ธรรมนัส พรหมเผ่า

“ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์”? โรมแจงไต่สวน

“ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์” ด้าน “โรม” แจงเข้าฟังไต่สวน ศาลนัดฟังคำสั่ง 19 มี.ค.

“รังสิมันต์ โรม” ชี้แจง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ถอนฟ้องเฉพาะ “ไอซ์ รักชนก” ส่วนตนเองเข้าฟังไต่สวนกับทนายความ เผย ศาลนัดฟังคำสั่ง 19 มี.ค. ถ้าเห็นว่ามีมูล ต้องสู้คดีต่อ

วันที่ 27 มกราคม 2569 จากกรณีการถอนฟ้องของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หลังฟ้องหมิ่นประมาท น.ส.รักชนก ศรีนอก และ นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ซึ่งศาลจังหวัดพะเยา นัดไต่สวนมูลฟ้องเมื่อวานที่ผ่านมา (26 มกราคม) ซึ่งทั้งคู่เดินทางไปศาล ขณะที่บรรยากาศหน้าศาลมีทั้งกองเชียร์และกลุ่มคัดค้าน

ทางด้าน นายรังสิมันต์ ชี้แจงในเวลาต่อมาผ่านเฟซบุ๊ก ถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ว่า “1. คดีของไอซ์ ธรรมนัสได้ถอนฟ้องจริง ใครอยากรู้ว่าทำไมถอนฟ้อง อันนี้ต้องไปฟังจากธรรมนัส 2. คดีผม ธรรมนัสไม่ได้ถอนฟ้อง ผมเข้าฟังไต่สวนกับทนายความ ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ถ้าศาลไต่สวนเห็นว่ามีมูล ผมก็ต้องสู้คดีต่อไป”

ทั้งนี้ นอกจากมาฟังไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ตนเองได้เดินทางไปหาเสียงในพื้นที่เขต 2 ของพะเยา บรรยากาศดีมาก คนตอบรับล้นหลาม ส่วนตัวเชื่อว่าพี่น้องพะเยาพร้อมเปลี่ยน เราต้องมาช่วยกันทำให้พะเยาไม่เหมือนเดิม ให้ประเทศไทยเปลี่ยนไป

ความคืบหน้ากรณี “ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์” คืออะไร?

จากกรณีที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ทำการฟ้องหมิ่นประมาท น.ส.รักชนก ศรีนอก และ นายรังสิมันต์ โรม เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท ล่าสุด ร้อยเอกธรรมนัส ได้ทำการถอนฟ้องเฉพาะในส่วนของ น.ส.รักชนก เท่านั้น ส่วนคดีของ นายรังสิมันต์ โรม ยังคงดำเนินต่อไป โดยศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ว่าคดีดังกล่าวมีมูลเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไปหรือไม่

นายรังสิมันต์ โรม ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ตนเองได้เดินทางไปฟังการไต่สวนในคดีที่ถูก ร้อยเอกธรรมนัส ฟ้องร้อง พร้อมทั้งกล่าวว่าหากศาลเห็นว่าคดีมีความเป็นไปได้ ตนเองก็พร้อมที่จะสู้คดีต่อไป นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ยังได้ใช้โอกาสนี้ในการลงพื้นที่หาเสียงในเขต 2 ของจังหวัดพะเยา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและพลิกผันทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การถอนฟ้องในบางส่วนและการดำเนินคดีต่อไปในส่วนอื่น สะท้อนให้เห็นถึงการใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตามและวิเคราะห์อย่างใกล้ชิดต่อไป

การที่ร้อยเอกธรรมนัสตัดสินใจเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางด้านกฎหมาย กลยุทธ์ทางการเมือง หรือเหตุผลส่วนตัว การออกมาให้ข้อมูลของนายรังสิมันต์ โรม ก็เป็นการตอบโต้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน

ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างรอบด้านและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์และความเป็นไปที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย

การตัดสินใจของศาลในวันที่ 19 มีนาคม จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของคดีนี้ต่อไป และจะมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลและสถานการณ์ทางการเมืองในภาพรวมอย่างแน่นอน

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในประเด็นทางกฎหมายและการเมืองเหล่านี้ จะช่วยให้สามารถตัดสินใจและแสดงออกทางการเมืองได้อย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบ

สถานการณ์ “ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์” นี้ทำให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงมีความเข้มข้นและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสามารถตัดสินใจทางการเมืองได้อย่างถูกต้อง

ที่มา – “ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์” ด้าน “โรม” แจงเข้าฟังไต่สวน ศาลนัดฟังคำสั่ง 19 มี.ค.

ธรรมนัสเตือนพิธา! วาทกรรมทหารย้อนเข้าตัว

“ธรรมนัส” ย้ำทหารมีความสำคัญ เตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมเดิมย้อนเข้าตัว ประกาศชัดไม่เอาเด็ดขาดพรรคแตะแก้หมวด 1-2 แม้ “ธนาธร” จะพลิกพร้อมจับมือทุกขั้ว ยันไม่กังวลโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 09:30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า เสียงตอบรับดีแต่คะแนนจะดีหรือไม่ต้องรอ 8 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนที่พรรคประชาชนประกาศไม่จับมือ กับพรรคกล้าธรรม แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาประกาศว่าสามารถจับมือได้ กับทุกขั้วพรรคการเมือง มองเรื่องนี้อย่างไรนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้มองอย่างไร ตอนนี้มองแต่ตัวเอง ไม่ได้มองคนอื่นเลย โดยยังมีหลักการที่ชัดเจนว่าพรรคเราไม่ต้องเปลี่ยนคำพูดบ่อยครั้ง พรรคใดที่มีเจตนารมณ์ ในการแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด

ส่วนจะเรียกร้องให้พรรคประชาชนประกาศจุดยืนให้ชัดเจนหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ต้องไปเรียกร้อง แต่พรรคเราประกาศจุดยืนชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยน ตนเข้าสู่เวทีการเมือง อะไรที่ไปยุ่งเกี่ยวกับสามเสาหลักของบ้านเมืองเราไม่เอาเด็ดขาด พร้อมย้ำอีกครั้งว่าหากยุ่งกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด

ส่วนในฐานะที่เคยรับราชการทหาร กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาช่วยหาเสียงจะเป็นการปลุกกระแสเรื่องทหารกลับมาหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ไม่หรอก เพราะทหารและกองทัพ ก็อยู่ในส่วนของกองทัพ อย่าดึงกองทัพมายุ่งกับการเมืองโดยเด็ดขาด เพราะการเมืองเราไม่คุยกันเอง ชอบทะเลาะกัน ในที่สุดก็ต้องมีกรรมการกลางไม่เช่นนั้นบ้านเมืองเสียหาย ตนจบสถาบันนี้เข้าใจพี่น้องทหารดี ยามวิกฤตจะต้องมีทหารออกมาช่วยมาแก้ปัญหา

ส่วนมองว่าวาทกรรมมีทหารไว้ทำไม รบไปก็แพ้ จะกลับมาหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ มันจะย้อนกลับมา เข้าตัวเองหรือไม่ ย้ำไม่ได้ว่าใคร สถาบันบ้านเมือง ที่อยู่ด้วยกันมาต้องศึกษา ประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์สำคัญ ที่ต้องสอนให้ลูกหลานได้รับรู้ ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราอยู่ได้เพราะเรามีกองทัพ ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ตั้งแต่แผ่นดินสยาม จนมาถึงกรุงเทพฯ อยู่ได้เพราะสถาบัน ที่เรามีกองทัพ ซึ่งประเทศที่เจริญแล้วก็มีกองทัพเหมือนกัน แต่ยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่อย่างไรประเทศก็ต้องมีทหาร

เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้าย ห่วงว่าจะมีการเล่นเกมใต้โต๊ะ โจมตีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า สังเกตได้เวลาพรรคกล้าธรรม โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หรือถูกอะไรก็แล้วแต่โจมตี เราต้องดูตัวเอง ผู้สมัครทุกคนต้องดูตัวเอง ว่าคุณสมบัติในการสมัครเป็นสมาชิกมีความพร้อมหรือไม่ หากยังไม่พร้อม ไม่ได้อยู่ในกฎระเบียบกฎหมายที่ กกต. กำหนด ก็ต้องโทษตัวเองอย่าไปโทษคนอื่น

“สมาชิกที่สมัครหากตัวเองมีแผลตรงไหนก็ต้องดูแลตัวเอง เรื่องไหนที่ผิดกฎหมายมาสมัครไม่ได้ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงไม่มีใครมากลั่นแกล้ง เขาต้องตรวจสอบอยู่แล้วไม่โดนวันนี้หลังเลือกตั้งก็ต้องโดน เรามีบทเรียนเยอะแล้ว เราต้องดูตัวเอง อย่าโทษคนอื่น”

สำหรับข้อกังวลในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ถ้าหากเราอยู่บนโลกความเป็นจริง ยอมรับกติกาสังคม ไม่ว่าท่านใดทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพิสูจน์ตัวเองให้ได้ มิเช่นนั้น คุณอยู่เวทีการเมืองไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะสอบผ่านประชาชนเลือกมา แต่คุณก็ต้องโดนอยู่ดี ต้องทำใจ บางคนพอโดนหน่อย ก็โอดครวญ เหมือนบางพรรคโดนหน่อยก็โอดครวญ ว่าแต่คนอื่นไม่ดูตัวเองเราต้องดูตัวเราเอง

ส่วนที่ได้ไปพูดไว้ในรายการหนึ่งว่าพรรคกล้าธรรม มั่นใจจะได้เป็นพรรคอันดับ 3 ในการเลือกตั้ง มีอะไรทำให้มั่นใจเช่นนั้น ร้อยเอกธรรมนัส บอกว่า เราคัดเลือกผู้สมัคร จากจำนวนกว่า 350 คน เหลือ 140 คน เราต้องมีขั้นตอนการกรอง เพราะการทำการเมืองต้องคัดเกรด หากไม่คัดเกรดจะไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ซึ่งตอนนี้พรรคกล้าธรรมเหลือผู้สมัคร สส. 100 คน ต้องคัดกรองต่อ จะยังเหลือเท่าเดิมหรือไม่ ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ผู้สมัคร สส. ทั้งหมดก็พร้อมสู้ทุกวิถีทาง เพราะยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ต้องสู้ทุกวิถีทาง จนกว่าจะถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่าจะเหลือจำนวนเท่าไร

ธรรมนัสเตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาเตือนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เกี่ยวกับวาทกรรมที่เคยกล่าวไว้เกี่ยวกับทหาร โดยระบุว่าอาจจะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อตัวเองได้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของทหารต่อประเทศชาติ

มุมมองของธรรมนัสต่อประเด็นวาทกรรมมีทหารไว้ทำไม

ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า สิ่งที่นายพิธาเคยพูดไว้อาจจะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเองได้ พร้อมทั้งย้ำว่าสถาบันบ้านเมืองที่อยู่ด้วยกันมาต้องศึกษาประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์สำคัญที่ต้องสอนให้ลูกหลานได้รับรู้ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราอยู่ได้เพราะเรามีกองทัพ

นอกจากประเด็นเรื่องวาทกรรม ธรรมนัสเตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว แล้ว ร้อยเอกธรรมนัสยังได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่สนับสนุนพรรคใดที่มีเจตนารมณ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งถือเป็นจุดยืนที่มั่นคงและไม่เปลี่ยนแปลงของพรรค

สิ่งที่ร้อยเอกธรรมนัสกล่าว ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชาติ รวมถึงบทบาทของกองทัพในการรักษาความมั่นคงของประเทศ การที่ ธรรมนัสเตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว นั้น เป็นการเตือนสติให้ระลึกถึงสิ่งที่เคยพูดไว้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การเมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่สิ่งสำคัญคือการรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของตนเอง ธรรมนัสเตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว เป็นข้อคิดที่น่าสนใจสำหรับนักการเมืองทุกคน

ที่มา – “ธรรมนัส” เตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว ประกาศชัดไม่เอาพรรคแตะแก้หมวด 1-2

“ธรรมนัส” อ้อนคนใต้ ประกาศสงครามกลุ่มทุน ยันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมทำจริง

“ธรรมนัส” นำพรรคกล้าธรรมปราศรัยใหญ่ อ้อน “ผมรักคนใต้” ประกาศสงครามกลุ่มทุน เดินหน้าทวงคืนที่ดินทำกิน ยันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมทำจริง ไม่ได้มาแค่ถ่ายรูป ชู “อาจารย์แหม่ม” มือเศรษฐกิจตัวจริง

วันที่ 16 ม.ค. 2569 เวลา 19.00 น. พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่กลางตลาดนัดสี่แยกบ้านนาเดิม อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ฝ่ายสังคม ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม หาเสียง ได้แก่ นายภูวิช เกลี้ยงมล เขต 2 เบอร์ 7, นายกฤษพณ หวานแก้ว เขต 3 เบอร์ 4, นายปรเมษฐ์ จินา เขต 5 เบอร์ 5, น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เขต 6 เบอร์ 5 และนายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว เขต 7 เบอร์ 6

โดยนางปวีณา กล่าวว่า ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม และความเดือดร้อนในสังคม เป็นปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ทุกวัน พรรคกล้าธรรมพร้อมเข้าไปแก้ไขอย่างจริงจัง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีผู้แทนของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา พร้อมย้ำขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อให้พรรคมีพลังในการผลักดันกฎหมายและนโยบายที่ทำได้จริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญา พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคกล้าธรรมยกทีมในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์

ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยย้ำจุดยืนว่า พรรคกล้าธรรมไม่ใช่พรรคที่ขายฝันหรือใช้นโยบายประชานิยมที่ทำไม่ได้จริง พรรคการเมืองบางพรรค ปกติไม่เคยลงพื้นที่ ไม่เคยดูแลประชาชน แต่มาปรากฏตัวเฉพาะช่วงเลือกตั้ง พร้อมแจกคำสัญญาและตัวเลขที่ไม่สามารถทำได้จริง สุดท้ายไปกู้มาแจก จนกลายเป็นภาระหนี้สาธารณะของประเทศ ที่ไม่รู้ว่าอีกกี่สิบปีจะใช้หมด

“พรรคกล้าธรรม ทำการเมืองบนความจริงและความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเกษตรกร ตั้งแต่การทวงคืนที่ดินจากนายทุน การออกเอกสารสิทธิ์เพื่อการเกษตร และการยกระดับมูลค่าที่ดินให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่สุราษฎร์ธานีอย่างเป็นระบบ จึงขอเชิญชวนประชาชนเลือกบัตรบัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม เบอร์ 42 เพื่อให้พรรคมีพลังในการผลักดันนโยบายเข้าสู่การปฏิบัติ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวตอนหนึ่งว่า ผมรักคนสุราษฎร์ รักคนภาคใต้ ผมเกิดที่จังหวัดพะเยา แต่ชีวิตผมไม่ได้อยู่ที่นั่น พอจบประถม ผมย้ายมาอยู่ที่อำเภอเบตง มาเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่นี่ ผมมีคุณพ่อบุญธรรม เป็นคนใต้แท้ ๆ คนใต้จึงหล่อหลอม เลี้ยงดู และปลูกฝังวัฒนธรรมคนใต้ให้กับผม จนกลายเป็นธรรมนัสในวันนี้ ผมโตมากับหนังตะลุง ชอบโนรา ชอบวิถีชีวิต ชอบความจริงใจของพี่น้องคนใต้ ผมกล้าพูดเต็มปากเลยว่า ความเป็นคนใต้ของผมไม่น้อยไปกว่าคนที่เกิดที่ภาคใต้ด้วยซ้ำ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรมจะเดินหน้าทวงคืนที่ดินทำกินให้เกษตรกร เราพร้อมทำสงครามกับกลุ่มทุนที่ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ปัญหาที่ดินทำกิน โดยเฉพาะเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.01 ในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ไปจนถึงนราธิวาส จำนวนมากตกอยู่ในมือกลุ่มทุน ทั้งสวนปาล์มน้ำมัน สวนยางพารา ทั้งที่เจตนารมณ์ของ ส.ป.ก. จัดสรรไว้เพื่อพี่น้องเกษตรกร

“ตั้งแต่วันที่ผมเข้ามาทำงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมประกาศชัดเจนว่าจะทำสงครามกับกลุ่มทุน เพื่อเอาที่ดินกลับคืนให้พี่น้องเกษตรกร แม้รู้ว่ามันคือเผือกร้อน ถึงขั้นที่ในอดีต พรรคการเมืองบางพรรคที่เป็นรัฐบาลขณะนั้นต้องยุบสภาหนีการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้ แต่สำหรับผม ผมไม่กลัว เพราะผมทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อพี่น้องเกษตรกร แม้ในช่วงแรกจะมีเสียงวิจารณ์ว่า ผมไม่สามารถทำได้จริง แต่ขณะนี้เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม ทั้งการนำเครื่องจักรเพื่อการเกษตรเข้าไปสนับสนุนในพื้นที่ และการนำที่ดินกลับคืนสู่มือเกษตรกร” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ในด้านการช่วยเหลือประชาชนยามเกิดภัยพิบัติ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ อย่างเช่นที่ จ.สงขลา อำเภอหาดใหญ่ ตนเองจะลงพื้นที่ทันที และเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย ซึ่งพี่น้องสุราษฎร์ไปถามคนหาดใหญ่ได้เลยว่า เราทำจริง ไม่ใช่มาแค่ถ่ายรูปแล้วกลับ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวยืนยันว่า พรรคยึดหลักไม่ขายฝัน นโยบายทุกเรื่องต้องสามารถทำได้จริง โดยเราให้ความสำคัญกับนโยบายด้านปากท้องของประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปศุสัตว์ ฟาร์มเกษตร และการเพิ่มศักยภาพการผลิต เพื่อให้ประชาชน อยู่ได้ กินได้ อย่างยั่งยืน แทนการใช้นโยบายแจกเงินที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนและไม่สามารถทำได้จริง

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึง ศ.ดร.นฤมล หัวหน้าพรรคกล้าธรรมว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการคลัง จบการศึกษาด้านบัญชีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลังมาตั้งแต่ปี 2557 ดังนั้น อาจารย์แหม่มถือเป็นกำลังสำคัญที่จะมาวางระบบการเงิน การคลัง และการปฏิรูปธนาคารเพื่อประชาชนและเกษตรกร ให้ดอกเบี้ยต่ำอย่างแท้จริง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ยังมีหนี้สินกันอยู่จำนวนมาก

“พรรคกล้าธรรม เป็นพรรคการเมืองที่มีทั้งวิสัยทัศน์ ความรู้ และความกล้าตัดสินใจ พร้อมย้ำจุดยืน “กล้าคิด กล้าทำ และทำจริง” เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วประเทศ”

ทั้งนี้ บรรยากาศเวทีปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมรับฟังจนเต็มพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเย็น

“ธรรมนัส” อ้อนคนใต้ ประกาศสงครามกลุ่มทุน ยันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมทำจริง

ทำไม “ธรรมนัส” ถึงมั่นใจว่าจะสามารถ “อ้อนคนใต้ ประกาศสงครามกลุ่มทุน ยันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมทำจริง” ได้

การที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกมาประกาศ “ธรรมนัส” อ้อนคนใต้ ประกาศสงครามกลุ่มทุน ยันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมทำจริง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและช่วยเหลือประชาชนในภาคใต้ ท่ามกลางความท้าทายและอุปสรรค อาจต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

การที่ “ธรรมนัส” อ้อนคนใต้ ประกาศสงครามกลุ่มทุน ยันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมทำจริง เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง เพราะการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและซับซ้อน ที่ต้องอาศัยความกล้าหาญและการตัดสินใจที่เด็ดขาด

การประกาศ “ธรรมนัส” อ้อนคนใต้ ประกาศสงครามกลุ่มทุน ยันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมทำจริง เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังกลุ่มทุนที่ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องคืนที่ดินให้กับเกษตรกรตัวจริง

ที่มา – “ธรรมนัส” อ้อนคนใต้ ประกาศสงครามกลุ่มทุน ยันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมทำจริง

“ธรรมนัส” ขี่มอเตอร์ไซค์เปิดตัวปราศรัย อ้อนชาวปทุมฯ


“ธรรมนัส” ขี่มอเตอร์ไซค์เปิดตัวขึ้นปราศรัย อ้อนฝาก “อัยรินทร์” ไว้ในใจชาวปทุมฯ กลายเป็นภาพที่สร้างความฮือฮาในการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สร้างความประทับใจด้วยการขี่รถจักรยานยนต์หาเสียงของ น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 5 พรรคกล้าธรรม ขึ้นเวที ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงปรบมือจากประชาชนอย่างล้นหลาม

“ธรรมนัส” ขี่มอเตอร์ไซค์เปิดตัวขึ้นปราศรัย อ้อนฝาก “อัยรินทร์” ไว้ในใจชาวปทุมฯ

การปราศรัยครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงประสบการณ์และความสามารถในการทำงานทางการเมืองและการบริหารราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้เสนอชื่อ น.ส.อัยรินทร์ ให้ดำรงตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล ซึ่ง น.ส.อัยรินทร์ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการทำงาน กล้าคิด กล้าทำ สมกับเป็นคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงปัญหาสำคัญของจังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องเผชิญมาเป็นเวลานาน โดยย้ำว่าตนเองมีประสบการณ์ตรงในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และเคยประกาศชัดเจนมาแล้วว่าปทุมธานีจะไม่เผชิญวิกฤตน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 จากการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา การเร่งระบายน้ำ และการประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรจาก “ธรรมนัส”

“ถนนสายสำคัญในพื้นที่ลำลูกกา โดยเฉพาะถนนเสมาฟ้าคราม ซึ่งประสบปัญหาการจราจรติดขัดมาอย่างยาวนาน ผมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม คือต้องขยายไหล่ทาง จัดการแนวเสาไฟฟ้าและสายสื่อสารด้วยการนำลงใต้ดิน เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวจราจร รวมถึงการพัฒนาลำคลองสองข้างถนนให้เป็นระบบระบายน้ำควบคู่กับการคมนาคม ซึ่งจะช่วยแก้ทั้งปัญหาน้ำท่วมและการจราจรไปพร้อมกัน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงการทำงานร่วมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับชาวปทุมธานี โดยย้ำว่าตนเองอาจไม่ใช่นักการเมืองที่พูดเก่ง แต่เป็นคนที่รู้ข้อเท็จจริงและเข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน สิ่งที่พูดบนเวทีในวันนี้เป็นเรื่องที่สามารถทำได้จริง ไม่ใช่การขายฝัน และหลายเรื่องที่เคยพูดไว้ก็เกิดขึ้นแล้ว

ในช่วงท้ายของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ได้ขอแรงสนับสนุนจากประชาชนให้เลือก น.ส.อัยรินทร์ เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน และผลักดันการพัฒนา รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน น.ส.อัยรินทร์ ได้กล่าวบนเวทีถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการลงสู่สนามการเมืองครั้งนี้ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็น สส.ของคนลำลูกกาอย่างแท้จริง รับฟังทุกปัญหาและผลักดันการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วม การจราจร ปากท้อง และคุณภาพชีวิต พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำงานหนัก ลงพื้นที่จริง และไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชน

การปราศรัยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ ร.อ.ธรรมนัส และ น.ส.อัยรินทร์ ในการรับฟังปัญหาของประชาชนและนำเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงพลังของพรรคกล้าธรรมในการลงพื้นที่เพื่อรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง “ธรรมนัส” ขี่มอเตอร์ไซค์เปิดตัวขึ้นปราศรัย อ้อนฝาก “อัยรินทร์” ไว้ในใจชาวปทุมฯ สร้างความหวังให้กับชาวปทุมธานีในการมีตัวแทนที่เข้าใจปัญหาและพร้อมที่จะแก้ไขอย่างจริงจัง

ที่มา – “ธรรมนัส” ขี่มอเตอร์ไซค์เปิดตัวขึ้นปราศรัย อ้อนฝาก “อัยรินทร์” ไว้ในใจชาวปทุมฯ

“ธรรมนัส” หาเสียงนครนายก ไม่กังวลเลือกตั้ง

“ธรรมนัส” หาเสียงนครนายก ไม่กังวลเลือกตั้ง

“ร.อ.ธรรมนัส” เปิดศึกเลือกตั้งวันแรกที่ จ.นครนายก เดินตลาดพบชาวบ้าน ชูนโยบาย ลดต้นทุนเกษตร-ดันท่องเที่ยวเมืองรอง ไม่กังวลเลือกตั้ง บอกสบายๆ ต่อจากนี้จะเดินสายไม่มีวันหยุด

วันที่ 10 มกราคม 2569 พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.นครนายก ของพรรค ได้แก่ นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 2 และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 2 หมายเลข 4 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนจังหวัดนครนายก ในหลายจุดสำคัญของจังหวัด อาทิ ตลาดเก่าองครักษ์ ตลาดบ้านนา ตลาดอำเภอเมือง และตลาดนัดวัดวังปลาจีด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง มีประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ให้การต้อนรับและร่วมพูดคุยสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกของการหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ และจังหวัดนครนายกถือเป็นที่ ๆ ตนผูกพัน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ตนเคยใช้ชีวิตและศึกษาจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และเป็นพื้นที่ที่เราส่งผู้สมัครทั้ง 2 เขต ซึ่งล้วนเป็นคนที่พี่น้องประชาชนรู้จัก มีประสบการณ์ เป็นอดีต สส.หลายสมัย การเริ่มต้นที่นี่จึงถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยหาเสียงจังหวัดแรกที่นี่

“ผมขอฝากถึงพี่น้องชาวจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจด้านการเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะอำเภอองครักษ์ที่มีการปลูกข้าวเป็นจำนวนมากว่าพรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับปัญหาราคาข้าวและต้นทุนการผลิตเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญในนโยบายของพรรค และวันนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๆ ให้การต้อนรับพวกเราและตอบรับผู้สมัครของพรรคเป็นอย่างดี” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อด้วยว่า จังหวัดนครนายกเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและความใกล้กรุงเทพมหานคร ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาว ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตกหลายแห่ง ที่สามารถผลักดันให้จังหวัดนครนายกก้าวจากเมืองรองขึ้นสู่การเป็นเมืองหลักได้ไม่ยาก หากมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างจริงจัง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตนจะไม่มีวันหยุด โดยหลังจากนครนายก จะเดินทางต่อไปยังจังหวัดปทุมธานี จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดขอนแก่น ตามลำดับ เพื่อพบปะประชาชนและสื่อสารนโยบายของพรรคให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ส่วนกรณีที่หลายพรรคการเมืองเริ่มเปิดตัวทีมบริหารหรือว่าที่รัฐมนตรีจากคนนอก ตนมองว่า ยังไม่ถึงเวลา และควรให้เกียรติการตัดสินใจของประชาชนก่อน โดยขอให้รอผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จากนั้นจึงค่อยว่ากันเรื่องการจัดตั้งทีมบริหารประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อถามว่ามีความกังวลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ไม่มี สบายๆ พร้อมย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะเดินหน้าสื่อสารนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก พ่อค้าแม่ค้า และเกษตรกร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะนโยบายธนาคารเพื่อประชาชนจะต้องทำให้ได้เพื่อคนฐานราก และสุดท้ายก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือกพรรคและผู้แทนที่เห็นว่า สามารถดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของท่านได้ดีที่สุด

“ธรรมนัส” ไม่กังวลเลือกตั้งนครนายก

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ลงพื้นที่นครนายกเพื่อหาเสียงนั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่พรรคกล้าธรรมให้แก่จังหวัดนี้ และความมั่นใจในการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ นโยบายที่เน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยว น่าจะเป็นจุดที่ได้รับความสนใจจากชาวนครนายก

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การตัดสินใจของประชาชนแต่ละคนจึงมีความหมาย ขอให้ทุกท่านพิจารณาข้อมูลและนโยบายของแต่ละพรรคอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกผู้แทนที่ท่านคิดว่าจะสามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้องได้

“ธรรมนัส” ให้ความสำคัญกับจังหวัดนครนายกและพร้อมที่จะนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน หากท่านเห็นว่านโยบายของพรรคกล้าธรรมสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดนครนายกได้ ก็ขอให้พิจารณาให้โอกาสพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้

ที่มา – “ธรรมนัส” หาเสียงนครนายก ไม่กังวลเลือกตั้ง บอกสบายๆ ต่อจากนี้จะเดินสายไม่มีวันหยุด

ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม

เปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หนึ่งเดียวของ “พรรคกล้าธรรม” ส่ง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สู้ศึกเลือกตั้ง 2569

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นผู้ขึ้นจับสลากเบอร์พรรค โดยได้ลำดับในการขึ้นจับสลากเบอร์พรรคเป็นลำดับที่ 34 ซึ่งปรากฏว่า ได้หมายเลข 42 ในการใช้หาเสียงเลือกตั้ง 2569

ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม เพียงคนเดียว

พรรคกล้าธรรมชู ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพียงหนึ่งเดียวในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ สร้างความน่าสนใจและจับตามองถึงนโยบายและแนวทางการบริหารประเทศ

  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม กล่าวภายหลังพรรคกล้าธรรมได้หมายเลข 42 ว่า ได้หมายเลขนี้เป็นหมายเลขที่พอใจ ส่วนพรรคการเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน คาดว่าพี่น้องประชาชนคงรู้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นหมายเลขของพรรควันนี้เราคุยกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนางปวีณา หงสกุล ก็มองว่าเราได้อะไร ก็ล้วนเป็นเลขมงคลสำหรับพรรคเรา ซึ่งทำให้ทุกคนในพรรคมีกำลังใจในการเดินหน้าต่อ

หลังจากนี้จะมีแผนในการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน รวมทั้งการจัดเวทีปราศรัย 17 เวทีทั่วกรุงเทพฯ โดยจะให้ทางหัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์ดำเนินการวางแผน ส่วนสิ่งที่เป็นห่วงต้องบอกว่าไม่ได้เป็นการหลีกเลี่ยงเวทีปราศรัยต่างๆ เนื่องจากตนเป็นนักการเมืองที่มองว่ายังคงมีความจำเป็นที่จะต้องออกหาเสียงเพื่อสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นเวทีต่างๆ ที่เชิญมา อาจจะมอบหมายให้คนอื่นไป

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ เผยว่า พรรคกล้าธรรมมี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพียงหนึ่งคน จึงจำเป็นต้องจัดสรรเวลาอย่างรอบคอบ เพื่อให้แคนดิเดตลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครในแต่ละเขตอย่างทั่วถึง หากขาดการลงพื้นที่อาจกระทบฐานเสียงได้ โดยพรรควางแผนจัดเวทีใหญ่ถึง 17 เวทีทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์หลักในการสื่อสารกับประชาชน ส่งผลให้บางเวทีดีเบตอาจไม่สามารถเข้าร่วมได้ครบถ้วน จึงขออภัยต่อทุกเวทีที่เชิญมา.

ทำความรู้จัก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใครเป็นผู้นำประเทศ การทำความรู้จักกับ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ละท่านถือเป็นสิ่งสำคัญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้แสดงวิสัยทัศน์และนโยบายที่น่าสนใจหลายด้าน ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ

พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ การสนับสนุนพรรคกล้าธรรมจึงเป็นการสนับสนุนวิสัยทัศน์และนโยบายเหล่านั้น

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย การตัดสินใจเลือก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่เหมาะสมที่สุดจึงเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน

อย่าลืมติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคกล้าธรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ดังนั้น อย่าลืมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของคุณ เพื่อกำหนดอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “ธรรมนัส พรหมเผ่า” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม เพียงคนเดียว

“ปวีณา” อยากทำให้สังคมดี: ร่วมงานกล้าธรรม

“ปวีณา” เผยร่วมงานกล้าธรรม อยากทำให้สังคมดี ลั่นไม่แก้ไขวันนี้ล่มสลายแน่ ด้าน “ธรรมนัส” ยกเป็นบุคลากรทรงคุณค่า แย้ม ยังมีคนมาอีกเรื่อยๆ

นางปวีณา หงสกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมและการคุ้มครองประชาชน พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลในการเข้าร่วมพรรคกล้าธรรม ว่า พรรคกล้าธรรม ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสังคม และอยากที่จะให้เรามาช่วยกันพัฒนาสังคมด้วยกัน ซึ่งปัญหาสังคมขณะนี้เกิดช่องโหว่ขึ้นมา จากที่ตนได้คร่ำหวอดปัญหานี้มา 30 กว่าปีได้เห็นปัญหาที่แท้จริง เป็นเรื่องที่ยากที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่แท้จริง และยากที่จะนำไปสู่นโยบาย โดย ร.อ.ธรรมนัส อยากให้มาอยู่พรรคกล้าธรรม เมื่อพรรคกล้าธรรม กล้าที่จะทำงานเพื่อสังคมร่วมกับตน เมื่อเขาให้โอกาสที่จะเข้าไปสู่กระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อนำเรื่องทั้งหลายทั้งปวงไปสู่นโยบายถ้าได้เป็นรัฐบาล เรื่องสังคมยังมีหลายปัญหาที่ต้องแก้ไข ตนอยากทำงานเพื่อให้สังคมดีร่วมกับ พรรคกล้าธรรม ถ้าเราไม่แก้ไขวันนี้สังคมจะล่มสลาย

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวถึงเหตุผลในการเชิญนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี เข้าร่วมทำงานกับพรรคกล้าธรรม ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมและการคุ้มครองประชาชน และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อว่า เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าทางสังคม และดูแลสังคมมาโดยตลอด ทางพรรคก็เลยมีมติว่าเชิญมาเป็นที่ปรึกษาดูแลประชาชนภาคสังคม สวัสดิการในหลายๆเรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดคุยกันนานหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เห็นท่านทำงานอย่างจริงๆ จังๆ เป็นคนคล้ายๆ กัน เคมีตรงกัน เมื่อถามว่า จะเชิญบุคคลสำคัญอื่นๆ มาอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จะมีมาเรื่อยๆ เป็นบุคคลที่มีประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติ

“ปวีณา” เผยร่วมงานกล้าธรรม อยากทำให้สังคมดี ไม่แก้ไขวันนี้ล่มสลายแน่

นางปวีณา หงสกุล ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเร่งด่วน โดยกล่าวว่า หากเราไม่ลงมือแก้ไขปัญหาในวันนี้ สังคมอาจจะล่มสลายในอนาคต การเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมในครั้งนี้ จึงเป็นความตั้งใจที่จะนำประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่มี มาช่วยพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น

ทำไม “ปวีณา” ถึงอยากทำให้สังคมดีร่วมกับพรรคกล้าธรรม

เหตุผลสำคัญที่นางปวีณาตัดสินใจร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม คือความเชื่อมั่นในแนวทางการทำงานของพรรค ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างจริงจัง พรรคกล้าธรรมเล็งเห็นถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของนางปวีณาในการทำงานด้านสังคมมาอย่างยาวนาน จึงได้เชิญเข้าร่วมงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสังคมของพรรค

การร่วมมือกันในครั้งนี้ นางปวีณามองว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะนำปัญหาต่างๆ ที่ได้พบเจอมาตลอด 30 กว่าปี ไปสู่การแก้ไขในระดับนโยบาย หากพรรคกล้าธรรมได้มีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ นางปวีณามั่นใจว่าจะสามารถผลักดันนโยบายที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังได้กล่าวถึงนางปวีณาว่าเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อสังคมอย่างยิ่ง การได้นางปวีณาเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้นต่อไป

การตัดสินใจของนางปวีณา หงสกุล ในการเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้น แม้ว่าหนทางข้างหน้าอาจจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของนางปวีณา ผนวกกับความตั้งใจจริงของพรรคกล้าธรรม เชื่อมั่นได้ว่าสังคมไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ การร่วมงานกันครั้งนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคมอย่างจริงจัง และพร้อมที่จะดึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยกันพัฒนาประเทศ

ที่มา – “ปวีณา” เผยร่วมงานกล้าธรรม อยากทำให้สังคมดี ไม่แก้ไขวันนี้ล่มสลายแน่

“ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่ เจ้าภาพซีเกมส์ 2025

“ธรรมนัส” ภาคภูมิใจ ไทยทำเต็มที่เป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ 2025 น้อมรับทุกคำวิจารณ์ นำข้อผิดพลาดเป็นบทเรียนและปรับปรุง เผย หลายประเทศขอบคุณ-ชื่นชม

เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ถึงพิธีปิดซีเกมส์วันนี้จะมีความเรียบร้อยหรือไม่ ว่า ตนได้กำชับ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว ซึ่งเราได้ถอดบทเรียนที่ผ่านมาแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ถือเป็นวันที่คนไทยร่วมกันฉลองความสำเร็จภาคการกีฬามาก ในส่วนของสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ที่ตนเป็นประธาน ณ เวลานี้ได้ 11 เหรียญทอง ถือว่าประสบความสำเร็จ

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ภาพรวมมีความภาคภูมิใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนไม่ทำงานก็ไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ แต่คนทำงานเราทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่ มีข้อผิดพลาดก็ต้องนำเสียงวิจารณ์มาแก้ไข ซึ่งการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองหรือทีมงานทำผิดพลาดถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนำมาถอดบทเรียน ดังนั้น ขอขอบคุณทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และตนจะนำมาปรับปรุงแก้ไขในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และจะทำให้ดีที่สุด

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวด้วยว่า ถ้าเราไปอยู่ในสนามแข่งขัน และมอบให้สมาคมกีฬาแต่ละประเภทไปเตรียมความพร้อมภายใต้กรอบงบประมาณที่เราได้รับ ก็จะเห็นบรรยากาศว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เขามาแข่ง เขาก็มีความสุขและชื่นชมว่าเราทำได้ดี ดูแลเขาอย่างดี ตนได้รับการติดต่อจากทูตหลายประเทศเขาโทรศัพท์มาขอบคุณ และในวันเดียวกันนี้ตนจะเดินทางไปพบประธานสหพันธ์กีฬาทางน้ำโลก เขาก็ชื่นชมว่าตนทำได้ดี แต่เสียที่คนไทยวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเราก็ต้องน้อมรับและนำไปปรับปรุงแก้ไข.

“ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่ เจ้าภาพซีเกมส์ 2025

จากกระแสข่าวและความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ของไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาแสดงความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2025 พร้อมทั้งน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์และนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จมากที่สุด

ความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่นในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025

ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของทีมงานทุกคนในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 โดยกล่าวว่า “คนทำงานเราทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความพยายามในการทำให้การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการได้รับการติดต่อจากทูตหลายประเทศที่ได้โทรศัพท์มาขอบคุณและชื่นชมในการจัดการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จในระดับนานาชาติ

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ออกมายอมรับและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้น การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย จะช่วยให้การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงศักยภาพและความสามารถของประเทศไทยในด้านต่างๆ ทั้งในด้านการกีฬา การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม การจัดการแข่งขันที่ดีจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 คือการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแข่งขันกีฬาเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ การสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการทำให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ที่น่าจดจำ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ของประเทศไทย จะเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน และเป็นที่จดจำในระดับนานาชาติ ร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยและทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งนี้

สุดท้ายนี้ การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพและความสามารถให้โลกได้เห็น มาร่วมเป็นกำลังใจและสนับสนุนนักกีฬาไทยในการแข่งขันครั้งนี้กันนะครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่เจ้าภาพจัดซีเกมส์ 2025 นำข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน-ปรับปรุง

“ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

“ธรรมนัส” เปิดบ้านพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-นพ.ภูมินทร์” อดีต สส.เพื่อไทย สู้ศึกเลือกตั้งในภาคอีสาน พร้อม “คุณากร” อดีต สส.ปชป. ด้าน “ไชยา” ปัดเป็นงูเห่า ลั่นตัดสินใจเพื่อชาวอีสาน

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้การต้อนรับ นายไชยา พรหมา อดีต สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย, นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ, นางสาวนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.ศรีสะเกษ, นายคุณากร มั่นนทีรัย เข้าพรรคกล้าธรรม โดยสวมเสื้อแจ็กเก็ตให้ และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร ด้วยในคราวเดียวกัน

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวต้อนรับสมาชิกที่มาเปิดตัวกับพรรคกล้าธรรมวันนี้ ว่า นายไชยา เป็นอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ตนเคารพรัก เมื่อเคยทำงานร่วมกันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เห็นฝีไม้ลายมือในการปราบปราม โดยเฉพาะสินค้าเถื่อน สุกรเถื่อน เมื่อเป็นรองประธานสภาฯ ก็คิดว่าคงไม่มีใครปฏิเสธว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจากการรู้จักกันที่ผ่านมา ตนจึงชวนนายไชยามาร่วมอุดมการณ์และสานต่องานสำคัญ อีกทั้งนายไชยายังเป็นผู้ร่วมสร้างงานท้องถิ่นที่จังหวัดหนองบัวลำภู

ส่วน นพ.ภูมินทร์ และนางสาวนุชนาถ เป็นนักการเมืองที่อยู่ในสภาฯ ซึ่งศรีสะเกษเองก็เป็นจังหวัดที่พี่น้องประชาชนประกอบอาชีพภาคการเกษตร จึงได้ทั้ง 2 คนมาร่วมอุดมการณ์ สำหรับนายคุณากร อดีต สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากมาร่วมงาน และทราบว่าเป็นผู้ที่สนใจในเรื่องน้ำของจังหวัดนนทบุรี อีกทั้งผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรีก็ฝากกับตนมาว่า นายคุณากรเป็นคนชอบทำ ไม่ชอบพูด ซึ่งตรงสเปกของตนที่อยากจะนำมาร่วมงาน

เมื่อถามว่าได้บุคคลสำคัญมาช่วยจะทำให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ทั้งหมดที่อยู่ตรงนี้คือบุคคลที่ทำงานติดดินอยู่กับชาวบ้าน นำโจทย์ของประชาชนมาแก้ปัญหา และตนก็มั่นใจว่าทุกท่านจะกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้ ส่วนคำถามว่าจะมีการวางตัวเพื่อหลีกเลี่ยงเขตหาเสียงให้กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เนื่องจากเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า หากทำเช่นนั้นประชาชนจะไม่เชื่อมั่นในตัวเรา สนามเลือกตั้งคือสนามรบ เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วรู้ผลก็ต้องมาร่วมงานกันต่อ พร้อมเผยว่ายังมีคนอื่นจะมาร่วมอีก

ทางด้าน นายไชยา กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาทำงานกับพรรคกล้าธรรม เพราะเห็นนโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องภาคการเกษตร ซึ่งตนเป็นผู้แทนราษฎรมาแล้ว 9 สมัย อยู่กับเกษตรกรชาวไร่ชาวนาในจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีตัวเลขทางเศรษฐกิจลำดับท้ายๆ ของประเทศ ดังนั้นปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่จะต้องได้รับการแก้ไข ที่ผ่านมาภาคอีสานมักจะถูกละเลย ร้อยเอกธรรมนัส และพรรคกล้าธรรม ในฐานะที่รับผิดชอบในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นนโยบายสำหรับรากหญ้าอย่างแท้จริงที่จะยกระดับประชาชน มั่นใจว่าจะแก้ปัญหาและเป็นความหวังของเกษตรกรได้ จึงตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม อย่างไรก็ตาม คงต้องอธิบายกับประชาชนในพื้นที่ถึงเหตุผลในการร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ใช่การตัดสินใจเพื่อตนเอง แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะเอาชนะผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายไชยา ตอบว่า สู้ได้อยู่แล้ว เคยสู้กันมาหลายยกแล้ว เวทีการเลือกตั้งก็ต้องสู้กัน เป็นนักรบเป็นนักสู้ก็ต้องต่อสู้กัน และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นงูเห่า หากจะมากล่าวหาด้วยคำนี้ ทำไมตนเลือกมาที่พรรคกล้าธรรม ทำไมไม่ไปอยู่ในพรรคที่อยู่ในกระแส แต่ที่เลือกพรรคกล้าธรรมเพราะเข้าได้กับทุกฝ่าย จากวันนี้ไปเป็นเรื่องการจับมือในการทำงาน ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนวันนี้เราไม่ต้องการความขัดแย้งทางการเมือง ตนเองและพรรคกล้าธรรมสามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้

“อย่าพูดถึงว่าผมเป็นงูเห่าเลยครับ การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชนภาคอีสาน เวลาผมกลับไปในพื้นที่ชาวบ้านหนองบัวลำภูถามว่าที่รับปากเขาไว้ตอนเป็นรัฐบาล 2 ปีมีอะไรที่ค้างคาใจอยู่ เช่น ดิจิทัลวอลเล็ตยังทวงถามอยู่เลย เพราะฉะนั้นปัญหาหลายอย่าง เช่น เงินช่วยเหลือเกษตรกร เราเป็นรัฐบาลมา 2 ปียังตอบคำถามไม่ได้”

นายไชยา ยังย้ำด้วยว่า เรื่องนี้จะต้องหาคนแก้ปัญหา เชื่อว่ากระทรวงเกษตรฯ และพรรคกล้าธรรมจะตอบโจทย์เกษตรกร สำหรับพื้นที่ภาคอีสาน ต่อสู้ทางการเมืองกันอย่างเข้มข้น ซึ่งที่ผ่านมาพรรคการเมืองให้สัญญากับคนอีสานไว้เยอะ ได้รับเสียงจากคนอีสานเป็นกอบเป็นกำ แต่พอเข้ามาสู่การบริหารประเทศมักจะลืมคำที่เคยสัญญาไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคกล้าธรรมได้สัจจะวาจา “ทำจริง ปฏิบัติจริง หวังผลแก้ปัญหาอย่างแท้จริง” จะตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องภาคอีสาน จึงมีความมั่นใจว่าพื้นที่ภาคอีสาน จะต้อนรับคนที่ตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องเกษตรกร

ทางด้าน ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวถึงประเด็นงูเห่า โดยชี้ให้ดูสมาชิกพรรคที่อยู่กันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ก็แสดงว่าเราเป็นงูด้วยกัน การทำงานในครอบครัวตั้งแต่พรรคไทยรักไทยหลายท่านมีบทบาทในการสร้างครอบครัวให้โต ดังนั้นคำว่างูเห่าในครอบครัวกล้าธรรม คงไม่ใช่ อย่างไรก็ตามเราคงไม่ต้องตั้งคำถามกับนายไชยา เพราะทำพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูมาด้วยกัน โดยความมั่นใจในพื้นที่ภาคอีสาน แม้ตนไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ไม่เคยมีวันหยุด ซึ่งวันที่ 24 ธันวาคมนี้ก็จะลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคามด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ภูมินทร์ และนางสาวนุชนาถ เป็น 2 คนในกลุ่ม 8 งูเห่าพรรคเพื่อไทย กลุ่มเดียวกับนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของพรรคภูมิใจไทย แต่กลับมาปรากฏตัวที่พรรคกล้าธรรมในวันนี้ ซึ่งมีรายงานต่อมาว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเขตพื้นที่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง.

“ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-ภูมินทร์-คุณากร” สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

พรรคกล้าธรรมกับการสู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า มั่นใจว่าการเปิดตัวสมาชิกใหม่ครั้งนี้ จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งอีสานที่จะมาถึง ด้วยบุคคลากรที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน เข้าใจปัญหา และพร้อมแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด การเสริมทัพครั้งนี้จึงเป็นการประกาศความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

การที่พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับภาคอีสาน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้ การดึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และเข้าใจปัญหาของพื้นที่เข้ามา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันนโยบายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง

นอกจากนี้ การที่นายไชยา พรหมา ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมมีนโยบายที่ตอบโจทย์และสามารถแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในภาคอีสานได้อย่างแท้จริง การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

การเลือกตั้งอีสานครั้งนี้ จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า พรรคกล้าธรรมจะสามารถสร้างผลงานและได้รับการยอมรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใด การมีบุคลากรที่แข็งแกร่ง นโยบายที่ชัดเจน และความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความสำเร็จของพรรคในการเลือกตั้งอีสานที่จะมาถึงนี้ และการรวมตัวของคนเหล่านี้จะส่งผลให้“ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-ภูมินทร์-คุณากร” สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน ประสบความสำเร็จได้หรือไม่

ที่มา – “ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-ภูมินทร์-คุณากร” สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

Scroll to top