พายุเข้าไทย

อุตุฯ ประกาศ: พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เข้าไทย 8 ก.ย. นี้!

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 7 ยืนยันว่าพายุ “ตาปะฮ์” จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จะขึ้นฝั่งที่ประเทศจีนตอนใต้ในวันพรุ่งนี้ (8 กันยายน) อย่างไรก็ตาม พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้นได้

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย ฉบับที่ 7 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (7 ก.ย. 68) พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 380 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 18.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ย. 68) อย่างที่กล่าวไป พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย โดยตรง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยมากนัก แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ดังนั้น ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย

พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย จริงหรือ?

หลายคนอาจกังวลว่าข่าวเรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย นั้นเชื่อถือได้แค่ไหน? กรมอุตุนิยมวิทยาได้ยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการแล้ว และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เราควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

สิ่งที่ควรระวังแม้พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เข้าไทย

ถึงแม้ว่าพายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย โดยตรง แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องระวัง ดังนี้:

  • คลื่นลมแรง: มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น อาจทำให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นสูง
  • ฝนตกหนัก: มรสุมที่มีกำลังแรงขึ้นอาจทำให้เกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้น
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก: ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้

ดังนั้น แม้ว่าพายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่ก็ไม่ควรประมาท ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 7 พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย จ่อขึ้นฝั่งประเทศจีนพรุ่งนี้ 8 ก.ย.

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” มรสุมแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่ไม่ต้องกังวล! แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่อาจมีฝนตกหนักได้

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยพายุลูกนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลกระทบดังนี้:

  • ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
  • คลื่นลมแรงในทะเลอันดามันและอ่าวไทย ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง

สิ่งที่ควรทำเมื่อ “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่มรสุมแรงขึ้น

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่เราก็ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น ดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่มีฝนตกชุกก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมรักษาร่างกายให้อบอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชัน” ไม่เข้าไทย แต่จะทำให้มรสุมที่ปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น

อุตุฯ อัปเดต! พายุดีเปรสชัน ไม่เข้าไทย 8-9 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 2 อัปเดตเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ที่กำลังจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในช่วงวันที่ 8-9 กันยายนนี้ โดยยืนยันว่า พายุดีเปรสชัน นี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง

วันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (6 ก.ย. 68) พายุดีเปรสชัน ตั้งอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.5 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568 ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ยืนยันว่าพายุนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง

พายุดีเปรสชัน: อัปเดตล่าสุดและผลกระทบ

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชัน ลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่กรมอุตุนิยมวิทยายังคงแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังบริเวณที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพายุดีเปรสชัน

  • พายุดีเปรสชัน คืออะไร: พายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงน้อยกว่าพายุโซนร้อน
  • ผลกระทบ: อาจทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และคลื่นสูงในทะเล
  • การเตรียมตัว: ตรวจสอบสภาพอากาศ วางแผนการเดินทาง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน

กรมอุตุนิยมวิทยายังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์แก่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

คุณสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 2 อัปเดตเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” จ่อขึ้นฝั่ง 8–9 ก.ย. ไม่เคลื่อนเข้าไทย

พายุหนองฟ้า ฉบับสุดท้าย! ฝนตกหนักหลายจังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ “พายุหนองฟ้า” ฉบับสุดท้าย เตือนหลายจังหวัดยังคงต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โปรดติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้เผยแพร่ประกาศฉบับที่ 9 เกี่ยวกับ “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” โดยระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “หนองฟ้า” ได้เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเมียนมาในวันพรุ่งนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลให้ภาคเหนือด้านตะวันตกยังคงมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในบางพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในจังหวัดลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน เฝ้าระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในบางบริเวณ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีความสูงของคลื่นอยู่ที่ 2-3 เมตร และอาจสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนควรระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2568

พายุหนองฟ้า และสถานการณ์ฝนตกหนัก

ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์ “พายุหนองฟ้า” ในครั้งนี้

รับมือสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากจากพายุหนองฟ้า

เพื่อให้การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ที่อาจเกิดขึ้นจาก “พายุหนองฟ้า” เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขอแนะนำให้ทุกท่านดำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์พายุและปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกในพื้นที่ของท่าน
  • ตรวจสอบและทำความสะอาดท่อระบายน้ำรอบบ้าน เพื่อป้องกันการอุดตันและช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างราบรื่น
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน และเอกสารสำคัญ
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ควรเตรียมแผนอพยพและฝึกซ้อมการอพยพ เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง หรือพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
  • ระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้า หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาด หรือเสาไฟฟ้าล้ม โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าโดยด่วน

การเตรียมพร้อมและการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติอย่างมีสติ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจาก “พายุหนองฟ้า” และสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

ที่มา – ประกาศ “พายุหนองฟ้า” ฉบับสุดท้าย เตือนหลายจังหวัดยังมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักหลายพื้นที่

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 8 เตือนพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ หลายจังหวัดต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 8 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “หนองฟ้า” ได้เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดเลย และคาดว่าจะเคลื่อนปกคลุมภาคเหนือในวันนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่านตอนล่าง แพร่ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน

ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, ชัยภูมิ และขอนแก่น

ภาคกลาง: นครสวรรค์ และกาญจนบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, ชัยภูมิ, นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนควรระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์“พายุหนองฟ้า” ที่กำลังจะมาถึงนี้

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบเส้นทางน้ำ เตรียมสิ่งของจำเป็น และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 8 ไทยมีฝนตกต่อเนื่อง ตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

มาแล้วจ้า! อัปเดตข่าวพยากรณ์อากาศล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยจากพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ โดยหลายจังหวัดอาจเจอกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เลยทีเดียว เตรียมตัวรับมือกันให้พร้อมนะคะ!

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 6 โดยแจ้งว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันนี้ พายุโซนร้อน “หนองฟ้า” ได้ขึ้นฝั่งบริเวณเมืองห่าติ๋ญ ประเทศเวียดนามแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจากอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬไปทางทิศตะวันออกประมาณ 180 กิโลเมตร พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเมื่อเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวตอนบน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย บริเวณจังหวัดบึงกาฬและนครพนมในคืนนี้ และจะเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 สิงหาคม)

ผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” หลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, เลย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ) ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 (น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, นครสวรรค์)

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัยและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์กันด้วยนะคะ

พื้นที่เสี่ยง “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” จากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เลย, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, ลพบุรี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” บางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

สถานการณ์พายุ “หนองฟ้า” ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ไทยมีฝนเพิ่ม หลายจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

ประกาศฉบับ 5 พายุโซนร้อนหนองฟ้า! เช็กพื้นที่ฝนถล่ม

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 5 แจ้งว่า พายุดีเปรสชันในทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” แล้ว คาดว่าจะอ่อนกำลังลงก่อนถึงไทย แต่ยังคงต้องเตือนจังหวัดที่อาจได้รับผลกระทบระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน ให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง พายุ “หนองฟ้า” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยฉบับที่ 5 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 07.00 น. พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้พัฒนาเป็นพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” แล้ว เมื่อเวลา 10.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ห่างจากเมืองกว๋างบินห์ ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุ “หนองฟ้า” กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะขึ้นฝั่งบริเวณเมืองก๋วงบินห์ ประเทศเวียดนามในช่วงบ่ายวันนี้ (30 ส.ค. 68) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน และอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มของประเทศไทยในคืนนี้ (30 ส.ค. 68) และจะเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของพายุ “หนองฟ้า” ทำให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ พร้อมลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 ส.ค. 68 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้ประกาศฉบับ 5 พายุโซนร้อนหนองฟ้า! เช็กพื้นที่ฝนถล่ม

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวังพายุโซนร้อนหนองฟ้า?

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เลย
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, กาฬสินธุ์, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, ขอนแก่น, ชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, นครสวรรค์, อุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครสวรรค์, อุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ในช่วงนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากพายุ “หนองฟ้า” การมีสติและเตรียมพร้อม จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้

ที่มา – ประกาศฉบับ 5 พายุดีเปรสชันทวีกำลังเป็นโซนร้อน “หนองฟ้า” แล้ว เช็กพื้นที่ฝนถล่ม

ประกาศฉบับ 4 พายุดีเปรสชัน เตือนรับมือฝน!

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 4 เรื่อง “พายุดีเปรสชัน” ที่คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในช่วงเย็นวันนี้ ขอเตือนจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยเตรียมรับมือกับฝนตกหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 นี้

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (http://www.tmd.go.th) ได้ออกประกาศเรื่องสถานการณ์ พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 4 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางห่างจากเมืองกว๋างบินห์ ประเทศเวียดนามไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 210 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองก๋วงบินห์ ประเทศเวียดนามในช่วงเย็นวันนี้ (30 ส.ค. 68) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน ก่อนจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันนี้ (30 ส.ค. 68) และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชัน ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ พร้อมกับลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้:

ประกาศฉบับ 4 พายุดีเปรสชัน เตือนรับมือฝน!

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังจากพายุดีเปรสชัน

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น และเลย
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี, สระแก้ว, ระยอง, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดชุมพร, ระนอง, พังงา และภูเก็ต

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน และแม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, กาฬสินธุ์, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, ขอนแก่น และชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี, สระบุรี, นครสวรรค์ และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา และภูเก็ต

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน และแม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร
  • ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครสวรรค์ และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชัน ครั้งนี้ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เราต้องเตรียมตัวรับมืออย่างเต็มที่ อย่าประมาท และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 “พายุดีเปรสชัน” เตือนจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนัก 30 ส.ค. – 1 ก.ย.

เตือน! “พายุดีเปรสชัน” ฉบับ 2 เช็กจังหวัดเสี่ยง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 2 เตือนภัย “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ขอให้ประชาชนในจังหวัดเสี่ยงเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชัน” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 2 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันดังกล่าว พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงเย็นวันที่ 30 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

จากอิทธิพลของ “พายุดีเปรสชัน” ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ รวมถึงลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้

“พายุดีเปรสชัน” จังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และเลย

ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น และชัยภูมิ

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 1 กันยายน 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – เตือน “พายุดีเปรสชัน” ฉบับที่ 2 จ่อทวีกำลังแรงขึ้น เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

Scroll to top