นายกรัฐมนตรีอนุทิน

“นิพนธ์” ยัน! ลูกสาวไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

“นิพนธ์ บุญญามณี” แจง ลูกสาวปฏิเสธเก้าอี้รัฐมนตรี เหตุธุรกิจเติบโต หาคนดูแลไม่ได้ ย้ำ ไม่มีส่งใครแทน แจ้งนายกฯ แล้ว ด้าน “นิธิยา บุญญามณี” เผยเหตุผล 3 ข้อ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว ขอไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ว่า เป็นความจริง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าบุตรสาวของตนได้ถูกทาบทาม ให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จึงขอโอกาสนี้แจ้งให้ทุกคนทราบแล้วตนได้แจ้งเรื่องนี้ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว ว่า น.ส.นิธิยา ไม่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากติดภารกิจทางบ้านที่เป็นธุรกิจครอบครัว และหาคนมาดูแลแทนไม่ได้ กำลังขยายการผลิตโดยโรงงานที่ น.ส.นิธิยา ดูแลอยู่กำลังมีการขยายการผลิต และการตลาด ซึ่งต้องตัดสินใจจนวินาทีสุดท้าย เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบกับธุรกิจที่บ้านที่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสัตว์ ซึ่งเมื่อหาคนมาแทนไม่ได้จึงตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง ก็ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและทีมงานทุกคน ที่ได้ให้โอกาส

อย่างไรก็ตาม ตนยินดีที่จะสนับสนุนภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในการขับเคลื่อนและผลักดันโครงการต่างๆ

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ส่งคนอื่นขึ้นมาแทน น.ส.นิธิยา ใช่หรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่มี ขณะที่นายสรรเพชญ บุญญามณี สส. สงขลา พรรค ปชป. บุตรชาย ก็ไม่รับตำแหน่ง ซึ่งนายกฯ ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น

“นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

ขณะที่เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มท. ได้ออกหนังสือชี้แจงไม่ขอรับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ตามที่มีชื่อในโผ ครม. อนุทิน 1 ใจความว่า เรียนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่าน

ตามที่ได้มีข่าวปรากฏว่าดิฉัน น.ส.นิธิยา บุญญามณี ได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น ดิฉันขอเรียนชี้แจง ดังนี้

  1. ขอเรียนว่าดิฉันรู้สึกตื่นเต้นและมีความยินดียิ่งที่ได้รับการทาบทาม เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ และมีความน่าภาคภูมิใจที่จะได้มีโอกาสทำงานรับใช้ชาติและประชาชนทำนองเดียวกับคุณพ่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยความตระหนักในความรับผิดชอบในงานเดิมในภาคเอกชน ที่ต้องรับผิดชอบอยู่ และยังไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมมาดูแลแทนได้ ในช่วงการขยายกำลังการผลิต และขยายการตลาด อาจไม่สามารถทุ่มเทให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ตามที่รัฐบาลและพี่น้องประชาชนคาดหวัง
  2. ดิฉันขอกราบขอบพระคุณคณะทำงานของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนทาบทามให้ดิฉันเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นเกียรติอย่างสูงในชีวิต
  3. สุดท้ายดิฉันขออภัย ที่ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลและเสียเวลาไปในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาและขอยืนยันว่า แม้ไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองในครั้งนี้ แต่ยังคงพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในบทบาทที่เหมาะสมต่อไป

ทำไมนิธิยา บุญญามณี ถึงไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์?

เรื่องราวของการ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการการเมืองไทย เหตุผลหลักที่เธอให้ไว้คือภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการบริหารธุรกิจของเธออย่างแท้จริง

นอกจากเหตุผลทางธุรกิจแล้ว น.ส.นิธิยา ยังได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความไว้วางใจและเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติ แต่ด้วยความเสียใจที่ไม่สามารถตอบรับโอกาสนี้ได้ เธอได้ยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในบทบาทอื่นๆ ต่อไป

การ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความซื่อตรงต่อตนเองและภาระหน้าที่ที่มีอยู่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ยังคงเป็นบุคคลที่น่าจับตามองในแวดวงธุรกิจและพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ต่อไป

สรุปเหตุผลสำคัญที่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์:

  • ภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัว
  • ความต้องการทุ่มเทให้กับการพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มที่
  • ความรับผิดชอบต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจ

การตัดสินใจของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมของตนเอง ก่อนที่จะรับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน หากท่านกำลังคิดจะก้าวเข้าสู่สนามการเมือง การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ท้ายที่สุดแล้ว การ ไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี เป็นการตัดสินใจที่น่าเคารพและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทนักธุรกิจหรือผู้สนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ

ที่มา – “นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานดอกไม้ แก่ “นายกฯ อนุทิน” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด

สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานดอกไม้ แก่ “นายกฯ อนุทิน” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด สร้างความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมวังผู้ใหญ่เชิญพระดอกไม้พระราชทาน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของท่านนายกรัฐมนตรี

สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานดอกไม้ แก่ “นายกฯ อนุทิน” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด

ข้อความที่นายอนุทินได้โพสต์นั้นเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ โดยกล่าวว่านับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น และเป็นสิริมงคลยิ่งนัก พร้อมทั้งถวายพระพรให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และรัฐบาล รวมถึงเป็นการแสดงความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกันในโอกาสสำคัญ

ความสำคัญของการได้รับพระราชทานดอกไม้ในโอกาสวันคล้ายวันเกิด

การได้รับพระราชทานดอกไม้จากพระบรมวงศานุวงศ์ถือเป็นเกียรติและความเป็นสิริมงคลอย่างสูงยิ่งสำหรับผู้ได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ซึ่งเป็นวันสำคัญที่แสดงถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอีกปีหนึ่ง การได้รับพระราชทานดอกไม้จึงเป็นการอวยพรและให้กำลังใจเพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี

สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล การได้รับพระราชทานดอกไม้จากสมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานดอกไม้ แก่ “นายกฯ อนุทิน” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ยิ่งเป็นการเพิ่มพูนความเป็นสิริมงคลและความภาคภูมิใจในชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้

นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเมตตาและความห่วงใยที่สถาบันพระมหากษัตริย์มีต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมถึงผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างนายกรัฐมนตรีอนุทิน

วันคล้ายวันเกิดของนายอนุทินในปีนี้ตรงกับวันที่ 13 กันยายน 2568 ซึ่งท่านมีอายุครบ 59 ปี การได้รับพระราชทานดอกไม้ในโอกาสนี้จึงเป็นของขวัญที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างยิ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความผูกพันและความใกล้ชิดระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนชาวไทย ที่ยังคงดำรงอยู่และเป็นศูนย์รวมใจของคนในชาติเสมอมา

ขอแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ในโอกาสวันคล้ายวันเกิด และขอชื่นชมในความจงรักภักดีและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ

และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยสืบไป

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เราเห็นว่าความจงรักภักดีและความกตัญญูเป็นสิ่งที่ควรยึดมั่น เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลและความเจริญก้าวหน้าในชีวิต

สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานดอกไม้ แก่ “นายกฯ อนุทิน” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด เป็นภาพที่ประทับใจและเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน

ที่มา – สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานดอกไม้ แก่ “นายกฯ อนุทิน” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด

“นายกฯ อนุทิน” ทักทายนักเรียนศรีสะเกษ เร่งแก้ชายแดน

“นายกฯ อนุทิน” สร้างความประหลาดใจ แวะทักทายนักเรียนศรีสะเกษที่มาทัศนศึกษาพรรคภูมิใจไทย ย้ำเร่งแก้ปัญหาชายแดน เพื่อให้ประชาชนกลับมามีชีวิตปกติสุขโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย คณะนักเรียนห้องเรียนพิเศษนิติศาสตร์ – รัฐศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสตรีสิริเกศ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 39 คน พร้อมคณาจารย์ 5 คน ได้เดินทางมาทัศนศึกษาภายในพรรคภูมิใจไทย ในระหว่างการบรรยายหัวข้อ “การเดินหน้านโยบายเพื่อแก้ปัญหาและดูแลประชาชน” โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในขณะนั้นเอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเข้าร่วมฟังการบรรยายและทักทายนักเรียนอย่างไม่เป็นทางการ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

นายอนุทินได้เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเกี่ยวกับนโยบายที่จะดำเนินการในช่วง 4 เดือนแรก โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา “เวลานี้ต้องเน้นแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน เช่น จังหวัดศรีสะเกษ กลับมามีชีวิตที่ปกติสุขโดยเร็วที่สุด เรื่องความมั่นคง เรื่องการปฏิบัติการทางทหาร ขอให้เป็นหน้าที่ของกองทัพ หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องทำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและสงบสุข” นายกรัฐมนตรีกล่าว

“นายกฯ อนุทิน” ทักทายนักเรียนศรีสะเกษ เร่งแก้ชายแดน

การปรากฏตัวของนายกรัฐมนตรีสร้างความตื่นเต้นให้กับนักเรียนเป็นอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสพบปะและสนทนากับผู้นำประเทศอย่างใกล้ชิด บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและเป็นกันเอง สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลในการรับฟังความคิดเห็นของเยาวชนและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาชายแดน

การที่ “นายกฯ อนุทิน” ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาบริเวณชายแดน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงและความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว การแก้ไขปัญหาชายแดนไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาในระยะยาวอีกด้วย

  • การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและข้อพิพาทต่างๆ
  • การส่งเสริมการค้าและการลงทุนบริเวณชายแดน
  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค
  • การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

นโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนจึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองและคาดหวังว่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดน รวมถึงภาพรวมของประเทศ

“นายกฯ อนุทิน” ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ โดยเริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน เช่น สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” เซอร์ไพรส์ แวะทักทายนักเรียนศรีสะเกษ ย้ำเร่งแก้ปัญหาชายแดน

“อนุทิน” พา “จ๋า ธนนนท์” กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลากับเพื่อนทหาร


“อนุทิน” พา “จ๋า ธนนนท์” ล้อมวงเพื่อนทหาร กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

กลายเป็นภาพที่น่าสนใจเมื่อ “นายกฯ อนุทิน” ควงภรรยาคนสวย “จ๋า ธนนนท์” ไปลิ้มลองสตรีทฟู้ดร้านโปรดอย่างก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาชื่อดัง บริเวณหน้าวัดไตรมิตรฯ พร้อมทั้งล้อมวงพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนทหารอย่างเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงค่ำของวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา ได้เดินทางไปรับประทานสตรีทฟู้ดที่เป็นร้านโปรด นั่นก็คือ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา หน้าวัดไตรมิตรฯ โดยมี พล.ท.สุเมธ พรหมตรุษ ผบ.ศตก. ว่าที่ ผบ.ศรภ. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการดูแลรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีตามระเบียบ และพล.ต.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองแม่ทัพภาค1 ว่าที่แม่ทัพน้อย 1 ซึ่งมีความสนิทสนมกันมาอย่างยาวนาน รวมถึง “นายกฯ ด๊อยซ์” นายอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ มาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกันอย่างอบอุ่น

การปรากฏตัวของนายกรัฐมนตรีและภรรยา พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนทหารและนักการเมืองท้องถิ่นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายและความเป็นกันเองของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ถือตัว และยังคงใช้ชีวิตติดดินอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนทั่วไป

อนุทิน จ๋า ธนนนท์ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

ทำไมนายกฯ อนุทินถึงชอบทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมนายกรัฐมนตรีถึงเลือกที่จะไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาร้านธรรมดาๆ แทนที่จะเป็นร้านอาหารหรูๆ คำตอบอาจอยู่ที่ความชื่นชอบส่วนตัวและความคุ้นเคยที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแห่งนี้เป็นร้านโปรดของนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่สมัยก่อนที่จะเข้าสู่การเมืองเสียอีก

นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหารริมทางยังเป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วไป และเป็นการส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็กของผู้ประกอบการรายย่อยอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเติบโตและเข้มแข็งได้

การที่ “อนุทิน” พา “จ๋า ธนนนท์” ไปทาน ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนฝูง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนทหารที่ร่วมงานกันมานาน หรือนักการเมืองท้องถิ่นที่ให้การสนับสนุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นคนง่ายๆ สบายๆ และไม่ลืมเพื่อนของนายกรัฐมนตรี

ภาพการล้อมวงรับประทานอาหารอย่างเป็นกันเองในครั้งนี้ เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็น และเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่เข้าถึงประชาชนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่อยากลองไปชิมก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาสูตรเด็ดที่นายกฯ อนุทินชื่นชอบ ก็สามารถเดินทางไปได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาหน้าวัดไตรมิตรฯ รับรองว่ารสชาติอร่อยถูกปากอย่างแน่นอน!

ที่มา – “อนุทิน” พา “จ๋า ธนนนท์” ล้อมวงเพื่อนทหาร กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

“สีหศักดิ์” คุย นโยบายต่างประเทศ กับนายกฯ แล้ว

“สีหศักดิ์”เผยเริ่มคุยนโยบายต่างประเทศกับนายกฯ “อนุทิน” บ้างแล้ว ยันแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ยึดสันติ – รักษาอธิปไตยถึงที่สุด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 7 ก.ย. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้มีการเปิดตัวจะมาเป็นรมว.ต่างประเทศ ได้เดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) เพื่อพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ร้านกาแฟจาริสต้าร์ ชั้น 1 ของพรรค โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการเตรียมงานด้านนโยบายต่างประเทศ ซึ่งนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีบ้างแล้ว และนายกได้แถลงจุดยืนไปบ้างแล้ว แต่หลังจากนี้คงต้องมีการคุยเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน

ส่วนกรณีที่วันที่ 7-10 ก.ย. 2568 มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ใช่ๆ นายกฯ ก็ปรึกษาว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างสันติ ต้องรักษาอธิปไตยของเราอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นแนวทางของเรา แต่ขอยังไม่ลงรายละเอียด

“สีหศักดิ์” คุย นโยบายต่างประเทศ กับนายกฯ แล้ว

การออกมาเปิดเผยถึงการพูดคุยเรื่องนโยบายต่างประเทศระหว่างนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สร้างความสนใจให้แก่หลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงนักการทูตและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศ

การที่นายสีหศักดิ์ ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลชุดใหม่นี้ บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่จะสานต่อนโยบายเดิมที่ประสบความสำเร็จ และปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์

ความสำคัญของการกำหนดนโยบายต่างประเทศที่ชัดเจน

การมีนโยบายต่างประเทศที่ชัดเจนและสอดคล้องกับสถานการณ์โลก เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยในยุคปัจจุบัน ที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ

ประเทศไทยจำเป็นต้องมีนโยบายต่างประเทศที่สามารถรักษาผลประโยชน์ของชาติ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมความร่วมมือกับนานาชาติในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม

  • ด้านเศรษฐกิจ: ส่งเสริมการค้าการลงทุนกับต่างประเทศ ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก
  • ด้านการเมือง: รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศต่างๆ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี และส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
  • ด้านสังคมและวัฒนธรรม: แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับต่างประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชน

นอกจากนี้ นโยบายต่างประเทศยังต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การก่อการร้าย และการแพร่ระบาดของโรค

ดังนั้น การที่นายสีหศักดิ์และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศแล้ว จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดนโยบายต่างประเทศที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย

ติดตามข่าวสารและอัพเดทเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของไทยได้ที่นี่!

ที่มา – “สีหศักดิ์” ฟิตยอมรับเริ่มคุยนโยบายต่างประเทศกับนายกฯ “หนู” บ้างแล้ว

Scroll to top