ธรรมนัส พรหมเผ่า

กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด

ความชัดเจนเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรมมาแล้ว! “ธรรมนัส” นั่งรองนายกฯ ควบเกษตรฯ, “นฤมล” ดูแลศึกษาฯ, “อรรถกร” คุมท่องเที่ยวฯ, และ “อัครา” ดูแลพัฒนาสังคมฯ ส่วน “ไผ่-สัมพันธ์” อดเพราะคุณสมบัติไม่ผ่าน ทำให้ “นเรศ-อามินทร์” ได้นั่ง รมช.เกษตรฯ แทน ขณะที่ “องอาจ” เตรียมเป็น รมช.ศึกษา

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว 100% แล้ว โดยพรรคได้รับจัดสรร 4 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วย ซึ่งประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายอัครา พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย เดิมทีมีชื่อของนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ที่ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ เช่นเดียวกับนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส แต่เนื่องจากติดเงื่อนไขด้านคุณสมบัติ ทำให้พรรคเสนอชื่อนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ เข้ามาแทนนายไผ่ ขณะที่นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส ซึ่งเป็นน้องชายนายสัมพันธ์ จะมาดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ แทนพี่ชาย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโควต้ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พรรคกล้าธรรมได้วางตัวนายองอาจ วงษ์ประยูร สส.สระบุรี ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด

จากความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลภายในพรรคกล้าธรรม เพื่อให้การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ทำไมการเปลี่ยนแปลงในพรรคกล้าธรรมจึงน่าสนใจ?

  • การที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้นั่งควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่พรรคมีต่อความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเกษตรของท่าน
  • การที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เข้ามาดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ในการปฏิรูปการศึกษาไทย
  • การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง

อนาคตของพรรคกล้าธรรมกับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี

การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของพรรคกล้าธรรมในการเข้ามาบริหารประเทศ การตัดสินใจและความรับผิดชอบของรัฐมนตรีแต่ละท่าน จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของพรรคในการนำเสนอนโยบายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม

กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด อาจจะทำให้เกิดคำถามและความสงสัยในหมู่ประชาชน แต่สิ่งสำคัญคือการติดตามและให้กำลังใจรัฐมนตรีทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ

การที่พรรคกล้าธรรมสามารถเคลียร์ปัญหาเรื่อง กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพและความมุ่งมั่นของพรรคในการเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาฯ อย่างไรบ้าง ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

อนาคตของการเมืองไทย ยังมีเรื่องราวที่น่าติดตามอีกมากมาย การเปลี่ยนแปลงในพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกถึงพลวัตทางการเมืองที่ยังคงดำเนินต่อไป หวังว่าการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – กล้าธรรม ปิดจ๊อบเก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ต้องดึง “นเรศ-อามินทร์” นั่ง รมช.เกษตรฯ แทน

สะพัด! โผ ครม.อนุทิน สุชาติผงาด ธรรมนัสยังไม่เคาะ

ข่าวสะพัดโผ ครม.อนุทินล่าสุด! “อนุทิน” นัดพรรคร่วมเดินเกมเร็วตั้ง ครม. “ธรรมนัส” ยังไม่เคาะคุม กห. หรือไม่ ส่วน 4 โควตาคนนอกชัดเจนแล้ว ขณะที่ “สุชาติ ชมกลิ่น” ผงาดนั่งรองนายกฯ ควบ รมว.ทส. กล้าธรรม-พปชร. ยังไม่ลงตัว

วันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยช่วงบ่าย จนถึงช่วงเย็นวันนี้ค่อนข้างคึกคัก บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลและกลุ่มการเมือง ที่สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ต่างเดินทางเข้ามาที่พรรค อาทิ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส. พรรคเพื่อไทย โดยคาดว่าน่าจะมีการพูดคุยจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้ลงตัว ตามโควตาของแต่ละส่วน

สะพัดโผ ครม.อนุทินล่าสุดเป็นอย่างไร?

สำหรับสะพัดโผ ครม.อนุทินล่าสุด พรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ประมาณ 12 ที่นั่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีชื่อนายทรงศักดิ์ ทองศรี และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ส่วนนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ครั้งนี้จะได้รับโอกาสเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ด้านนางศุภมาส อิศรภักดี โผครั้งนี้ถูกโยกไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วนกระทรวงที่ต้องจับตาอย่างกระทรวงคมนาคม มีชื่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งเจ้ากระทรวง ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล ก็มีชื่อเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง นั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สำหรับ โควตาคนนอก ที่ชัดเจนแล้ว นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังเป็นโควตาคนนอก ซึ่งมีกระแสข่าวว่าเป็นตำรวจ

ในส่วนของพรรคกล้าธรรม 7 เก้าอี้ มีการเสนอร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ตำแหน่งนี้ก็มีความต้องการจากพรรคพลังประชารัฐด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นนายอรรถกร ศิริลัทธยากร, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นนายอัครา พรหมเผ่า ขณะที่นายไผ่ ลิกค์ จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และยังมีชื่อของนายองอาจ วงษ์ประยูร สส.สระบุรี และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยแต่ยังไม่ได้ระบุกระทรวง

พลังประชารัฐและกลุ่มสุชาติในสะพัดโผ ครม.อนุทิน

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ได้ 4 เก้าอี้ ซึ่งตอนนี้มีรายชื่อปรากฏคือนายสันติ พร้อมพัฒน์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอีกหนึ่งเก้าอี้ ที่เสนอขอคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ได้นั่งเองแต่จะส่งพลเอกณัฐ อินทรเจริญ เข้ามาดำรงตำแหน่ง ส่วนอีก 2 ตำแหน่งมีรายชื่อแล้วเป็นนางตรีนุช เทียนทอง กับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะนั่งกระทรวงใด อาจจะเป็นกระทรวงแรงงาน

สำหรับกลุ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น ชัดเจนแล้วว่า ได้ 3 เก้าอี้โดยเจ้าตัวได้นั่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิทนายสุชาติ ได้โควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีชื่อของนายธนกร วังบุญคงชนะ จะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นอกจากนี้กลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้โควตารัฐมนตรีว่าการ 1 และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 1 ซึ่งมีชื่อของนายนริศ ขำนุรักษ์ ส่วนกลุ่มของนายนิพนธ์ จะได้รับเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง 1 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตามขณะนี้ ว่าที่รัฐมนตรีได้ ทยอยกรอกประวัติ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว

สะพัดโผ ครม.อนุทิน ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและการจัดสรรอำนาจที่น่าสนใจในรัฐบาลใหม่ หลายตำแหน่งยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การรวมตัวของพรรคร่วมรัฐบาลและการแบ่งสรรเก้าอี้สะท้อนถึงพลวัตทางการเมืองที่ซับซ้อนและน่าจับตามอง

ที่มา – สะพัดโผครม.อนุทิน ได้ 4 โควตาคนนอก “สุชาติ” ผงาดรองนายกฯ ควบ รมว.ทส. “ธรรมนัส” ยังไม่เคาะ

“ธรรมนัส” ปัดแย่งกลาโหม ยัน “กล้าธรรม” คุมเกษตรฯ-ศธ.

“อนุทิน” นำทีมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจิบกาแฟยามเย็น “ธรรมนัส” ออกโรงปฏิเสธข่าวแย่งกระทรวงกลาโหมจาก “บิ๊กป้อม” ชี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด ยืนยันพรรค “กล้าธรรม” ได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการแน่นอน แต่ยังอุบไต๋เรื่องกระทรวงอื่น ๆ เพิ่มเติม ด้าน “เสี่ยหนู” ชนแก้วกาแฟอย่างอารมณ์ดี พร้อมกล่าวติดตลกว่าขออย่าให้เหมือน “ช็อกมินต์”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อพบปะและหารือเป็นการส่วนตัวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี จากนั้น ร้อยเอกธรรมนัสได้เดินลงมายังร้านกาแฟจาริสต้าร์ ซึ่งนางสาวธนพร ศรีวิราช ภรรยาของร้อยเอกธรรมนัสกำลังรออยู่

ร้อยเอกธรรมนัสได้สั่งเครื่องดื่มอเมริกาโน่ร้อน ไม่หวาน และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การเดินทางมาในวันนี้เป็นการมารับภรรยา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการยืนยันตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด โดยเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ตนได้มอบหมายให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นผู้จัดการทั้งหมด วันนี้ตนเพียงแค่แวะมาทำธุระกับภรรยาเท่านั้น พร้อมทั้งยืนยันว่า การเป็นนักการเมืองนั้น ต้องพร้อมที่จะทำหน้าที่ทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ แต่เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในรายละเอียดขนาดนั้น

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าตนเองแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจาก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น ร้อยเอกธรรมนัส มองว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ตำแหน่งทางการเมืองไม่สามารถแย่งกันได้ และตนเองก็ไม่ได้คิดที่จะแย่งชิงอะไรจากใครทั้งสิ้น พร้อมทั้งยืนยันว่าในฐานะนักการเมือง ตนเองพร้อมที่จะร่วมงานกับทุกคนได้ และไม่ต้องการให้นำเรื่องการเมืองมาเป็นอุปสรรค

สำหรับความกังวลเกี่ยวกับคุณสมบัติของตนเองนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีการตรวจสอบ ที่ผ่านมา ตนเองได้ให้โอกาสรุ่นน้องได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะต้องการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงาน และขอให้ยุติการพูดถึงเรื่องการรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบของพรรค

ร้อยเอกธรรมนัส ยืนยันถึงการรับตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ ว่า นายอนุทินได้แจ้งแล้วว่าจะมอบหมายให้พรรคกล้าธรรมดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการ แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม ต้องรอการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีก่อน

หลังจากนั้น นายอนุทินได้เชิญร้อยเอกธรรมนัสไปนั่งพักที่ร้านคาเฟ่ และร้อยเอกธรรมนัสได้ขอชนแก้วกับว่าที่นายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายอนุทินจะหัวเราะและกล่าวว่า “หวังว่าจะไม่เหมือนช็อกมินต์” พร้อมกันนั้นก็ได้สั่งเค้กส้มให้ร้อยเอกธรรมนัสได้ลองชิม เมื่อได้ลิ้มลองแล้ว ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่าอร่อยมาก ผู้สื่อข่าวได้แซวว่า อร่อยเหมือนช็อกมินต์หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ตอบว่า “จำไม่ได้”

ต่อมา ในเวลา 17.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เดินทางมาร่วมวงกาแฟด้วยอีกคน

ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะมีความคืบหน้าไปมากแล้วก็ตาม การแย่งชิงตำแหน่งและอำนาจยังคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวงการการเมืองไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่นักการเมืองต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

“ธรรมนัส” ปัดแย่งกลาโหม ยัน “กล้าธรรม” คุมเกษตรฯ-ศธ.

ร้อยเอกธรรมนัส ยืนยัน “กล้าธรรม” ได้คุมเกษตรฯ-ศธ.

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้เห็นความพยายามของร้อยเอกธรรมนัสในการปฏิเสธข่าวลือเรื่องการแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงการยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมจะได้รับผิดชอบกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถือเป็นสองกระทรวงหลักที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจก็คือ การที่พรรคกล้าธรรมได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการนั้น จะส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในด้านใดบ้าง นโยบายของพรรคกล้าธรรมในด้านการเกษตรและการศึกษาจะเป็นอย่างไร และจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่สังคมต้องจับตามองต่อไป

การยืนยันของร้อยเอกธรรมนัสในครั้งนี้ อาจช่วยคลี่คลายความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวงการการเมืองได้บ้าง แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ การที่ทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

พรรคกล้าธรรม ได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นความคาดหวังของประชาชนที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น การบริหารงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคกล้าธรรมมีความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจในการบริหารประเทศต่อไป

แน่นอนว่าการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเผชิญกับความท้าทายและความกดดันมากมาย แต่หากนักการเมืองทุกคนยึดมั่นในหลักการความถูกต้อง ซื่อสัตย์ และตั้งใจจริง ก็จะสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

ในท้ายที่สุดแล้ว การเมืองไม่ใช่เรื่องของการแย่งชิงอำนาจ แต่เป็นเรื่องของการเสียสละและทำเพื่อส่วนรวม การทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และความสามัคคีของทุกฝ่าย จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

ที่มา – “ธรรมนัส” ปัดแย่งกลาโหมจาก “บิ๊กป้อม” ยัน “กล้าธรรม” ได้คุมเกษตรฯ- ศธ.

กล้าธรรมดินเนอร์ริมเจ้าพระยา ก่อนโหวตนายกฯ

ข่าวใหญ่! พรรคกล้าธรรมจัดดินเนอร์หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนการโหวตนายกฯ พรุ่งนี้ (5 ก.ย.) งานนี้มีเซอร์ไพรส์ เมื่อ “เสธ.หิ-สัญญา” โผล่มาร่วมงานด้วย สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองเป็นอย่างมาก มาดูกันว่าบรรยากาศในงานเป็นอย่างไร และการปรากฏตัวของทั้งสองท่านมีความหมายสำคัญอย่างไรต่อพรรคกล้าธรรมในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานถึงความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาของพรรคกล้าธรรม (กธ.) โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้นำ สส. ของพรรคมาร่วมรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่ที่มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน การนัดพบครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนหน้าการประชุมสภาScheduled for the momentous event of electing the 32nd Prime Minister on September 5th.

แต่ที่สร้างความสนใจเป็นพิเศษคือการปรากฏตัวของ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรค รทสช. ที่มาร่วมวงรับประทานอาหารด้วย ทำให้เกิดกระแสข่าวลือหนาหูว่าทั้งสองท่านอาจกำลังพิจารณาที่จะย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสู้ศึกในการเลือกตั้งครั้งถัดไป การเข้าร่วมของบุคคลทั้งสองนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงทิศทางและยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ของพรรคกล้าธรรมในอนาคต

กล้าธรรมดินเนอร์ริมเจ้าพระยา ก่อนโหวตนายกฯ

การพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศสบายๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกพรรคและการเปิดกว้างในการพูดคุยกับบุคคลภายนอกพรรค การมี “เสธ.หิ-สัญญา” มาร่วมงาน ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าการเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้หรือไม่ และจะมีผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองโดยรวมอย่างไรบ้าง?

ทำไมการดินเนอร์ของพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ถึงสำคัญ?

การดินเนอร์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพบปะสังสรรค์ธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญหลายประการ ดังนี้:

  • การรวมตัวของสมาชิกพรรค: เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความพร้อมเพรียงของสมาชิกพรรคกล้าธรรม ก่อนการลงมติที่สำคัญ
  • การดึงดูดบุคคลภายนอก: การปรากฏตัวของ “เสธ.หิ-สัญญา” บ่งบอกถึงความน่าสนใจของพรรคกล้าธรรม ในสายตาของนักการเมืองจากพรรคอื่น
  • การสร้างพันธมิตร: การพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อาจนำไปสู่การสร้างความร่วมมือและพันธมิตรทางการเมืองในอนาคต

สถานการณ์ทางการเมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศมากยิ่งขึ้น พรรคกล้าธรรมเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่น่าจับตามอง และการตัดสินใจของพวกเขามีผลต่อการเมืองไทยอย่างแน่นอน

ต้องรอดูกันต่อไปว่า พรรคกล้าธรรม จะมีบทบาทอย่างไรในการเมืองไทยหลังจากนี้ และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ จะมีผลออกมาเป็นอย่างไร อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวที่สำคัญ

ความเห็นส่วนตัว: การที่พรรคกล้าธรรมเปิดตัวและสร้างความสัมพันธ์กับนักการเมืองจากพรรคอื่นเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้างและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยึดมั่นในหลักการและอุดมการณ์ของตนเอง เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

ที่มา – “กล้าธรรม” ดินเนอร์ร้านริมเจ้าพระยา ก่อนโหวตนายกฯ มี “เสธ.หิ-สัญญา” โผล่แจม

“ธรรมนัส” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ

“ธรรมนัส” ปัดถกโผ “ครม.อนุทิน 1” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ คนที่ 32 ไม่ก้าวก่ายพรรคอื่น ทำพรรคตัวเองให้ดีที่สุด

เมื่อเวลา 16.03 น. วันที่ 4 กันยายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวที่รัฐสภาถึงข่าวการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัดส่วนพรรคกล้าธรรม ว่า ไม่มี เป็นเรื่องคาดการณ์ ยังไม่มีการคุยเรื่องนี้กัน และไม่ได้อยู่ในข้อตกลง มีเรื่องเดียวคือหาทางออกให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ขอย้ำว่าไม่มีการคุยเรื่องอื่น เราจะทำหน้าที่ของพรรคเราตามที่รับปากเอาไว้

ในประเด็นคำถามกังวลหรือไม่ว่าอาจจะมีการอภิปรายในสภาฯ ขึ้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ทุกคนต้องเตรียมพร้อม ในส่วนพรรคกล้าธรรมตนกำชับลูกพรรคแล้ว ผู้สื่อข่าวถามย้ำ พรรคกล้าธรรมจะมีการแตกแถวหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ไม่มีแม้แต่คนเดียว เราพูดคุยและตกลงกันแล้วว่าจะทำตามนั้น

เมื่อถามถึงกรณีนายชัยเกมษ นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เผยแพร่คลิปวิดีโอสัญญาว่า หากได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาทันที ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ทุกพรรคต่างก็รู้ตัวเองว่า ควรทำอะไร อย่างของพรรคเรานั้นก็ทำให้ดีที่สุด ส่วนของพรรคอื่นตนขอไม่ก้าวก่าย

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามอีกว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าเกมจะพลิก หลังมีกระแสข่าวฟรีโหวต ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า เรื่องนี้เราเคารพการตัดสินใจของแต่ละฝ่าย เราพูดถึงเรื่องพรรคเราพรรคเดียว พรรคอื่นเราไม่พูด.

“ธรรมนัส” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ คนที่ 32

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงในขณะนี้ หลายฝ่ายต่างจับจ้องไปยังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่แตกแถวในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับการหาทางออกให้กับประเทศชาติ และจะทำหน้าที่ของพรรคตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการจัดโผคณะรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยหรือตกลงในเรื่องดังกล่าว

จุดยืนของพรรคกล้าธรรมต่อการโหวตนายกฯ

สิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัส ย้ำเสมอคือ พรรคกล้าธรรมมีความเป็นเอกภาพ และจะทำตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ นั่นคือการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลที่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้จริง ๆ ร.อ.ธรรมนัส แสดงความเชื่อมั่นว่า สมาชิกทุกคนในพรรคเข้าใจถึงความสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้ และจะร่วมกันโหวตไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงกรณีที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยให้สัญญาว่าจะยุบสภาทันทีหากได้รับการเลือกตั้ง โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แต่ละพรรคต่างก็มีแนวทางของตัวเอง และพรรคกล้าธรรมจะมุ่งเน้นไปที่การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

ความเชื่อมั่นในความสามัคคีของพรรค

แม้ว่าจะมีกระแสข่าวเรื่องการฟรีโหวต แต่ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมจะยึดมั่นในจุดยืนของตนเอง และเคารพการตัดสินใจของพรรคอื่น แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมแล้ว จะไม่มีการแตกแถวในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ร.อ.ธรรมนัส เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาคำพูด และการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

การออกมาการันตีของ ร.อ.ธรรมนัส ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคกล้าธรรมที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของประเทศ และสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลที่สามารถนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง การ“ธรรมนัส” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ คนที่ 32 ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะยังคงยึดมั่นในหลักการและสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ที่มา – “ธรรมนัส” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ คนที่ 32 ปัดถกโผ ครม.

“ธรรมนัส” ปัดดีลแลก มท.1 ไม่เคลียร์ใจ “ทักษิณ”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือเรื่องดีลแลกตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) และงดตอบคำถามเรื่องการเคลียร์ใจกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ว่าตลอดชีวิตการเมืองที่ผ่านมา ตนเองเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากมาแล้วหลายครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมมีมติชัดเจนในการหาทางออกให้กับประเทศชาติ เช่นเดียวกับพรรคประชาชนที่ได้ตัดสินใจในวันนี้ และเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจในการตัดสินใจครั้งนี้

“เราอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ว่า เราหักหลังใคร หรือใครดีกับเรา ใครไม่ดีกับเรา นี่คือการเมือง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวย้ำ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการเคลียร์ใจกับนายทักษิณ ชินวัตร ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ตนเองเคารพการตัดสินใจและมติของพรรคกล้าธรรมในการหาทางออกให้กับประเทศชาติ เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยในอนาคต ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองรู้จัก สส. ในสภาเกินครึ่ง และมีการพูดคุยกันอยู่เสมอในประเด็นการหาทางออกให้กับประเทศชาติ

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องการดีลตำแหน่งรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือ และนายกรัฐมนตรียังไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกระแสข่าวการเสนอตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ให้กับตนเอง ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธว่า “ไม่มี ไม่มีเสนอ” ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

“ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1 ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ”

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ผันผวนในปัจจุบัน การตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมืองย่อมมีเหตุผลและความจำเป็นที่แตกต่างกันไป การที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่อง “ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1 ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ” แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะรักษาจุดยืนทางการเมืองของตนเองและพรรคกล้าธรรม

อะไรคือเบื้องหลังการปฎิเสธดีล มท.1 ของธรรมนัส?

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธข่าวเรื่องดีลแลก “ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1 ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ” อาจมีหลายเหตุผลประกอบกัน ประการแรก อาจเป็นเพราะ ร.อ.ธรรมนัส ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทยและนายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังมีความไม่แน่นอน การรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ประการที่สอง ร.อ.ธรรมนัส อาจต้องการแสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระในการตัดสินใจของพรรคกล้าธรรม โดยไม่ต้องการให้ถูกมองว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคใดพรรคหนึ่ง การปฏิเสธข่าวลือจึงเป็นการยืนยันถึงจุดยืนทางการเมืองของตนเอง

ประการที่สาม ร.อ.ธรรมนัส อาจมีเป้าหมายทางการเมืองอื่น ๆ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ การออกมาปฏิเสธข่าวลืออาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม การปฏิเสธข่าวเรื่อง “ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1 ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ” ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการตัดสินใจของ ร.อ.ธรรมนัส อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในอนาคต

สำหรับการงดตอบคำถามเรื่องการเคลียร์ใจกับนายทักษิณ ชินวัตร อาจเป็นเพราะ ร.อ.ธรรมนัส ต้องการหลีกเลี่ยงการให้ความเห็นที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ส่วนตัว หรืออาจเป็นเพราะยังมีประเด็นที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

บทสรุป

โดยสรุปแล้ว การออกมาปฏิเสธข่าวลือและการงดตอบคำถามของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นการแสดงออกถึงความระมัดระวังและรอบคอบในการตัดสินใจทางการเมือง ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเปลี่ยนแปลง การรักษาจุดยืนและรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การเมืองไทยยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ” ของดวิจารณ์หักหลังใคร

Scroll to top