ศิริกัญญา ตันสกุล

“ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

“ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่น่าประทับใจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โดยน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำทีม สส.กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมกิจกรรม “สวัสดีวันสงกรานต์ สุขใจ ผู้สูงวัยสำราญ” ณ โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2567

ศิริกัญญา นำทีม สส.กทม. ร่วมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอกกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

“ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้สูงอายุตามประเพณีไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ สส.กทม. จากพรรคประชาชนอย่าง ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส.ในเขตใกล้เคียง ได้เข้าใกล้ชิดประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่กำลังเผชิญปัญหาการดูแลสุขภาพและสวัสดิการในกรุงเทพฯ

สถานการณ์ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ น่าเป็นห่วง

น.ส.ศิริกัญญา ชี้ให้เห็นว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คล้ายกับเมืองใหญ่ในหลายประเทศ มีบ้านพักคนชราและสถานอภิบาลผู้สูงวัยจำนวนมาก แต่ปัญหาความแออัด ขาดแคลนงบประมาณและบุคลากร ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ ปัจจุบัน การดูแลผู้สูงอายุถูกจำกัดด้วยโครงสร้างการบริหารที่อำนาจส่วนใหญ่อยู่ที่หน่วยงานกลาง ทำให้ กทม. ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างเต็มที่

ศิริกัญญา พูดถึงปัญหาผู้สูงอายุ กทม.

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ พรรคประชาชนผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร เพื่อกระจายอำนาจ ถ่ายโอนงบประมาณ บุคลากร และสินทรัพย์สู่ กทม. ทำให้การให้บริการสาธารณะรวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น

ประโยชน์จากการแก้ พ.ร.บ.กทม. เพื่อผู้สูงอายุ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า พ.ร.บ.กทม. ฉบับใหม่จะช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังหลายประการ โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงวัย ผ่านกลไกดังนี้

  • กระจายอำนาจแบบ negative list ให้ กทม. จัดการบริการสาธารณะได้กว้างขวาง
  • เพิ่มรายได้ใหม่ เช่น ค่าธรรมเนียม พันธบัตร ร่วมทุน และนิติบุคคล
  • ปรับโครงสร้างสองชั้น: ผู้ว่าราชการ กทม. กับ ส.ก. และ นายกเขต/นคร กับ ส.ข.
  • เพิ่มการมีส่วนร่วมประชาชนผ่าน Townhall และการเสนอโครงการงบประมาณ

โครงสร้างใหม่ พ.ร.บ.กทม.ทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมสงกรานต์ผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ปัญหาสวัสดิการผู้สูงอายุเป็นเรื่องเรื้อรัง โดยเฉพาะในวิกฤตเศรษฐกิจที่กระทบกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย การช่วยเหลือที่ล่าช้าและไม่ทั่วถึง ทำให้สูญเสียโอกาส เราจำเป็นต้องเร่งปฏิรูประบบให้เข้าถึงสิทธิได้รวดเร็วและเป็นธรรม

กิจกรรม “ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก จึงไม่ใช่แค่พิธี แต่เป็นสัญญาณของการมุ่งมั่นแก้ปัญหาจริงจัง ในมุมมองของผู้เขียน การกระจายอำนาจสู่ กทม. จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

เรียกร้องให้คุณร่วมสนับสนุนนโยบายกระจายอำนาจ พรรคประชาชน เพื่อผู้สูงอายุ กทม. ที่ดีกว่า! แชร์บทความนี้และติดตามข่าวสารเพิ่มเติม

ที่มา – “ศิริกัญญา” นำทีม สส.กทม. ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รพ.บางปะกอก

ปชน. ชี้มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมันช่วยน้อย จี้เปิดปุ๋ย

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังกังวลกัน นั่นคือ มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ที่รัฐบาลเพิ่งออกมา หลังจากประชาชนเดือดร้อนมานานกับราคาน้ำมันพุ่งสูง พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ โดยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ร่วมกับนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล และนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรค ชี้ว่ามาตรการนี้ยังช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้น้อยเกินไป

ปชน. ชี้มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ช่วยเฉพาะหน้าน้อยไป

มาดูรายละเอียดกันครับ มาตรการทั้งหมดใช้งบประมาณ 7,700 ล้านบาท แต่ที่เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้าจริงๆ มีแค่ 3,000 ล้านบาท ที่เหลือ 4,700 ล้าน เป็นการเอาไปเติมงบกองทุนประชารัฐที่ตั้งไว้ไม่พอสำหรับปี 2569 ปัญหาคือ กลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือยังตกหล่นหลายกลุ่มสำคัญ เช่น ชาวประมงที่ออกหาปลาไม่ได้ ส่งผลให้อาหารทะเลขาดแคลน หรือกลุ่มเม็ดพลาสติกที่เป็นต้นน้ำของสินค้าหลายอย่าง เช่น บรรจุภัณฑ์ สี และก่อสร้าง

ส่วนคู่สัญญาก่อสร้างภาครัฐกลับได้สิทธิพิเศษ เช่น แก้สัญญาได้ ปรับราคาดีเซลสูงสุด 69.99 บาทต่อลิตร หรือยกเลิกสัญญาคืนเงินประกัน ปชน. จึงเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่แค่ผู้รับเหมาก่อสร้าง

ปัญหาปุ๋ยเคมีและน้ำมันในภาคเกษตร

นายเดชรัต ชี้ว่าต้นทุนหลักของเกษตรกรคือปุ๋ยเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิง คิดเป็น 40-50% ของต้นทุนทั้งหมด แต่ มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ช่วยได้แค่น้อยนิด โครงการปุ๋ยธงเขียวขยายวงเงินเป็น 300 บาทต่อกระสอบ แต่จำกัด 5+1 กระสอบ และเข้าถึงได้แค่ 1% ของความต้องการเกษตรกร แม้จะบอกราจะขยาย แต่ยังไม่ชัดเจน ปชน. เสนอขยายให้ครอบคลุมทุกเกษตรกร

สำหรับน้ำมัน ไม่มีมาตรการช่วยประมงและเกษตรเลย มีแต่ขนส่งสาธารณะ ปชน. อยากเห็นมาตรการชัดเจนสำหรับเครื่องจักรกลเกษตร เช่น ไถนา เก็บเกี่ยว ที่จะเริ่มปลายเมษายน-พฤษภา

  • เปิดเผยปริมาณปุ๋ยเคมีทั้งนำเข้า คลัง ร้านค้า
  • แจ้งราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพื่อป้องกันขายเกินราคา
  • ช่วยเหลือบัตรสวัสดิการให้ครอบคลุมคนจน 20% ที่ตกหล่น
  • วงเงินฉุกเฉินค่าเทอมนักเรียน และกู้ครัวเรือนเปราะบาง

นางสาวศิริกัญญา วิจารณ์เรื่องงบประมาณ รัฐตั้งกองทุนประชารัฐปี 2569 แค่ 30,000 ล้าน จากปกติ 50,000 ล้าน เลยต้องเอางบกลางมาเติม มาตรการนี้เลยจำกัด ไม่สัดส่วนกับเดือดร้อนประชาชน สะท้อนปัญหาการคลังรัฐบาลที่ใช้รายจ่ายประจำแทบไม่พอ

ยังมีประเด็นงบปี 2569 ที่เหลือ รัฐจะออก พ.ร.บ.โอนงบแทน พ.ร.ก. ต้องเร่งตัดงบที่ไม่ได้ใช้ก่อน 30 เมษายน เพื่อนำมาเยียวยา ปช. คาดหวังรัฐหาแหล่งงบเพิ่ม 50,000 ล้านให้ได้

โดยรวมแล้ว มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ยังไม่ตอบโจทย์ครบ ประชาชนยังเดือดร้อนต่อเนื่อง ปช. เสนอทางออกชัดเจน รัฐควรรับฟังและปรับปรุงด่วน

คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับมาตรการนี้? คิดว่ารัฐบาลควรทำอะไรเพิ่ม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะครับ เพื่อให้เสียงประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – ปชน. ชี้มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ช่วยเฉพาะหน้าน้อยไป จี้เปิดปริมาณปุ๋ยทั่วประเทศ กันไอ้โม่งหากิน

“ไหม” อัดรัฐบาลถังแตก จ่อกู้ 5 แสนล้าน

“ไหม” อัดรัฐบาลถังแตก จ่อขอกู้ 5 แสนล้าน-สว.ขู่รัฐบาล เบี้ยวแก้ รธน. เจอดีแน่ เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในวันนี้ หลังจากน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไหม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลอย่างดุเดือด โดยชี้ว่ารัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤติการคลังหนักหน่วง จนต้องเตรียมขอกู้เงินถึง 5 แสนล้านบาทเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่

ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารรัฐสภา “ไหม” ได้วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่เข้าสู่โหมด “ข้าวยากหมากแพง” เติบโตต่ำ เงินเฟ้อพุ่งสูง รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งเป็นการเกลี่ยงบก่อนกู้เงิน สะท้อนถึงปัญหาการคลังที่ถังแตกจริงๆ แม้ปลัดกระทรวงการคลังบอกว่าจะออกเป็น พ.ร.ก. แต่ “ไหม” เตือนว่าอาจเสียมากกว่าได้ เพราะงบถูกใช้ไปเกิน 60% แล้ว และรัฐธรรมนูญมาตรา 11 กำหนดให้เป็น พ.ร.บ.เท่านั้น อย่าข้ามหัวสภา

“ไหม” อัดรัฐบาลถังแตก จ่อขอกู้ 5 แสนล้าน-สว.ขู่รัฐบาล เบี้ยวแก้ รธน. เจอดีแน่

นอกจากนี้ รัฐบาลยังลดภาษีสรรพสามิตไม่ได้เพราะงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินถูกใช้เกือบหมดใน 4 เดือนแรก ทำให้ต้องกู้เงิน 5 แสนล้านบาท “ไหม” ถามว่าจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายคืน? เกรงว่ารัฐจะเก็บภาษีเพิ่ม เช่น ภาษีออกนอกประเทศ ภาษีน้ำมัน หรือ VAT สูงขึ้น สร้างภาระให้ประชาชนหนักกว่าเดิม

สว. ขู่รัฐบาล ถ้าเบี้ยวแก้รัฐธรรมนูญ เจอดีแน่

ด้านวุฒิสมาชิก (สว.) ก็ไม่ยอม นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. อภิปรายขู่รัฐบาลว่าทำไมคำแถลงนโยบายไม่เอ่ยถึงการแก้รัฐธรรมนูญ หลังประชามติ 21 ล้านเสียงเรียกร้อง หากเบี้ยวจะเจอดีแน่ ต้องทำด่วนภายในสมัยนี้ อย่าเกินปี 2569

นายนรเศษฐ์ ปรัชญากร สว. เสริมว่ารัฐบาลจงใจไม่พูดเรื่องแก้ รธน. แสดงจุดยืนไม่ฟังประชาชน รักษาโครงสร้างอำนาจเก่า ถือเป็นการทำลายความชอบธรรมตั้งแต่วันแรก ขอให้ นายกฯ ตอบชัด จะเคารพ 21 ล้านเสียง หรือรักษาอำนาจตัวเอง?

สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของไทย ทั้งเศรษฐกิจถดถอยและการเมืองติดขัด การกู้ 5 แสนล้านอาจช่วยระยะสั้น แต่ถ้าไม่แก้โครงสร้าง เช่น แก้ รธน. ให้เป็นธรรมมากขึ้น ปัญหาจะยิ่งบานปลาย

  • เศรษฐกิจเติบโตต่ำ เงินเฟ้อสูง
  • งบกลางหมดเกลี้ยง ต้องกู้เงินจำนวนมหาศาล
  • สว. กดดันแก้ รธน. ตามเจตจำนง 21 ล้านเสียง
  • เสี่ยงเก็บภาษีเพิ่ม กระทบประชาชน

ประชาชนควรติดตามใกล้ชิด เพราะนโยบายเหล่านี้อาจกระทบกระเป๋าตังค์โดยตรง ในมุมมองผู้เขียน รัฐบาลต้องโปร่งใสและรับฟังเสียงประชาชนมากกว่านี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาจริงจัง

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้กันนะ!

ที่มา – “ไหม” อัดรัฐบาลถังแตก จ่อขอกู้ 5 แสนล้าน-สว.ขู่รัฐบาล เบี้ยวแก้ รธน. เจอดีแน่

“ศิริกัญญา” ซัดมาตรการรัฐบาลสะเปะสะปะ WFH – งดดูงาน ไม่ได้ผล

“ศิริกัญญา” ซัดมาตรการรัฐบาลสะเปะสะปะ WFH – งดดูงาน ไม่ได้ผล จี้รัฐบาลต้องสื่อสารสถานการณ์น้ำมันให้ชัดเจน เพื่อบริหารความคาดหวังของประชาชน ลดความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ในวันที่ 17 มีนาคม 2567 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา เกี่ยวกับวิกฤตราคาน้ำมันที่กำลังรุนแรง พรรคประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งช่วงท้ายๆ ทำให้เกิดความโกลาหล ปั๊มน้ำมันหลายแห่งน้ำมันขาดแคลน ประชาชนตื่นตระหนกแห่ไปซื้อกันเต็ม

“ศิริกัญญา” ซัดมาตรการรัฐบาลสะเปะสะปะ WFH – งดดูงาน ไม่ได้ผล

น.ส.ศิริกัญญา ชี้ว่ามาตรการของรัฐบาลที่ออกมาอย่าง มาตรการรัฐบาลสะเปะสะปะ WFH – งดดูงาน ของข้าราชการนั้น ไม่ช่วยแก้ปัญหาใดๆ เลย มันเป็นแค่งานสั่งการแบบเร่งด่วน แต่ไม่ได้ผลจริง สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสื่อสารที่โปร่งใส ต้องบอกประชาชนตรงๆ ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร มีน้ำมันสำรองเท่าไหร่ และแผนการจัดการจะเป็นยังไง

ปัจจุบัน ตัวเลขน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้น จากการนำเข้ากจากแอฟริกา สหรัฐฯ แต่ปัญหาหลักอยู่ที่ราคาต่างกันระหว่างหน้าปั๊ม (มีอุดหนุน) กับพ่อค้าคนกลาง (ไม่มี) ทำให้เกิดการกักตุน ไม่ใช่แค่ประชาชน แต่รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ดีเซลจำนวนมาก การซื้อตื่นตระหนกอาจมีส่วน แต่ไม่น่าจะทำให้ปั๊มหมดพร้อมกันทั่วประเทศ เว้นแต่มีการกักตุนจากภาคอุตสาหกรรมจริงๆ

แนวทางแก้ปัญหาจาก “ศิริกัญญา” ซัดมาตรการรัฐบาลสะเปะสะปะ WFH

สำหรับการตรึงราคา ศิริกัญญาเสนอ 2 แนวทางหลัก คือ ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก (เคยมีหนี้ 1.5 แสนล้านแต่ฟื้นได้) และลดภาษีสรรพสามิตบางส่วน แต่ต้องระวังผลกระทบดุลการคลัง รัฐบาลควรเปิดแผนชัดเจน เช่น ค่อยๆ ปรับราคาไปที่ 33 บาท ในกี่เดือน ขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ตายตัวเพดานราคา แต่กำหนดวงเงินอุดหนุนต่อวัน ปัจจุบันยังมีเงินกู้เหลือ 2 หมื่นล้าน สามารถตรึงต่อได้ จนกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามา เพราะรัฐบาลรักษาการออก พ.ร.ก. ค้ำประกันกองทุนไม่ได้

  • อุดหนุนภาคขนส่งเฉพาะ: ใช้คูปองหรือบัตรกำนัล เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าพุ่งตาม
  • ช่วยกลุ่มเปราะบาง: ผู้ใช้เบนซิน เช่น รถยนต์ส่วนบุคคล
  • ปล่อยราคาลอยตัว: เพื่อให้ประชาชนตระหนักประหยัดพลังงาน แต่ต้องสื่อสารดีๆ ว่าถึงทางตันแล้ว
  • ควบคุมค่ากลั่น: รัฐรู้ต้นทุนจริง คุยกับโรงกลั่นให้ชัด
  • ภาษีลาภลอย: น่าสนใจแบบยุโรป แต่ต้องยุติธรรมกับผู้ถือหุ้นรายย่อย

นอกจากนี้ ยังจี้ให้รัฐทำ Dashboard แสดงปริมาณน้ำมันจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ปั๊มจะได้บริหารได้ดีขึ้น บริการพื้นฐานต้องไปต่อ เช่น ปุ๋ย สินค้าจำเป็น รัฐต้องหาแหล่งนำเข้าใหม่ๆ และสื่อสารมาตรการทั้งหมดให้ประชาชนรู้

สำหรับราคาสินค้า อาหารสดขึ้นลงได้ แต่สินค้าสำเร็จรูปขึ้นแล้วไม่ลง ต้องใช้กระทรวงพาณิชย์ควบคุมจริงจัง 59 สินค้าควบคุมน้อยไป ต้องติดตามการขึ้นราคาให้เป็นธรรม และเพิ่มรายการจำเป็น

สุดท้าย “ศิริกัญญา” ซัดมาตรการรัฐบาลสะเปะสะปะ WFH – งดดูงาน ไม่ได้ผล ชี้ว่าการสื่อสารคือหัวใจสำคัญในการผ่านวิกฤตนี้ ถ้ารัฐบาลทำได้ดี ความตื่นตระหนกจะลดลง ผู้ประกอบการไม่กักตุน สถานการณ์จะคลี่คลายเร็วขึ้น คุณเห็นด้วยกับมุมมองนี้ไหม? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลจริงๆ กันเถอะ!

ที่มา – “ศิริกัญญา” ซัดมาตรการรัฐบาลสะเปะสะปะ WFH – งดดูงาน ไม่ได้ผล จี้สื่อสารสถานการณ์น้ำมันให้ชัด

“เพียงพนอ” แท็ก “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ

หลังผลการเลือกตั้งใหญ่ล่าสุด “เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ หลังเห็นดัชนีคอร์รัปชั่นไทยต่ำลงไปอีก กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ หนึ่งใน 10 The Professionals ด้านปฏิรูปรัฐของพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะยังคงช่วยเหลือพรรคต่อไป แม้พรรคจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลก็ตาม สิ่งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเหล่านักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองไทย

“เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ หลังเห็นดัชนีคอร์รัปชั่นไทยต่ำลงไปอีก

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เพียงพนอ โพสต์หลังทราบผลเลือกตั้ง โดยแท็กไปยังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน และนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล หรือ “ไหม” รองหัวหน้าพรรค เธอเล่าว่าหลังจากเทปสัมภาษณ์ครั้งแรกเมื่อ 9 มกราคม ข้อความให้กำลังใจและสนับสนุนไหลมาเทมา ยิ่งหลังผลเลือกตั้ง ข้อความเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากคนที่รู้จักกันผ่านสื่อ เสวนา หรือโซเชียลมีเดีย บางคนส่งข้อความส่วนตัวมาเลยทีเดียว

“หลายคนขอร้องว่า อย่าไปไหน ยังอยากจะมีความหวังต่อไป” เพียงพนอเล่า พร้อมระบุว่าทีมงานในพรรคหลายคนบอกอยากเรียนรู้จาก “พี่แม้ว” ทำให้เธอน้ำตาซึม

ด้วยวัยที่มากกว่าคนในพรรค เพียงพนอผ่านร้อนผ่านหนาวในชีวิตการทำงานมามาก ทั้งสมหวัง ผิดหวัง กดดัน หรือตื่นเต้น เธอจึงเข้าใจชีวิตและรับมือได้ดี หลังเลือกตั้ง เธอลงใต้เที่ยวตามแผนเดิม ท่ามกลางธรรมชาติภูเขาและทะเลที่ให้ความสงบแก่จิตใจ

“เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ ท่ามกลางดัชนีคอร์รัปชั่นที่ย่ำแย่

จุดเปลี่ยนสำคัญคือข่าวดัชนีการรับรู้คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ล่าสุดจาก Transparency International ที่ไทยได้คะแนนต่ำลงอีก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี และต่ำกว่าลาวเสียอีก! สถานการณ์นี้ทำให้เพียงพนอตัดสินใจชัดเจนว่า “จะยังคงช่วยน้องๆ ในพรรคขับเคลื่อนงานต่อไป แม้ว่าพรรคจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล”

ดัชนี CPI เป็นเครื่องมือวัดระดับการรับรู้คอร์รัปชันในภาครัฐจากผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจทั่วโลก คะแนนเต็ม 100 คะแนนสูงหมายถึงโปร่งใสมาก ไทยเคยทำได้ดีสุด 38 คะแนนในปี 2552 แต่ปีล่าสุดตกต่ำเหลือระดับที่แพ้เพื่อนบ้านอย่างลาว สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันรุนแรงที่กระทบเศรษฐกิจ การลงทุน และความเชื่อมั่นของประชาชน

  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: คอร์รัปชันทำให้ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น นักลงทุนต่างชาติลังเล
  • ผลต่อสังคม: เพิ่มความเหลื่อมล้ำ ยากจน และขาดความยุติธรรม
  • การเมือง: ระบบอุปถัมภ์ยังครอง ทำให้ปฏิรูปยาก

พรรคประชาชนที่เน้นนโยบายปฏิรูป โดยมี The Professionals อย่างเพียงพนอ เป็นกำลังสำคัญ จึงมีความหมายยิ่งนัก แม้ไม่ได้อำนาจ แต่การแบ่งปันวิชาความรู้ ประสบการณ์ จะช่วยทีมงานรุ่นใหม่ขับเคลื่อนต่อ

“ไม่สำคัญว่าจะมีตำแหน่งอะไรหรือไม่ ยังเชื่อว่า ชีวิตที่ดี คือ ชีวิตที่มีประโยชน์ I’ll Do What I Can When I Can” คำกล่าวนี้ของเพียงพนอ เป็นแรงบันดาลใจให้หลายคน

พรรคประชาชนกับอนาคตการปฏิรูปคอร์รัปชั่นไทย

พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ก่อตั้งโดยกลุ่มนักวิชาการและนักกิจกรรมรุ่นใหม่ เน้นประเด็นร้อนอย่างปฏิรูปสถาบัน การศึกษา สุขภาพ และต่อต้านคอร์รัปชัน แม้ผลเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามคาด แต่ฐานเสียงยังเหนียวแน่น โดยเฉพาะเยาวชนที่หวังเปลี่ยนแปลง

การที่เพียงพนอยืนยันช่วยต่อ แสดงให้เห็นว่าการเมืองไม่ใช่แค่ชิงอำนาจ แต่คือการสร้างคุณค่าให้สังคม ในยุคที่ดัชนี CPI ไทยดิ่งเหว นี่คือสัญญาณบวกที่เราต้องการ

ปัญหาคอร์รัปชันในไทยฝังรากลึกมานาน ตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง โครงการรัฐ สู่การใช้อำนาจมิชอบ การแก้ไขต้องเริ่มจากระบบ เช่น กฎหมายปปช. ที่เข้มแข็ง การตรวจสอบอิสระ และวัฒนธรรมโปร่งใสที่ทุกคนมีส่วนร่วม

ตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสิงคโปร์หรือนิวซีแลนด์ มาจากผู้นำที่ทุ่มเทและระบบที่เข้มงวด ไทยเราก็ทำได้ หากมีคนอย่างเพียงพนอและทีมพรรคประชาชนช่วยผลักดัน

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลได้เต็มที่ พรรคประชาชนควรใช้เวทีรัฐสภา เสนอนโยบายปฏิรูปคอร์รัปชัน เช่น เพิ่มบทลงโทษเจ้าหน้าที่ทุจริต สร้างแพลตฟอร์มรายงานประชาชน และใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนตรวจสอบการเงินสาธารณะ

สุดท้ายแล้ว การเมืองไทยต้องการคนที่ยึดประโยชน์ชาติเหนือผลประโยชน์ส่วนตัวมากขึ้น คุณล่ะ คิดอย่างไรกับจุดยืนของ “เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ หลังเห็นดัชนีคอร์รัปชั่นไทยต่ำลงไปอีก? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลดีๆ กันเถอะ!

นอกจากนี้ ลองติดตามข่าวสารการเมืองและดัชนี CPI ล่าสุด เพื่อเป็นพลเมืองที่ตื่นตัว หากสนใจนโยบายพรรคประชาชน คลิกเข้าเว็บไซต์พรรคได้เลย

ที่มา – “เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ หลังเห็นดัชนีคอร์รัปชั่นไทยต่ำลงไปอีก

“เท้ง” นัดแห่ขอบคุณ กทม. บ่ายนี้-พิจารณ์ไม่ตอบเลขาฯติ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน วันนี้เรามีอัปเดตสุดร้อนแรงจากพรรคประชาชนหลังผลเลือกตั้งออกมาแบบไม่คาดฝัน พรรคแลนสไลด์กวาดทุกเขตในกรุงเทพฯ แต่ผลรวมทั้งประเทศยังไม่เป็นไปตามเป้า ล่าสุดมีข่าวใหญ่ “เท้ง” นัดแห่ขอบคุณ กทม. บ่ายนี้- “พิจารณ์” ไม่ตอบ “เลขาฯ ติ่ง” จ่อลาออก ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียล มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“เท้ง” นัดแห่ขอบคุณ กทม. บ่ายนี้- “พิจารณ์” ไม่ตอบ “เลขาฯ ติ่ง” จ่อลาออก

เช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศที่ทำการพรรคประชาชน อาคารอนาคตใหม่ คึกคักสุดๆ กรรมการบริหารพรรคทยอยเดินทางมาร่วมประชุมกัน นำโดยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และนายพิจารณ์ เชาพัฒนวงษ์ กรรมการบริหาร หลังจากผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการเผยว่าพรรคชนะทั้ง 33 เขตใน กทม. แบบถล่มทลาย!

พรรคประชาชนเตรียมแห่ขอบคุณคะแนนเสียงกรุงเทพฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรค เดินทางมาถึงเวลา 10.58 น. สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายสื่อด้วยรอยยิ้มกว้าง บอกสั้นๆ ว่า “วันนี้ช่วงบ่ายจะมีการแห่ขอบคุณในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ก่อนเข้าประชุมกรรมการบริหารเพื่อวางแผนงานต่อไป นี่คือโมเมนต์น่ารักที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของทีม แม้ผลรวมทั้งประเทศจะไม่ถึงเป้า แต่การชนะ กทม. ทุกเขตคือชัยชนะใหญ่ที่ต้องฉลองให้สมเกียรติ

ด้านนายพิจารณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า ผู้สมัคร กทม. จะจัดขบวนแห่ขอบคุณทุกคะแนนเสียงทันทีบ่ายนี้ แต่ตอนนี้ส่วนกลางกำลังโฟกัสตรวจสอบความผิดปกติในการนับคะแนน ที่มีรายงานเข้ามาจากผู้สนับสนุนและผู้สมัครหลายแห่ง “ยังไม่ลงรายละเอียด ขอรอข้อมูลครบก่อน” เขากล่าวแบบระมัดระวัง

ประเด็นร้อน: เลขาฯติ่งจ่อลาออก พิจารณ์ไม่ตอบ

กระแสข่าวที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือ นายศรายุทธ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค หรือ “เลขาฯติ่ง” ที่ประกาศลาออกหากคะแนนพรรคไม่ถึง 200 ที่นั่ง แต่ตอนนี้พิจารณ์ขอไม่ตอบประเด็นนี้ “อยากโฟกัสเรื่องนับคะแนนก่อน เรื่องอื่นรอหลังจากนี้” เขาย้ำชัด หลีกเลี่ยงดราม่าในช่วงวิกฤต

นอกจากนี้ พิจารณ์ยังยืนยันจุดยืนพรรคไม่พูดถึงการเจรจากับพรรคเพื่อไทยว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล “พรรคเพื่อไทยตัดสินใจเอง เราชัดเจนในหลักการ” ส่วนการประชุม กบห. วันนี้ ไม่ใช่ถอดบทเรียนเลือกตั้ง แต่เป็นการวางแผนระยะสั้นรับมือสถานการณ์แข่งกับเวลา

  • สรุปเหตุการณ์สำคัญ:
  • พรรคประชาชนชนะ 33/33 เขต กทม. แบบแลนสไลด์
  • เท้ง นัดแห่ขอบคุณบ่ายนี้ สร้างความคึกคัก
  • ตรวจสอบความผิดปกติการนับคะแนนทั่วประเทศ
  • พิจารณ์หลบตอบเรื่องเลขาฯติ่งลาออก
  • ประชุม กบห. วางแผนงานต่อ ไม่ถอดบทเรียนทันที

จากมุมมองของผม การชนะ กทม. แบบนี้แสดงพลังฐานเสียงเยาวชนและคนเมืองที่แข็งแกร่ง พรรคประชาชนยังมีอนาคตไกล แม้ผลรวมจะทำให้ต้องปรับกลยุทธ์ แต่การโฟกัสตรวจสอบคะแนนคือก้าวถูกต้องเพื่อความโปร่งใส

คุณคิดยังไงกับสถานการณ์นี้? พรรคประชาชนจะพลิกเกมได้ไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “เท้ง” นัดแห่ขอบคุณ กทม. บ่ายนี้- “พิจารณ์” ไม่ตอบ “เลขาฯ ติ่ง” จ่อลาออก

5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดคึกคักที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย กันเถอะ! ในวันหาเสียงสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แกนนำพรรคประชาชนอย่าง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, “ทิม” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศิริกัญญา ตันสกุล ได้ผนึกกำลังขึ้นรถคาราวานหาเสียงทั่วกรุงเทพฯ อ้อนวอนพี่น้องประชาชนให้กาพรรคส้มทั้ง 2 ใบแบบถล่มทลาย เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชนที่แท้จริง

คาราวานแบ่งเป็น 2 สายสุดมันส์: สาย “ก่อนอรุณจะรุ่ง” นำโดยเท้งและทิม วิ่งจากฝั่งธน ผ่านกาญจนาภิเษก กัลปพฤกษ์ บรมราชชนนี ตลาดสดธนบุรี พรานนก พุทธมณฑลสาย 4 ไปเยาวราช ส่วนสาย “ปักธงไชย” นำโดยพิธา วิ่งกรุงเทพเหนือ-ตะวันออก จากฉลองกรุง เลียบวารี ตลาดมีนบุรี รามอินทรา ตลาด AC สายไหม เกษตร รัชโยธิน ก่อนบรรจบที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” บรรยากาศตลอดทางอบอุ่นมาก ประชาชนออกมาต้อนรับ โบกมือ ถ่ายรูปแน่นขนัด โดยเฉพาะหน้าห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวและสถานีรถไฟฟ้า

คาราวานหาเสียงพรรคประชาชนที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ ทิม-เท้ง

ระหว่างทาง เท้งปราศรัยเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิ ไม่ต้องเผื่อใจ กาส้มทั้งสองใบเพื่อเปลี่ยนแปลง ทิมเน้นว่านี่โอกาสรอบ 30 ปี สลัดการเมืองอุปถัมภ์เพื่ออนาคตที่ดี ส่วนพิธาเตือนให้ไปโหวตตั้งแต่เช้า 8.00-17.00 น. ช่วยกาเห็นชอบประชามติ และเป็นอาสาเฝ้าหน่วยเลือกตั้งเพื่อความโปร่งใส บอกต่อให้ถล่มทลาย!

ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว “อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้”

ฮาแตก! เวลา 14.15 น. ขบวนผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แซวเสียงดัง “สวัสดีพรรคภูมิใจไทย อยู่ภูมิใจไทยก็เลือกประชาชนได้” พิธาขอบคุณสื่อ ชี้ป้าย “มีส้มไม่มีเทา มีเราไม่มีสแกมเมอร์” ที่ติดหน้าพรรค บอกให้แข่งกันเต็มที่ ประชาชนตัดสิน พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล ขอฝากประชาชนกาพรรคประชาชนถล่มทลาย

ขบวนคาราวานผ่านพรรคภูมิใจไทย

5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

ประชาชนล้นทะลัก เรียก “นายกฯ เท้ง” ส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม

ไคลแม็กซ์ที่ 16.10 น. ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว! แกนนำปักหลักปราศรัยย่อย ประชาชนแน่นพื้นที่ หน้าห้างและสถานี BTS ล้นกว่าเดิมปี 66 เสียงเชียร์ “นายกฯ เท้ง” ดังลั่น เท้งขอ 20 ล้านเสียง ถล่มทลาย สัญญาทำงานหนักเป็นวัวเป็นควาย เจอกัน 9 ก.พ. ที่ทำเนียบ และทิ้งท้ายสุดน่ารัก “ตี๋ก็รักส้มเหมือนกัน”

ปราศรัยที่ 5 แยกลาดพร้าว
แซวพรรคภูมิใจไทย
ด้อมส้มที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก
ประชาชนรอฟังปราศรัย
บรรยากาศคึกคัก
เรียกนายกฯ เท้ง

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นพลังประชาชนที่พร้อมเปลี่ยนแปลง หากคุณอยากเห็นการเมืองที่ใสสะอาดเพื่อประชาชน ลุกขึ้นมากาให้พรรคส้มทั้ง 2 ใบพรุ่งนี้เลย! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันถล่มทลายเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

ปชน. ส่งท้ายคาราวาน ศิริกัญญา พิธา ปิยบุตร ปราศรัยขอนแก่น

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นกระแส พรรคประชาชน หรือ ปชน. กำลังปิดท้ายคาราวานหาเสียงอย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะ ปชน. ส่งท้ายคาราวาน ศิริกัญญา พิธา ปิยบุตร ปราศรัยขอนแก่น ที่กำลังจะเกิดขึ้นเย็นนี้ รับรองว่าสุดมันส์แน่นอน!

ปชน. ส่งท้ายคาราวาน ศิริกัญญา พิธา ปิยบุตร ปราศรัยขอนแก่น

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 คาราวานรถแห่เลือกอนาคตของพรรคประชาชนเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 แล้วนะครับ หลังจากคาราวานสายภาคใต้และภาคเหนือปิดฉากลง สายอื่นๆ ยังลุยต่อแบบเต็มสูบ ทุกที่ที่ไปประชาชนต้อนรับอบอุ่นมาก โบกมือทักทาย แถมยังนำอาหารและน้ำมาให้กำลังใจ เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นใจแทนจริงๆ

ไฮไลต์สำคัญคือคาราวานสายอีสานใต้ “คมแฝก” ที่ไปร้อยเอ็ดและมหาสารคาม ก่อนจะรวมพลกับสายอีสานเหนือ “นายฮ้อยทมิฬ” ที่ขอนแก่น เย็นนี้เจอกันใหญ่ที่ตลาดต้นตาล อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำทีมโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 2, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่มาช่วยหาเสียงแบบแท็กทีมสุดปัง!

ปราศรัยขอนแก่น: แท็กทีมใหญ่ดึงใจชาวอีสาน

เวทีนี้ไม่ธรรมดาเลยครับ ปชน. ส่งท้ายคาราวาน ศิริกัญญา พิธา ปิยบุตร ปราศรัยขอนแก่น คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมฟังเพียบ เพราะทีมนำของพรรคประชาชนมาเต็ม ศิริกัญญาพร้อมเสนอนโยบายเด็ดๆ พิธาและปิยบุตรก็มาสร้างพลังบวก ชาวขอนแก่นเตรียมตัวให้พร้อมเลย

ส่วนคาราวานภาคตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง ลุยฉะเชิงเทรา ช่วยผู้สมัคร สส. พบปะประชาชนทุกกลุ่ม ประชาชนคนนึงยังตื้นตันบอกว่าติดตามมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ครั้งนี้ขอให้ไปให้ไกล สุดซึ้ง!

คาราวานภาคกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง” นำโดยพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และกรุณพล เทียนสุวรรณ เช้าลุยสมุทรสาคร บ่ายเย็นปราศรัยสมุทรสงครามที่ลานหน้าศาลากลาง ร่วมกับพรรณิการ์ วานิช พิจารณ์ย้ำชัด การเลือกตั้ง 2566 ประชาชนให้โอกาสพรรคก้าวไกลแล้ว คราวนี้เลือกปชน. ทั้งสองใบให้ถล่มทลาย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชน

  • คาราวานอีสานใต้ “คมแฝก”: ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม-ขอนแก่น
  • คาราวานอีสานเหนือ “นายฮ้อยทมิฬ”: รวมปราศรัยใหญ่ขอนแก่น
  • คาราวานตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม”: ธนาธรลุยฉะเชิงเทรา
  • คาราวานกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง”: สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม
  • คาราวานเหนือสุด “รังสิมันต์ โรม”: แม่ฮ่องสอน ครบทั้งสองเขต

ขณะที่รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค กับเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลุยแม่ฮ่องสอน เช้าเมือง บ่ายแม่สะเรียง ขึ้นรถแห่รอบเมือง ประชาชนแห่ขอถ่ายรูปคึกคักมาก พรรคประชาชนครบ 77 จังหวัดแล้ว ก่อนปิดท้ายใหญ่ที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพฯ วันที่ 6 ก.พ.

เห็นภาพรวมแล้ว พรรคประชาชนกำลังมาแรงจริงๆ คาราวานแต่ละสายมีเอกลักษณ์ ชื่อเท่ๆ สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิด การหาเสียงแบบนี้แสดงให้เห็นพลังประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด

คุณคิดยังไงกับการหาเสียงแบบคาราวานนี้? อย่าลืมไปร่วมเวทีปราศรัย หรือติดตามข่าวสารเพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างมีสติในวันสำคัญนะครับ มันคืออนาคตของเรานี่แหละ!

ที่มา – ปชน. ส่งท้ายคาราวานหาเสียง “ศิริกัญญา-พิธา-ปิยบุตร” แท็กทีมใหญ่ปราศรัยขอนแก่น เย็นนี้

คาราวานรถแห่หาเสียง ปชน. คึก ธนาธรปลุกพรรคส้ม 20 ล้าน

ในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งทั่วไป คาราวานรถแห่หาเสียง ปชน. คึก “ธนาธร” ปลุกเลือกพรรคส้มให้ถึง 20 ล้านเสียง กลายเป็นภาพที่สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศ พรรคประชาชนเดินหน้าหาเสียงแบบไม่หยุดยั้ง ด้วยคาราวานหลายสายที่ครอบคลุมทุกภาคทั่วไทย ประชาชนตื่นเต้น flocked มาร่วมงานจำนวนมาก สร้างพลังบวกก่อนวัน投票 8 กุมภาพันธ์นี้

คาราวานรถแห่หาเสียง ปชน. คึก “ธนาธร” ปลุกเลือกพรรคส้มให้ถึง 20 ล้านเสียง

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 คาราวานหาเสียงของพรรคประชาชนเข้าสู่โหมดคึกคักสุดขีด โดยเฉพาะคาราวานสายตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” ที่นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมกับน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เข้าพื้นที่ จ.ชลบุรี ตั้งแต่เช้าตรู่ บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้สนับสนุนที่โบกธงสีส้ม ส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม

คาราวานรถแห่หาเสียง ปชน. คึก ธนาธร

นายธนาธร กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “8 กุมภาพันธ์นี้ ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ อยู่ที่มือของประชาชนทุกคน รอบนี้ขอให้กาเลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ ปันใจไม่ได้อีกแล้ว ถ้าที่บ้านท่านกาให้เราแล้ว ขอให้ช่วยหาเพิ่มอีก 10 เสียง เพื่อให้เราไปถึงเป้า 20 ล้านเสียง จัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้ได้” คำพูดนี้จุดประกายความหวังให้ผู้ฟังนับพัน

ธนาธรหาเสียงชลบุรี

ศิริกัญญา ทวงชลบุรีคืนประชาชน

น.ส.ศิริกัญญา เสริมว่า “ชลบุรีไม่มีเจ้าของ คนชลบุรีอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ถ้ารัฐบาลเก่าแก้ปัญหาไม่ได้ ขอให้กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ” เธอเน้นย้ำปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมที่ชาวชลบุรีเผชิญมานาน

ศิริกัญญาหาเสียง

ขณะที่คาราวานอื่นๆ ก็คึกคักไม่แพ้กัน คาราวานสายอีสานใต้ “คมแฝก” นำโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ลง จ.อำนาจเจริญ เปิดปราศรัยนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า เช่น เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทในปี 2568 พัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ประชาชนแห่มาฟังและถ่ายรูป

คาราวานสายภาคกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง” ไป จ.ราชบุรี นำโดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และน.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียง มีคุณป้าสูงอายุคนหนึ่งตื่นเต้นบอกว่า “เอาใจช่วยเต็มที่ พรรคประชาชนชนะแน่ ไม่มีอะไรขวาง”

คาราวานหาเสียงราชบุรี

นโยบายเด่นพรรคประชาชนที่ประชาชนรอคอย

นอกจากพลังคาราวานแล้ว พรรคประชาชนยังมีนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตคนไทยจริงๆ ลองดูรายการเด่นๆ:

  • สวัสดิการถ้วนหน้า: เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาททันที
  • การศึกษา: ยกเลิกหนี้ครู ลดภาระผู้ปกครอง
  • เศรษฐกิจ: แก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร ดิจิทัลวอลเล็ตกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • สิ่งแวดล้อม: หยุดโครงการทับซ้อน แก้ PM2.5
  • ประชาธิปไตย: ปฏิรูประบบราชการ ลดอำนาจนายทุน

คาราวานเหล่านี้ไม่ใช่แค่หาเสียง แต่เป็นการเชื่อมโยงประชาชนกับนโยบายที่ชัดเจน การที่ธนาธรและทีมงานลงพื้นที่ทุกหนแห่ง แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีขึ้นจริงๆ

ในมุมมองของผม คาราวานรถแห่หาเสียง ปชน. คึก “ธนาธร” ปลุกเลือกพรรคส้มให้ถึง 20 ล้านเสียง คือสัญญาณบวกของการเมืองไทยที่กำลังตื่นตัว 20 ล้านเสียงไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือพลังประชาชนที่จะพลิกโฉมประเทศ ถ้าประชาชนรวมใจกัน วันนี้เราจะได้เห็นรัฐบาลที่ทำงานเพื่อคนส่วนใหญ่

คุณล่ะพร้อมไปใช้สิทธิ์กาเลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบเพื่อเป้า 20 ล้านหรือยัง? แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และเตรียมตัวไปโหวต 8 ก.พ. นี้เลย! การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากคุณ

ที่มา – คาราวานรถแห่หาเสียง ปชน. คึก “ธนาธร” ปลุกเลือกพรรคส้มให้ถึง 20 ล้านเสียง

Scroll to top