สนามบินสุวรรณภูมิ

“สีหศักดิ์” จี้ ทูตจีนเตือนนักท่องเที่ยวจีนเรื่องกฎระเบียบไทย หลังเกิดเหตุวุ่นสนามบินสุวรรณภูมิ

จากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เมื่อนักท่องเที่ยวจีนเกิดข้อพิพาทกับเจ้าหน้าที่ไทย ทำให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องออกมาเคลื่อนไหวทันที โดยได้แสดงความคิดเห็นถึงประเด็น “สีหศักดิ์” จี้ ทูตจีนเตือนนักท่องเที่ยวจีนเรื่องกฎระเบียบไทย หลังเกิดเหตุวุ่นสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อหวังลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศ

“สีหศักดิ์” จี้ ทูตจีนเตือนนักท่องเที่ยวจีนเรื่องกฎระเบียบไทย หลังเกิดเหตุวุ่นสนามบินสุวรรณภูมิ

นายสีหศักดิ์เน้นย้ำว่า แม้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่กฎระเบียบของประเทศไทยต้องถูกรักษาไว้อย่างเคร่งครัด การที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามา จำเป็นต้องมีความเข้าใจในกฎกติกาเบื้องต้น เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและลดปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่กับนักท่องเที่ยว

บทบาททูตจีนกับการสร้างความเข้าใจกฎระเบียบไทย

ในประเด็นนี้ นายสีหศักดิ์มองว่าหน้าที่สำคัญของทูตจีนไม่ใช่เพียงการปกป้องผลประโยชน์ของชาติหรือพลเมืองตนเองเท่านั้น แต่ต้องมีบทบาทเชิงรุกในการ “สีหศักดิ์” จี้ ทูตจีนเตือนนักท่องเที่ยวจีนเรื่องกฎระเบียบไทย หลังเกิดเหตุวุ่นสนามบินสุวรรณภูมิ โดยการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อกำหนดต่างๆ ของไทยให้กับชาวจีนได้รับทราบก่อนเดินทางมา เพื่อลดความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในอนาคต

สาเหตุสำคัญที่ทำให้นายสีหศักดิ์ต้องออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้ มีปัจจัยหลักดังนี้:

  • การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศไม่ให้สั่นคลอนจากเหตุการณ์เฉพาะหน้า
  • ความจำเป็นที่นักท่องเที่ยวต้องเคารพกฎหมายของประเทศเจ้าบ้าน
  • หน้าที่ของนักการทูตในการเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างประชาชน

ท้ายที่สุดแล้ว การจะทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงไทย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการอำนวยความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความร่วมมือจากสถานทูตของประเทศต้นทางในการให้ข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเป็นไปอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับทุกคน การที่ “สีหศักดิ์” จี้ ทูตจีนเตือนนักท่องเที่ยวจีนเรื่องกฎระเบียบไทย หลังเกิดเหตุวุ่นสนามบินสุวรรณภูมิ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปรับมาตรฐานการสื่อสารระหว่างประเทศให้เข้าใจกันมากขึ้น เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระดับมิตรภาพที่แน่นแฟ้นให้ยั่งยืนต่อไป

ที่มา – “สีหศักดิ์” จี้ ทูตจีนเตือนนักท่องเที่ยวจีนเรื่องกฎระเบียบไทย หลังเกิดเหตุวุ่นสนามบินสุวรรณภูมิ

สุวรรณภูมิแถลงขออภัยปม รปภ. กับกลุ่มแฟนคลับจีน

สรุปดราม่า สุวรรณภูมิแถลงขออภัยปม รปภ. กับกลุ่มแฟนคลับจีน

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับกรณีที่มีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นการกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกับกลุ่มแฟนคลับศิลปินชาวจีน ล่าสุดทางสนามบินได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการผ่านเพจ Suvarnabhumi Airport เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและสุวรรณภูมิแถลงขออภัยปม รปภ. กับกลุ่มแฟนคลับจีน โดยยอมรับว่ามีการใช้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นจริงในขณะปฏิบัติหน้าที่

ลำดับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มแฟนคลับชาวจีนได้ติดตามศิลปินเข้าไปในพื้นที่ที่จำกัดสิทธิ์ (Lounge) และยังคงก่อความวุ่นวายต่อเนื่องจนถึงบริเวณหน้าประตูทางออกขึ้นเครื่อง ทำให้ทางสายการบินไทยต้องประสานเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยสรุปเหตุการณ์ได้ดังนี้:

  • กลุ่มแฟนคลับไม่ปฏิบัติตามมาตรการตรวจบัตรโดยสาร
  • พยายามติดตามศิลปินไปจนถึงสะพานเทียบเครื่องบินโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • เจ้าหน้าที่ต้องผลักดันกลุ่มแฟนคลับกลับเข้าสู่ห้องพักรอผู้โดยสารเพื่อความปลอดภัย
  • สายการบินตัดสินใจปฏิเสธการเดินทางของแฟนคลับ 22 คน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุวุ่นวายบนเครื่อง

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการจัดการสถานการณ์ มีแฟนคลับบางส่วนไม่ยินยอมและแสดงอาการยั่วยุ จนนำไปสู่ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ซึ่งทางท่าอากาศยานมองว่าแม้เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัย แต่การแสดงออกบางอย่างนั้นถือว่าเกินกว่าเหตุและไม่เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการ

มาตรการลงโทษและการปรับปรุงในอนาคต

หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าว น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัยได้สั่งการให้ลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทันที พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปรับปรุงเรื่องการควบคุมอารมณ์และใช้ความใจเย็นในการเจรจากับผู้โดยสารในสถานการณ์กดดัน การที่สุวรรณภูมิแถลงขออภัยปม รปภ. กับกลุ่มแฟนคลับจีนในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบที่สำคัญ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการสนามบินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เราหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้ทั้งแฟนคลับและเจ้าหน้าที่ได้ตระหนักถึงขอบเขตความเหมาะสมในพื้นที่สาธารณะ การให้เกียรติซึ่งกันและกันและการปฏิบัติตามกฎของสนามบินคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ทุกการเดินทางราบรื่น หากใครที่มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถร่วมแบ่งปันมุมมองกันได้เลยครับ

ที่มา – “สุวรรณภูมิ” แถลงขออภัยปม รปภ. กับกลุ่มแฟนคลับจีน พร้อมแจงไทม์ไลน์วันเกิดเหตุ

“สุรศักดิ์” ตรวจสนามบินสุวรรณภูมิ สั่งเร่งเสริมเครื่องระบบตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ

“สุรศักดิ์” ตรวจสนามบินสุวรรณภูมิ สั่งเร่งเสริมเครื่องระบบตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจเมื่อมีการแชร์ข่าวเรื่องความแออัดบริเวณหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต้องรอคิวกันยาวเหยียด ซึ่งล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตัวเอง โดยได้สั่งการให้เร่งดำเนินการติดตั้งและเพิ่มจำนวนเครื่องระบบตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ (ABC) เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถผ่านด่านตรวจได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น

การลงพื้นที่ของท่านรัฐมนตรีในครั้งนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด โดยประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากยอดตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีจำนวนสูงถึงกว่า 16.7 ล้านคน สร้างรายได้มหาศาลมุ่งสู่เศรษฐกิจไทย

ยกระดับงานบริการด้วยเครื่องระบบตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ

นอกจากการแก้ปัญหาความแออัดแล้ว การนำเทคโนโลยี “สุรศักดิ์” ตรวจสนามบินสุวรรณภูมิ สั่งเร่งเสริมเครื่องระบบตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ ยังเป็นการนำนวัตกรรมมาปรับใช้ เพื่อให้ก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงประเทศไทยเต็มไปด้วยความประทับใจ ระบบ ABC ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยเท่านั้น แต่ยังมีความแม่นยำสูงในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ทำให้มั่นใจได้ว่าความรวดเร็วจะมาพร้อมกับความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง

  • เพิ่มจำนวนช่องตรวจ ABC เพื่อรองรับผู้โดยสารช่วง Peak Hour
  • ใช้เทคโนโลยีคัดกรองบุคคลต้องสงสัยเพื่อความมั่นคง
  • ลดความแออัดบริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้าได้อย่างเห็นผล

ในปัจจุบัน นอกจากเรื่องความรวดเร็วในการผ่านด่านตรวจแล้ว “สุรศักดิ์” ตรวจสนามบินสุวรรณภูมิ สั่งเร่งเสริมเครื่องระบบตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการความปลอดภัยอีก 8 ข้อ เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ลาดตระเวนร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ไปจนถึงการติดตั้งกล้อง AI จับใบหน้าบุคคลตามหมายจับ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการก้าวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

ท้ายที่สุด การปรับปรุงระบบงานบริการท่าอากาศยานไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวไทยที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การผลักดันนโยบายให้เกิดการใช้งานได้จริงจะช่วยเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานสนามบินสู่ระดับสากลได้ไม่ยาก หวังว่าหลังจากมาตรการนี้เริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบ นักท่องเที่ยวจะรู้สึกถึงการต้อนรับที่อบอุ่น รวดเร็ว และปลอดภัยกว่าเดิมอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “สุรศักดิ์” ตรวจสนามบินสุวรรณภูมิ สั่งเร่งเสริมเครื่องระบบตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ

พิพัฒน์ คุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับความปลอดภัย

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่เดินทางบ่อยๆ น่าจะคุ้นเคยกับสนามบินในบ้านเรากันดีนะครับ แต่ล่าสุดมีข่าวดีที่น่าตื่นเต้นมาก เมื่อพิพัฒน์ คุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับความปลอดภัย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเดินทางในประเทศไทย โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมาเพื่อลุยงานนี้โดยเฉพาะ

เหตุผลที่ พิพัฒน์ คุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับความปลอดภัย

เป้าหมายหลักของการประกาศครั้งนี้คือการก้าวไปสู่การเป็น ‘Aviation Hub’ หรือศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างเต็มตัวครับ การที่พิพัฒน์ คุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับความปลอดภัย และการให้บริการในครั้งนี้ ไม่ได้ทำแค่สนามบินใดสนามบินหนึ่ง แต่ครอบคลุมถึงสนามบินหลัก 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต และหาดใหญ่ เพื่อให้ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างชาติมั่นใจในมาตรฐานระดับสากล

รายละเอียดการปรับปรุงและมาตรการใหม่

สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ คณะกรรมการจะมีหน้าที่สำคัญในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • การบริการ (Service): ปรับปรุงขั้นตอนการให้บริการให้รวดเร็วและทันสมัยขึ้น
  • ความปลอดภัย (Safety): ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับระเบียบสากล
  • การรักษาความปลอดภัย (Security): เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์

นอกจากนี้ยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และบริษัทวิทยุการบินฯ เข้ามาร่วมมือกันทำงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการบริหารจัดการสนามบินจะเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ โดยคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไปครับ

ในมุมมองของผม การยกระดับครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากครับ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่เป็นความรับผิดชอบต่อผู้โดยสารทุกคน ผมเชื่อว่าถ้าทำได้ตามแผน สนามบินไทยจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจและปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอย่างแน่นอน ใครที่มีแผนเดินทางช่วงปลายปีนี้ เตรียมสัมผัสกับมาตรฐานใหม่ที่ดียิ่งขึ้นได้เลยครับ

ที่มา – “พิพัฒน์” ลงนามคำสั่งคุมเข้ม 6 สนามบิน ทอท. ยกระดับการให้บริการและความปลอดภัย

สุนัขตำรวจ K9 ลุยสแกนกระเป๋าสนามบินสุวรรณภูมิ สกัดยาเสพติดข้ามชาติ

เชื่อว่าหลายคนที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในช่วงนี้ อาจจะได้เห็นภาพความน่ารักแต่เปี่ยมไปด้วยความเข้มแข็งของเหล่าน้องสุนัขตำรวจ K9 ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างตั้งใจ วันนี้เราจะมาเจาะลึกภารกิจสำคัญของ สุนัขตำรวจ K9 ลุยสแกนกระเป๋าสนามบินสุวรรณภูมิ สกัดยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นด่านหน้าสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยร้ายของยาเสพติด

ภารกิจสำคัญ สุนัขตำรวจ K9 ลุยสแกนกระเป๋าสนามบินสุวรรณภูมิ สกัดยาเสพติดข้ามชาติ

ภายใต้นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยในทุกมิติ การนำกำลังสุนัขตำรวจเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานถือเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคม ด้วยประสาทสัมผัสอันยอดเยี่ยมของสุนัข K9 ทำให้การตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ท่าอากาศยานมีความแม่นยำและรวดเร็วขึ้นมาก ช่วยตัดวงจรการลักลอบขนยาเสพติดก่อนที่จะหลุดรอดออกไปสู่ต่างประเทศหรือเข้ามาแพร่ระบาดในบ้านเราได้

เหตุผลที่ต้องใช้ สุนัขตำรวจ K9 ลุยสแกนกระเป๋าสนามบินสุวรรณภูมิ สกัดยาเสพติดข้ามชาติ

  • มีความสามารถในการดมกลิ่นสารเสพติดได้ดีกว่าเทคโนโลยีบางชนิดในพื้นที่แคบ
  • ช่วยสร้างความอุ่นใจและยับยั้งชั่งใจให้กับผู้ที่คิดจะกระทำผิด
  • เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ป.ป.ส., AOT และตำรวจ เพื่อความมั่นคงของชาติ

หากถามว่าทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ คำตอบคือสนามบินคือประตูบานใหญ่ของประเทศ การป้องกันตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นเรื่องที่คุ้มค่าที่สุด การที่เจ้าหน้าที่นำ สุนัขตำรวจ K9 ลุยสแกนกระเป๋าสนามบินสุวรรณภูมิ สกัดยาเสพติดข้ามชาติ ออกมาปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ถือเป็นการตอกย้ำให้เครือข่ายยาเสพติดได้รับรู้ว่าประเทศไทยเรามีการวางระบบป้องกันที่แน่นหนามาก

นอกเหนือจากภารกิจดมกลิ่นแล้ว น้องๆ K9 ยังถือเป็นมิตรแท้ของเจ้าหน้าที่ที่ช่วยลดความเครียดในการทำงานและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการให้บริการประชาชนอีกด้วย สำหรับใครที่พบเห็นความผิดปกติหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด อย่ารอช้าที่จะแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้ทันทีผ่านสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการช่วยกันเป็นหูเป็นตาคือพลังที่ยิ่งใหญ่ในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยให้กับลูกหลานของเรา

ที่มา – สุนัขตำรวจ K9 ลุยสแกนกระเป๋าสนามบินสุวรรณภูมิ สกัดยาเสพติดข้ามชาติ

ดีเดย์ 11 พ.ค. หิ้วไวน์ จ่ายภาษีล่วงหน้า Wine Fast Track

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายเที่ยวสายช้อปปิ้งต่างประเทศ โดยเฉพาะคนที่ชอบหิ้วไวน์กลับบ้าน ตอนนี้มีข่าวดีมาบอก! ดีเดย์ 11 พ.ค. หิ้วไวน์เข้าประเทศ สำแดงจ่ายภาษีล่วงหน้าง่ายๆ ผ่าน Wine Fast Track แล้วนะครับ กรมสรรพสามิตเปิดระบบใหม่สุดสะดวก ช่วยให้การนำไวน์เข้าไทยไม่ต้องลุ้นยาวๆ อีกต่อไป ไม่ว่าจะหิ้วมาเกิน 1 ลิตร ก็จัดการได้รวดเร็วผ่านเว็บหรือแอปมือถือ

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เริ่ม 11 พฤษภาคม 2569 ระบบ Wine Fast Track จะใช้งานได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองโดยเฉพาะสำหรับสุราแช่ชนิดไวน์ ใครที่ชอบสะสมไวน์จากต่างประเทศ ไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอนยุ่งยากอีกแล้ว

ดีเดย์ 11 พ.ค. หิ้วไวน์เข้าประเทศ สำแดงจ่ายภาษีล่วงหน้าง่ายๆ ผ่าน Wine Fast Track

ดีเดย์ 11 พ.ค. หิ้วไวน์เข้าประเทศ สำแดงจ่ายภาษีล่วงหน้าง่ายๆ ผ่าน Wine Fast Track

ระบบนี้ช่วยให้ผู้โดยสารแจ้งข้อมูลนำเข้าสุราไวน์และคำนวณภาษีล่วงหน้าได้เลย ก่อนถึงช่องตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบมูลค่าสินค้า ภาษีสรรพสามิต อากรศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีท้องถิ่น และกองทุนต่างๆ ได้ครบจบในที่เดียว สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะ!

เช็กเงื่อนไข หิ้วไวน์เข้าไทยแบบไหนต้องเสียภาษี

ตามกฎหมาย ผู้โดยสารที่หิ้วไวน์เข้าประเทศต้องรู้เงื่อนไขให้ชัดเจน:

  • ไม่เกิน 1 ลิตร: ยกเว้นภาษีทั้งหมด เดินตรงช่องเขียว (Nothing to declare) ได้เลย สบายมาก
  • เกิน 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร: ต้องไปช่องแดง (Goods to declare) ชำระภาษี แล้วรับแสตมป์สรรพสามิตไปปิดขวดไวน์

เกิน 10 ลิตร ถือเป็นนำเข้าทั่วไป ต้องทำเอกสารเพิ่มเติมนะครับ

เงื่อนไขหิ้วไวน์เข้าประเทศ ดีเดย์ 11 พ.ค. ผ่าน Wine Fast Track

วิธีใช้ระบบ Wine Fast Track 步บายง่ายๆ

1. เข้าเว็บ https://winefasttrack.excise.go.th หรือ www.excise.go.th

2. ดาวน์โหลดแอป Wine Fast Track บน Android (iOS มาเร็วๆ นี้)

3. กรอกข้อมูลไวน์ มูลค่า ปริมาณ ระบบคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ

4. ยืนยันรายการ จ่ายภาษีล่วงหน้า

5. พิมพ์หรือแสดง QR code ไปช่องแดง เจ้าหน้าที่เช็คแล้วให้แสตมป์ปิดขวดเสร็จ!

วิธีใช้ Wine Fast Track หิ้วไวน์เข้าประเทศ จ่ายภาษีล่วงหน้า

ระบบนี้ลดเวลารอคอย ลดความผิดพลาด และโปร่งใสสุดๆ กรมสรรพสามิตบอกว่าจะพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชนและผู้ประกอบการ

สำหรับสายหิ้วไวน์ตัวยงอย่างเราๆ นี่คือข่าวดีใหญ่เลยครับ ลองนึกภาพสิ จากที่เคยยืนต่อคิวยาว ตอนนี้จัดการล่วงหน้าได้ก่อนลงเครื่อง แถมคำนวณภาษีถูกต้อง ไม่ต้องกลัวปรับเพิ่ม ช่วยประหยัดเวลาให้ไปกินข้าวหรือพักผ่อนได้เลย

นอกจากนี้ ระบบยังช่วยป้องกันการหลบเลี่ยงภาษี ทำให้การจัดเก็บรายได้รัฐโปร่งใสและเป็นธรรมตามมาตรฐานสากล ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลในภาครัฐไทย

ประโยชน์เด่นๆ ของ Wine Fast Track

  • สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่คำนวณ
  • ใช้งานได้ทุกที่ ก่อนบินถึงไทย
  • รองรับทั้งเว็บและแอปมือถือ
  • ลดความแออัดที่ช่องแดง
  • ข้อมูลถูกต้อง 100% มีแสตมป์รับรอง

ผมคิดว่าระบบนี้เจ๋งมาก โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางบ่อยๆ ที่หิ้วไวน์โปรดจากยุโรปหรืออเมริกากลับมา ลองใช้ดูแล้วจะติดใจ! ถ้าคุณมีประสบการณ์หิ้วไวน์มาแชร์กันในคอมเมนต์ได้นะครับ หรือกำลังวางแผนทริปไหน ลองเช็คปริมาณไวน์ไม่เกิน 10 ลิตร แล้วใช้ Wine Fast Track รับรองลื่นไหล

สรุปคือ ดีเดย์ 11 พ.ค. หิ้วไวน์เข้าประเทศ สำแดงจ่ายภาษีล่วงหน้าง่ายๆ ผ่าน Wine Fast Track ทำให้การท่องเที่ยวและช้อปปิ้งสนุกยิ่งขึ้น ไม่มีสะดุดเรื่องภาษีอีกต่อไป

ที่มา – ดีเดย์ 11 พ.ค. หิ้วไวน์เข้าประเทศ สำแดงจ่ายภาษีล่วงหน้าง่ายๆ ผ่าน Wine Fast Track

“พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง

ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และมอบนโยบายสำคัญที่ชื่อว่า “พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง โดยเน้นการพัฒนาโครงการเร่งด่วนเพื่อยกระดับระบบคมนาคมทางอากาศให้ทันสมัย สะดวก และปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

“พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่าตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคมเร่งบูรณาการระบบขนส่งทั้งประเทศ โดยมุ่งโครงการ Quick-Win 3 ด้านหลักเพื่อให้เกิดผลลัพธ์รวดเร็ว ดังนี้

  • เร่งรัดโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินการ: รวมถึงโครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และโครงการป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ท่าอากาศยาน
  • เร่งประกวดราคาโครงการที่พร้อม: เช่น โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ผู้ประกอบการรายที่ 2) และโครงการคลังสินค้าที่สุวรรณภูมิ (รายที่ 2)
  • เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรี: อย่างโครงการ East Expansion ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผนแม่บทสุวรรณภูมิ 2568 การพัฒนาดอนเมืองระยะ 3 เชียงใหม่ระยะ 1 ภูเก็ตระยะ 2 และการศึกษาความเป็นไปได้ของท่าอากาศยานอันดามันและล้านนา

นโยบายเร่งขยายสนามบินและยกระดับบริการ

นอกจากนี้ “พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง โดยแบ่ง 3 ด้านหลัก คือ พัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยั่งยืน ลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ และศึกษาการพัฒนาท่าอากาศยานใหม่ เช่น อันดามันและล้านนา เพื่อแบ่งเบาการจราจรจากสนามบินหลักอย่างสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต

AOT ในฐานะผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของไทย ซึ่งเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ จะเร่งขยายศักยภาพรองรับผู้โดยสารกว่า 180 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 โดยเฉพาะสุวรรณภูมิที่จะมี East Expansion และอาคารทิศใต้ รวมถึงเปิดบริการลานจอดและคลังสินค้ารายที่ 2-3 ภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ยืนยันความพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินโลก ด้วยบริการเลิศ ทันสมัย ยั่งยืน และปลอดภัยตามมาตรฐาน ICAO นอกจาก 6 สนามบินหลัก AOT จะพัฒนาอีก 5 แห่งให้คุ้มค่า รองรับเที่ยวบินมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีสากลทุกขั้นตอน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงป้องกัน Drone และ Bird Strike

ด้านความปลอดภัย AOT จับมือสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จัดหา Anti-Drone ด้วย AI ตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคามทั้งใกล้-ไกล รวมถึงเทคโนโลยีจัดการนกและสัตว์อันตรายด้วยระบบแจ้งเตือน เฝ้าระวัง ขับไล่ และวิเคราะห์ข้อมูล การดำเนินงานได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และ ICAO ทุกประการ

นโยบายนี้ไม่เพียงยกระดับท่าอากาศยานไทยให้เทียบชั้นโลก แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค สร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ ลดต้นทุนฟุ่มเฟือย และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินหลังโควิด

ติดตามข่าวสารและพัฒนาการท่าอากาศยานไทยเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่ช่วยวางแผนการเดินทางของคุณ!

ที่มา – “พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้าโครงการ Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง

คมนาคมสั่งลุย ทอท. กางแผน 5 ปี ขยายสนามบิน 8 หมื่นล้าน

ข่าวดีสำหรับวงการคมนาคมและการท่องเที่ยวไทย เมื่อ คมนาคมสั่งลุย ทอท. กางแผน 5 ปี ขยายสนามบิน อัดงบ 8 หมื่นล้าน ดันไทยสู่ฮับการบิน โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เร่งรัดโครงการขยายสนามบินสำคัญอย่างสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คมนาคมสั่งลุย ทอท. กางแผน 5 ปี ขยายสนามบิน อัดงบ 8 หมื่นล้าน ดันไทยสู่ฮับการบิน

หลังการมอบนโยบาย รัฐมนตรีพิพัฒน์ได้สั่งการให้ ทอท. เร่งประกวดราคาโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ รายที่ 2 รวมถึงคลังสินค้ารายที่ 2 ซึ่งสัญญากำลังจะหมดในเดือนกันยายน 2569 นอกจากนี้ ยังให้เสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด่วนๆ เช่น ส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก หรือ East Expansion ที่สุวรรณภูมิ และโครงสร้างขยายสนามบินดอนเมืองเฟส 3 เพราะสถิติผู้โดยสารทางอากาศยังคงพุ่งสูง แม้หลังโควิด รัฐบาลมองว่าการพัฒนาสนามบินจะช่วยให้ไทยเป็นจุดเปลี่ยนเครื่องบินหลักของโลก

ทอท. พร้อมลุย East Expansion สุวรรณภูมิ งบ 1.2 หมื่นล้าน

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทอท. เปิดเผยว่า แผนลงทุน 5 ปีมียอดรวมกว่า 80,000 ล้านบาท โดยโครงการนำร่องคือ East Expansion สนามบินสุวรรณภูมิ วงเงิน 12,000 ล้านบาท ซึ่งผลศึกษาความเหมาะสมพร้อมแล้ว กำลังเสนอสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดเสนอครม. และเปิดประมูลสิ้นปีนี้ เริ่มก่อสร้างต้นปี 2570 ใช้เวลา 4 ปี เปิดให้บริการปี 2573 โครงการนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผู้โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวก ทำให้สุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น

ขยายดอนเมืองเฟส 3 งบพุ่ง 6.9 หมื่นล้าน เหตุค่าก่อสร้างแพง

สำหรับสนามบินดอนเมืองเฟส 3 วงเงินรวม 69,000 ล้านบาท สูงจากเดิมที่ศึกษไว้ 36,000 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์สงครามโลก ค่าอุปกรณ์และก่อสร้างปรับขึ้น รวมถึงการออกแบบที่ละเอียดและใช้งานจริงมากกว่าเดิม ใน 5 ปีแรกจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและอาคารผู้โดยสาร 3 ราว 30,000 ล้านบาท คาดเสนอครม. ปีนี้ เริ่มก่อสร้างต้นปีหน้า โครงการนี้จะช่วยให้ดอนเมืองซึ่งเป็นสนามบินสำหรับเที่ยวบินราคาประหยัด สามารถรองรับผู้โดยสาร Low-Cost ได้ดีขึ้น

แผนลงทุนทอท. ครอบคลุมสนามบินอื่นๆ ด้วย

นอกจากสุวรรณภูมิและดอนเมือง แผน 5 ปียังรวมแผนแม่บทสุวรรณภูมิ ฉบับ 2568 ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค 20,000 ล้านบาท รวมถึงขยายท่าอากาศยานภูเก็ตเฟส 2 งบ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขีดความสามารถจาก 12.5 ล้านคนเป็น 18 ล้านคนต่อปี ซึ่งภูเก็ตเป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยม จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้

  • East Expansion สุวรรณภูมิ: 12,000 ล้านบาท เพิ่มพื้นที่ผู้โดยสาร
  • ดอนเมืองเฟส 3: 69,000 ล้านบาท (เฟสแรก 30,000 ล้าน) รองรับ LCC
  • แผนแม่บทสุวรรณภูมิ: 20,000 ล้านบาท พัฒนาโครงสร้าง
  • ภูเก็ตเฟส 2: 10,000 ล้านบาท เพิ่มผู้โดยสาร 5.5 ล้านคน

ทอท. มั่นใจความพร้อมทางการเงิน มีกระแสเงินสดสะสมกว่า 10,000 ล้านบาท และจัดสรรงบแยกต่างหาก ใน 5 ปีแรกไม่ต้องกู้ยืมเลย สะท้อนถึงการบริหารที่แข็งแกร่งหลังวิกฤตโควิด

แผน คมนาคมสั่งลุย ทอท. กางแผน 5 ปี ขยายสนามบิน อัดงบ 8 หมื่นล้าน ดันไทยสู่ฮับการบิน นี้ จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมให้ไทยแข่งขันกับสิงคโปร์ ฮ่องกง ได้ โดยคาดว่าจะสร้างงานนับหมื่นตำแหน่ง กระตุ้น GDP จากการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ ผู้โดยสารจะได้ประโยชน์จากบริการที่ดีขึ้น ตั๋วเครื่องบินราคาถูกลง สนามบินสะอาดทันสมัยมากขึ้น ในยุคที่การบินฟื้นตัวเต็มที่ แผนนี้มาถูกจังหวะจริงๆ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับแผนขยายสนามบินของทอท.? จะช่วยดันไทยเป็นฮับการบินได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบเรื่องเที่ยวบินนะครับ!

ที่มา – คมนาคมสั่งลุย ทอท. กางแผน 5 ปี ขยายสนามบิน อัดงบ 8 หมื่นล้าน ดันไทยสู่ฮับการบิน

สุวรรณภูมิพร้อมรับสงกรานต์ 2569 คาดวันละ 1.8 แสนคน

สุวรรณภูมิพร้อมรับสงกรานต์ 2569 คาดเดินทางวันละ 1.8 แสนคน เสริม 130 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สุวรรณภูมิ) กำลังเตรียมความพร้อมแบบเต็มสูบ เพื่อรับมือกับคลื่นผู้โดยสารมหาศาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายนนี้ คาดว่าผู้โดยสารจะทะลุ 1.82 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 182,000 คน แม้จะลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่เที่ยวบินกลับเพิ่มขึ้น! สายการบินต่างๆ ขอเสริมเที่ยวบินพิเศษและเช่าเหมาถึง 130 เที่ยวจาก 9 สายการบินชั้นนำ มาดูรายละเอียดกันว่าสุวรรณภูมิเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นในช่วง สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569

สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569 คาดผู้โดยสารทะลุ 1.8 ล้านคน

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่าช่วงสงกรานต์ 2569 จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านสุวรรณภูมิรวม 1,820,000 คน เฉลี่ยวันละ 182,000 คน ลดลง 1.9% จากปีที่แล้ว แต่เที่ยวบินกลับพุ่งขึ้น 4.6% รวม 11,000 เที่ยว หรือวันละ 1,100 เที่ยว สายการบินที่ขอเพิ่มมากสุดคือ AIR MACAU, บางกอกแอร์เวย์ส และไทยเวียตเจ็ทแอร์ การเพิ่มเที่ยวบินนี้จะช่วยให้ทุกคนเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมอย่างในประเทศและเพื่อนบ้าน

นำเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ลดความแออัดที่สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569

เพื่อแก้ปัญหาคิวยาว สุวรรณภูมิชูเทคโนโลยีทันสมัยรณรงค์ให้ผู้โดยสารใช้:

  • ระบบเช็กอินด้วยตนเอง (CUSS): แชร์เครื่องได้หลายสายการบิน สะดวกรวดเร็ว
  • ระบบโหลดกระเป๋าด้วยตนเอง (CUBD): ลดเวลาที่เคาน์เตอร์
  • ระบบยืนยันตัวตนด้วยชีวภาพ (Biometric Technology): สแกนใบหน้า ไม่ต้องโชว์บัตรหรือพาสปอร์ต ช่วยลดแออัดได้ถึง 30-50% ทำให้คุณมีเวลาไปช้อปปิ้งหรือกินข้าวมากขึ้น

เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงลดเวลาแต่ยังยกระดับความปลอดภัยและประสบการณ์การเดินทางใน สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569 ให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569 คุมเข้มระบบขนส่งสาธารณะ

การเดินทางเข้า-ออกสนามบินก็ไม่ต้องกังวล จัดรถแท็กซี่ ลีมูซีน รถบัส และ Airport Rail Link เพิ่มในช่วงพีคไทม์ ร่วมกับหน่วยงานตรวจสุ่มรถและคนขับ วัดแอลกอฮอล์และสารเสพติด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าจะไปสาดน้ำที่เมืองรองหรือกลับบ้านต่างจังหวัดก็อุ่นใจ

ของขวัญสุดคุ้ม! ลานจอดรถฟรี 5 วันช่วงสุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569

พิเศษสุดสำหรับคนขับรถมาเอง สุวรรณภูมิยกเว้นค่าจอดลานระยะยาวโซน C 5 วันเต็ม เริ่ม 00.01 น. 11 เม.ย. – 24.00 น. 15 เม.ย. 2569 พร้อม Shuttle Bus รับ-ส่งทุก 15 นาที 24 ชม. ช่วยประหยัดงบไปสาดน้ำได้อีกเพียบ!

เคล็ดลับเดินทางสงกรานต์ 2569 ที่สุวรรณภูมิให้ปลอดภัยและสนุก

นอกจากการเตรียมของสนามบินแล้ว คุณเองก็ช่วยได้ด้วยการ:

  • เช็กอินออนไลน์ล่วงหน้า 24-48 ชม.
  • โหลดแอป AOT Airport Services ติดตาม real-time
  • มาถึงสนามบินล่วงหน้า 3 ชม. สำหรับเที่ยวบินในประเทศ 4 ชม. ระหว่างประเทศ
  • เตรียมเอกสารครบ หลีกเลี่ยงสัมภาระมีของเหลวเกิน 100 มล.
  • ใช้ขนส่งสาธารณะลดรถติด

ช่วง สุวรรณภูมิ สงกรานต์ 2569 จะคึกคักแต่จัดการได้ดีด้วยแผนชั้นเลิศนี้ การเดินทางของคุณจะเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกสงกรานต์ที่แฮปปี้สุดๆ

สรุปแล้ว สุวรรณภูมิพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ทำให้คุณโฟกัสแค่สาดน้ำและสุขภาพดี! หากมีข้อมูลอัพเดท อย่าลืมติดตามเว็บเราเพื่อเคล็ดลับการเดินทางเพิ่มเติมนะครับ

ที่มา – สุวรรณภูมิพร้อมรับสงกรานต์ 2569 คาดเดินทางวันละ 1.8 แสนคน เสริม 130 เที่ยวบิน

Scroll to top