ระบบสภาในการแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ควรเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก การตัดสินใจที่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จะนำพาประเทศไปสู่ความเสียหายอย่างไม่คาดฝัน

ดังนั้น รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการยุบสภาให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเข้าใจที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงการตอบคำถามหรือการปกปิดข้อมูล จะยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและความไม่ไว้วางใจ

การเมืองควรเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาของประชาชน ไม่ใช่เครื่องมือในการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติ

ที่มา – “ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” ชี้แจงประชาชนให้ชัดหลังมีข่าวยุบสภาถูกตีกลับ

“ธนกร” เชื่อ สว. โหวตผ่านร่างงบฯ 69 แน่นอน!

“ธนกร” เชื่อ ส.ว.โหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ 69 ไม่มีปัญหา หลังลือมีบางกลุ่มจ่อคว่ำ ชี้เป็นกฎหมายสำคัญขับเคลื่อนประเทศ ฝากทุกฝ่ายเห็นแก่บ้านเมือง ไม่เล่นเกมการเมือง ขออย่าสร้างกลไกสภาให้สะดุด

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและ สส. บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวมีสมาชิกวุฒิสภาบางกลุ่มเตรียมโหวตคว่ำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ว่า หลายฝ่ายมีข้อห่วงใยเรื่องนี้ หลัง สว. มีมติเลื่อนวันพิจารณาร่างงบประมาณจากเดิมกำหนดวันที่ 25-26 สิงหาคมเป็นวันที่ 1-2 กันยายน นั้น ตนมองว่าจะทำให้ขั้นตอนการพิจารณางบประมาณล่าช้าออกไป แต่ก็เชื่อว่า สมาชิกวุฒิสภาทุกท่านจะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศและประชาชนมาก่อน เพราะเป็นกฎหมายสำคัญในการขับเคลื่อนบริหารราชการแผ่นดิน เป็นงบประมาณที่จะใช้จ่ายประจำของหน่วยราชการทุกกระทรวงลงไปทำงานให้กับประชาชน รวมถึงการดูแลความมั่นคงภายในประเทศในทุกมิติ

ทั้งนี้ นายธนกร ขอฝากไปยังบางกลุ่ม บางฝ่ายที่มีแนวทางจะล้มหรือคว่ำร่างงบประมาณปี 2569 นั้น ควรมองเห็นความสำคัญของประชาชนมากกว่ามุ่งเล่นเกมการเมือง ไม่ควรสร้างสถานการณ์ในสภาให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วน จนทำให้งบปี 2569 สะดุด ซึ่งล่าสุดโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ได้ออกมาแถลงข่าวแล้วว่า การโหวตคว่ำงบประมาณปี 2569 ของ สว.ไม่เป็นความจริง ก็ถือว่าเป็นข่าวดี ตนเชื่อว่า สว.จะผ่านทั้ง 3 วาระอย่างราบรื่นเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

“รัฐสภาเป็นกลไกที่จะทำให้การบริหารประเทศราบรื่น ออกกฎหมายที่สำคัญเป็นประโยชน์ต่อประเทศ นำการพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้จริง ไม่ใช่เป็นที่มาเล่นเกมการเมืองทำให้เกิดกลไกที่ปั่นป่วน จนการบริหารประเทศสะดุด ซึ่งเป็นสิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง ขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ชาติบ้านเมืองมาก่อนการเมือง” นายธนกร ระบุ

“ธนกร” แนะทุกฝ่ายไม่เล่นเกมการเมือง เชื่อ สว. โหวตผ่านร่างงบฯ 69

สถานการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วน นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะทำการโหวตผ่านร่างงบประมาณดังกล่าว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

นายธนกรเน้นย้ำว่า ร่างงบประมาณปี 2569 เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อให้ร่างงบประมาณผ่านไปได้อย่างราบรื่น ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่ทุกฝ่ายพึงมีต่อประเทศชาติ

ทำไมร่างงบประมาณ 69 ถึงสำคัญ

ร่างงบประมาณปี 2569 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การสนับสนุนการศึกษา การสาธารณสุข และการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ หากร่างงบประมาณไม่ได้รับการอนุมัติ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของภาครัฐ และอาจทำให้โครงการสำคัญต่าง ๆ ต้องหยุดชะงัก

นอกจากนี้ การที่ สว. โหวตให้ผ่านร่างงบประมาณยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ว่าประเทศไทยมีความมั่นคงทางการเมือง และมีความพร้อมที่จะเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไป

ข้อเสนอแนะของนายธนกร

นายธนกรได้ฝากข้อเสนอแนะไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ขอให้พิจารณาร่างงบประมาณด้วยความรอบคอบ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ หลีกเลี่ยงการนำประเด็นทางการเมืองมาเกี่ยวข้องกับการพิจารณางบประมาณ เพราะอาจทำให้เกิดความล่าช้า และส่งผลเสียต่อประเทศในระยะยาว

การที่ สว. โหวตผ่านร่างงบประมาณ 69 จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศของสมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน

ดังนั้น เราจึงขอสนับสนุนให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2569 อย่างสร้างสรรค์ และร่วมมือกันเพื่อให้ร่างงบประมาณผ่านไปได้อย่างราบรื่น เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกคน

ที่มา – “ธนกร” แนะทุกฝ่ายไม่เล่นเกมการเมือง เชื่อ สว. โหวตผ่านร่างงบฯ 69

“ธนกร” ชื่นชมทหารกล้าดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

“ธนกร” ห่วงทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ฝาก สธ. ผนึกกองทัพส่งทีมจิตแพทย์ดูแลหลังเหตุปะทะ ขอครอบครัว-ชุมชนช่วยซัพพอร์ตจิตใจ ชื่นชมทุกนายกล้าหาญเสียสละปกป้องอธิปไตย

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ภายหลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาหลายวัน เกิดการสูญเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือน และได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างบาดแผลผลกระทบในความรู้สึกและจิตใจต่อบุคคลในครอบครัวผู้สูญเสีย ทั้งทหารและประชาชนทั่วไปทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก จำเป็นที่ทั้งครอบครัว ชุมชน ต้องช่วยกันให้กำลังใจ สนับสนุนให้ความช่วยเหลือทุกด้านในทันที โดยเฉพาะด้านจิตใจ

ทั้งนี้ ตนขอฝากทางกระทรวงสาธารณสุข ช่วยส่งทีมจิตแพทย์ทุกระดับ เร่งลงพื้นที่สำรวจและประเมินสภาพจิตใจของประชาชนทั้ง 7 จังหวัดชายแดนที่รับผลกระทบ ร่วมกับกองทัพบกที่ได้ส่งทหารเหล่าแพทย์ทีม M-MCATT ไปดูแลกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามชายแดน ประเมินสภาพจิตใจหลังการสู้รบอย่างต่อเนื่องแล้ว

“ขอให้ทั้งกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันกับทีมแพทย์จากกองทัพบกลงไปดูแลทั้งกำลังพลและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบให้เกิดความทั่วถึง เพราะหลังการปะทะนอกจากความสูญเสียทางกายแล้ว สิ่งสำคัญมากไม่แพ้กันคือบาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับทั้งพี่น้องคนไทย กลุ่มเปราะบาง เด็ก คนชรา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์และทหารกล้าทุกนายเสียสละปกป้องอธิปไตย ทำเพื่อประเทศมาโดยตลอด หลังการสู้รบรัฐบาลและทุกหน่วยงานต้องเร่งเข้าไปดูแลทุกด้านทันที”

“ธนกร” ชื่นชมทหารกล้าปกป้องชาติ ฝาก สธ. ร่วม ทบ. ส่งทีมแพทย์ดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

จากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อจิตใจของทั้งทหารและประชาชนในพื้นที่ การได้รับการดูแลช่วยเหลือด้านจิตใจอย่างทันท่วงทีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้น

ความสำคัญของการดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

เหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ มักทิ้งบาดแผลในใจให้กับผู้ที่ประสบเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม การดูแลจิตใจจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญในการฟื้นฟูสภาพจิตใจและช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

  • การพูดคุยและระบายความรู้สึก: การเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบได้พูดคุยและระบายความรู้สึกออกมา จะช่วยให้พวกเขาสามารถจัดการกับอารมณ์และความเครียดที่เกิดขึ้นได้
  • การให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้อง: การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะช่วยลดความวิตกกังวลและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้
  • การสนับสนุนทางสังคม: การได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนจากครอบครัว เพื่อนฝูง และชุมชน จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้อยู่คนเดียวและได้รับการดูแล
  • การเข้าถึงบริการทางจิตเวช: ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีอาการรุนแรง ควรได้รับการประเมินและรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช

นายธนกรได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกองทัพบก ในการส่งทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชลงพื้นที่ เพื่อให้การดูแลสามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากครอบครัวและชุมชนในการให้กำลังใจและสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

การดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อให้สังคมกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง การสนับสนุนและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่สงบสุขและมีความเอื้ออาทร

การที่นายธนกรออกมาแสดงความห่วงใยและกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้ เราหวังว่าการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของนายธนกร จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบและช่วยให้พวกเขากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้โดยเร็ววัน “ธนกร” ชื่นชมทหารกล้าปกป้องชาติ ฝาก สธ. ร่วม ทบ. ส่งทีมแพทย์ดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

ที่มา – “ธนกร” ชื่นชมทหารกล้าปกป้องชาติ ฝาก สธ. ร่วม ทบ. ส่งทีมแพทย์ดูแลจิตใจหลังเหตุปะทะ

“ธนกร” ขอบคุณคนไทยซัพพอร์ตกองทัพภาค 2

“ธนกร” ขอบคุณคนไทยซัพพอร์ตลวดหนามหีบเพลง ลั่น แม่ทัพภาคที่ 2 ยึดความปลอดภัยกำลังพล แนะรัฐบาลลดขั้นตอนจัดซื้อให้ทันสถานการณ์ ตำหนิ “โรม” ใจแคบมีอคติ ย้อนดูพรรคตัวเองก็เปิดรับบริจาคทำกิจกรรม

วันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตำหนิกองทัพภาคที่ 2 ที่เปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงจากประชาชนว่าไม่เหมาะสม ว่า ที่ผ่านมานายรังสิมันต์ก็ได้เห็นภาพความสูญเสียจากเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชามาแล้ว ซึ่งขณะนี้มีบริเวณพื้นที่ครอบคลุมถึง 7 จังหวัดแล้ว ส่งผลให้พี่น้องประชาชนพลเรือนต้องบาดเจ็บล้มตายและอพยพหลายแสนคน

นายธนกร ระบุต่อไป การเปิดรับบริจาคของกองทัพภาคที่ 2 ครั้งนี้ เป็นการขอรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงเพื่อใช้ในพื้นที่สำคัญที่เป็นอธิปไตยของไทยอย่างเร่งด่วน จึงเป็นเหตุผลในการเปิดรับการสนับสนุนลวดหนามหีบเพลงในครั้งนี้ เนื่องจากความเร่งด่วนฉุกเฉินเฉพาะหน้าที่จำเป็นต้องใช้ทันที หากจะต้องรอระบบราชการ ขั้นตอนการจัดซื้อที่มีความละเอียดรอบคอบซึ่งต้องใช้เวลาราว 1 เดือนจึงไม่ทันการที่จะป้องกันความสูญเสียหรือความเสียหายได้

แต่การออกมาตำหนิกองทัพภาคที่ 2 ว่าทำเรื่องไม่เหมาะสมนั้น ตนมองว่า นายรังสิมันต์ มองเรื่องนี้ด้วยใจคับแคบ มีอคติ ทั้งที่ควรจะมองถึงความปลอดภัยในชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหาร การออกมาตำหนิลักษณะนี้ถือว่าไม่สร้างสรรค์ แต่กลับกันเมื่อมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่พรรคประชาชนของนายรังสิมันต์ได้ขับเคลื่อนมาตลอดนั้น พบว่ามีการเปิดระบบรับบริจาคเงินจากประชาชนแบบรายเดือนเพื่อนำไปจัดกิจกรรมพรรคอยู่เป็นระยะ ทั้งที่ก็มีงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่แล้ว จึงขอตั้งคำถามย้อนไปถึงนายรังสิมันต์ว่า การขอรับบริจาคจากพี่น้องประชาชนในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วหรือไม่

ขณะเดียวกัน นายธนกร ยังได้ขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ให้การสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 ในการป้องกันอธิปไตยของไทยมาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและเหมาะสมอย่างยิ่งที่คนไทยเราทุกคนจะลุกขึ้นร่วมแรงร่วมใจสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกับกองทัพ สิ่งไหนที่สามารถร่วมด้วยช่วยกันได้เราก็พร้อมยินดีสนับสนุน ส่งเสริมให้กองทัพได้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องพื้นแผ่นดินไทยอย่างเต็มกำลัง ตนในฐานะ สส. ขอเป็นอีกแรงสนับสนุนให้มีการปรับยุทธวิธีใช้อาวุธยุทโธปกรณ์และนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามาใช้แทนการเดินลาดตระเวนซึ่งมีความเสี่ยงสูงของเจ้าหน้าที่ทหาร ส่วนจุดไหนที่จะต้องมีการเดินลาดตระเวนก็ควรจะมีอุปกรณ์เคลียร์พื้นที่ก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีทุ่นระเบิด จึงขอฝากให้รัฐบาลสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน

“กรณีนี้ถือเป็นกรณีสถานการณ์ฉุกเฉิน รัฐบาลเองควรมีส่วนเร่งช่วยหาช่องทางลดขั้นตอนการจัดซื้อที่ใช้เวลานานลง และแก้ปัญหาให้กับกองทัพภาคที่ 2 เป็นการเร่งด่วน เพราะแม่ทัพภาคที่ 2 เล็งเห็นความสำคัญของชีวิตกำลังพลทุกนายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียอีกต่อไป ถือว่าเหมาะสมแล้ว ไม่ควรที่จะมีบางพรรคการเมืองออกมาตำหนิ เพราะสิ่งที่กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำ ไม่ได้ขอรับบริจาคเพื่อตัวเอง แต่เป็นการทำเพื่อปกป้องประเทศชาติ”

“ธนกร” ขอบคุณคนไทยซัพพอร์ตกองทัพภาค 2

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาแสดงความขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ให้การสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 อย่างต่อเนื่องในการปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้กองทัพสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างทันท่วงที

ทำไมนายธนกรถึงขอบคุณคนไทยที่ซัพพอร์ตกองทัพภาค 2

เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนที่มีความตึงเครียด การสนับสนุนจากประชาชนเป็นกำลังใจสำคัญให้กองทัพ และยังสะท้อนให้เห็นถึงความรักชาติ ความสามัคคีของคนในชาติอีกด้วย การที่นายธนกร “ธนกร” ขอบคุณคนไทยซัพพอร์ตกองทัพภาค 2 จึงเป็นการแสดงความสำนึกในน้ำใจของประชาชน

นอกจากนี้ นายธนกรยังวิพากษ์วิจารณ์การออกมาแสดงความคิดเห็นของนายรังสิมันต์ โรม ที่ตำหนิกองทัพภาคที่ 2 ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม โดยมองว่านายรังสิมันต์มีอคติและใจแคบ ควรจะมองถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหารเป็นสำคัญ

นายธนกรยังกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลควรให้การสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์และนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อลดความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร และควรเร่งแก้ไขปัญหาขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ล่าช้า เพื่อให้กองทัพสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ “ธนกร” ขอบคุณคนไทยซัพพอร์ตกองทัพภาค 2 นั้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประเทศชาติต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ การรวมพลังของคนในชาติเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านอุปสรรคไปได้

การที่นายธนกรออกมาชื่นชมและสนับสนุนการทำงานของกองทัพภาคที่ 2 รวมถึงการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของกองทัพนั้น เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง

“ธนกร” ขอบคุณคนไทยซัพพอร์ตกองทัพภาค 2 เป็นการส่งสัญญาณว่าทุกภาคส่วนในสังคมจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศชาติ และกองทัพก็เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

ดังนั้นการสนับสนุนและให้กำลังใจแก่กองทัพจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง เพื่อให้กองทัพสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ และปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติให้คงอยู่สืบไป

ที่มา – “ธนกร” ขอบคุณคนไทยซัพพอร์ตกองทัพภาค 2 ขอ รบ.เร่งลดขั้นตอน ติง “โรม” ใจแคบ-อคติ

Scroll to top