พายุเข้าไทย

เตือน! พายุดีเปรสชัน ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนภัย “พายุดีเปรสชัน” ที่มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ประเทศไทยมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เรามาเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้ไปด้วยกันค่ะ

พายุดีเปรสชัน ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้พัฒนาเป็น พายุดีเปรสชัน แล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายของวันที่ 30 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน และอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

ผลกระทบจากพายุดีเปรสชันที่ทวีกำลัง

จากอิทธิพลของ “พายุดีเปรสชัน” ที่ทวีกำลังขึ้น จะส่งผลให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งลมกระโชกแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ

ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2568

สิ่งสำคัญคือ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะกลายเป็น “พายุโซนร้อน” นี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนัก น้ำท่วม และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นนะคะ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอุตุนิยมวิทยา จะช่วยให้เราทุกคนปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือน “พายุดีเปรสชัน” มีแนวโน้มทวีกำลังเป็น “พายุโซนร้อน” กระทบไทย

สุริยะ สั่งรับมือ “พายุคาจิกิ” ดูแลประชาชน 24 ชม.

จากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ที่กำลังส่งผลกระทบต่อประเทศไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการด่วนให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เตรียมพร้อมรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

นายสุริยะ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจาก “พายุคาจิกิ” จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งให้อำนวยความสะดวกด้านการสัญจรแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ”

สุริยะสั่งการด่วนรับมือ “พายุคาจิกิ”

กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเสี่ยงบริเวณสายทางที่ได้รับผลกระทบจาก“พายุคาจิกิ” พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยังเน้นย้ำให้รายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รับทราบสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่และเตรียมความพร้อมในการป้องกัน เผชิญเหตุ และฟื้นฟูหลังเกิดภัย เพื่อบรรเทาและแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

เตรียมพร้อมรับมือ “พายุคาจิกิ” อย่างไร?

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่อาจมีน้ำท่วม
  • เตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็นในกรณีฉุกเฉิน เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยา
  • หากพบเห็นสถานการณ์ผิดปกติ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

กระทรวงคมนาคมและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ หากมีสถานการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น สามารถติดต่อสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง), สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7, ตำรวจทางหลวง 1193 และสายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

สถานการณ์ “พายุคาจิกิ” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ด้วยการเตรียมพร้อมและให้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราจะสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – “สุริยะ” สั่ง ทล.-ทช. รับมือ “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำท่วม-ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชม.

ด่วน! พายุคาจิกิ อ่อนกำลัง เตือนฝนถล่ม 26 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศข่าวล่าสุดว่า พายุ คาจิกิ ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับ พายุคาจิกิ และพื้นที่ที่ต้องเตรียมรับมือกันค่ะ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ว่า พายุคาจิกิ ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านประเทศเมียนมา ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

พายุคาจิกิ

ถึงแม้ พายุคาจิกิ จะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่สถานการณ์ฝนตกหนักยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ พายุคาจิกิ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ดังนี้:

  • ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย และหนองคาย
  • ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดชุมพร และระนอง

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สถานการณ์ พายุคาจิกิ ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์และดูแลสุขภาพด้วยนะคะ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ จะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัยค่ะ

ที่มา – “พายุคาจิกิ” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว เตือน 26 จังหวัดยังมีฝนถล่ม

ฤทธิ์พายุคาจิกิ ‘เลยอ่วม’ ฝนถล่มต่อเนื่องจนน้ำเหืองล้นตลิ่ง

จากการที่พายุโซนร้อนคาจิกิ ได้ขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ก่อนที่กรมอุตุนิยมวิทยาจะรายงานเมื่อช่วงเวลา 04.00 น. ของวันที่ 26 ส.ค. ระบุว่า พายุได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน ส่งผลให้พื้นที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักระหว่างวันที่ 25-27 ส.ค. 2568 นั้น

ล่าสุดบรรยากาศที่จังหวัดเลยมีฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางดึกวันที่ 25 ส.ค. ทำให้แม่น้ำเหือง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับลาว ที่บ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในหมู่บ้านแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้เข้าไปแบกกระสอบข้าวช่วยชาวบ้านขนขึ้นไปบนที่สูง ขณะเดียวกัน สะพานไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำเหืองที่บ้านนาข่า ต.ปากหมัน อ.ด่านซ้าย ก็ถูกกระแสน้ำพัดขาด ประชาชนทั่งสองฝั่งไม่สามารถข้ามไปมาได้ ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเลย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัด เริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งแม่น้ำ ลำห้วย แหล่งน้ำสาธารณะ ก็มีระดับเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/5053096/

พายุคาจิกิ ลดเป็นพายุโซนร้อน! เช็กจังหวัดฝนตกหนัก


สถานการณ์ล่าสุด! กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 15 แจ้งว่าพายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ” ได้ลดกำลังลงเป็น “พายุโซนร้อน” แล้ว และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงอีกเมื่อเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นวันนี้ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ต้องเตรียมรับมือกันให้พร้อมนะครับ

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 พายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ” ได้ลดกำลังลงเป็น “พายุโซนร้อน” บริเวณแขวงบอลิคำไซ ประเทศลาว มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและเข้าปกคลุมประเทศลาว รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของไทยในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวัน

พายุคาจิกิ ลดกำลังลงเป็น พายุโซนร้อน!

ผลกระทบจาก“พายุโซนร้อน” คาจิกิ จะทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณใกล้เส้นทางพายุ ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุดรธานี หนองบัวลำภู เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และลำปาง ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้รับผลกระทบทางอ้อม

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักจากพายุโซนร้อน

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้:

วันที่ 26 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

วันที่ 27 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, สุโขทัย, ตาก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย
  • ภาคกลาง: อุทัยธานี, กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง, พังงา

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง และประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งด้วย

เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์พายุมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 15 “พายุคาจิกิ” ลดกำลังลงเป็น “พายุโซนร้อน” เช็กจังหวัดฝนตกหนัก

เตือน! พายุคาจิกิ ฝนตกหนักถึงหนักมาก หลายจังหวัดรับมือ

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 12 เตือนภัยพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ที่กำลังเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ส่งผลให้หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนเรื่อง “พายุคาจิกิ และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 12 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ พายุไต้ฝุ่นคาจิกิ บริเวณอ่าวตังเกี๋ยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 120 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้

พายุ “คาจิกิ” จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันตามลำดับ เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นวันเดียวกัน

อิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” จะทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” หลายพื้นที่ และมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย และลำปาง สำหรับภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” มีดังนี้:

พายุคาจิกิ และฝนตกหนักถึงหนักมาก: จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง

วันที่ 25 สิงหาคม 2568: จังหวัดที่ต้องระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ลำปาง พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 26 สิงหาคม 2568: สถานการณ์พายุคาจิกิและผลกระทบ

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 27 สิงหาคม 2568: เฝ้าระวังต่อเนื่อง

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนระมัดระวังจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์พายุ “คาจิกิ” และ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – ประกาศฉบับ 12 พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” หลายจังหวัดเตรียมรับมือ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

อัปเดต! เส้นทางพายุ “คาจิกิ” จ่อขึ้นฝั่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาอัปเดตเส้นทางพายุ “คาจิกิ” ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายถึงค่ำของวันนี้ หลังจากนั้นพายุจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ แต่ถึงกระนั้นก็ส่งผลให้ภาคอีสานและภาคเหนือของประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

อัปเดตเส้นทางพายุ “คาจิกิ”

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ทำการอัปเดตสถานการณ์พายุในช่วงเช้า โดยระบุว่า พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ซึ่งอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (อ่าวเกี๋ย) มีจุดศูนย์กลางห่างจากเมืองวิญ ประเทศเวียดนามไปประมาณ 150 กิโลเมตร และยังคงเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายถึงค่ำของวันนี้ และหลังจากนั้นจะเคลื่อนต่อไปยัง สปป.ลาว

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยคือ บริเวณภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 25-27 สิงหาคม 2568 ประชาชนในภาคอีสานตอนบนและภาคเหนือควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ทิศทางและความแรงของพายุ “คาจิกิ” อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นจึงควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับเส้นทางพายุ “คาจิกิ”

  • พายุจะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน
  • ภาคอีสานและเหนือรับมือฝนหนัก
  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา

พายุโซนร้อน “คาจิกิ” (KAJIKI) เป็นชื่อที่ตั้งโดยประเทศญี่ปุ่น หมายถึง กลุ่มดาวดาบ (Constellation KAJIKI) และเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงฤดูฝน โดยปกติแล้ว พายุที่ก่อตัวในทะเลจีนใต้หรือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก มักจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยได้หลายเส้นทาง ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาต่างๆ เช่น ความกดอากาศสูง มวลอากาศเย็น และลมมรสุม

การรับมือกับสถานการณ์พายุ “คาจิกิ” ที่กำลังจะเกิดขึ้น ควรเริ่มต้นด้วยการติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ควรเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น การสำรองน้ำดื่มและอาหารแห้ง เตรียมไฟฉายและแบตเตอรี่สำรอง ตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือน และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สำหรับเกษตรกร ควรมีการวางแผนการจัดการพืชผลทางการเกษตรให้เหมาะสม เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักและน้ำท่วม เช่น การระบายน้ำออกจากแปลงเพาะปลูก การเสริมคันดิน หรือการเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนกำหนดหากจำเป็น

สถานการณ์พายุเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ด้วยการเตรียมพร้อมและการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เราสามารถลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – อัปเดตเส้นทางพายุ “คาจิกิ” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน ช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้

ผู้ว่าฯ พังงาสั่งเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ”!

สถานการณ์ฉุกเฉิน! ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาสั่งการด่วนทุกอำเภอ เตรียมรับมือและติดตามสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” อย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชน

ผู้ว่าฯ พังงาสั่งเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ”

นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุด โดยเน้นย้ำให้ทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาการระบายน้ำไม่ทันในช่วงที่มีฝนตกหนัก

ก่อนหน้านี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา (กอปภ.จ.พง) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าวระหว่างวันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2568 เนื่องจากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ที่กำลังจะส่งผลกระทบ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 7 เกี่ยวกับ “พายุคาจิกิ” และคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวม 58 จังหวัด นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร

มาตรการรับมือ “พายุคาจิกิ” ในพังงา

กอปภ.จ.พง จึงได้แจ้งให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอทุกอำเภอ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 24 – 27 สิงหาคม 2568 นี้

เพื่อเป็นการเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ จึงขอให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ทราบล่วงหน้า หากมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะรุนแรง ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ และรายงานผลการแจ้งเตือนภัย รวมถึงสรุปสถานการณ์ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาทราบ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่มในจังหวัดพังงา ได้แก่ อำเภอเมืองพังงา อำเภอคุระบุรี อำเภอท้ายเหมือง อำเภอกะปง และอำเภอทับปุด ซึ่งขณะนี้ยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

ทางจังหวัดพังงาได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจาก “พายุคาจิกิ” ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว การเตรียมพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ จังหวัดพังงายังได้รณรงค์ให้ประชาชนตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือน และตัดแต่งกิ่งไม้ที่อาจหักโค่นจากลมกระโชกแรง รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาในช่วงนี้ ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและเตรียมพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย เสื้อกันฝน และยาสามัญประจำบ้าน

สถานการณ์ “พายุคาจิกิ” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – ผู้ว่าฯ พังงา สั่งทุกอำเภอเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำป่า ดินโคลนถล่ม

เตือน! พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เช็กจังหวัดรับผลกระทบ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 11 เตือน พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามและอ่อนกำลังลงในวันนี้ 25 ส.ค. เตือนไทยเตรียมรับมือฝนตกหนัก เช็กรายชื่อจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 11

โดยระบุว่า เมื่อเวลา 4.00 น. ของวันนี้ (25 ส.ค. 68) พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 18.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.6 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในวันที่ 25 ส.ค. 68 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวในช่วงเช้าวันที่ 26 ส.ค. 68 พายุนี้มีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 ส.ค. 68

จากอิทธิพลดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 25 – 26 ส.ค. 68 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรง ส่วนภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 25 – 27 ส.ค. 68 โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน สำหรับภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้

วันที่ 25 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 26 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 27 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ :  จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เช็กด่วน! จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ”

จากประกาศเตือนฉบับที่ 11 เรื่อง พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ทำให้หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

สถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราต้องให้ความสำคัญ อย่ามองข้ามการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ เพราะความปลอดภัยของทุกคนคือสิ่งสำคัญที่สุด

ที่มา – เตือนฉบับ 11 พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เช็กจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ เจอฝนตกหนักมาก

Scroll to top