พรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์เปิดแคมเปญ Hope to Her คืนโอกาสสตรี

พรรคประชาธิปัตย์ปลุกพลังสตรีสากล เปิดแคมเปญ Hope to Her คืนโอกาสผู้หญิงหลังกำแพง เพื่อให้ผู้หญิงที่เคยพลาดพลั้ง สามารถกลับมายืนหยัดเป็นเสาหลักของครอบครัวและเศรษฐกิจได้อย่างสง่างาม ในโอกาสวันสตรีสากล พรรคแสดงจุดยืนชัดเจนในการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

วันที่ 8 มีนาคม 2567 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำคณะผู้บริหารชั้นนำอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และคณะอดีตผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่ทัณฑสถานหญิงคลองเปรม เปิดโครงการ แคมเปญ Hope to Her: โอกาสใหม่ของผู้หญิง คือพลังใหม่ของสังคม ซึ่งเป็นแคมเปญ Hope to Her ที่ชูโมเดลคืนศักดิ์ศรีให้สตรีหลังพ้นโทษ ด้วยนโยบายเชิงรุกทั้งยกระดับสุขอนามัย พัฒนาทักษะสมอง EF (Executive Function) เพื่อบริหารจัดการชีวิต และผลักดันกฎหมาย “ลบประวัติ สร้างโอกาสใหม่” ทลายกำแพงการปฏิเสธจากสังคม

แคมเปญ Hope to Her

แคมเปญ Hope to Her ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่แค่โครงการช่วยเหลือชั่วคราว แต่เป็นกลไกที่สร้างสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมให้ผู้หญิงทุกมิติ จุดยืนของพรรคคือการเปลี่ยนความเปราะบางของสตรีให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ โดยนางรัดเกล้ากล่าวว่า “สังคมที่ยั่งยืนคือสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” แคมเปญนี้จึงมุ่งเน้นการทำจริง ไม่ใช่แค่สงเคราะห์

นโยบายเด่นในแคมเปญ Hope to Her

  • ยกระดับสุขอนามัย: ส่งเสริมสุขภาพกายใจ เพื่อให้พร้อมกลับสู่สังคมและดูแลครอบครัว
  • พัฒนาทักษะ EF หรือ Executive Function: ทักษะบริหารสมอง เช่น การวางแผน การควบคุมตัวเอง การแก้ปัญหา และการยับยั้งชั่งใจ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ช่วยลดโอกาสกลับมาก่ออาชญากรรม
  • กฎหมายลบประวัติอาชญากรรม: ผลักดันให้ผู้พ้นโทษลบประวัติได้ง่ายขึ้น เพื่อสมัครงานและได้รับการยอมรับจากสังคม ไม่ถูกตีตราตลอดชีวิต

กิจกรรมครั้งนี้ยังสร้างปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์ ด้วยแคมเปญ “Thanks My Demo Woman: ขอบคุณที่มีเธอ” เชิญชวนประชาชนส่งต่อพลังบวก ขอบคุณผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจผ่านเพจเฟซบุ๊กพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับกระแสตอบรับล้นหลาม โดยเฉพาะนางสาวชนนิกานต์ สุพิทยาพร (กานต์) นางสาวไทยประจำปี 2566 หรือ Miss Thailand 2023 ที่เข้าร่วมแสดงพลังด้วย ผู้บริหารและ สส. พรรคต่างร่วมใจปลุกพลังสตรีสากล

กิจกรรมแคมเปญ Hope to Her พรรคประชาธิปัตย์
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางรัดเกล้า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค
Miss Thailand 2023 เข้าร่วมแคมเปญ Hope to Her
กิจกรรมที่ทัณฑสถานหญิงคลองเปรม
พรรคประชาธิปัตย์ปลุกพลังสตรี

แคมเปญ Hope to Her มีความสำคัญเพราะในประเทศไทยมีผู้ต้องขังหญิงกว่า 10,000 คน (ข้อมูลกรมราชทัณฑ์) หลายคนเป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อพ้นโทษกลับมาก็เผชิญการเลือกปฏิบัติ ทำให้ยากต่อการฟื้นฟูชีวิต โครงการนี้จึงตอบโจทย์ตรงจุด ช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น EF ซึ่งเป็นทักษะสมองส่วนหน้า ช่วยให้คิดก่อนทำ ควบคุมอารมณ์ และวางแผนอนาคต ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมเมื่อสตรีเหล่านี้กลับมาทำงานได้

นอกจากนี้ แคมเปญยังเชื่อมโยงกับวันสตรีสากลที่เน้นความเท่าเทียม พรรคประชาธิปัตย์แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มสตรี ไม่ว่าจะบทบาทใด

ในความเห็นของเรา แคมเปญ Hope to Her เป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่ใส่ใจประชาชนจริงจัง ไม่ใช่แค่สัญญาแต่ลงมือทำ มันจะช่วยลดปัญหาสังคม ลดค่าใช้จ่ายเรือนจำ และสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง ลองคิดดูสิ ถ้าผู้หญิงทุกคนมีโอกาสใหม่ สังคมไทยจะก้าวหน้าขนาดไหน

เชิญชวนทุกท่าน: ร่วมส่งต่อพลังบวก ขอบคุณผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจในชีวิตคุณ ผ่านแคมเปญ “Thanks My Demo Woman” บนเฟซบุ๊กพรรคประชาธิปัตย์ หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระจายโอกาสใหม่ให้สตรีที่ต้องการ!

ที่มา – พรรคประชาธิปัตย์ปลุกพลังสตรีสากล เปิดแคมเปญ “Hope to Her” คืนโอกาสผู้หญิงหลังกำแพง

สภาฯ สรุปยอด 9 วัน สส. รายงานตัวแล้ว 373 คน

วันนี้เรามีข่าวการเมืองที่น่าสนใจมาอัปเดตให้ฟังกัน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้สภาฯ สรุปยอด 9 วัน สส. รายงานตัวแล้ว 373 คน ซึ่งเป็นตัวเลขล่าสุดหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.ชุดที่ 27 บรรยากาศที่รัฐสภาในช่วงนี้คึกคักมาก โดยเฉพาะวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่มี สส. มารายงานตัวถึง 90 คน!

สภาฯ สรุปยอด 9 วัน สส. รายงานตัวแล้ว 373 คน

ตั้งแต่เริ่มเปิดรับรายงานตัวเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 จนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2569 รวม 9 วัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 373 คนได้เข้ารายงานตัวแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ สส. ทุกพรรคในการเตรียมตัวเข้าสู่สภาใหม่ บรรยากาศวันนี้เริ่มคึกคักตั้งแต่เช้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีม สส. ปชป. มารายงานตัวเป็นกลุ่มแรก ตามด้วยพรรคกล้าธรรมที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และประธานที่ปรึกษาพรรค นำทีมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าตึกบัญชี

ช่วงบ่าย พรรคเพื่อไทยก็ไม่น้อยหน้า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกฯ พร้อมนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นำทีม สส. พท. เดินทางด้วยรถบัสไฟฟ้า EV มาถึงแบบพร้อมเพรียง สร้างสีสันให้กับวันนี้ได้ดีทีเดียว

บรรยากาศ สภาฯ สรุปยอด สส. รายงานตัว

ยอดรายงานตัวรายวันละเอียด

  • 26 ก.พ. 2569: 47 คน
  • 27 ก.พ. 2569: 46 คน
  • 28 ก.พ. 2569: 4 คน
  • 1 มี.ค. 2569: 4 คน
  • 2 มี.ค. 2569: 14 คน
  • 3 มี.ค. 2569: 4 คน
  • 4 มี.ค. 2569: 16 คน
  • 5 มี.ค. 2569: 148 คน
  • 6 มี.ค. 2569: 90 คน

เห็นได้ชัดว่าวันที่ 5 และ 6 มี.ค. ยอดพุ่งสูงสุด เพราะ สส. หลายคนรอวันหยุดเสาร์อาทิตย์ผ่านไปแล้วรีบมารายงานตัวกัน

สส. จากพรรคต่างๆ รายงานตัว

สภาฯ สรุปยอดแยกตามพรรคการเมือง

เมื่อสภาฯ สรุปยอดแล้ว พบว่าพรรคใหญ่ๆ นำโด่ง โดยแบ่งเป็น:

  • พรรคภูมิใจไทย: 189 คน
  • พรรคเพื่อไทย: 74 คน
  • พรรคกล้าธรรม: 57 คน
  • พรรคประชาธิปัตย์: 20 คน
  • พรรคไทรวมพลัง: 5 คน
  • พรรคประชาชาติ: 5 คน
  • พรรคพลังประชารัฐ: 5 คน
  • พรรคเศรษฐกิจ: 3 คน
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ: 1 คน
  • พรรคเพื่อชาติไทย: 2 คน
  • พรรคไทยสร้างไทย: 2 คน
  • และพรรคเล็กอื่นๆ อีก รวม 21 พรรค
ยอด สส. รายงานตัวแยกพรรค
ทีม สส. พรรคเพื่อไทย
สภาฯ สรุปยอดการรายงานตัว
บรรยากาศคึกคักที่รัฐสภา

ตัวเลขนี้บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสภาไทย สส. ชุดใหม่พร้อมลุยงานเพื่อประชาชนแล้ว การรายงานตัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงถึงความมุ่งมั่นของนักการเมืองทุกท่าน ในอนาคตเราคงได้เห็นการประชุมสภาที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – สภาฯ สรุปยอด 9 วัน สส. รายงานตัวแล้ว 373 คน เฉพาะ 6 มี.ค. จำนวน 90 คน

“สกลธี” เข้าสภาฯ รายงานตัว ย้ำพร้อมทำงานเต็มที่

วันนี้เรามีข่าวดีจากวงการการเมืองที่น่าสนใจมากๆ เลยนะครับ “สกลธี” เข้าสภาฯ รายงานตัว ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์แล้วเรียบร้อย ย้ำชัดเจนว่าพร้อมทุ่มเททำงานเต็มที่เพื่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ข่าวนี้มาจากวันที่ 6 มีนาคม 2567 ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญของ สกลธี ภัททิยกุล ในการก้าวสู่สภาไทย สมัยใหม่

“สกลธี” เข้าสภาฯ รายงานตัว ย้ำพร้อมทำงานเต็มที่

“สกลธี” เข้าสภาฯ รายงานตัว

ช่วงบ่ายของวันที่ 6 มี.ค. 2567 นายสกลธี ภัททิยกุล ได้เดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อรายงานตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ กิจกรรมนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานจริงจังในสภา บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เพราะ สกลธี เป็นหนึ่งในนักการเมืองรุ่นใหม่ที่หลายคนคาดหวังว่าจะนำพาการเปลี่ยนแปลงมาสู่ประชาชน

หลังจากรายงานตัวเสร็จ สกลธีได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ กับสื่อมวลชน โดยขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ให้คะแนนเสียงแก่พรรคประชาธิปัตย์ ทำให้เขาได้โอกาสนี้ "ผมขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้โอกาสผมเข้ามาทำงานในสภา และมั่นใจได้เลยว่าผมพร้อมทำงานตั้งแต่วันแรก" เขากล่าวอย่างมั่นใจ

ย้ำพร้อมทำงานในสภาฯ เต็มที่ เพื่อประชาชน

“ผมจะนำความรู้และความสามารถ พร้อมทีมงานของผม เข้ามาทำงานในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วน เพื่อช่วยแก้ปัญหา สนับสนุนให้ประเทศเดินหน้า ปรับปรุงเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ของประชาชน และนโยบายพัฒนาประเทศ ผมพร้อมนำเสนอในที่ประชุมสภาแทนพี่น้องทุกคน” คำพูดเหล่านี้จากปาก สกลธี แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงจัง

“สกลธี” เข้าสภาฯ รายงานตัว ย้ำพร้อมทำงานเต็มที่

นโยบายหลักที่ สกลธี จะผลักดันในสภา

นอกจากคำมั่นสัญญาแล้ว สกลธี ยังได้เปิดเผยถึงประเด็นที่เขาจะให้ความสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและ民生ของประชาชน เรามาดูรายการหลักๆ กันครับ

  • แก้ปัญหาปากท้อง: สนับสนุนนโยบายลดค่าครองชีพ ลดภาษีสินค้าจำเป็น ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย
  • พัฒนาเศรษฐกิจ: ผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลอีโคโนมี เพื่อสร้างงานและรายได้ใหม่ให้คนไทย
  • สวัสดิการประชาชน: ปรับปรุงระบบสาธารณสุข การศึกษา ให้เข้าถึงทุกคน โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล
  • แก้ไขปัญหาสังคม: รณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชัน ส่งเสริมความโปร่งใสในการบริหารประเทศ
  • นโยบายพรรคประชาธิปัตย์: ยึดหลักประชาธิปไตย เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความยั่งยืน

รายการเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ สกลธี ยืนยันว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่ออภิปรายและลงมติให้เกิดผลจริง นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีบทบาทสำคัญในสภาใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือร่วมรัฐบาล ก็พร้อมขับเคลื่อนเพื่อคนไทยทุกคน

บทบาทของ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์

การที่ “สกลธี” เข้าสภาฯ รายงานตัว ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากพรรคและประชาชน ส.ส.ประเภทนี้มักมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล เสนอนโยบายทางเลือก และเป็นกระบอกเสียงของประชาชนโดยตรง สกลธี ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการธุรกิจและสังคมมาก่อน คาดว่าจะนำมุมมองใหม่ๆ มาสู่สภา เช่น การใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญเงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูง การมี ส.ส.อย่างสกลธีที่ย้ำพร้อมทำงานเต็มที่ จะช่วยให้สภามีสมดุลมากขึ้น พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีประวัติยาวนานในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและประชาชน

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่า “สกลธี” เข้าสภาฯ รายงานตัว ครั้งนี้คือสัญญาณดีของการเมืองไทยที่นักการเมืองรุ่นใหม่พร้อมลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่พูด ประชาชนอย่างเราควรติดตามผลงานของเขาให้ดี เพราะนี่คือโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น ลองแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ว่าคุณคาดหวังอะไรจาก สกลธี และพรรคประชาธิปัตย์บ้าง!

ที่มา – “สกลธี” เข้าสภาฯ รายงานตัว ย้ำพร้อมทำงานในสภาฯ เต็มที่ เพื่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติ

“จูรี” ตื่นเต้นรับหนังสือรับรอง สส.ครั้งแรก

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ “จูรี” ตื่นเต้น รับหนังสือรับรองเป็น สส. ครั้งแรก ส่วนพรรคประชาชน มอบทีมกฎหมายรับแทน 120 สส. เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะแฟนๆ พรรคประชาธิปัตย์และชาวสงขลา ที่เฝ้าติดตามมาตั้งแต่เลือกตั้ง

“จูรี” ตื่นเต้น รับหนังสือรับรองเป็น สส. ครั้งแรก ส่วนพรรคประชาชน มอบทีมกฎหมายรับแทน 120 สส.

นายจูรี นุ่มแก้ว สส.เขต 2 จังหวัดสงขลา จากพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปรับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น คุณจูรีบอกว่ามันเหมือนกับการนำเสียงกว่า 30,000 คะแนนจากพี่น้องประชาชนในหาดใหญ่และตำบลคลองอู่ตะเภา มาด้วยตัวเองเลยทีเดียว ขอบคุณทุกคนที่สร้างประวัติศาสตร์การเมืองสุจริตในการเลือกตั้งครั้งนี้

จูรี ตื่นเต้นรับหนังสือรับรอง สส. ครั้งแรก

การเลือกตั้งในเขต 2 สงขลา ดุเดือดมากครับ ผู้สมัครแต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้น ทำให้ประชาชนมีตัวเลือกดีๆ เยอะ สุดท้ายชาวบ้านก็เลือกคุณจูรีให้มาเป็นตัวแทน แม้พรรคจะเป็นฝ่ายค้าน แต่คุณจูรีมั่นใจว่าจะทำงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะตรวจสอบรัฐบาลและผลักดันปัญหาชาวบ้าน

ปัญหาเร่งด่วน: น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ สส.จูรีพร้อมแก้

ประเด็นหลักที่ประชาชนฝากไว้คือ น้ำท่วมหาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัญหาครอนิกของพื้นที่ แม้ยังไม่เป็น สส.อย่างเป็นทางการ คุณจูรีก็ช่วยผลักดันเยียวยาผู้ประสบภัยไปแล้ว กกต.อนุมัติแล้ว ตอนนี้รอเงินซ่อมบ้านที่กำลังตรวจสอบ ชาวบ้านยังหวังมาตรการป้องกันน้ำท่วมก่อนปลายปีนี้ด้วย สส.คนใหม่คนนี้สัญญาว่าจะเป็นกระบอกเสียงให้เต็มที่

หัวหน้าพรรคก็ให้กำลังใจ สส.รุ่นใหม่คนนี้ คาดว่าจะหารืองานเพิ่มตอนไปรายงานตัวที่รัฐสภา

บรรยากาศรับหนังสือรับรอง สส. พรรคต่างๆ
ทีม สส.พรรคภูมิใจไทย รอรับหนังสือ

ส่วนพรรคอื่นๆ ก็คึกคัก เช่น พรรคกล้าธรรม ส่งตัวแทนมารับแทนร้อยเอกธรรมนัส และนางนฤมล พรรคภูมิใจไทย มีแกนนำหลายคนมารับด้วยตัวเอง รอนายอนุทินมากันใหญ่ แล้วขึ้นบัสไปสภา

ที่เด็ดสุดคือ พรรคประชาชน ส่งทีมกฎหมาย 3 คน พร้อมกล่องกระดาษ 3 ใบ มารับหนังสือรับรองแทนทั้ง 120 สส. (เขต 88 + บัญชีรายชื่อ 32) แสดงถึงระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพ

ทีมกฎหมายพรรคประชาชน รับหนังสือ สส. 120 คน

เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพการเมืองไทยหลังเลือกตั้งที่หลากหลาย พรรคฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ยังพร้อมทำงานเพื่อประชาชน ขณะที่พรรครัฐบาลเร่งเครื่องเต็มสูบ

มาดูประเด็นน่าสนใจในรูปแบบรายการกัน:

  • ตื่นเต้นครั้งแรก: สส.จูรีนำเสียง 30,000 คะแนนมาด้วยหัวใจ
  • ปัญหาน้ำท่วม: เยียวยา + ป้องกัน ก่อนปลายปี
  • ฝ่ายค้านทำงานได้: ตรวจสอบ + ผลักดันงบแก้ปัญหา
  • พรรคอื่นๆ: ภูมิใจไทยคึกคัก ประชาชนใช้ทีมกฎหมายโปร

ในมุมมองผม การมี สส.หน้าใหม่แบบคุณจูรีที่พร้อมลงพื้นที่แก้ปัญหาจริงๆ เป็นสัญญาณดีของสภาไทยชุดนี้ แม้จะเป็นฝ่ายค้านแต่รัฐบาลต้องฟังเสียงชาวบ้านนะครับ

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา หรือแชร์ความเห็นคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – “จูรี” ตื่นเต้น รับหนังสือรับรองเป็น สส. ครั้งแรก ส่วนพรรคประชาชน มอบทีมกฎหมายรับแทน 120 สส.

“ชัยชนะ” นำ 5 สส. ปชป. รายงานตัวสภาฯ ยันเอกภาพ

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสกันอย่างมาก นั่นคือ “ชัยชนะ” นำ 5 สส. ปชป. รายงานตัวสภาฯ ยันพรรคมีเอกภาพ พร้อมเป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ซึ่งเป็นสัญญาณบวกให้เห็นถึงความสามัคคีภายในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แม้จะมีข่าวลือเรื่องการแยกกันมารายงานตัว แต่ ส.ส. ทีมภาคใต้มั่นใจว่าพรรคยังคงเอกภาพแน่นแฟ้น

“ชัยชนะ” นำ 5 สส. ปชป. รายงานตัวสภาฯ ยันพรรคมีเอกภาพ พร้อมเป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ นำทีม ส.ส. เขตใต้ทั้ง 5 คน มารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เวลา 09.45 น. โดยมี ส.ส. จากนครศรีธรรมราช 4 คน และสุราษฎร์ธานี 1 คน ประกอบด้วย

  • นายทรงศักดิ์ มุกสิกร ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช
  • นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช
  • นางกนกพร เดชเดโช ส.ส.เขต 4 นครศรีธรรมราช
  • นายจอมไกร สวัสดิวงศ์ ส.ส.เขต 6 นครศรีธรรมราช
  • นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.เขต 4 สุราษฎร์ธานี

แม้ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะมารายงานตัววันถัดไปคือ 6 มีนาคม แต่ชัยชนะยืนยันชัดเจนว่า “ชัยชนะ” นำ 5 สส. ปชป. รายงานตัวสภาฯ ยันพรรคมีเอกภาพ พร้อมเป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน พรรคมี ส.ส. รวม 21 เสียง ทุกการตัดสินใจยึดมติพรรคและหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหลัก ไม่มีเรื่องแอบดีลหรือตกลงลับๆ ทุกอย่างโปร่งใส

ยืนยันเอกภาพพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มี分裂

ชัยชนะชี้แจงว่าการมารายงานตัวแยกกันไม่ใช่ประเด็นการเมือง แต่เป็นการทำงานเป็นทีม พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเสียงหลักจากภาคใต้กว่า 2 ล้านคะแนน โดยเฉพาะนครศรีธรรมราช ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กให้พรรคร่วมรัฐบาล แต่สุดท้ายต้องรอการเทียบเชิญจากพรรคแกนนำ และยึด 3 เงื่อนไขของหัวหน้าพรรค หากตรงตามจึงพิจารณา

สำหรับการโหวตเลือกประธานสภาและนายกฯ 21 เสียงของ ปชป. จะไปทางเดียวกันแน่นอน เพื่อขับเคลื่อนโยบายสำคัญ เช่น เบี้ยคนพิการ ค่าซ่อมบ้าน เรียนฟรี พรรคพร้อมรับบทบาททั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทำเต็มที่ 100% ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา

บทบาทพรรคประชาธิปัตย์ในสภาฯ ชุดใหม่

เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้สถานการณ์การเมืองซับซ้อนหลังเลือกตั้ง ส.ส. ภาคใต้ยังเป็นฐานเสียงหลัก การตัดสินใจร่วมรัฐบาลหรือค้าน จะส่งผลต่อทิศทางนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะปัญหาคนพิการและการศึกษา ที่พรรคให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ ชัยชนะยังย้ำว่า ส.ส. ทุกคนมาจากประชาชน ต้องฟังเสียงโหวตเตอร์ในพื้นที่ หากมติพรรคขัดกับความเห็นประชาชน ก็ต้องยึดมติพรรคก่อน เพราะเป็นหลักการสำคัญในการเมือง

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ “ชัยชนะ” นำ 5 สส. ปชป. รายงานตัวสภาฯ ยันพรรคมีเอกภาพ พร้อมเป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เป็นตัวอย่างที่ดีของความเป็นเอกภาพพรรคเก่าแก่ที่พร้อมปรับตัวเข้ากับสถานการณ์การเมืองไทย พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสแสดงศักยภาพในการตรวจสอบหรือสนับสนุนรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ชัยชนะ” นำ 5 สส. ปชป. รายงานตัวสภาฯ ยันพรรคมีเอกภาพ พร้อมเป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

สรุป 499 สส. ขาดแค่สุพรรณบุรี เขต 2

สรุป 499 สส. ขาดแค่สุพรรณบุรี เขต 2 เป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนในแวดวงการเมืองกำลังจับตามอง หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. แบบบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ทำให้ตอนนี้เรามี สส. ครบ 499 คนจากทั้งหมด 500 คนแล้ว เหลือเพียงสุพรรณบุรี เขต 2 เพียงแห่งเดียวที่ยังต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม

การรับรองครั้งนี้มีเซอร์ไพรส์เล็กน้อย โดยพรรคประชาชน หรือ ปชน. ได้รับที่นั่งเพิ่มทั้งจากปาร์ตี้ลิสต์และ สส. เขต ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ หรือ ปชป. และพรรคภูมิใจไทยต้องเสียที่นั่งไปคนละ 1 ที่นั่ง สรุป 499 สส. ขาดแค่สุพรรณบุรี เขต 2 นี้ สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในบางเขต และการคำนวณคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่ซับซ้อนตามกฎเลือกตั้งใหม่

สรุป 499 สส. ขาดแค่สุพรรณบุรี เขต 2: รายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน

สำหรับ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ จำนวน 100 ที่นั่ง มีการเปลี่ยนแปลงหลังรับรอง โดยพรรคประชาชนได้เพิ่มจาก 31 เป็น 32 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ลดจากเดิมเหลือ 10 ที่นั่ง รายละเอียดดังนี้

  • พรรคประชาชน 32 คน
  • พรรคภูมิใจไทย 19 คน
  • พรรคเพื่อไทย 16 คน
  • พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน
  • พรรคเศรษฐกิจ 3 คน
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน
  • พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน
  • พรรคกล้าธรรม 2 คน
  • พรรครวมใจไทย 1 คน
  • พรรคประชาชาติ 1 คน
  • พรรคใหม่ 1 คน
  • พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 คน
  • พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน
  • พรรคมิติใหม่ 1 คน
  • พรรคไทยภักดี 1 คน
  • พรรคไทยสร้างไทย 1 คน
  • พรรครวมพลังประชาชน 1 คน
  • พรรคเสรีรวมไทย 1 คน
  • พรรคทางเลือกใหม่ 1 คน
  • พรรคไทรวมพลัง 1 คน
  • พรรคพลังประชารัฐ 1 คน

สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 399 คน

ส่วน สส. แบบแบ่งเขต 399 คน พรรคภูมิใจไทยเสีย 1 ที่นั่งจาก 173 เหลือ 172 เนื่องจากแพ้ในศรีสะเกษ เขต 6 ให้พรรคเพื่อไทย ขณะที่พรรคประชาชนเพิ่มเป็น 88 คน จากชัยชนะในอุดรธานี เขต 7 เหนือพรรคเพื่อไทย รายชื่อพรรคชั้นนำ:

  • พรรคภูมิใจไทย 172 คน
  • พรรคประชาชน 88 คน
  • พรรคเพื่อไทย 58 คน
  • พรรคกล้าธรรม 56 คน
  • พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน
  • พรรคไทรวมพลัง 5 คน
  • พรรคพลังประชารัฐ 4 คน
  • พรรคประชาชาติ 4 คน
  • พรรคไทยสร้างไทย 1 คน
  • พรรคโอกาสใหม่ 1 คน

สรุปรวมแล้ว พรรคภูมิใจไทยนำโด่งด้วย สส. รวมเกือบ 200 คน รองลงมาคือพรรคประชาชนที่เก่งทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์ การเปลี่ยนแปลงนี้มาจากการตรวจสอบคะแนนใหม่และการคำนวณสัดส่วนตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

ทำไมสุพรรณบุรี เขต 2 ยังไม่รับรอง?

จุดเด่นของสรุป 499 สส. ขาดแค่สุพรรณบุรี เขต 2 คือเขตนี้ที่ กกต. ยังไม่ประกาศ เนื่องจากพบความผิดปกติในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่ส่อทุจริต ว่าที่ สส. คือ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจกระทบที่นั่งของพรรค หากมีการเลือกตั้งใหม่ ผลอาจพลิกผัน

การรับรอง สส. ครบ 499 คน หรือกว่า 95% ของทั้งหมด 500 คน ทำให้สภาไทยพร้อมเดินหน้า โดยลำดับถัดไปคือการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ครั้งแรก จะมีการเลือกประธานสภาและรองประธาน โดยนายไพโรจน์ โล่ห์สุทร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย จะทำหน้าที่ประธานชั่วคราวเพราะอาวุโสที่สุด ก่อนเข้าสู่การโหวตนายกรัฐมนตรี

สรุป 499 สส. ขาดแค่สุพรรณบุรี เขต 2

มุมมองส่วนตัว: สรุป 499 สส. ขาดแค่สุพรรณบุรี เขต 2 แสดงให้เห็นว่าระบบเลือกตั้งใหม่ทำให้พรรคขนาดกลางอย่างประชาชนและกล้าธรรมมีโอกาสโตเร็ว แต่พรรคใหญ่ต้องระวังการเสียคะแนนในเขตเล็ก หากสุพรรณบุรี เขต 2 มีปัญหายาว อาจล่าช้าการจัดตั้งรัฐบาลได้ ติดตามอัปเดตล่าสุดได้ที่บล็อกนี้ และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – สรุป 499 สส. ขาดแค่สุพรรณฯ เขต 2 ปชน.ได้เพิ่ม 2 จากปาร์ตี้ลิสต์-เขต ปชป.-ภูมิใจไทย ลด 1

รายงานตัว สส. วันที่ 6 เงียบเหงา 4 สส.ภูมิใจไทย

สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตามข่าวการเมืองไทย วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสกันในแวดวงรัฐสภา นั่นคือ รายงานตัว สส. วันที่ 6 ที่เรียกได้ว่าเงียบเหงาสุดๆ มีเพียง 4 สส.จากพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่แวะเวียนมาแจ้งตัวต่อสภา บรรยากาศวันนี้ช่างแตกต่างจากวันแรกๆ อย่างสิ้นเชิงเลยนะครับ

รายงานตัว สส. วันที่ 6 เงียบเหงา มีเพียง 4 สส.ภูมิใจไทยมาแจ้งต่อสภา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ แต่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังคงเปิดให้บริการรับรายงานตัว สส.ชุดที่ 27 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 16.30 น. ตามปกติ แต่ปรากฏว่าตลอดทั้งวัน มีสส.แค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่โผล่หน้าเข้ามา โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ส่งสส.มาถึง 4 คน ทำให้ยอดรวมสะสมตอนนี้อยู่ที่ 119 คน จากทั้งหมด 8 พรรคการเมือง

รายงานตัว สส. วันที่ 6: สถิติพรรคการเมืองที่มารายงาน

มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ เลยครับ พรรคที่เคลื่อนไหววันนี้คือพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตอนนี้มารายงานตัวแล้วทั้งสิ้น 54 คน แต่ยังเหลืออีก 116 คนที่ยังไม่มา ส่วนพรรคอื่นๆ อย่างเพื่อไทย, กล้าธรรม, ประชาธิปัตย์, ประชาชาติ, พลังประชารัฐ และโอกาสใหม่ ยังไม่มีรายงานเพิ่มในวันนี้

  • พรรคภูมิใจไทย: มารายงาน 4 คน (รวม 54 คน, เหลือ 116 คน)
  • พรรคประชาชน: เพิ่ม 1 คนเมื่อวาน (รวมไม่ระบุ, เหลือ 87 คน)
  • พรรคอื่นๆ: ยังรอคอย

น่าประหลาดใจที่ยอดสส.ที่ยังไม่มารายงานตัวพุ่งสูงถึง 277 คน จากสส.ทั้งหมด 500 คน! นี่แสดงให้เห็นว่าการรายงานตัวครั้งนี้ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับกำหนดเวลาที่สภากำหนดไว้ สส.หลายคนอาจกำลังยุ่งกับการเตรียมตัว จัดการเอกสาร หรือรอวันอื่นที่สะดวกกว่า

ทำไมรายงานตัว สส. วันที่ 6 ถึงเงียบเหงาขนาดนี้?

หลายคนอาจสงสัยว่าปัจจัยอะไรทำให้บรรยากาศเงียบเหงาแบบนี้ บางทีอาจเพราะเป็นวันหยุดราชการ สส.ส่วนใหญ่เลือกพักผ่อน หรือกำลังเดินทางจากต่างจังหวัดกลับกรุงเทพฯ ก็เป็นได้ นอกจากนี้ หลังจากการเลือกตั้ง สส.ชุดที่ 27 เมื่อไม่นานมานี้ สส.บางคนอาจกำลังปรับตัวกับบทบาทใหม่ จัดการปัญหาส่วนตัว หรือแม้กระทั่งรอคำแนะนำจากพรรค

สำหรับพรรคภูมิใจไทยที่ยังนำโด่งเรื่องยอดรายงานตัว แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของพรรคนี้ในการเตรียมพร้อมเข้าสภา ส่วนพรรคประชาชนที่เพิ่งส่ง 1 คนเมื่อวาน อาจมีกลยุทธ์ของตัวเองในการทยอยมา นี่เป็นสัญญาณว่าการเมืองไทยหลังเลือกตั้งกำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาลหรือฝ่ายค้านกันแน่

การรายงานตัวนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นขั้นตอนแรกในการยืนยันสถานะ สส.อย่างเป็นทางการ หากเลยกำหนด สส.คนนั้นอาจถูกตัดสิทธิ์ได้ สภากำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันหลังประกาศผลเลือกตั้ง ดังนั้นสส.ที่เหลืออีก 277 คน ควรเร่งรีบหน่อยนะครับ

ในมุมมองของผม การ รายงานตัว สส. วันที่ 6 แบบเงียบๆ นี้ อาจสะท้อนถึงความไม่แน่นอนในพรรคการเมืองหลายแห่ง บางพรรคอาจมีสส.ย้ายพรรคหรือลาออก สถานการณ์ยังต้องติดตามต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? สส.จะครบยอดเมื่อไหร่ หรือจะมีเซอร์ไพรส์อะไรรออยู่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ และอย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดทุกวัน!

ที่มา – รายงานตัว สส. วันที่ 6 เงียบเหงา มีเพียง 4 สส.ภูมิใจไทยมาแจ้งต่อสภา

ปชป. จี้กกต. ตรวจสอบคะแนนเขต 12 กทม. หลังคะแนนคลาดเคลื่อน 70 คะแนน

ปชป. จี้กกต. ตรวจสอบคะแนนเขต 12 กทม. หลังคะแนนคลาดเคลื่อน 70 คะแนน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่ติดตามข่าวการเมืองแบบเรียลไทม์ วันนี้เรามีประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการเลือกตั้ง นั่นคือกรณีที่ ปชป. จี้กกต. ตรวจสอบคะแนนเขต 12 กทม. หลังคะแนนคลาดเคลื่อน 70 คะแนน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งที่เราทุกคนให้ความสำคัญ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ กรรมการกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ โดยนายราเมศ รัตนะเชวง ประธานคณะกรรมการกฎหมายพรรค ได้ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบและแก้ไขผลคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ในเขตเลือกตั้งที่ 12 กรุงเทพมหานคร

รายละเอียดความคลาดเคลื่อนคะแนนที่เกิดขึ้น

จุดเกิดเหตุคือหน่วยเลือกตั้งที่ 69 เต็นท์บริเวณลานกีฬาภายในหมู่บ้านเสนาวิลล่าโครงการ 3 ซอยคู้บอน 27 แยก 10 เขตบางเขน จากการตรวจสอบแบบขีดคะแนน สส. 5/11 (บช.) พบว่าคะแนนของเบอร์ 27 ซึ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ มีจำนวนจริงถึง 71 คะแนน แต่ในรายงานผล สส. 5/18 (บช.) กลับระบุว่าได้เพียง 1 คะแนนเท่านั้น! ทำให้เกิดส่วนต่างคลาดเคลื่อนถึง 70 คะแนน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่อาจมองว่าเป็นความผิดพลาดเล็กน้อยได้

  • คะแนนจริงจากแบบขีด: 71 คะแนน สำหรับพรรคประชาธิปัตย์
  • คะแนนในรายงานผล: เพียง 1 คะแนน
  • ส่วนต่าง: 70 คะแนน
  • สถานที่: หน่วยที่ 69 หมู่บ้านเสนาวิลล่า

นายภาณุพงศ์ ย้ำชัดว่าการยื่นหนังสือครั้งนี้是为了ปกป้องสิทธิและเสียงของประชาชนทุกคน พรรคหวังให้ กกต. พิจารณาแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยยึดหลักสุจริตและเที่ยงธรรม หากไม่มีการแก้ไข พรรคจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไปเพื่อความเป็นธรรม

ความสำคัญของการตรวจสอบคะแนนเลือกตั้ง

ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยให้การนับคะแนนรวดเร็วขึ้น แต่ปัญหาความคลาดเคลื่อนแบบนี้ยังเกิดขึ้นได้ ทำให้เราต้องตั้งคำถามถึงระบบตรวจสอบของ กกต. การเลือกตั้งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย เสียงของประชาชน 1 เสียงต้องมีน้ำหนักเท่ากัน หากมีข้อผิดพลาดขนาด 70 คะแนนในหน่วยเดียว อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมทั้งเขตได้

จากประสบการณ์ในอดีต เรเคยเห็นกรณีคล้ายๆ กันในหลายพื้นที่ เช่น การตรวจสอบซ้ำหลังเลือกตั้งใหญ่ หรือการอุทธรณ์ผลคะแนนที่คลาดเคลื่อน สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเลือกตั้งไทย ครั้งนี้ ปชป. จี้กกต. ตรวจสอบคะแนนเขต 12 กทม. หลังคะแนนคลาดเคลื่อน 70 คะแนน จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่พรรคการเมืองยังคงเฝ้าระวังและไม่ยอมให้เกิดช่องโหว่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากไม่แก้ไข

หากปล่อยผ่านไป อาจนำไปสู่การสูญเสียที่นั่ง ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ส่งผลต่อสมดุลย์อำนาจในสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ประชาชนบางเขนและพื้นที่ใกล้เคียง loss ความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง การแก้ไขทันทีจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง? ความโปร่งใสในการเลือกตั้งสำคัญขนาดไหนสำหรับคุณ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เราจะได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน

สุดท้ายนี้ ขอให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับทุกพรรคและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเรา!

ที่มา – ปชป. จี้กกต. ตรวจสอบคะแนนเขต 12 กทม. หลังคะแนนคลาดเคลื่อน 70 คะแนน

“นิด้าโพล” ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีผลสำรวจสุดร้อนแรงมาฝากกันตรงจาก“นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาลอนุทิน ผลสำรวจนี้ทำโดยศูนย์นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่เก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศกว่า 1,310 คน ระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลทางโทรศัพท์ ความแม่นยำสูงถึง 97% ค่าคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 เลยทีเดียว เพื่อนๆ คิดดูสิว่าประชาชนคิดยังไงกับการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะการที่พรรคภูมิใจไทยของอนุทิน ชาญสุวรรณ จะดึงพรรคอื่นมาร่วม

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งยังคงเดือดปุดๆ ทุกพรรคต่างแย่งชิงตำแหน่งกันวุ่นวาย นิด้าโพลเลยออกมาสำรวจหัวข้อ “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล?” ถามตรงๆ ว่าประชาชนอยากเห็นพรรคกล้าธรรม (กธ.) ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประชาชน (ปชน.) และเพื่อไทย (พท.) ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยหรือเปล่า ผลออกมาชัดเจนมาก โดยเฉพาะ 3 พรรคแรกที่ประชาชนส่วนใหญ่ “ไม่อยากให้” ร่วมเลย!

“นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาลอนุทิน

มาดูผลกันแบบละเอียดยิบเลยนะครับ เริ่มจากพรรคแรกที่โดนหนักสุด

พรรคกล้าธรรม (กธ.): เกินครึ่งไม่เอา

เมื่อถามว่าควรให้พรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยไหม ผลคือ

  • ไม่ควรเข้าร่วม: 64.35%
  • ควรเข้าร่วม: 34.05%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 1.60%

เห็นมั้ยครับ เกือบ 2 ใน 3 ไม่เห็นด้วย! อาจเพราะกล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ ภาพลักษณ์ยังไม่ชัด หรือกลัวถูกกลืนโดยพรรคใหญ่?

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.): ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

สำหรับเดอะบลูส์ พรรคเก่าแก่

  • ไม่ควรเข้าร่วม: 58.24%
  • ควรเข้าร่วม: 40.84%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 0.92%

ประชาชนกว่าครึ่งไม่เห็นด้วยกับการจับมือ “เสี่ยหนู” อนุทิน อาจเพราะฐานเสียงใต้ของปชป. ยังมีประเด็นขัดแย้งเก่าๆ กับภูมิใจไทย

พรรคประชาชน (ปชน.): รับไม่ได้เลย

พรรคนี้โดนหนักสุด

  • ไม่ควรเข้าร่วม: 71.14%
  • ควรเข้าร่วม: 28.55%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 0.31%

กว่า 70% บอกไม่เอา! คงเพราะปชน.เน้นนโยบายก้าวหน้า แต่ภูมิใจไทยถูกมองว่าติดค้างประเด็นเก่า

พรรคเพื่อไทย (พท.): หนุนเต็มที่

แต่น่าสนใจตรงพรรคเพื่อไทย

  • ควรเข้าร่วม: 54.73%
  • ไม่ควรเข้าร่วม: 44.81%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 0.46%

กว่าครึ่งเห็นด้วย สะท้อนว่าประชาชนมองว่าพท.กับภท.เข้ากันได้ดีกว่า

กลุ่มตัวอย่างในผลสำรวจ “นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ

เพื่อความน่าเชื่อถือ นิด้าโพลแจกแจงกลุ่มตัวอย่างครบถ้วน ดังนี้

  • ภูมิลำเนา: กทม. 8.55%, กลาง 18.70%, เหนือ 17.79%, อีสาน 33.28%, ใต้ 13.82%, ตะวันออก 7.86%
  • เพศ: ชาย 47.94%, หญิง 52.06%
  • อายุ: 18-25 ปี 12.13%, 26-35 17.79%, 36-45 17.94%, 46-59 26.34%, 60+ 25.80%
  • การศึกษา: ไม่เรียน 0.38%, ป.6 20.46%, ม.ปลาย 33.51%, อุปตรี 9.62%, ป.ตรี 29.92%, โทขึ้นไป 6.11%
  • อาชีพ: ขรก. 10.46%, พนักงานเอกชน 16.34%, เจ้าของกิจการ 22.52%, เกษตร 10.69%, รับจ้าง 14.81%, แม่บ้าน/เกษียณ 19.07%, นักเรียน 6.11%
  • รายได้: ไม่มี 21.37%, <5,000 บ. 3.74%, 5k-10k 13.97%, 10k-20k 31.53%, 20k-30k 11.83%, 30k+ ส่วนน้อย

ตัวอย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม ทำให้ผลสำรวจ “นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ น่าเชื่อถือสุดๆ

วิเคราะห์ผล: ประชาชนส่งสัญญาณอะไร?

จากผลนี้ เห็นชัดว่าประชาชนยังไม่ค่อยไว้ใจการจับมือระหว่างกธ.-ปชป.-ปชน.กับภูมิใจไทย อาจเพราะนโยบายไม่ลงรอย หรือกลัวรัฐบาลใหญ่เกินไปไม่ยั่งยืน แต่การที่หนุนพท.ร่วม แสดงถึงความหวังในพรรคใหญ่ที่ชัดเจน ในมุมผมคิดว่านี่เป็นสัญญาณให้พรรคการเมืองฟังเสียงประชาชนมากขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลต้องคำนึงถึงความเห็นฐานเสียง ไม่ใช่แค่แบ่งเก้าอี้ ถ้าทำได้ รัฐบาลใหม่ก็น่าจะแข็งแกร่ง!

เพื่อนๆ ล่ะคิดยังไงกับผลสำรวจนี้? อยากเห็นพรรคไหนร่วมรัฐบาลบ้าง? มาคอมเมนต์讨论กันด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านต่อ ช่วยติดตามข่าวการเมืองอัพเดททุกวันกับเรา!

ที่มา – “นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาลอนุทิน

Scroll to top