พายุเข้าไทย

เตือน! “พายุคาจิกิ” จ่อเข้าไทย 26 ส.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุคาจิกิ” ฉบับที่ 9 กำลังจะเข้าประเทศไทย โดยคาดว่าจะขึ้นฝั่งเวียดนามในวันพรุ่งนี้ 25 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าสู่จังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ขอให้ประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเตรียมรับมือ

เตือน! “พายุคาจิกิ” จ่อเข้าไทย 26 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง พายุ “คาจิกิ” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 (212/2568) โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม 2568 พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองวิญ ประเทศเวียดนามไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 450 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 17.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.9 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในวันที่ 25 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวในช่วงเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม 2568

จากอิทธิพลของ“พายุคาจิกิ”ในช่วงวันที่ 24-26 สิงหาคม 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และมีลมแรง ส่วนภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 25–27 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน สำหรับภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

พื้นที่เสี่ยง: จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก”พายุคาจิกิ”

วันที่ 24 สิงหาคม 2568

ภาคกลาง: จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 25 สิงหาคม 2568

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 23.00 น.

เตรียมพร้อมรับมือกับ “พายุคาจิกิ” กันนะครับ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – เตือน “พายุคาจิกิ” ฉบับ 9 จ่อเข้าไทย จ.น่าน 26 ส.ค. 68 เช็กจังหวัดรับมือฝนถล่ม

ปภ. เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” อย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า เพื่อดูแลและช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ปภ. เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม

จากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ทั้งภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้ประสานการทำงานร่วมกับ ปภ. อย่างใกล้ชิด โดยให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ เตรียมอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากสถานการณ์รุนแรง และดูแลด้านการดำรงชีพอย่างดีที่สุด

นอกจากนี้ ปภ. ได้แจ้งเตือนประชาชนใน 45 จังหวัด ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้จัดตั้งวอร์รูม (War room) พร้อมเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ตลอด 24 ชั่วโมง ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีการประชุมติดตามสถานการณ์ และสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเข้าสนับสนุนพื้นที่เสี่ยง โดยกำหนดให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก เป็นจุดระดมทรัพยากร (Staging Area) ซึ่งขณะนี้เครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท ได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือแล้ว

กรณีมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้จังหวัดรายงานข้อมูลมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว และให้ตรวจสอบเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด หากพบว่าไม่เพียงพอต่อการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้เร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อขออนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ส่งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมรายงานสถานการณ์ ผลกระทบ และการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือ “พายุคาจิกิ” อย่างไร?

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมของใช้จำเป็น ยาประจำตัว ไฟฉาย
  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีความห่วงใยประชาชนในทุกพื้นที่ และพร้อมที่จะดูแลป้องกันความปลอดภัยจากสาธารณภัยอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง หากประชาชนต้องการติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือขอรับความช่วยเหลือ สามารถสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การเตรียมพร้อมรับมือกับ “พายุคาจิกิ” เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – ปภ. เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม

รมว.เกษตรฯ สั่งเฝ้า 24 ชม. รับมือ “พายุคาจิกิ”

“อรรถกร” รมว.เกษตรฯ สั่งระดมกำลังเฝ้าน้ำ 24 ชม. รับมือ “พายุคาจิกิ” กำชับกรมชลฯ พร่องน้ำเขื่อน-ระบายน้ำให้เป็นระบบ แจ้งข่าวประชาชน ลดความเสียหายพื้นที่ท้ายน้ำและพื้นที่การเกษตร

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์พายุโซนร้อนคาจิกิ (KAJIKI) จากอิทธิพลดังกล่าวจะทำให้ในช่วงวันที่ 24-27 สิงหาคมนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ว่า ตนได้กำชับให้กรมชลประทานเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ” สถานการณ์น้ำหลาก น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม รวมถึงน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงภัยเดิม ได้แก่ น่าน, พะเยา, แพร่, บึงกาฬ, หนองคาย, เลย และจังหวัดใกล้เคียงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุคาจิกิ

นายอรรถกร กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ทางกรมชลประทานได้พร่องน้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำล่วงหน้าไว้แล้ว เพื่อให้สามารถรองรับน้ำฝนที่คาดว่าจะตกลงมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งตรวจสอบและซ่อมแซมอาคารชลประทาน รวมถึงคันกั้นน้ำและประตูระบายน้ำให้พร้อมใช้งาน รวมถึงกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อให้ระบายน้ำได้สะดวก พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยการบริหารจัดการน้ำได้บูรณาการเชื่อมโยงการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ท้ายน้ำ

รมว.เกษตรฯ สั่งเฝ้า 24 ชม. รับมือ “พายุคาจิกิ”

“ผมได้กำชับให้ทางกรมชลประทานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง และปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าว

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวม 50,913 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 67% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 25,593 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีเขื่อนหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 17,527 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 7,344 ล้าน ลบ.ม.

การเตรียมพร้อมรับมือ “พายุคาจิกิ” ของกรมชลประทาน

เพื่อให้การรับมือ “พายุคาจิกิ” เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมชลประทานได้ดำเนินการดังนี้:

  • พร่องน้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำล่วงหน้า: เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนที่คาดว่าจะตกลงมา
  • ตรวจสอบและซ่อมแซมอาคารชลประทาน: เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานมีความแข็งแรงและพร้อมใช้งาน
  • กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ: เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว
  • จัดเตรียมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่: เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง: เพื่อติดตามสถานการณ์และปรับแผนการจัดการน้ำให้เหมาะสม
  • ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน: เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลและเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์

คำแนะนำสำหรับประชาชนในการรับมือ “พายุคาจิกิ”

เพื่อความปลอดภัยของตนเองและทรัพย์สิน ขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น และวางแผนอพยพ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง
  • หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ติดต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่

การรับมือกับพายุคาจิกิ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้สามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติให้เหลือน้อยที่สุด การเตรียมพร้อมและการรับมืออย่างมีสติจะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – รมว.เกษตรฯ สั่งเฝ้า 24 ชม. รับมือ “พายุคาจิกิ” พร่องน้ำเขื่อน-อ่างเก็บน้ำแล้ว

“ภูมิธรรม” สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ติดตาม “พายุคาจิกิ”

“ภูมิธรรม” สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ และ กทม. ติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อน “คาจิกิ” (KAJIKI) เตรียมพร้อมดูแลช่วยประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์พายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ (KAJIKI)” ซึ่งกระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามและประเมินร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ขณะนี้พายุโซนร้อนกำลังแรง คาจิกิ บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนอยู่ห่างจากเมืองดองฮอย ประเทศเวียดนาม ประมาณ 570 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. และมีแนวโน้มจะมีกำลังแรงขึ้นได้อีกเมื่อเคลื่อนเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับหลังจากเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568

จากอิทธิพลพายุดังกล่าวคาดว่า จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่กับมีลมแรงบริเวณภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 24-27 สิงหาคม 2568

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานครได้ประสานการทำงานและติดตามสถานการณ์ร่วมกับ ปภ. ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมทั้งมอบหมายให้ ปภ. ตั้งวอร์รูมร่วมกับทุกจังหวัดเพื่อประเมินสถานการณ์ และหากประเมินแล้วพบว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงในพื้นที่ใด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด สั่งการนายอำเภอในฐานะผู้อำนวยการอำเภอ รวมถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้อำนวยการท้องถิ่น ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุซึ่งได้มีการทบทวนและซักซ้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย การดูแลอาหารการกิน ปัจจัย 4

สำหรับพื้นที่ที่มักพบกับสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซาก ขอให้ได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งการขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ส่วนพื้นที่ที่มีการติดตั้งป้ายขนาดใหญ่หรือวัตถุที่มีความสูงตามกฎหมายว่าด้วยอาคาร ให้ประสานกับเจ้าของตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง หากพบว่ามีโอกาสได้รับผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อประชาชน ให้เร่งทำการรื้อถอน

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า หากเกิดฝนตกหนักหรือฝนตกสะสมปริมาณมาก อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ให้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้สื่อสารสร้างการรับรู้ผ่านหอกระจายข่าวและทุกช่องทางสื่อสารของหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และปฏิบัติตนตามคำแนะนำของภาครัฐ รวมทั้งสร้างความรับรู้ระมัดระวังข่าวปลอมที่อาจเกิดขึ้นจากผู้ไม่ประสงค์ดีในพื้นที่ด้วย

“ในส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีคลื่นสูง ให้ดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งการปักธงสัญลักษณ์ห้ามนักท่องเที่ยวหรือประชาชนเล่นน้ำ การพิจารณาเดินเรือทั้งเรือโดยสาร เรือประมง และหากแนวโน้มสถานการณ์รุนแรง และพบว่าได้มีเรือออกไปจากฝั่งแล้ว ขอให้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำพาเรือเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย”

ในช่วงท้าย นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กระทรวงมหาดไทยมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทุกพื้นที่ในการดูแลป้องกันความปลอดภัยจากสาธารณภัยอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารสามารถสอบถามข้อมูลหรือขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.

“ภูมิธรรม” สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ติดตาม “พายุคาจิกิ”

เตรียมพร้อมรับมือ “พายุคาจิกิ”

สถานการณ์พายุโซนร้อน “คาจิกิ” กำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนที่เพิ่มมากขึ้นและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคน ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

การเตรียมพร้อมรับมือ “พายุคาจิกิ” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การติดตามข่าวสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ เช่น การตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรง การเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยา และไฟฉาย การวางแผนอพยพหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย และการเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

นอกจากนี้ การมีสติและความไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ การตื่นตระหนกและตัดสินใจโดยไม่รอบคอบอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น ควรตั้งสติและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

การที่นายภูมิธรรมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศติดตาม “พายุคาจิกิ” อย่างใกล้ชิด เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายและปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ดังนั้น อย่าประมาทกับ “พายุคาจิกิ” เตรียมพร้อมรับมือ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – “ภูมิธรรม” สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ติดตาม “พายุคาจิกิ” พร้อมช่วยประชาชน 24 ชม.

ประกาศพายุ “คาจิกิ”: จังหวัดไหนต้องรับมือ!

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนฉบับที่ 7 เรื่อง “คาจิกิ” พายุโซนร้อนที่กำลังแรงขึ้น ทำให้หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคมนี้ มาเช็กกันเลยว่ามีจังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

พายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและลาวตอนบนในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคมนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้สถานการณ์น่ากังวลยิ่งขึ้นไปอีก

จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” และมรสุม ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากและลมกระโชกแรง กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ

ประกาศพายุ “คาจิกิ” ฉบับ 7 เตือนจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24–27 ส.ค.

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก ประกาศพายุ “คาจิกิ”

วันที่ 24 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: ลำปาง, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

วันที่ 25 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, นครราชสีมา, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นครปฐม, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

วันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, กาญจนบุรี, ราชบุรี, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

นอกจากฝนตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยก็มีกำลังแรงขึ้น ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้เพื่อความปลอดภัย

ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจาก ประกาศพายุ “คาจิกิ” เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

สถานการณ์พายุ “คาจิกิ” เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การวางแผนรับมือ และการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติได้

ที่มา – ประกาศพายุ “คาจิกิ” ฉบับ 7 เตือนจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24–27 ส.ค.

เตือน! พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ไทยฝนเพิ่ม

มาแล้ว! ประกาศเตือนฉบับที่ 5 จากกรมอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคมนี้ เตรียมตัวรับมือกันให้พร้อมนะคะ!

เตือนฉบับ 5 พายุโซนร้อน “คาจิกิ” มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น ไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ทาง เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่องพายุ “คาจิกิ” ฉบับที่ 5 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. พายุโซนร้อน “คาจิกิ” มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองดองฮอย ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 780 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นอีก โดยจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและลาวตอนบนในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคมนี้ นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยก็มีกำลังแรงขึ้นด้วย

ผลกระทบจากพายุ “คาจิกิ” ที่ต้องระวัง

จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” และมรสุม ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ระหว่างวันที่ 24–27 สิงหาคมนี้ โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้

เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งของรอบบ้านให้แข็งแรง
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง

พายุ “คาจิกิ” กำลังจะมาถึง อย่าประมาท เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นนะคะ ความปลอดภัยของทุกคนสำคัญที่สุดค่ะ

ที่มา – เตือนฉบับ 5 พายุโซนร้อน “คาจิกิ” มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น ไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น

อัปเดต! เส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” กระทบไทย

“กรมอุตุนิยมวิทยา” อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ที่เคลื่อนตัวเร็วและจะส่งผลกระทบทั่วไทยทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคมนี้ ใครที่กำลังวางแผนเดินทางต้องเช็คสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ

วันที่ 23 สิงหาคม 2568 เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความโดยระบุว่า อัปเดตสถานการณ์พายุเย็นวันนี้ (23/8/68) : พายุโซนร้อน “คาจิกิ (KAJIKI)” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. (เคลื่อนตัวเร็ว) พายุนี้มีแนวโน้มจะมีกำลังแรงขึ้นได้อีกเมื่อเคลื่อนเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับหลังจากเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน

อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ”

ช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 นี้ อิทธิพลของพายุ คาดว่าจะทำให้ในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนั้นเตรียมรับมือกับฝนที่อาจจะตกหนักกันได้เลยค่ะ

ผลกระทบจาก พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ที่ต้องระวัง

  • ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
  • คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรงยังต้องติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ สถานการณ์ยังมีการเปลี่ยนแปลง.

จากประกาศเตือนเรื่อง อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ทำให้เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเส้นทางหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะคะ

นอกจากนี้ การวางแผนการเดินทางในช่วงนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากไม่จำเป็นควรงดการเดินทางไปยังพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ แต่หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางให้ดี และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เสื้อกันฝน ไฟฉาย และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราใส่ใจและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ก็จะสามารถลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยธรรมชาตินะคะ

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “คาจิกิ” เคลื่อนตัวเร็ว กระทบทั่วไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น

อัปเดตเส้นทาง “พายุคาจิกิ” จ่อขึ้นฝั่ง 25-26 ส.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาอัปเดตเส้นทาง “พายุคาจิกิ” ที่ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว ในช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคมนี้ สถานการณ์“พายุคาจิกิ” จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามรายละเอียดล่าสุดกันได้เลย

อัปเดตล่าสุดเส้นทาง “พายุคาจิกิ”

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เฟซบุ๊กกรมอุตุนิยมวิทยาได้โพสต์ข้อความอัปเดตสถานการณ์พายุเวลา 07.00 น. โดยระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนที่มีชื่อว่า “คาจิกิ (KAJIKI)” แล้ว

คาจิกิ (KAJIKI) หมายถึงชื่อปลาทะเลที่มีสีสวยงาม ตั้งชื่อโดยประเทศญี่ปุ่น และเป็นพายุลูกที่ 13 จากการนับจำนวนพายุของ RSMC โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

พายุคาจิกิกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเคลื่อนตัวค่อนข้างเร็ว คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว ในช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 นี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ยังมีการเปลี่ยนแปลงได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก “พายุคาจิกิ”

ถึงแม้ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจาก“พายุคาจิกิ” โดยเฉพาะในเรื่องของฝนที่อาจตกหนักในบางพื้นที่ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและน้ำท่วมฉับพลัน

  • ตรวจสอบสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ เกษตรกรควรเตรียมป้องกันพืชผลทางการเกษตรจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรง จัดเตรียมระบบระบายน้ำให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรกรรม

สถานการณ์“พายุคาจิกิ” ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง “พายุคาจิกิ” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม-สปป.ลาว ช่วง 25-26 ส.ค.นี้

ประกาศ! พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนเรื่อง “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 24-27 สิงหาคมนี้ เตรียมรับมือ พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย กันนะครับ!

พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย จริงหรือ?

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ กำลังเคลื่อนตัว คาดว่าจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในวันที่ 23 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ก่อนจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน ในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคม 2568

สถานการณ์นี้ยังประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้สถานการณ์น่ากังวลยิ่งขึ้นไปอีก

ผลกระทบที่จะเกิดจากพายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

จากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

คำแนะนำและข้อควรปฏิบัติ

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ขอให้ทุกคนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ในช่วงสถานการณ์ที่ พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย เช่นนี้ การเตรียมตัวรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” กระทบไทย

Scroll to top